Group Blog
 
All blogs
 
ER IST WIEDER DA กลับมาแล้วครับ -ท่านฟือห์เรอห์ ฮิตเลอร์วิปลาศฉบับยูทูป-


Timur Vermes  เขียน  ฉัตรนคร องคสิงห์  แปล
สำนักพิมพ์ เลเจนด์ บุ้คส์ พิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2557


นวนิยายเเล่มแรกที่ส่งให้นักเขียนดังเป็นพลุแตก

คนบนปกที่คุณก็รู้ว่าใคร ? 

" บางคนมองเขาเป็นมารร้าย บางคนมองเขาเป็นบุคคลที่โง่เขลา 
แต่ความคิดเหล่านั้นห่างไกลจากความเป็นจริงพอสมควร " (ทิมูร์ แฟร์เมส)

เรื่องราวของท่าฟือห์เรอร์ผู้ฟื้นคืนชีพสู่โลกปัจจุบัน 
ขายดีถล่มทลายกว่า 1.8 ล้านเล่มในเยอรมนี  
ขายลิขสิทธิ์แปลภาษาต่างประเทศกว่า 40 ภาษาทั่วโลก 
และเซ็นต์สัญญาสร้างเป็นภาพยนตร์แล้ว 


โปรยปกใน ...

ค.ศ. 2011 อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ตื่นฟื้นขึ้นในพื้นที่รกร้างกลางกรุงเบอร์ลิน เขาพบว่าเยอรมนีสุขสงบปราศจากสงคราม ไม่มีพรรคนาซี ไม่มีเกอเบิลส์นายพลคู่ใจ บัดนี้อาณาจักรไรซ์ของเขาอยู่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีหญิงอังเกลา แมร์เคิล เวลาผ่านไป 66 ปี โดยที่ใครๆ เชื่อว่าเขาเสียชีวิตแล้ว ความยิ่งใหญ่ตลอดกาลที่เคยครอบครองในอดีตไม่มีเหลือ ฮิตเลอร์ต้องปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ที่เขาเองไม่เคยคิดฝัน

แต่ท่านฟือห์เรอร์ไม่ใช่ตัวตลกไร้สาระ เขาจึงเรียนรู้การใช้อาวุธของคนรุ่นหลาน ไม่ว่าจะคอมพิวเตอร์ มือถือ สื่อโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งการบัญชาการกองกำลัง "อู-ตู๊บ" (ฮิตเลอร์หมายถึง ยูทูป) อันเกรียงไกรแห่งโลกไซเบอร์ ด้วย "พรหม" ที่เคย "ลิขิต" ชีวิตนายสิบโทคนเดียวกันนี้ เมื่อปี 1924 ให้เป็นผู้กู้ชาติเยอรมนี บัดนี้เขา "กลับมา" อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยอาวุธและวิธีการที่คนรุ่นใหม่นั่นแหละใช้

เหน็บแนม? ถากถาง? เรื่องชวนหัวทางการเมือง? โลกใหม่ที่ท่านผู้นำตื่นขึ้นมาพบมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ต้องวิจารณ์กันอย่างตรงไปตรงมา แต่สิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนก็คือวาทะอันคมกริบเชือดเฉือนของท่านฟือห์เรอร์เอง

โปรยปกหลัง ..

"ER IST WEIDER DA"  ได้รับการพูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทำลายสถิติหนังสือขายดีในเยอรมนี แม้กระทั่งของ Paulo Coelho และ Ken Follett ด้วยการติดอันดับ Top Ten Bestseller ต่อเนื่องกันนานกว่า 2 ปี เป็นหนังสือที่ประหนึ่งฮิตเลอร์ตื่นฟื้นขึ้นมาเขียนด้วยตนเอง สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดก็คือผู้เขียนทำการวิจัยและค้นคว้ามาอย่างดีเยี่ยม อันทำให้ไม่น่าแปลกใจที่ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวในเยอรมนีหาที่ติได้ว่าข้อเขียนของเขาเกี่ยวกับบุคคลสำคัญที่สุดคนหนึ่งของประวัติศาสตร์โลกคนนี้ "ไม่สมจริง"

"กลับมาแล้วครับ" สะท้อนภาพของอิตเลอร์ในหลายแง่มุม ทั้งเสียดสี แดกดัน กระแสโซเชียลเน็ตเวิร์คที่สามารถสร้างใครสักคนหรืออะไรสักอย่างให้โด่งดังได้ภายในชั่วข้ามคืน ด้วยเพียงปลายนิ้วคลิกพร้อมกันก็สะท้อนความล้มเหลวของระบบการศึกษา ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยในปัจจุบัน นี่เป็นประหนึ่งหนังสือเล่มที่ท่านฟือห์เรอร์ลงมือเขียนเอง นับแต่ "การต่อสู้ของข้าพเจ้า" (Mien Kampf) ที่น่าสนใจคือในขณะที่มนุษย์ศตวรรษที่ 21 อย่างพวกเรา กำลังหลงวนเวียนอยู่ในพายุข้อมูลข่าวสาร ที่พร้อมจะโหมกระหน่ำให้เราดิ่งเหวได้ตลอดเวลา แต่ท่านฟือห์เรอร์ผู้ห่างหายไปจากสังคมนานถึง 66 ปี กลับมาพลิกวิทยายุทธ์ขึ้นขี่ยอดคลื่นอันไฮเทค และใช้สิ่งนี้นำพาตัวเองกลับสู่อำนาจได้

ฮิตเลอร์มั่นอกมั่นใจว่าเขาจะต้องยิ่งใหญ่อีกครั้ง และนั่นไม่ไกลเกินฝัน เพราะบัดนี้ "ER IST WEIDER DA" ขายลิขสิทธิ์ภาษาต่างประเทศแล้วกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ส่วนภาพยนตร์ที่สร้างจากพล็อตนี้ก็กำลังจะเปิดกล้องในปี 2014 โดยบริษัทเดียวกับที่เคยสร้าง  DOWNFALL, PERFUME และ MORTAL INSTRUMENT



ตอนที่มีคนชักชวนให้หาหนังสือเล่มนี้มาอ่าน ไม่ได้คิดแม้แต่จะมองหารีวิวเพื่อตรวจสอบกระแส เพราะแค่เพียง ฮิตเลอร์ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในโลกปัจจุบัน ? .. ก็เรียกความสนใจได้อย่างแรง เพราะความคิดที่ว่าน่าจะอย่างฮา   

แรกๆ ก็ส่อแววฮาอย่างที่คาด เพราะฮิตเลอร์ที่ฟื้นคืนชีพ เป็นชายสูงวัยไร้พิษภัย เงอะงะ งุนงงกับทุกสิ่งรอบตัว ท่านฟือห์เรอร์ในยุคอดีตกลายเป็น "ตัวตลก" แปลกปลอมในยุคปัจจุบัน ขยับตัวไปทางไหนก็ล้วนน่าขบขัน  แต่อ่านถึงระดับความหนาอย่างที่เห็นในรูป  เอ๊ะ..ชักซีเรียส จริงจัง ด้วยพลังความคิดที่เป็นสาระจนอาจเผลอคิดไปว่านี่คือความคิดและอุดมการณ์ในสมองของฮิตเลอร์ตัวจริง ความหลงตัวเอง คนเยอรมันสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้  ความเป็นชาตินิยม มหาอาณาจักรไรซ์อันยิ่งใหญ่แห่งประชาชาติเยอรมัน -แน่นอนว่าต้องมาจากสายเลือดอารยันบริสุทธิ์ และด้วยความเป็นชาติพันธุ์อันสูงส่งนี้ คนเยอรมันจึงต้องได้ในสิ่งที่ดีเลิศเสมอ พวกขยะคอมมิวนิตสต์ต้องสยบ และพวกพยาธิ "ยิว" ต้องถูกกำจัดทิ้ง  ที่สำคัญคือ เขาฉลาดปราดเปรื่องสมเป็นผู้นำระดับบุคคลอันตรายของโลก

"นั่นมันไม่ขำนะ"

"เรื่องของยิวไม่ใช่เรื่องจะเอามาพูดจาเชิงล้อเล่น"

เอาล่ะหวา  ตลกร้าย ขำลึก เชือดเฉือนสังคมเยอรมัน เขียนเพื่อคนเยอรมันที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์  แต่กลับชวนแสบร้อนได้ถึงสังคมทั่วไป.. และชักไม่ฮาอย่างที่คิด

--- ความจริง ข้าพเจ้าค่อนข้างไม่ชอบภาระหน้าที่หลายๆ อย่างที่ไม่มีวันจบสิ้นนี้เลย ระบบไวร์เลสต้องเล่นแผ่นดิสก์พวกนี้ด้วย มีดโกนไฟฟ้าต้องใช้งานได้ทั้งการโกนแบบเปียกและแบบแห้ง เด็กเติมน้ำมันตามปั๊มต้องขายของชำด้วย ส่วนโทรศัพท์ต้องเป็นโทรศัพท์ ปฏิทิน กล้องถ่ายรูป และอย่างอื่นๆ ทั้งหมด นี่เป็นเรื่องไร้สาระที่อันตราย ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวที่เป็นไปได้ก็คือยุวชนนับพันๆ จะต้องตายคาถนนเพราะไม่สามารถหยุดมองหน้าจอที่อยู่ในมือตัวเองได้ สิ่งแรกๆ ที่ข้าพเจ้าจะทำก็คือจัดการให้โทรศัพท์มือถือพวกนี้กลายเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย หรือไม่ก็อนุญาตให้ใช้เฉพาะในหมู่ชาติพันธุ์ที่ด้อยกว่าที่ยังเหลืออยู่ในสังคมของเรา ซึ่งสำหรับพวกหลังนี้ ข้าพเจ้าอาจถึงกับบังคับให้นี่เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นเลยทีเดียว ---

---และ...แน่นอน... การกลับไปคืนดีกับอังกฤษ สมาชิกชาติที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อที่ว่าวันหนึ่งข้างหน้าเราจะได้เป็นหนึ่งเดียว แต่เรื่องที่ข้าพเจ้ายังไม่เข้าใจก็คือ ทำไมความสัมพันธ์นี้จึงไม่ค่อยดี ต้องให้เราไปหย่อนระเบิดใส่อีกสักกี่ลูก พวกนี้ถึงจะเข้าใจว่าเราคือมิตร ? อย่างไรก็ตามเมื่อดูที่ตัวเลขของปัจจุบัน ก็เป็นเรื่องยากจะเข้าใจว่าทำไมเราจะต้องการอังกฤษเข้ามาเป็นส่วนร่วม? เกาะซีดเซียวแห่งนั้นแทบจะไม่ได้เป็นศูนย์พลังของโลกอีกต่อไปแล้ว แต่ก็เอาละ..เราไม่จำเป็นต้องได้คำตอบทุกข้อในทันที ---


แต่บทจะฮา  ท่านฟือห์เรอร์ก็ทำให้ขำดีจริงๆ นะคะ  โดยเฉพาะยามตกเป็นข่าวพาดหัว (ฮ่าฮ่า)




ส่วนหนึ่งจากคำนำสำนักพิมพ์

... แน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้ออกจะเสียดสี ประชดประชัน และเปี่ยมด้วยอารมณ์ขัน  แต่ลึกลงไปกว่านั้น มันคือการสะท้อนความจริงของโลกศตวรรษที่ 21 สงครามข้อมุลข่าวสารผ่านเทคโนโลยีอันทันสมัยนั้นทรงพลัง และอันตรายมากแค่ไหน Youtube สามารถทำให้คนธรรมดากลายเป็นดาราดังในชั่วข้ามคืน WWW ทำให้โลกทั้งใบหดลงมาใกล้กันในชั่วพริบตา กระทั่งหนังสือพิมพ์ นิตยสารหรือรายการทีวีเองก็เถอะ หากเสพโดยขาวิจารณญาณแล้ว นี่คือโฆษณาชวนเชื่อดีๆ นี่เอง   ฉะนั้นไม่ต้องจินตนาการ ก็พอจะนึกออกว่าการกลับมาของฟือห์เรอร์ครั้งนี้ โลกเราจะเปลี่ยนไปแบบใด ...



"กองบัญชาใหญ่ของฟือห์เรอร์" พร้อมทำงานกู้ชาติแล้ว

และ เมื่อท่านฟือห์เรอร์ได้กลับมามี "อำนาจ" อีกครั้ง 

Smiley OMG  โด่งดัง และทรงอิทธิพล แบบรั้งไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ !

 อย่างนี้ต้อง  LOL เลิฟเลย Smiley




Create Date : 08 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 19:47:42 น. 4 comments
Counter : 3195 Pageviews.

 
สวัสดีค่า คุณปรายแสง ^^
เห็นปกแล้วสงสัย นี่หนังสืออะไร??

สมัยนาซี ฮิตเลอร์ เคยอ่านนิดหน่อยค่ะ
แต่ส่วนมากหลับ แต่กับหนังดูได้แล้วก็เห็นความโหดร้ายสมัยเข่นฆ่ายิว น่ากลัวมากๆเลยค่ะ
Schindler's List นี่แบบยอมเลยเรื่องนี้
หดหู่สุดๆ ดีแล้วที่ทำขาวดำ

แต่หนังสือเล่มนี้ออกแนวตลกร้ายเหรอคะ น่าอ่านจัง เหน็บแนม ถากถางอีกต่างหาก น่าสนใจตรงนี้แหละ
เป็นงานเขียนที่ฉีกแนวจากที่นุ่นเคยอ่านเลยค่ะ ^^

ขอบคุณสำหรับรีวิวมากๆค่า


โดย: lovereason วันที่: 8 มิถุนายน 2557 เวลา:23:20:00 น.  

 
ถ้าจะกัดเจ็บดีนะคะ


โดย: Pdจิงกุเบล วันที่: 9 มิถุนายน 2557 เวลา:17:18:58 น.  

 
ชอบแนวนี้ค่ะ เสียดสี ตลกร้าย
จดๆลงลิส


โดย: kunaom วันที่: 9 มิถุนายน 2557 เวลา:23:31:21 น.  

 
ขออนุญาตแปะลิงค์ที่หน้าเพจหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ


โดย: Legend Books IP: 58.8.152.107 วันที่: 11 มิถุนายน 2557 เวลา:17:11:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 96 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.