|
|
คุณหมอขา..ขอนินทาหน่อย
สงสัยช่วงนี้ จะหักโหมมากไปหน่อย ไม่ค่อยจะมีเวลาพักผ่อนเลยเปื่อย... อาการป่วยแบบมึนๆ งงๆ คล้ายอาการเมายาแก้หวัดมันเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ตอนเช้า แล้วก็งอมมาทั้งวัน แหม ก็เมื่อวันอาทิตย์พาเพื่อนไปตะลอนทัวร์ตั้งแต่สิบโมงเช้า ยันห้าทุ่ม แถมอาการป่วยคราวนี้ มันพิกล เพราะไม่ปวดหัว ไม่ตัวร้อน ไม่เจ็บคอ มีอาการไอแค้กๆ พอเป็นพิธีนานๆ ครั้ง แต่อาการมึนๆ ลอยๆ เพลียๆ นี่ ทำเอาอยากนอนท่าเดียว ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้แตะยาแก้หวัดสักเม็ดเดียว
แล้วจำเพาะจะต้องมาป่วยมันวันนี้ด้วยนะ ที่สำนักงานเฟื่องกำลังเตรียมจัดงานเลี้ยงรับรองบรรดานักการทูตประเทศต่างๆ (วันที่ 6 กันยายน) มีคณะนาฎศิลป์จากเมืองไทยมารำโชว์เคล้าค็อกเทลฝรั่ง อาหารไทย ๆ อร่อยๆ หลายจาน และแชมเปญที่เสิร์ฟไม่อั้นในงาน เตรียมงานมาเป็นหลายเดือน แล้วยายเฟื่องก็ป่วย เวรกรรม
ความสำออยที่มีอยู่เป็นเจ้าเรือนทำให้เฟื่องต้องรีบไปหาหมอโดยด่วน ไม่ใช่อะไรหรอก หมอหล่อน่ะ อิอิ แล้วเฟื่องก็ไม่ป่วยมานานแล้ว จำได้ว่าล่าสุดคือ เดือนมีนา 2004 ที่เฟื่องไปติดอีสุกอีใสมาจากไอ้เด็กเวรที่ไหนไม่รู้ในเมโทร (อย่าให้รู้ตัวนะ ฮึ่มมม) เฟื่องเลยกลายเป็นคางคกตกสะเก็ดอยู่ตั้งสองอาทิตย์ ใครยังไม่เป็นลองดูก็ได้นะคะ อีสุกอีใสตอนอายุกว่าสามสิบเนี่ย ทรมานเหลือใจ
รู้งี้ เลียหน้านังพริ้ม เพื่อนชั้นประถมสองที่เป็นอีสุกอีใสเสียตั้งกะตอนเจ็ดขวบซะก็ดี
จะว่าไปเฟื่องก็ไม่ได้ป่วยนานแล้วนะ ตอนมาอยู่ปารี้ดใหม่ ๆ เฟื่องเป็นหวัดมันทุกฤดูกาล ที่เขาเรียกว่าไข้หัวลมกระ มัง พอเปลี่ยนฤดูปุ๊บ ยายเฟื่องเป็นเปื่อยทุกทีสิน่ะ ฤดูไหนฤดูนั้น ไม่มีพลาดเชียว
ด้วยความที่สำออยจัดอย่างที่บอก แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยซื้อยาหมอตี๋กินเอง แค่เป็นหวัดยายเฟื่องต้องแล่นไปซบอกหมอที่วิชัยยุทธเป็นประจำ ดังนั้น พอมาป่วยต่างบ้านต่างเมืองอย่างนี้ เฟื่องก็ต้องรบเร้าให้แมวพาไปหาหมอในโอกาสแรกที่ทำได้
คาบิเน็ท หรือคลีนิกของบรรดาหมอๆ ปารีเซียง ก็สิงสู่กันอยู่ตามตึกอพาร์ทเมนท์ดีๆ นี่เอง เรียกว่าถ้าคุณยังไม่ปางตาย ก็เห็นจะไม่มีโอกาสได้เข้าโรงพยายม เอ๊ย โรงพยาบาลกับเขาหรอก บางทีก็มีแบบที่หน้าตาเป็นคลีนิคจริงๆก็มี มีหมอประจำอยู่หลายๆคน แล้วก็มีเลขาคอยนัดคนไข้ เรียกคนไข้อยู่ข้างหน้าคนเดียว ส่วนการออกใบเสร็จ เขียนใบสั่งยา ออกใบประกัน ใบรับรองแพทย์นั่น หมอจะทำเองหมด ไม่เหมือนหมอไทยที่มีเลขามีพยาบาลคอยรองมือรองเท้าทีละสามสี่คนหรอกนะ
หมอคนแรกของเฟื่อง ชื่อหมออองรี ตาสีฟ้า หน้าตาเยือกเย็น สำรวมวางมาดราวกับเป็นหมอในพระราชสำนักหลุยส์สิบสี่ยังไงยังงั้นเลย คาบิเน็ทของหมออองรี อยู่ห่างบ้านเฟื่องไปประมาณชั่วสองนาทีเดินเท้า (แมว) เป็นอพาร์ทเม้นต์กว้างขวาง หรูพอประมาณ สไตล์ออกคลาสสิคเข้ากับหน้าหมออองรีเปี๊ยบเชียว หมออองรีไม่พูดภาษาอังกฤษ แรกๆ แมวเลยต้องไปหาหมอกับเฟื่องด้วย ด้วยความที่หมอสำรวมเยือกเย็นราวกับหินอ่อน เฟื่องเลยไม่ค่อยชอบหมออองรีเท่าไหร่ พอเป็นหวัดฤดูถัดมา เฟื่องเลยเลี่ยงไปหาเพื่อนร่วมคาบิเน็ทของหมออองรีแทน
เพื่อนร่วมคลีนิคของหมออองรี ตาสีฟ้า ชื่อ หมอนิโึคลา ตาสีเขียว หมอนิโคลาหน้าตาไม่เหมือนฝรั่งเศสเลย ตัวโตผมสีน้ำตาล ตาสีเขียว หน้าตากระเดียดไปทางอเมริกันเสียมากกว่า (คล้าย เดนนิส เควด นิดหน่อย) หมอนิโคลาใจดี๊ แถมพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย เฟื่องเลยไปหาหมอได้คนเดียว หมอนิโึคลาดูจะระวังมากว่า คนไข้จะเป็นอะไรมากไปกว่าที่เห็น (ประสาทกินแทนเจ้าตัว) ถามเฟื่องด้วยคำถามหลายประการแล้วก็สั่งยาให้หลายขนาน
ผลก็คือ อีกสองอาทิตย์ถัดมา อาการป่วยของเฟื่องก็ยังทรงอยู่ตามเดิม ทำท่าจะทรุดด้วยซ้ำไปมั๊ง เพราะป่วยนานเหลือเกินนี่ เฟื่องแสนจะรำคาญอาการไอแค้กๆ น้ำมูกไหลไม่หยุดนี่เหลือเกิน
ทั้งๆ ที่แสนเสียดายรอยยิ้มอบอุ่น นัยน์ตาสีเขียวสดใส และภาษาอังกฤษตะกุกตะกักสำเนียงเศสๆ ของหมอนิโคลา เฟื่องก็จำใจเซย์กู้ดบาย
ผลสุดท้ายก็ต้องกลับไปซบอก (เย็นๆแข็งๆ) ของหมออองรี ตาสีฟ้า ตามเดิม
หมออองรีน่ะ เห็นแกเยือกๆ อย่างนั้นเหอะ แกสั่งยาชะงัดนัก คาถาแกดี สองวันเท่านั้น หวัดหนีกระเจิง หลังๆ เฟื่องเลยชักติดหมอ โดยทำลืมๆ ท่วงท่าปลาแช่เย็นของหมออองรีไปเสีย
แถมทีหลัง ยังเพิ่มความสนิทสนมกับแกมากขึ้นเป็นลำดับด้วยความที่หมอฟันของเฟื่อง คือหมอฟรองซัวส์นั้น ที่แท้แล้วคือ ภริยาของหมออองรีเองแหละ (หมอฟรองซัวส์ เปิดคลีนิคอยู่ใกล้บ้านเฟื่องเหมือนกัน สรุปว่า สองสามีภริยาเลยตกเป็นหมอประำจำตัวของเฟื่องทั้งคู่)
นี่ เฟื่องไม่ป่วยมาเป็นปีแล้ว พอป่วยหนนี้ เลยต้องรีบไปหาหมออองรีให้เป่ากระหม่อม ปัดรังควานโดยด่วน หวังว่า วันพรุ่งนี้จะไปทำงานได้ตามปกติ
ต่อให้ไม่หาย หมอก็ออกใบลางานมาให้เฟื่อง 2 วันเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ เพราะเฟื่องบอกหมอว่า เฟื่องขาดงานวันนี้ แล้วไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะไปทำงานไหวไหม หมอตอบทันทีว่า หมอออกให้สองวันก็ได้ ไม่เห็นเป็นไรนี่ เอาไหม แล้วหมออองรีก็ออกใบลาให้เฟื่องเสร็จสรรพ สำหรับวันนี้ และวันพรุ่งนี้
ตามใจคนไข้ขนาดนี้แล้วจะไม่ให้รักหมอได้ยังไง๊
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าหมอไหนๆ พอนั่งบนเตียงตรวจปุ๊บจะต้องสั่งถอดเสื้อทู้กทีเลย แต่เฟื่องเจอหมอกี่ที เฟื่องไม่เคยถอดเสื้อสักที แหม ก็คาบิเน็ทหมอน่ะมันก็เหมือนอยู่ในอพาร์ทเม้นท์คนอาศัยเราดีๆ นี่เอง แถมอยู่กันสองต่อสองกับหมอเท่านั้น ต่อให้ป่วยแสนป่วย เฟื่องก็ไม่ยอมถอดเด็ดๆ แต่ดูท่าทางหมอก็คงเข้าใจน่ะนะ เลยไม่เคยคาดคั้นให้ถอดเสื้อจริงๆสักที
หมอล้วง (ตรวจ) เอาแล้วกันนะคะ หนูยอม..
| Create Date : 07 กันยายน 2548 |
| Last Update : 24 กันยายน 2548 3:02:10 น. |
|
16 comments
|
| Counter : 777 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: แก้มยุ้ย (หมวยแก้มป่อง ) วันที่: 7 กันยายน 2548 เวลา:8:20:58 น. |
|
|
|
| โดย: มี๊เองก่ะ IP: 202.63.46.40 วันที่: 11 กันยายน 2548 เวลา:18:37:06 น. |
|
|
|
| โดย: พิพพ์ IP: 203.188.49.252 วันที่: 14 กันยายน 2548 เวลา:9:18:36 น. |
|
|
|
| โดย: มี๊เองก่ะ IP: 202.63.46.40 วันที่: 18 กันยายน 2548 เวลา:7:44:39 น. |
|
|
|
| โดย: ป้าเอ้ นางมารร้ายยยยยยยย IP: 86.133.101.107 วันที่: 23 กันยายน 2548 เวลา:19:37:50 น. |
|
|
|
โดย: ][SeaGirl][ วันที่: 24 กันยายน 2548 เวลา:19:03:08 น. |
|
|
|
| โดย: เฟื่อง IP: 82.228.67.158 วันที่: 26 กันยายน 2548 เวลา:1:26:26 น. |
|
|
|
| โดย: Northernlife IP: 69.159.8.22 วันที่: 29 กันยายน 2548 เวลา:3:09:51 น. |
|
|
|
โดย: P.Ta วันที่: 3 ตุลาคม 2548 เวลา:6:58:50 น. |
|
|
|
โดย: แดดดี้แบร์ วันที่: 26 ตุลาคม 2548 เวลา:21:21:48 น. |
|
|
|
โดย: แดดดี้แบร์ วันที่: 7 ธันวาคม 2548 เวลา:0:49:45 น. |
|
|
|
| โดย: หมูน้อยฯคอยรัก IP: 58.8.154.39 วันที่: 8 เมษายน 2549 เวลา:9:40:10 น. |
|
|
|
| |
|
|