Group Blog
 
All blogs
 
อิซากะ โคทาโร : ไม้บรรทัดของยมทูต_ความตายที่มาพร้อมกับไออุ่น




คำโปรย

(ปกหน้า)

เรื่องราวของยมทูตหนุ่ม
ผู้ปรากฏตัวในวันฝนพรำ
เพื่อชี้ชะตาชีวิมนุษย์
ผลงานแนวแฟนตาซีพร้อมไออุ่น
ที่ได้รับการสร้างเป็นภาพยนต์มาแล้ว

(ปกหลัง)

ผมชื่อชิบะ ถูกส่งมายังโลกเพื่อประเมินความตายของมนุษย์
แค่เข้าตีสนิทเป้าหมาย พบปะพูดคุยเล็กน้อยเพื่อเก็บข้อมูล
ก่อนตัดสินใจ 'รับไว้' หรือ 'ปล่อย' ภายในเวลา 7 วัน
งานแสนง่ายดาย มีอิสระ แถมเหลือเวลาให้ยืนฟังเพลงในร้านซีดีโปรด
ส่วนเรื่องความตายของมนุษย์
ใครจะอยู่หรือสิ้นใจไม่มีความหมายสักนิด
เพราะสิ่งที่ยมทูตอย่างพวกผมทำ
...เป็นแค่หน้าที่

ผลงานแนวแฟนตาซีจากนักเขียนชื่อดัง
เจ้าของรางวัลโยชิกาวา เอจิ รางวัลฮนยา รางวัลยามาโมโตะ ชูโคโร และอีกมากมาย

>>>>>>>>><<<<<<<<<<


มันอาจจะมีหลายๆ เหตุผลที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ขายได้ นักเขียนมีผลงานเป็นที่รู้จัก มีชื่อเสียง เป็นนักเขียนมือรางวัล และผลงานเคยถูกนำไปสร้างภาพยนตร์ ซึ่งนั่นไม่สำคัญหรอก เพราะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น แต่ที่ซื้อหนังสือเล่มนี้มา มันมีอยู่แค่เหตุผลเดียว

ชื่อเรื่องมันเท่

“คุณคิดอย่างไรกับความตาย”

“เธอไม่ใช่มนุษย์สินะ”

นี่ก็เป็นตัวอย่างประโยคเท่ๆ จากหนังสือเล่มนี้ที่มีชื่อเท่ๆ ว่า 'ไม้บรรทัดของยมทูต'

เขียนโดย อิซากะ โคทาโร (ไม่รู้จัก)
แปลโดย ฐิติพงศ์ ศิริรัตน์อัสดร (ไม่รู้จักอีกเช่นกัน)

แต่ที่รู้จักอย่างหนึ่งคือ การมองโลกอย่างซื่อตรงของยมทูต อันเป็นเสน่ห์ตรึงใจเหมือนอย่างในหนังสือเรื่อง The Book Thief จอมโจรหนังสือ ( ชื่อนี้ก็เท่เหมือนกัน) จึงอดไม่ได้ที่จะสนใจเรื่องของยมทูตชิบะในเรื่องไม้บรรทัดของยมทูตนี้ด้วยเช่นกัน

เพื่อจะยืนยันแก่ตนเองว่าไม่ได้จะแสดงความคิดเห็นต่อหนังสือเรื่องนี้เพราะรู้สึกคล้อยตามคำนำสำนักพิมพ์ ขอเอ่ยถึงการอ่านหนังสือหลายเล่มของ นิโคลัส สปาร์ก ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อโรมานซ์และหลายเรื่องก็ได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ทุกครั้งที่ตกลงใจซื้อหนังสือของนิโคลัส ก็เพราะคำนิยมจากใครๆ ที่มักจะโปรยไว้ที่ปกหลังของหนังสือ แม้อ่านแล้วจะปฏิเสธไม่ได้ว่านิโคลัสเขียนนิยายได้ดีมากจริงๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นให้ตัวเองเกิดความดื่มด่ำ หรือลึกซึ้งตรึงใจอย่างที่ใครๆ ให้คำนิยมไว้ แต่ก็ยังคาดหวังกับคำโปรยเหล่านั้นเล่มแล้วเล่มเล่า ไม่ใช่ไม่เข็ดหรอกนะคะ แต่เพราะ “ไม่ลึกซึ้งกินใจ” ไม่ได้หมายความว่า “ไม่น่าสนใจ” หรือ “ไม่มีดี” เพราะขนาดไม่ลึกซึ้งตรึงใจ มันก็ยังดีกว่าของใครๆ เรื่องอื่นๆ

ไม้บรรทัดของยมทูต ไม่มีคำนิยมอะไรให้เห็น จนกว่าจะเปิดมาเจอคำนำสำนักพิมพ์ และก็เห็นด้วยอย่างจริงใจแท้จริง

ขอคัดลอกคำนำสำนักพิมพ์มาบางส่วนดังนี้

เป็นผลงานจากปลายปากกาของ อิซากะ โคทาโร่ นักเขียนรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงไฟแรง แต่ยัง “แนว” ทั้งตัวตนและงานเขียน

ผลงานของเขามักสอดแทรกอารมณ์เสียดสีเจ็บๆ คันๆ และเป็นที่กล่าวขวัญว่ามีชั้นเชิง เท่ และมีสไตล์

แม้เรื่องราวในนิยายเรื่องนี้จะถูกแบ่งเป็นตอนสั้น แต่อิซากะกลับถ่ายทอดอย่างมีชั้นเชิง จนได้รสชาติกลมกล่อมลงตัว ทั้งหกตอนในเล่มเป็นเรื่องราวมนุษย์แต่ละคน แต่ผูกโยงเข้าเป็นหนึ่งเดียว โดยมี “ชิบะ” เข้าไปตรวจสอบชีวิตบุคคลนั้นๆ และ “ความตาย” ที่กำลังจะมาเยือนเป้าหมายเป็นสื่อกลาง



ใช่แล้วค่ะ เรากำลังจะเอ่ยถึงเรื่องราวของยมทูต

“ชิบะ” ยมทูตแห่งความตายที่เป็นตัวเอกหรือพระเอกของเรื่อง ชิบะผู้เฉยเมิน เย็นชา ไม่เคยแยแสกับความตายของมนุษย์

“เป้าหมาย” คือหนึ่งชีวิตมนุษย์ที่โลดแล่น ชีวิตที่ถูกกำหนดให้มีโอกาสตาย ซึ่งยมทูตจะต้องทำการ ‘ตรวจสอบ’ เพื่อเป็นข้อมูลตัดสินว่าเขาหรือเธอคนนั้นสมควร ‘รับไว้’ เพื่อส่งสู่โลกหน้า หรือ ‘ปล่อย’ ให้มีชีวิตอยู่ต่อไป

“มุมมองต่อความตาย” ที่เป้าหมายรู้สึก และยมทูตที่เรียนรู้สิ่งใหม่จากมนุษย์อยู่เสมอ

จินตนาการสุด ‘แนว’ ที่ทำให้ยมทูต กลายเป็น ‘การมีอยู่’ อย่างสุดเท่ ปลอมแปลงปะปนอยู่ในโลกมนุษย์เพื่อ ‘ทำงาน’

ยมทูต สิ่งมีชีวิตหรือเปล่าไม่รู้ แต่มีตัวตนอยู่ อย่างธรรมดา และเจ้าหน้าที่ยมทูตก็มีอยู่หลายประเภท ทั้งพวกที่ไม่สนใจเป้าหมาย และที่ยืนยันว่า ไหนๆ ฝ่ายนั้นต้องตายอยู่แล้ว ควรมอบความสุขให้ก่อนจะถึงวาระสุดท้าย ด้วยการสนองตอบความปรารถนาของเป้าหมาย ทำงานก็มีทั้งประเภทที่จริงจัง ทำแบบขอไปที ขี้เกียจบ้าง สะเพร่าบ้าง เกลียดรถติด และรักเสียงเพลง

กฎของยมทูต ห้ามสัมผัสแตะต้องตัวมนุษย์ด้วยมือเปล่า เพราะเมื่อมนุษย์ถูกยมทูตสัมผัสจะหมดสติและอายุสั้นลงหนึ่งปี

ผมไม่เข้าใจหรอกว่าช่วงหนึ่งปีสำหรับคนผู้นั้นสัญแค่ไหน

งานของยมทูตคงมีมากมายหลายอย่างที่ผู้เขียนไม่ได้เขียนถึงทั้งระบบเพื่อให้เกิดความเข้าใจทั้งระบบ เพราะแม้แต่ชิบะเองก็ไม่สนใจระบบ แต่ทำงานตามหน้าที่ของตนเอง ในที่นี้มีให้รับรู้การมีอยู่ของแผนกข้อมูล มีหน้าที่คัดเลือกและหาข้อมูลของมนุษย์เพื่อสมควรตาย จากนั้นแผนกตรวจสอบจะใช้ข้อมูลนั้นเป็นพื้นฐานในการตรวจสอบวัดผล ชิบะเป็นยมทูตแผนกตรวจสอบ ที่ชิบะทำ คือการ ‘หาข้อมูล’ การหาข้อมูลคือการเข้าหาเป้าหมายก่อนถึงกำหนดหนึ่งสัปดาห์ พูดคุยกันสองสามครั้งกับเป้าหมาย แล้วทำการประเมิน เพื่อเขียนรายงาน ‘รับไว้’ หรือ ‘ปล่อย’ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของยมทูตแต่ละตน จะว่าไปการหาข้อมูลนั้นเหมือนการทำแค่พอเป็นพิธี เพราะถ้าไม่มีอะไรพิเศษก็จะรายงานว่า ‘รับไว้’ ยมทูตบางตนไม่ได้ทำการตรวจสอบเลยด้วยซ้ำ เพราะถึงทำสุดท้ายก็รายงานว่า ‘รับไว้’ อยู่ดี

แต่ยมทูตชิบะนั้นจริงจังและต้องตรวจสอบให้ดีให้แน่ใจก่อนรายงาน
ยมทูตจะรับข้อมูลจากแผนกข้อมูลที่จะให้เท่าที่อยากให้ เล็กน้อยเท่านั้น เว้นแต่จะซักไซ้ถามเอง ซึ่งความจริงข้อมูลมากหรือน้อยก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน จากนั้นคือการพบกับเป้าหมาย ประเมินและส่งรายงานไปยังแผนกที่รับผิดชอบ หาก ‘รับไว้’ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้น) แผนกที่ว่าก็จะจัดการให้เป้าหมายได้พบกับ ‘ความตาย’ โดยยมทูตก็จะรอดูเป้าหมายตายให้เรียบร้อยก่อน จึงจะถือว่างานเสร็จสมบูรณ์ งานหาข้อมูลนี้ต้องทำภายใน 7 วัน นั่นหมายความว่า ถ้า ‘รับไว้’ เป้าหมายจะถูกจัดให้ตายในวันที่ 8

เสน่ห์ความเท่ของยมทูต ไม่ใช่แค่การเป็นผู้ตัดสินชี้ชะตาหรือจัดตายให้แก่มนุษย์เพื่อสร้างภาวะ ‘สมดุล’ ของโลกเท่านั้น แต่เท่ในความซื่อตรงตามแบบของยมทูตที่ไม่อาจจะเข้าใจความความคิด การกระทำ หรือ ภาษาพูดที่ซับซ้อนของมนุษย์ได้ สิ่งหนึ่งที่ยมทูตญี่ปุ่นในเรื่องนี้เหมือนกับยมทูตฝรั่งใน The Book Thief คือการถ่ายทอดความคิดของยมทูตที่สายตามองผ่านพฤติกรรมของมนุษย์ มันคือวิธีที่ผู้เขียนใช้เสียดสีพฤติกรรมมนุษย์ดีๆ นี่เอง

“แต่อย่าคิดว่าพายุนี่หวานหมูมันอาจยาวนานกว่าที่คิดก็ได้นะ”
“หวาน?” “พายุมีรสหวานด้วยหรือครับ”

(นี่คือความข้องใจของยมทูตอย่างหนึ่ง เพราะยมทูตจะไม่ค่อยเข้าใจภาษาศัพท์สำนวนที่ความหมายมันไม่ตรงตัวลักษณะนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยมทูตนี่น่ารักจริงๆ เลยค่ะ)

“พูดเป็นนามธรรมฟังยาก” มนุษย์แปลกประหลาดเพราะสื่อสารกันด้วยคำพูดแบบนี้

โดยส่วนใหญ่ ไม่มีสิ่งใดไร้ความน่าเชื่อถือเท่าคำอธิบายของมนุษย์อีกแล้ว

ผมไม่ใช่มนุษย์ ผมตื่นตลอดเวลา น่าเสียดายที่บอกความจริงไม่ได้

ผมไม่รับรู้รสชาติอาหาร และไม่จำเป็นต้องได้รับสารอาหารด้วย แต่แม้จะไม่สนใจเรื่องกิน ผมจัดการอาหารสำหรับสองคนจนเรียบ

อาจฟังเหมือนเอาใจใส่ แต่ความจริงผมแค่ลองพูดประโยคที่บ่งบอกอะไรไม่ได้เลย คำพูดไร้แก่นสารมักมีไว้กลบเกลื่อนช่องว่างในบทสนทนา พวกมนุษย์ชอบใช้วิธีนี้กัน

ผมประหลาดใจ ไม่คิดว่าเพื่อนร่วมงานจะสนใจความตายของมนุษย์ ซึ่งอย่างน้อยผมก็ไม่สน

แผนกข้อมูลขอบทำตัวเขี้ยวลากดิน ไม่เกรงใจคนอื่น คล้ายพวกมนุษย์เลยว่าไหม

ผมไม่เคยเจอพวกมนุษย์ที่มีคำตอบให้ตัวเองมาก่อนเลย

โดยส่วนตัวผมคิดว่าการกระทำส่วนใหญ่ของมนุษย์ไร้เหตุผลอยู่แล้ว

มนุษย์มักเข้าใจผิดกันด้วยเรื่องงี่เง่า

ไม่รู้ทำไมพวกมนุษย์ชอบหาข้อต่างในเรื่องน่าเบื่อเพื่อให้ตัวเองรู้สึกเหนือกว่า เป็นกันแบบนี้ตั้งแต่เด็กคงสายเกินแก้

ผมอดประทับใจอีกไม่ได้ มนุษย์มักสนใจว่าคนอื่นคิดอย่างไรกับตน สิ่งมีชีวิตประเภทนี้มีอยู่ไม่มาก

แม้ท่ามกลางความมืดของรัตติกาล ผมยังหลงเฝ้ามองหิมะสีขาวตกต่อเนื่องอย่างดื้อรั้นและมุ่งมั่น ผมคิดว่าทิวทัศน์ควรมีสีเดียว จะเป็นขาวหรือดำ โลกมนุษย์มีสีสันมากเกินไป

ความจริงผมไม่รู้ว่ามนุษย์คนนั้นถูกเลือกด้วยเงื่อนไขอะไรและไม่เคยสนใจด้วย

ในหมู่เพื่อนร่วมงานมีบางคนให้บริการพิเศษแก่มนุษย์ผู้ใกล้ถึงความตาย แต่ผมไม่ใจดีขนาดนั้น


นี่ล่ะค่ะคือตัวอย่างความเท่ความน่ารักของยมทูต ที่รับรู้และค่อนข้างไร้ความรู้สึก ยมทูตที่ถูกกำหนดให้มีสภาพเป็นมนุษย์อาจะเป็นคนแก่ เป็นวัยกลางคน เป็นคนหนุ่มสาว หน้าตาธรรมดา หรือดูดี ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่พวกเขาต้องเข้าไปตีสนิท มนุษย์อาจไม่รู้ว่ายมทูตมีตัวตน แต่บางครั้งพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเยือก ความหดหู่ และความแปลกที่อธิบายไม่ได้ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นบรรยากาศของความตายที่กระจายอยู่รอบๆ ตัวยมทูตนั่นเอง
ชิบะผู้เย็นชา แต่ว่าเป็นนักเรียนรู้ และเขาน่ารักมากกกกกก

สิ่งหนึ่งที่ยมทูตชิบะแตกต่างไม่เหมือนใคร เขาไม่เคยเห็นดวงตะวัน ไม่เคยเห็นท้องฟ้าสดใส เพราะเมื่อไหร่ที่ชิบะออกทำงาน เมื่อนั้นอากาศจะแย่อยู่ร่ำไป

"เห็นว่าเวลานายทำงาน อากาศแย่ตลอด" เขาพูด "ขนาดในแผนกตรวจสอบยังเลื่องลือกันเลย"

"ประมาณนั้นแหละ"

"ฉันได้ยินว่านายไม่เคยเห็นท้องฟ้าแจ่มใสสักครั้ง จริงหรือเปล่า"

ผมยักไหล่ "ประมาณนั้นแหละ"

สำหรับชิบะ สิ่งเลวร้ายที่มนุษย์สร้างขึ้นคือรถติด และสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์มีคือเสียงเพลง ยมทูตทุกตนรักเสียงเพลง พวกเขาจะพักผ่อนหย่อนใจด้วยการฟังเพลงในร้านซีดี ถ้าเป็นที่ร้านขายซีดีเพลงล่ะก็ ยมทูตจะพบเพื่อนเร่วมงานที่นั่นเสมอ ส่วนพวกทูตสวรรค์นั้นชอบหนังสือ และพวกเขาจะพบเจอกันตามห้องสมุด

ในการอ่านหนังสือ จินตนาการของตัวละครไม่ค่อยได้ออกมาเป็นรูปร่างหน้าตาที่ชัดเจนหรอกค่ะ แต่ก็มีบางครั้งที่ผุดออกมาเป็นหน้าตาแบบเฉพาะเจาะจง อย่างนิยายแปลฝรั่ง ก็มีบางครั้งที่อ่านแล้ว เห็นเป็นหน้า แอน แฮทธาเวย์ (Amagedon , Lord of the ring, Love & other drugs ฯลฯ) เบรค ไลฟ์ลี ( เซเรน่า Gossip Girl) แอมเบอร์ เฮิร์ด (The ward , Drive angry) ไม้บรรทัดของยมทูตก็ไม่ได้มีจินตนาการออกมเป็นใครโต้งๆ แต่มีอยู่สองตอนเมื่อ ชิบะ ต้องมีร่างเป็นชายหนุ่มอายุ 22 ปี และ 25 ปี (ถ้าจำไม่ผิด) อ่านแล้วมันผุดออกมาเป็นใบหน้าของซุปตาร์ที่รู้จัก และซุปตาร์ที่ได้รับเกียรตินี้ได้แก่ ...ของ คาเมนาชิ คาซึยะ (คาเมะ) อาจเป็นเพราะซีรีส์เรื่องล่าสุดคาเมะรับบทบาทเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่คนด้วย หล่อเหลา ดวงตาเฉยสงบ แลดูหนาวเย็น



เข้าใจอารมณ์ของพวกที่ทำหน้าที่แคสติ้งละครเลย เหมือนอ่านบทแล้วภาพมันออกมาว่า น‘ใคร?’ เพราะละครเรื่องที่ไม่ใช่คนของคาเมะเรื่องนั้นน่ะ ก็รู้สึกเหมือนกันว่า ต้องเป็คาเมะเท่านั้น (55 เชียร์อีกละ ลูกรักของแม่ …ยก ) แต่เห็นว่าหนังสือเล่มนี้ได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์แล้ว ผู้รับบทพระเอกคือ ทาเคชิ ทาเคโนชิโร่ อืม ก็ได้อยู่นะคะ

ไม้บรรทัดของยมทูต นอกจากคุณสมบัติต่างๆ นาๆ ของยมทูตที่ดึงดูดใจแล้ว เรื่องราวชีวิตของเป้าหมายแต่ละคนก็สนุกด้วย อ่านแล้วรู้สึกสนุก มีความสุขที่ได้อ่าน และรู้สึกดีกับหนังสือจริงๆ ค่ะ

สมแล้วที่ได้รับรางวัลเรื่องสั้นจากสมาคมนักเขียนนิยายสืบสวนแห่งญี่ปุ่น เพราะทั้ง 6 ตอนที่รวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ แม้จะใช้สไตล์การเล่าเรื่องที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดนั้นก็รวมออกมาเป็นผลงาน เท่ และ แนว เสียจริงๆ ยิ่งได้รู้ว่าเป็นนักเขียนคนเดียวกันกับ เรื่อง อะฮิรุ โตะ คะโมะ โนะ คอยน์ล็อกเกอร์ (review ภาพยนตร์) เรื่องราวของพระเจ้าในตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญ หุหุ รู้อย่างนี้ยิ่งตอกย้ำความแนว

ถ้ายมทูตมีตัวตนอยู่จริงและเดินทางมาหาเราในวันใกล้ตายก็คงจะดีสิคะ เพราะอย่างน้อยเราก็อุ่นใจได้ว่า ใครคนหนึ่งจะคอยเฝ้าดูการตายของเราและส่งเราไปสู่โลกหน้าอย่างเรียบร้อย

และนั่นจะไม่ทำให้การตายเป็นเรื่องเดียวดายจนเกินไป




Create Date : 04 ธันวาคม 2554
Last Update : 19 มิถุนายน 2557 22:22:01 น. 8 comments
Counter : 676 Pageviews.

 


โดย: thebe01 วันที่: 4 ธันวาคม 2554 เวลา:13:59:56 น.  

 
กำลังอ่านเล่มนี้อยู่พอดี เราชอบตอนผู้หญิงที่จะได้เป็นนักร้องกับตอนยากุซ่า

อ่านแล้วขำดี ยมฑูตหัวช้า 555


โดย: มุก IP: 110.49.235.114 วันที่: 4 ธันวาคม 2554 เวลา:23:19:14 น.  

 
เคยมีเหมือนกันนะคะ ที่เวลาอ่านหนังสือสักเรื่องแล้วเราก็จินตนาการรูปร่างหน้าตาของตัวละครไปด้วยน่ะค่ะ

คาเมะเป็นยมทูตหนุ่มเหรอ..
เอ๋....
คงเป็นยมทูตที่หล่อขั้นเทพเลยล่ะค่ะ
ไว้มีโอกาสไปร้านหนังสือ จะหาเล่มนี้มาเปิดดูนะคะ
ส่วนมากนิยายแปลแบบพอคเกตบุ๊คแบบนี้ nobuta มักจะอ่านตามจากหนังที่เคยได้ดูน่ะค่ะ อย่างเรื่อง be with you พอดูหนังจบก็กลับไปหาหนังสือเรื่อง ..แล้วฉันจะกลับมา..มาอ่านอีกทีนึง(เป็นเรื่องที่หาได้ในร้านมือสองค่ะ)เรียกได้ว่าเลือกอ่านจากความประทับใจของหนังค่ะ อิอิ
เวลาที่เราอ่านจากการได้อยู่หนังก่อนแล้วมาอ่านในหนังสือ จะได้อารมณ์คนละอย่างกันกับเวลาที่เราอ่านในหนังสือก่อนแล้วมาดูแบบที่เป็นหนังหรือละครทีหลังว่ามั้ยคะ
อย่างแรกเลยก็คือ จินตนาการ เกี่ยวกับตัวละครหลักนี่ล่ะค่ะ ที่จะทำให้อรรถรสในการเสพต่างกัน
คุณ prysang อ่านแล้วนึกหน้ายมทูตหนุ่มคนนั้นเป็นหน้า คาเมะ
แล้วถ้าเป็นเรา
เราจะคิดเป็นหน้าใครดีน๊า..
ยมทูตหนุ่มเหรอ....อืม...
อยากให้เป็น โชตะ ดีก่า
ยมทูติแสนเท่ ของnobuta eiei (ไม่เกี่ยวกับหนังสือเล้ย)


โดย: nobuta wo produce วันที่: 10 ธันวาคม 2554 เวลา:3:33:25 น.  

 
เข้ามาแปะหัวใจให้นะคะ
มันจะค่อยๆโตขึ้นตลอดทั้งเดือนนี้ค่ะ
ช่วงนี้คุณ prysang หายไปเลยนะคะ
พรุ่งวาเลนไทน์
ขอให้แฮปปี้ๆสมหวังในความรักทุกวันๆนะคะ
แล้วจะแวะเข้ามาทักทายใหม่
อย่างไรเสียถ้ากลับมาแล้ว
ก็แวะไปทักทายที่บ้าน(blog)ของโนบูตะได้เสมอนะคะ


โดย: nobuta wo produce วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:12:15 น.  

 
เข้ามาแปะหัวใจให้ค่ะ
ใกล้จะหมดเดือนแห่งความรักแล้ว
ต้องเร่งมือกันหน่อยย


โดย: nobuta wo produce วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:32:49 น.  

 
เพิ่งดูหนังที่ทำมาจากหนังสือเล่มนี้จบเป็นรอบที่ 2 ค่ะ
เพราะดูรอบแรกแล้วจำไม่ได้ว่าตัวเองดูแล้ว
เลยซื้อมาอีกรอบ คราวนี้เลยจำขึ้นใจเลย
เราว่าถ้าเราอ่านหนังสือก่อนคงจะอินกว่านี้
เพราะหนังมันมีตั้ง 3 เรื่อง
มันคงบรรยายได้ไม่หมดเนอะ


โดย: หนูลีลี วันที่: 7 เมษายน 2555 เวลา:23:46:58 น.  

 
ดีจ้า ขอบคุณที่ไปเที่ยวบ้านเรานะ

blog คุณก็น่ารักนะ


โดย: **หิมะใต้พระจันทร์** วันที่: 2 พฤษภาคม 2555 เวลา:19:25:49 น.  

 
แวะมาเยี่ยมยามค่ำคืน...สวัสดีครับ

เนื้อหาของหนังสือน่าอ่าน นะครับ


โดย: **mp5** วันที่: 15 กรกฎาคม 2555 เวลา:21:53:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 95 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.