Group Blog
 
All blogs
 
จอมนางคู่บัลลังก์ ๓ - ๔ สี่แคว้นได้ปั่นป่วน กลียุคคือสวนสำราญของวีรชน



"...จะทุ่มเทกำลังทหารทั้งหมดทั้งตงหลินไปหั่นแผ่นดินของอวิ๋นฉาง ทีละนิ้ว..ทีละนิ้ว จนกว่าเหอเสียจะประคองส่งพิงถิงกลับคืนมา"

พักตร์แดงเรื่อ มือขาวผ่อง ขวัญกระบี่หัวใจพิณ
พิงถิง.. เจ้าจะคลี่ยิ้มหรือมุ่นคิ้ว ล้วนงดงามถึงเพียงนั้น
ทำหัวใจข้าเจ็บปวดถึงเพียงนั้น 

..ขอร้องเจ้าโปรดหันมายิ้มให้ข้าอีกสักครั้ง 
...แค่เพียงยิ้ม 

ข้าขอใช้กำลังทหารหมดทั้งแคว้น และบาปประหารที่ชดใช้ไม่หมดไปทุกชาติ
น้อมสนองความงามเหนือสิ่งใดของรอยยิ้มเจ้า 





ตราบฟ้าดินสลาย.. คำสาบานว่าจะรักมั่นชั่วนิรันดร์กระน้้นหรือ?
หากเกิดเป็นศัตรูกันแล้วความรักก่อเกิดในระหว่างนั้น
สุดท้ายใครควรจะเป็นฝ่ายทรยศใคร สุดท้ายแล้วบุญคุณของแคว้นจะสำคัญกว่า
หรือจะอดใจไม่ไหว ละโมบในชั่วพริบตา โถมเข้าหาอ้อมกอดของผู้เป็นที่รัก


ป๋ายพิงถิงเข้าเร้นกาย หลบหนีหายไปจากวังพระชามาดาเหอเสีย     ไปจากฉูเป่ยเจี๋ย...

 พิงถิงหายตัวไป  ฉูเป่ยเจี๋ยจึงละทิ้งตงหลินเพื่อออกตามหาหัวใจไปสุดหล้าฟ้าเขียว

ส่วนเหอเสียพระชามาดาแห่งอวิ๋นฉางกลับต้องเจอกับกำแพงหนาที่ขวางกั้น  เผชิญกับศึกทั้งภายในและภายนอก ต้องสู้กับแรงบีบคั้นจากเหล่าขุนนางในอวิ๋นฉาง เพื่อให้บรรลุปณิธานและคำสัญญาที่ให้ไว้แก่เย่าเทียน 

มอบมงกุฎราชินีแห่งสี่แคว้นให้แก่องค์หญิงด้วยมือของเขาเอง 

ท่านคือภรรยาของเหอเสีย ภรรยาในชั่วชีวิตนี้ของเหอเสีย
ข้าไม่แค้นที่ท่านสั่งให้กุ้ยฉางชิงลอบกดข้าเอาไว้ 
ข้าไม่แค้นที่ทำให้ข้าต้องสูญเสียพิงถิงไป  ข้าไม่แค้นท่าน..

ข้าเพียงแต่แค้นสวรรค์ แค้นฝันร้ายนี้ แค้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ท่าน
ต้องเขียนราชโองการนี้ขึ้นมาตัดสินลงทัณฑ์ข้าสถานหนักที่สุด
 แค้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ข้าไม่สามารถปกป้องท่านได้ 

น้ำตาร้อนผ่าวหลั่งรินลงบนใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว

โชคชะตาเล่นตลก สร้างสถานการณ์เปลี่ยนนิสัยคนให้เปลี่ยนแปร  
เหอเสียในยามนี้ ไม่ใช่เสี่ยวจิ้งอานหวางผู้อบอุ่นอ่อนโยนในวันวานอีกต่อไป  
การหยามอัปยศที่เคี่ยวกรำสารพัดในวันวาน เสี่ยวจิ้งอานหวางขอประคองด้วยสองมือ
 น้อมมอบกลับคืนแด่เจ้าของเดิม 
---

 " ยอดขุนพล  หมายความวำอยำงไร...หมายความวำสามารถแยกแยะได้กระจำงวำสิ่งใดหนักสิ่งใดเบา หมายความวำสามารถสละความรักชอบสํวนตัว สะบั้นความคิดเพื่อตัวเอง"

คำกล่าวนั้นก้องอยู่ในโสต คนผู้นั้นหรือมิใช่ "ยอดขุนพล" เฉกเช่นเดียวกัน 
หรือมิได้แยกแยะกระจ่างว่าสิ่งใดหนักสิ่งใดเบา 
สามารถสละความรักชอบส่วนตัว สะบั้นความคิดเพื่อตัวเองเฉกเดียวกัน  

เขาเลือกได้ถูกต้องเลือกได้เหมาะสม

เมืองและบ้าน บ้านและคน บุญคุณความแค้นพัวพันสับสน 
สูงส่งดั่งขุนเขา หนักแน่นดั่งผืนดิน ป๋ายพิงถิง เจ้าอาศัยอะไรถึงคู่ควร 

ในเมื่อเป็นยอดขุนพล ก็ควรจะเงื้อมือขึ้นดาบฟันลง 
ป่นขยี้หัวใจซึ่งไร้บ้านให้หวนกลับ ทำลายวิญญาญซึ่งไร้ที่พักพิงดวงนี้เสียให้สิ้น  
คำสาบานชั่วนิรันดร์ รอยยิ้มสง่างามถูกปัดออกจากใจ 
ยอดขุนพลในเมื่อเป็นยอดขุนพล ก็ต้องไม่เจ็บ และเสียใจ 

หิมะพลิ้วปลิว บุปผาร่วงโรย  ยิ่งกลัวปวดร้าว ยิ่งถูกทำให้ปวดร้าว

ท่านยังคงเป็นดาบวิเศษเกาทัณฑ์ปณิธานสุดแผ่นดิน 
ทว่าข้าหาใช่อนงค์นางหัตถ์เรียวบางดวงวิญญาณจันทร์พิสุทธิ์อีกแล้ว

ดวงใจที่คล้อยผ่านกึ่งกลางฟ้า ได้บทขยี้คะนึงหาที่ฝังลึกในกระดูก ป่นเป็นเศษเถ้าปลิวกระจาย

"สักวัน..เจ้าจะได้รู้ว่าความเจ็บปวดดั่งถูกทะลวงใจเป็นเช่นไร" 

ได้รู้แล้ว เพียงเจ็บครั้งเดียวก็รู้แล้ว 


สี่แคว้นได้ปั่นป่วน กลียุคคือสวนสำราญของวีรชน

เสี่ยวจิ้งอานหวาง เขาคือผู้ที่ควรจะได้เป็นหนึ่งในผู้ซึ่งยืนอยู่จุดสูงสุดของปวงชนโดยกำเนิด แต่อีกคนหนึ่งนั้นก็มีทุนรอนก้อนใหญ่ทัดเทียมกัน    ฉูเป่ยเจี๋ย มีชาติกำเนิดอันสูงศักดิ์เช่นเดียวกัน เก่งทั้งบุ๋นและบู๊เช่นเดียวกัน มีพรสวรรค์ในการปกครองแผ่นดินเช่นเดียวกัน และมีความละเอียดอ่อนรวมถึงความกล้าหาญในการนำทัพเช่นเดียวกัน ที่สำคัญมากที่สุด อีกฝ่ายมีบุคลิกและความทรงอำนาจ ในการทำให้ผู้อื่นยอมศิโรราบเช่นเดียวกัน 

ฉูเป่ยเจี๋ย กับ เหอเสีย เป็นเหมือนสองพิณแห่งกุยเล่อ หยางเฟิ่ง กับ ป๋ายพิงถิง ที่มักจะถูกนำชื่อมาเอ่ยถึงด้วยกัน  หยางเฟิ่งกับป๋ายพิงถิงเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก   ส่วนเขาสองคน กลับถูกลิขิตให้เป็นศัตรูกัน 

ทั่วหล้านี้ผู้ที่สามารถทำให้เหอเสียกริ่งเกรงได้ มีเพียง ฉูเป่ยเจี๋ย 
ทั่วหล้านี้ผู้ที่สามารถทำให้เหอเสียริษยาได้มีเพียง ฉูเป่ยเจี๋ย เช่นกัน
ทุกที่ทางล้วนเป็นสมรภูมิแห่งการแข่งขันของสองศัตรูตลอดกาล
มีหรือจะจำกัดเพียงสนามรบที่อวลอบด้วยควันไฟแห่งสงคราม 

ป๋ายพิงถิงได้กลับมาแล้ว ฉูเป่ยเจี๋ยไม่ได้นางไปครอง 
และเป็นเช่นเดียวกับพิงถิง ฉูเป่ยเจี๋ยไม่มีทางได้ครองแผ่นดินผืนนี้ไปตลอดกาล 

ในยุคเข็ญอันวุ่นวายเช่นนี้ ควรจะเป็นโลกของบุรุษ 
ทัพหมื่นม้าถูกกุมอยู่ในมือ ขว้างศรีษะ อาบโลหิต ส่งเสริมวีรบุรุษ    
สตรี หากมีชาติตระกูลสูงส่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรวมอำนาจผ่านทางการสมรส  
หากมีความงามล่มเมือง ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นตำนาน
ที่จะปรากฏเพียงชั่ววูบแล้วดับสูญเคียงข้างวีรบุรุษผู้กล้าแห่งยุคเข็ญนี้  

มีเพียงป๋ายพิงถิงที่ยกเว้น สตรีซึ่งมีชาติตระกูลเป็นเพียงสาวใช้ หน้าตาก็ธรรมดานางนี้ 
กลับเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สี่แคว้นครั้งแล้วครั้งเล่า 
กุยเล่อ เป่ยม่อ ตงหลิน อวิ๋นฉาง ล้วนเกี่ยวพันกับนางอย่างแยกไม่ออกทั้งสิ้น 

---
ใต้หล้านี้มีเรื่องใดที่สมบูรณ์พร้อมไปทั้งสองฝ่าย
 ฉูเป่ยเจี๋ยได้เลือกหนึ่งในสองทางไปแล้ว

ไม่ว่าจะจนใจมากเพียงใด บาดแผลก็เกิดขึ้นแล้ว 
เมื่อมีบาดแผล หัวใจจะไม่เจ็บได้อย่างไร
ใครเป็นผู้กำหนดว่าใครต้องเคียงคู่กับใครไปตราบชั่วชีวิต 

ป๋ายพิงถิงก็เป็นเพียงสตรีผู้หนึ่งเท่านั้น ไยจึงจำเพาะเจาะจงต้องมาบังคับให้นางคำนึงถึงสถานการณ์ใหญ่ คำนึงถึงคุณธรรม  คำนึงถึงประเทศชาติประชาราษฏร์ 

ผู้ไร้เหตุผลทำแต่สิ่งไร้เหตุผลมาชั่วชีวิตก็ไม่มีผู้ใดไปว่ากล่าวตำหนิ
 แต่ผู้ที่ทำสิ่งใดอย่างมีเหตุผลมาโดยตลอด เกิดทำอะไรตามใจตัวเองเข้าในวันหนึ่ง 
กลับต้องถูกตำหนิอย่างแน่นอน  เรื่องราวในโลกมักจะไร้เหตุผลยิ่งเสียกว่าตัวมนุษย์เช่นนี้เอง 

นางยังคงรักฉูเป่ยเจี๋ยอยู่ เพราะรักอย่างลึกล้ำ แค้นจึงได้ลึกล้ำ

แค้นที่ฉูเป่ยเจี๋ยผิดสัญญา  แค้นที่ชะตาชีวิตของเขาและนางต่างเป็นเช่นเดียวกัน คือถูกคุณธรรมและสถานการณ์ใหญ่ควบคุมบังคับไปตลอดกาล ต้องทนรับความเจ็บปวดดั่งเฉือนเนื้อเถือกระดูกโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย   เบื้องหน้าคุณธรรมและสถานการณ์ใหญ่ การจะรักษาความรักอันบริสุทธิ์แม้เพียงเล็กน้อยเอาไว้ ช่างยากเย็นถึงเพียงนั้น   สิ่งที่หญิงสาวบอบบางคนนี้ต้องการ สิ่งที่นางปรารถนาโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดทั้งสิ้น  คือสิ่งซึ่งนางไม่มีทางที่จะได้มาไปตลอดกาล

ในเมื่อไม่มีทางได้มา ก็ละทิ้งไปเสียเถิด

ละทิ้งไปแล้ว ก็ให้หนีจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก หนีไปจากฉูเป่ยเจี๋ย  
หนีไปจากความอาฆาตแค้นระหว่างชาติบ้านเมือง ที่เป็นดั่งหนอนเกาะกินลึกอยู่ในกระดูก

บาดแผลทุกแผลที่เคยได้รับมาในสมรภูมิชั่วชีวิตนี้รวมกัน 
ยังไม่เจ็บปวดรวดร้าวมากเท่ากับความเจ็บปวด ที่ข่าวนี้นำพามาสู่ฉูเป่ยเจี๋ย

พิงถิงตั้งครรภ์แล้ว 

ในท้องอันบอบบางของนาง มีเลือดเนื้อเชื้อไขของเราสองคนก่อตัวอยู่แล้ว
พิงถิงซึ่งปวดร้าวใจถึงขีดสุดได้ถูกนำตัวไป โดยที่กำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่




กระบี่...คือพลัง

วีรบุรุษถือกระบี่ ความฮึกหาญประดังเปี่ยมล้น

ขอเพียงกระบี่อยู่ในมือ ก็ควรจะไร้ความหวาดกลัว มุ่งหน้าไปโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดทั้งสิ้น

อานุภาพกระบี่แหลมคม ทว่าหัวใจ..กลับยุ่งเหยิง
ไม่เพียงยุ่งเหยิง ทั้งยังเจ็บปวด  เจ็บถึงแก่นหัวใจ เจ็บแทบขาดใจ
หัวใจยิ่งเจ็บ ยิ่งต้องทน คมกระบี่ยิ่งเย็นเยียบ
ในส่วนลึกของราตรีอันเวิ้งว้าง  
ดั่งราวมีแสงไฟอันมืดหม่นเปล่งม่านหมอกมายาออกมาเป็นสาย
วนรอบร่างอันบอบบาง และรอยยิ้มอันอ่อนโยน

---
ทุกเวลานาที... เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากการจากไปของพิงถิง
ชายหนุ่มไม่สามารถบอกล่าวออกมาได้ ..วานี่เป็นความเจ็บปวดเช่นไร
 เป็นความสิ้นหวังและอับจนเช่นไร

กระบี่ของเขาเป็นที่หนึ่งในแผ่นดิน กองทัพของเขาบุกตะลุยไปทั่วหน้า
ทว่าหญิงสาวและความรักซึ่งบริสุทธิ์ที่สุดในชีวิตของเขา 
กลับกำลังสลายไปทีละน้อย...ทีละน้อย

คำสาบานตราบฟ้าดินสลายเบื้องหน้าดอกไม้ใต้จันทรานั้น  เมื่อมานึกย้อนในตอนนี้ค่อยทราบว่าได้สลักลึกลงในหัวใจ  พาให้หัวใจแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ  

เหตุใดจนถึงบัดนี้จึงค่อยทราบว่าพิงถิงพยายามมากถึงเพียงนี้ รู้สึกไม่มั่นคงมากถึงเพียงนี้ และฝากทั้งหมดของตัวเองไว้กับเขา โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใดทั้งสิ้นมากถึงเพียงนี้  

"ท่านอยู่ ข้าย่อมต้องอยู่ด้วย ท่านตาย ข้าก็ได้แต่ตายเป็นเพื่อนท่าน"

"ให้พิงถิงได้ติดตามฝ่าบาทไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว นับแต่นี้มีเกียรติ หรือเหยียดหยามสุดแท้แต่ฝ่าบาท เป็นหรือตายสุดแท้แต่ฝ่าบาท"

คำสาบายยังคงอยู่ ไม่มีคำลวงแม้แต่คำเดียว 
ทุกถ้อยคำล้วนจริงใจ ทุกถ้อยคำล้วนเป็นโลหิตและน้ำตา

-----

หากเพียงแต่รักจริง รักแท้ไม่แปรผัน .....

เหตุใดท่านถึงไม่มาอยู่ข้างกายข้า 

หากท่านมาปรากฏตัวต่อหน้าข้าในเวลานี้ ข้าขอสาบานต่ฟ้าดิน ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านไปตลอดกาล จะดีดพิณและร้องเพลงเพื่อท่าน ขอเพียงท่านจูงมือข้าแล้วพูดว่า  พิงถิง ข้ามาหาเจ้าแล้ว ข้าจะลืมทุกสิ่งให้หมด ลืมอดีต ลืมสงครามที่ไฟลุกท่วมนานนับวัน ลืมดวงจันทร์อันโหดเหี้ยมในวันหกค่ำนั้น

ข้าจะเก็บหัวใจที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นขึ้นมาทีละชิ้นๆ ขอเพียงท่านปรากฏตัวขึ้นในตอนนี้
ข้าอยากจะพบท่านมากเพียงใด ข้าอยากพบท่านเหลือเกิน
ท่านเคยบอกว่ารักข้าไม่ใช่หรือ?

ท่านเคยบอกว่าจะรีบกลับมาไม่ใช่หรือ? 
ข้าทุ่มเทสุดกายสุดใจ รอจนดวงจันทร์ของวันหกค่ำลอยขึ้นสู่ฟ้า
แต่กลับไม่ได้เห็นแม้แต่เงาของท่านกลับมา  

ข้าอยากพบท่าน อยากจะพบท่านเพียงแวบเดียวก็ยังดี แม้จะได้เห็นเพียงเงาของท่านก็ตามที

ท่านรู้หรือไม่ว่าในโลกนี้ไม่มีคำพูดใดจะสามารถบรรยายความสิ้นหวังของข้าได้ 
ท่านบอกว่าเรามาสาบานต่อจันทรา จะไม่ทรยศกันชั่วนิรันดร์
ไม่ทรยศกันได้หรือ?   จะไม่ทรยศกันชั่วนิรันดร์ได้จริงๆ หรือ?

"แค้นท่าน..."

ท้องฟ้าสีเทาทึมค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีดำอยู่ในส่วนลึกของดวงตา ท่ามกลางความเจ็บปวดจนแทบจะฉีกกระช่างรางกายออกเป็นชิ้นๆ พิงถิงได้ยินเสียงตัวเองร่ำไห้เสียงแหบเครืออย่างสิ้นเรี่ยวแรง

"ข้าแค้นท่าน! ข้าแค้นท่าน!"
"แค้นท่าน!  แค้นท่าน.."

นางใช้กำลังทั้งหมดที่มีร้องระบายออก จวบจนเมื่อจมดิ่งลงสู้ห้วงความมืดอันลึกล้ำ นางจึงค่อยรู้สึกได้อย่างเลือนรางว่าการแค้นคนผู้หนึ่ง ง่ายดายยิ่งกว่าการพยายามลืมคนผู้หนึ่งมากนัก 

----

ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นั่น จะรั้งเจ้าไว้ จะโอบกอดเจ้า จุมพิตเจ้า กล่าวขอโทษต่อเจ้า อ้อนวอนให้เจ้ายกโทษให้ ..เพื่อความคะนึงหาที่เคยใสกระจ่างดั่งสายน้ำของเราสอง การร้อยรัดผูกพันซึ่งอบอวลด้วยกลิ่นหอมกำซาบ เฝ้ารอคอยความรักซึ่งจักมั่นคงดั่งขุนเขา  

ข้าเข้าใจแล้วว่าสิ่งใดคือชั่วฟ้าดินสลาย สิ่งใดคือความแปรผันไม่แน่นอน
และสิ่งใดคือไม่ทรยศกันชั่วนิรันดร์ 

พิงถิงขอเจ้าได้โปรดชะงักเท้า อย่าได้ล่องลอยอย่างโดดเดี่ยวอีกเลย


ในยามนั้น  ฉูเป่ยเจี๋ย ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า การต้องอุ้มท้องเผชิญความทุกข์ยากแสนสาหัส ล้มลุกคลุกคลาน หลบหนีการไล่ล่า กระเสือกกระสนดิ้นรนจนชีวิตแทบดับดิ้น ก่อเกิดเป็นความแค้นล้ำลึกเพียงใดในหัวใจอันรวดร้าวของนาง

ผู้ที่ไม่สมควรทำให้โกรธมากที่สุดก็คือหญิงที่ตัวเองรัก
สตรีมักมีวิธีลงโทษบุรุษของตนอยู่ตลอดกาล
พวกนางยินดีที่จะทุ่มเทความคิดและจิตใจต่อชายที่ตนรักเพียงผู้เดียว
เหมือนที่พวกนางยินยอมหัวใจสลายเพราะชายที่ตนรักเพียงผู้เดียว

การเอาคืนนั้นหนักหนาสาหัส แค้นนี้ช่างล้างได้โหดนัก  

ฉูเป่ยเจี๋ยจึง..  ตายทั้งเป็น   

อนุชาแห่งราชัน หวางเยี่ยแห่งตงหลิน ยอดขุนพลพยัคฆ์เจิ้นเป่ยหวาง ผู้ซึ่งต้าหวางของทุกแคว้นล้วนต้องการกำจัดทิ้งอย่างยิ่งยวดง บัดนี้ไม่ต้องเปลืองแรง เพราะจอมทัพตงหลินผู้กระเดื่องเรืองนามสะท้านสะเทือนไปทั่วแผ่นดิน ได้ลืมกระบี่ ลืมสิ้นทุกสิ่ง ลืมตงหลิน เป่ยม่อ กุยเล่อ อวิ๋นฉาง ลืมอำนาจคุมทัพและราชบัลลังก์ ลืมเสียงโห่ร้องยินดีของทวยราษฏร์ ลืมความรุ่งโรจน์ทรงเกียรติยามขี่อาชานำชัยชนะหวนกลับมา 

ฉูเป่ยเจี๋ย  หัวใจตายดับดั่งเถ้าธุลี  และหายสาปสูญไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย

น่าเสียดายนัก ..ยอดขุนพลแห่งยุค ปณิธานฮึกหาญ สูงส่ง ยิ่งใหญ่ 
กลับต้องมาจบสิ้นลงเพราะความรักระหว่างหญิงชาย  
ถูกทำลายด้วยน้ำมือของเจ้า ...

กระบี่ซ้ายหลีฮุน เคยถูกทิ้งดั่งพรากวิญญาณ 

มาบัดนี้กระบี่ขวาเสินเวย ... สูญหายไปจากสมรภูมิ 

------

เสี่ยวจิ้งอานหวางเหอเสียกับองค์หญิงเย่าเทียนแห่งแคว้นอวิ๋นฉาง   

เจิ้นเป่ยหวางฉูเป่ยเจี๋ย กับ ป๋ายพิงถิง

ความรักของผู้ทรงศักดิ์  ช่างโศกเศร้าถึงเพียงนี้ ช่างรันทดถึงเพียงนี้ ช่างใจสลายถึงเพียงนี้
------

ฉางเสี้ยว    ...ลูกเอ๋ย เจ้ารู้จักเจิ้นเป่ยหวางหรือไม่    นามของเจิ้นเป่ยหวางคือฉูเป่ยเจี๋ย

เขาสามารถกวัดแกว่งกระบีอันหนักอึ้ง เขาสามารถเด็ดศีรษะแม่ทัพศัตรูจากใจกลางกองทัพหมื่นม้า เขามีพลังอำนาจที่จะสยบแผ่นดิน ผู้ซึ่งมีจิตคิดร้ายเพียงได้เห็นเขาก็ต้องสั่นสะท้าน  เขาเฉลียวฉลาด เด็ดขาดกล้าหาญ เด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นเป็นยอดขุนพลผู้ไร้ศัตรูในสมรภูมิ 

---

เหอเสียผู้สง่างามแห่งวังจิ้งอานหวางคนนั้น  ได้ผ่านชีวิตที่เคี่ยวกรำความอับจน ความขมขื่น หยามอัปยศ อยู่ใต้หนึ่งคน อยู่เหนือหมื่นคน ล้วนเป็นมายาน่าหลงใหล ผ่านพริบตาที่อำนาจอิทธิพลล้นฟ้าสิ้นสลาย บ้านแตกสาแหรกขาด พลัดพรากตกตาย  บุตรผยองแห่งสวรรค์ที่มีอันตกต่ำเป็นนักโทษกบฎหนีหัวซุกหัวซุนไปทั่วทุกทิศ  ทุ่มเทพยายามเท่าไรจึงได้มาเป็นพระชามาดาแห่งแคว้นอวิ๋นฉาง ถึงกระนั้นก็ยังต้องต่อสู้กับอำนาจอิทธิพล ถูกกดขี่ กลั่นแกล้งรังแกจนแทบโงหัวไม่ขึ้น บนเส้นทางขรุขระ ลุ่มๆ ดอนๆ ที่ล้มลุกคลุกคลานผ่านมาด้วยความยากเข็ญนั้น 

เหอเสียได้  บทเรียน ... มากจนเกินพอ  ที่จะแปรเปลี่ยนเป็นคนหัวใจไร้คุณธรรม

ไม่มีอำนาจใดจะสูงไปกว่า อำนาจประมุขแห่งแคว้น  ...
จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า จะต้องเหี้ยมเกรียม..อำมหิต

ผู้ยิ่งใหญ่มักเดียวดาย ยิ่งสูงส่ง....ยิ่งโดดเดี่ยว
เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของเหอเสีย  หลงเหลือเพียงความอ้างว้างว่างเปล่า

---

เสียงอาชาศึกดังกึกก้องทั่วผืนฟ้าของสี่แคว้น ผู้ชนะอวดอำนาจประกาศศักดา 
เข่นฆ่าอย่างกำแหงหาญ ผู้พ่ายแพ้ดาบกระบี่ปักใส่ร่าง ตกตายโดยไร้ซากสมบูรณ์ 

ทวยราษฏ์อกสั่นขวัญแขวน สิ้นหวังหมดหนทางจะใช้ชีวิตรอดในภาวะสงครามอันปั่นป่วน

ความรัก ความแค้น ผูกเงื่อนปมแผนร้ายเล่ห์ลวง โยงใยเกี่ยวพันภายใจราชสำนักสี่แผ่นดิน 

ในยามนี้ เมื่อจอมมารไร้ผู้ต่อกร  ก็ดั่งไร้สิ้นขวากหนาม  บ้านเมืองถูกย่ำยีในกลียุค 
ความเดือดร้อนทุกเข็ญแผ่ลามครอบคลุมไปทุกหัวระแหง

---

ธงผืนแพรบังตะวัน กองทัพอันเหิมเกริมออกเคลื่อนพลสู่แผ่นดินอันกว้างใหญ่
คมอาวุธหลายแสนกรีดเปิดชายแดนเข้าสู่ เป่ยม่อ กุยเล่อ ตงหลิน
มีเหอเสียเทพสงครามอยู่  ย่อมไม่มีที่ใดที่เหยียบย่างไปไม่ถึง 
เข่นฆ่าอย่างเหี้ยมโหดไร้ความปราณี   ผืนดินโชลมเลือด...  

ทวยราษฎร์ถูกเหยียบย่ำอยู่ภายใต้กีบเท้าม้า 
ขุนนางน้อยใหญ่  เชื้อสายราชวงศ์ถูกกำจัดสิ้น  

สูญแผ่นดิน  สิ้นแคว้น  ชาติล่มสลาย
----

องอาจ แข็งกร้าว อหังการ หยิ่งผยอง  

ผู้ที่ขัดขวางเหอเสียได้  เกรงว่าทั่วหล้านี้จะมีอยู่เพียงคนเดียว 

เจิ้นเป่ยหวางแห่งตงหลิน ฉูเป่ยเจี๋ย

รัชทายาทแห่งบัลลังก์ตงหลินผู้นี้ ยอดขุนพลเรืองนามในสมรภูมิผู้เป็นที่นับถือไปทั่วหล้าผู้นี้  บุรุษผู้ซึ่งต้าหวางของทุกแคว้น ต่างกริ่งเกรงระแวดระวังอย่างลึกล้ำ  กลับมาหายสาปสูญไปในช่วงเวลานี้ที่กองทัพอวิ๋นฉางกำลังเข่นฆ่าอาละวาดไปทั่วแผ่นดิน

"คนผู้นั้นหายไปโดยไม่ทราบร่องรอยจริงๆ หรือ"

สำหรับลูกหลานชาวตงหลินทั้งหมด สัญลักษณ์แห่งราชวงศ์ได้สูญสลายไปในเปลวเพลิงกลายเป็นเถ้าถ่าน  ผู้เคยใช้แผนลวงเล่ห์กล  บัดนี้ได้สำนึกแล้วว่า เหตุใดทั่วหล้าจึงมองว่าเจิ้นเป่ยหวางเป็นสมบัติล้ำค่ามิอาจประเมิน ทหารตงหลินเพียงเอ่ยนามเจิ้นเป่ยหวาง ใบหน้าจะปรากฏประกายลำพองและภาคภูมิ   ...สายไปเสียแล้วใช่หรือไม่  เจิ้นเป่ยหวางผู้ให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างมหาศาลมาสูญหายไป  ยังจะฝากความหวังไว้กับใครได้อีก ชาวตงหลินสิ้นหวังแล้ว

ความโชคร้ายเหล่านี้เริ่มต้นที่ใดหนอ 

แผนการร้ายแผนแล้วแผนเล่าโยงใยเป็นลูกโซ่ 
ทีละก้าวๆ ที่ทำให้ฉูเป่ยเจี๋ยสูญเสียป๋ายพิงถิง  
ทำให้ตงหลินสูญเสียฉูเป่ยเจี๋ย  

 สุดท้ายลบร่องรอยตงหลินออกไปจากแผนที่  
---

ป๋ายพิงถิงเอย  จึงลืมตาขึ้นมองกลียุคนี้เถิด
ความโชคร้ายทั้งมวลที่เจ้าต้องประสบ ข้ายินดีใช้ความโชคร้ายในชีวิตของข้าสิบชาติมาชดใช้
แต่ขอให้เจ้าโปรดเมตตา  คืนเจิ้นเป่ยหว่างมาให้พวกเรา เพื่อทวยราษฎร์ที่ไร้ความผิดเหล่านี้
เขาได้กลายเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของแผ่นดินนี้ไปแล้ว

---

ในกลียุคที่บ้านเมืองหายใจไม่ออก ผู้คนต่างต้องการเศษเสี้ยวแห่งความหวังอย่างเหลือเกิน

สองยอดขุนพลเรืองนามแห่งแผ่นดิน หนึ่งเป็นของอวิ๋นฉาง หนึ่งเป็นของตงหลิน
แต่เป่ยม่อใช่ว่าจะไม่มีใครเลย  เป่ยม่อมีวีรบุรุษมีลูกผู้ชายกระดูกเหล็กที่เลือดร้อนระอุ 

เจออิ๋น อดีตยอดขุนทัพแห่งแคว้น ผู้ให้สัตย์สัญญาต่อหยางเฟิ่งยอดภรรยา จะหลบเร้นกายไม่ข้องเกี่ยวกับอำนาจราชสำนัก การเมือง ความขัดแย้งระหว่างชาติ .. ที่สุดแล้ว มิอาจไม่ผิดคำสัตย์ของตัวเอง บ้านเมืองเกิดกลียุค จะมีทีใดสงบสุขให้เร้นกายได้อีกเล่า  กระบี่ควรคืนสู่มือหรือไม่ เขาต้องตัดสินใจแล้ว

ท่ามกลางความอกสั่นขวัญแขวนระส่ำระสาย 
สรรพชีวิตทั่วหล้าโชคร้ายได้รู้เห็นการประหัตประหาร
 การปกครองอันโหดเหี้ยม การรีดนาทาเร้น 
และโชคดีได้รู้ผู้มีโลหิตร้อนระอุและวิญญาณแห่งวีรบุรุษ 

กระบี่เสินเวย เคยเรืองนามสะท้านแผ่นดิน ยังคงทอดตัวนิ่งสงบเพราะไร้ซึ่งคนกวัดแกว่าง

"ข้าจะละทิ้งอารมณ์แค้นโง่ๆ เหล่่านี้ แล้วไปตามหาตัวชายที่ข้ารัก พ่อของลูกข้ากลับคืนมา ข้าต้องการให้เขามารักข้า คุ้มครองข้า ให้ข้ากับลูกไม่ต้องพบกับการถูกรังแกและบีบบังคับคุกคามเช่นนี้อีกไปตลอดกาล ไม่ต้องทนเห็นเรื่องโหดร้ายเช่นนี้อีกไปตลอดการ"

"ขอแค่เขายังคงมีชีวิตอยู่ ข้าก็สามารถตามหาเขาพบได้"

---

กระบี่เสินเวย ถูกโอบกอดไว้ในอ้อมอก

ด้วยมือของคนผู้นั้น กระบี่เล่มนี้จะกวาดล้างกลียุค  รวมสี่แคว้นเป็นหนึ่งเดียว

ทั่วแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล หากจะมีผู้ใดที่สามารถคืนวิญญาณพลิกฟื้นชีวิตฉูเป่ยเจี๋ยขึ้นมาจากความสิ้นหวังได้ ก็มีอยู่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

ป๋ายพิงถิง ผู้หวนคืน จะปลุกความฮึกหาญของเขาให้ลุกโชน

ความปรารถนาของนาง เขาย่อมจะต้องยินดีมอบให้ 

การมอบแผ่นดินสันติให้ภรรยาสามารถผ่านวันเวลาอย่างสงบสุข
เป็นสิ่งที่บุรุษทุกคนควรกระทำอยู่แล้วมิใช่หรือ  

เขาจะต้องยินยอม...พิชิตแผ่นดินมอบปาฏิหารย์กลับคืนสู่โลกใบนี้ 

นี่คือกระบี่ของเจิ้นเป่ยหวาง ขอเพียงได้คืนสู่มือเจ้าของ

เมื่อกระบี่หลุดจากฝักแผ่นดินจะสะท้านสะเทือน 



เหอเสียได้กลายเป็นจอมมาร   ฉูเป่ยเจี๋ย จอมทัพผู้เกรียงไกรหวนคืนสู่สมรภูมิ

เป่ยม่อ ตงหลิน กุยเล่อ อวิ๋นฉาง...
แผ่นดินผืนนี้ได้ดูกินโลหิตไปมากมายเท่าใด 
จึงได้ก่อเกิดเป็นขุนเขาและสายน้ำอันงดงามไร้ทัดเทียมเช่นนี้ 

เสี่ยงจิ้งอานหวาง...เพราะเหตุใดกัน 
วิญญาณอันหาญกล้ามากมายเท่าใด  ที่ต้องมาตกตายระหว่างผืนฟ้าและแผ่นดินนี้
ยังมีความอ่อนโยนของท่าน ความสง่างามของท่าน 
และรอยยิ้มประดุจสายลมในวันวานของท่านเล่า ถูกฝังอยู่ที่ใดเสียแล้ว 
อาณาจักรซึ่งย้อมสร้างขึ้นด้วยโลหิตแห่งนี้ ท่านจะช่วงชิงมาทำอะไร 


หลังจากกุยเล่อ ตงหลิน เป่ยม่อ อวิ๋นฉาง ตกอยู่ในกำมือของ "เสี่ยวจิ้งอานหวางเหอเสีย" 
ชะตากรรมของทั้งสี่แคว้นล้วนมิอาจคาดเดาได้ ทั่วหล้าต่างอกสั่นขวัญแขวนด้วยไฟสงคราม
ราษฎรถูกกดขี่ข่มเหงอย่างแสนสาหัส  บ้านเมืองปั่นป่วนเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า แผนการของป๋ายพิงถิงและฉูเป่ยเจี๋ยจะสามารถต่อกรกับเหอเสียได้อย่างไร เมื่อพวกเขามีกำลังพลเพียงแค่หยิบมือเดียว การต่อสู้ในครั้งนี้ ใครเล่าจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง  
เรื่องราวของความรักความแค้นอันแสนประทับใจ ได้มาถึงบทสรุปแล้วในที่สุด 

องค์หญิงเย่าเทียน  ท่านคือผู้เป็นปณิธานแห่งข้า มงกุฏราชินีที่ข้ารับปากท่านไว้ 

มงกุฎราชินีที่ข้าใช้ช่างฝีมือดีเลิศที่สุดกับอัญมณีงดงามที่สุดในแผ่นดิน 

ทำขึ้นมาเพื่อภรรยาของข้า 

----

เหอเสีย เสี่ยวจิ้งอานหวาน พระชามาดาแห่งอวิ๋นฉาง ทรราชผู้ทำลายล้างทั้งสี่แคว้น   

นายน้อย...ชายหนุ่มผู้ซึ่งเคยองอาจสง่างาม ดวงตาทอประกายคมกล้าทรงอำนาจ 
บัดนี้กลับมีแววตาอันเจ็บปวดรวดร้าว  ความปวดร้าวอย่างอ้างว้าง
 ความปวดร้าวที่ไม่อาจหาทางออกได้พบ  นั่นคือความปวดร้าวที่จวบจนวันตายจึงจบสิ้น 

----

"พื้นฐานของแคว้นแต่เดิมล้วนคือคน"

"แคว้นสูงค่าแล้วคนไม่มีค่าหรือไร  เมื่อไม่มีทวยราษฎร์ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ตงหลินก็คงอยู่แต่เพียงชื่อ  หากความจริงได้ล่มสลายไปแล้ว  เจิ้นเป่ยหวาง จงทำตามที่คิดอย่างเต็มที่เถิด"

"ไปเถิด...จงสงบกลียุค ทำให้ชีวิตผู้คนไม่ต้องถูกย่ำยีอีกต่อไป คืนความสงบสุขให้แก่แผ่นดิน"

"จะสามัญชนก็ดี ราชนิกุลก็ดี ให้ทุกคนจดจำเอาไว้ว่า ในเมื่อมีบุญได้เกิดมาเป็นคน ก็ควรจะรู้ว่าตนนั้นมีคุณค่าในการมีชีวิต และควรที่จะรู้ว่าตนหาใช่มดปลวกสำหรับให้ใครมาเหยียบย่ำ"

สภาพการณ์ที่สี่แผ่นดินจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
ราชาที่ทั่วหล้าต่างยอมรับ ยังจะมีผู้ใดอีกเล่าที่มีคุณสมบัติขึ้นสู่ที่สูง
เรียกร้องระดมพล ทำการใหญ่ให้สำเร็จ 

หวงตี้ ฉูเป่ยเจี๋ย จึงขึ้นครองราชย์ เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ถิง
มีหวงโฮว่เหนียงเหนี่ยงพิงถิง ครองคู่..เป็นจอมนางคู่บัลลังก์ 
ปกครองสร้างสันติสุขให้แผ่นดินอาณาจักรต้าถิงอันยิ่งใหญ่
ชีวิตทวยราษฎร์ค่อยๆ อยู่เย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรือง

ผ่านวันเวลาที่สวมอาภรณ์แพรพรรณงดงาม ขับขี่อาชาท่องทะยาน ตั้งประจันสามทัพ
ช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังยามเมื่อยอดพิณแห่งหล้าแหลกสลายเป็นเถ้าธุลี
ช่วงเวลาที่หาญกล้าลืมสิ้นความแคว้นและพิโรธดาลเดือดหมายกลืนสิ้นแผ่นดิน
ช่วงเวลาอันระบืบลือลั่นที่แม้แต่ผู้เล่าเรื่องนับหมื่น
ก็มิอาจบรรยายความรู้สึกของความรักที่แฝงเร้นอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นได้

ตะวันลาลับภูประจิม จันทราใกล้เผยโฉมอีกครา

พวกเราเคยสาบานต่อจันทรา จะไม่ทรยศกันชั่วนิรันดร์

ความรักลึกล้ำถึงเพียงนี้ สุดที่ท่านแลข้าจักตัดสิน

ชั่วชีวิตนี้ยากยิ่งจะทรยศได้

บางทีเราสอง อาจไม่เคยทรยศต่อกันจริงๆ ก็เป็นได้ 



Create Date : 06 กรกฎาคม 2558
Last Update : 11 กันยายน 2558 22:28:38 น. 5 comments
Counter : 804 Pageviews.

 
2 เล่มหลัง คู่ของคุณน้องสาวใช้น่ารักนะ


โดย: Prophet_Doll วันที่: 6 กรกฎาคม 2558 เวลา:13:41:57 น.  

 
เฮ้ออ....อ่านรีวิว คุณprysang สอง Blog ติด ๆ แล้วชักอยากไปหยิบเรื่องนี้มาอ่านอีกสักรอบ


โดย: Serverlus วันที่: 6 กรกฎาคม 2558 เวลา:18:30:12 น.  

 
ปกสวยอีกแล้วครับ


โดย: PZOBRIAN วันที่: 7 กรกฎาคม 2558 เวลา:0:23:43 น.  

 
สั่งเรื่องนี้แต่ฉบับเปลี่ยนคนแปลไปแล้วค่ะ

รอเค้านะ จอมนางคู่บัลลังก์เจ้าเอย


โดย: ออโอ วันที่: 8 กรกฎาคม 2558 เวลา:21:17:15 น.  

 
เข้ามาชื่นชมปก


โดย: kunaom วันที่: 10 กรกฎาคม 2558 เวลา:0:09:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 96 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.