UPGRADE YOUR VOICE TO BE PROFESSIONAL SINGER.....
 
 

Dr. Jahn's Hints for a Healthy Voice: เทคนิคสุขภาพเสียงดีของนายแพทย์จาห์น


1. Drink eight to ten 8 oz. glasses of water or herbal tea a day: two with each meal, two between meals.
ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำชา 8-10 แก้วต่อวัน แบ่งเป็นสองแก้วหลังอาหาร และสองแก้วระหว่างอาหารแต่ละมื้อ

2. Keep the heat in the bedroom down, and run a cool-air humidifier overnight.
นอนในห้องที่ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป ที่สำคัญอากาศในห้องนอนต้องไม่แห้ง

3. Keep your nasal passages moist, using saline spray or saline irrigation.
รักษาความชุ่มชื้นในโพรงจมูกตลอดเวลา ถ้ารู้สึกจมูกแห้งควรพ่นหรือหยอดด้วยน้ำเกลือสำหรับพ่นจมูก

4. Breath through your nose as much as possible.
หายใจทางจมูกเป็นหลักทั้งในช่วงปกติ ช่วงพูด หรือช่วงร้องเพลง

5. Avoid, if possible, noisy places.
อย่างพูดหรือร้องเพลงในที่เสียงดัง

6. Use good vocal technique with your speaking voice.
ใช้เทคนิคการพูดที่ถูกต้องสำหรับการพูดใขชีวิตประจำวันประจำวัน

7. Monitor recreational speaking (telephone, social occasions)
พยายามฟังเสียงตัวเองจากเสียงที่ออกจากลำโพงหรือหูฟังโทรศัพท์เพื่อให้รับรู้เสียงที่แท้จริง

8. Don't share food, drink, dishes or utensils.
รักษาอนามัยในการกินและการไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่นเพื่อป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ

9. Wash your hands frequently.
ล้างมือบ่อยๆเพื่อป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ

10. If the voice is tired or hoarse, don't push, rest.
ถ้าเกิดภาวะเสียงล้าหรือแหบ อย่าใช้ต่อไป ควรพักก่อนจนทุเลาแล้วจึงใช้ใหม่

แปลมาจากเว็บไซต์ของอาจารย์ของผมครับ





 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2551 0:39:59 น.   
Counter : 671 Pageviews.  


อาหารการกินสำหรับนักร้อง

เวลามีการแสดงโอเปร่า เขาจะตั้งบุฟเฟ่ให้นักร้องด้วย เขามีหลักการเลือกอาหารให้นักร้อง ดังนี้ครับ

1.งดไขมันสัตว์ เช่น เบคอน สเต็กติดมัน

2.งดนมไขมันสูง มีแต่น้ำนมขาดมันเนย

3.งดอาหารที่กินแล้วสากคอ เช่น คุกกี้ ถั่วเป็นกำๆ อาหารที่เป็นผงๆ เช่น ขนมปังที่โรยถั่วโรยน้ำตาล

4.งดอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด ได้แก่ ของเปรี้ยว ของเผ็ด น้ำอัดลม (เอามะนาวบีบลงคอจะเป็นหนักขึ้นนะจะบอกให้

5.อาหารที่มักตั้งให้กิน ได้แก่ ซุบใส สลัดญี่ปุ่น(น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะกอก น้ำมันงาใช้ได้) ขนมปังทาแยม อาหารญี่ปุ่นหลายๆชนิด (แปลก-แต่มันก็ดีจริงนะ)

6.งดอาหารเย็นจัด

เขาบอกว่าในบรรดาอาหารชาติต่างๆนี่อาหารญี่ปุ่นมีไขมันสัตว์น้อยกว่าอย่างอื่น
อาหารไทยใช้ไม่ได้ มันแซบไปหน่อย






 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2551 0:54:37 น.   
Counter : 1793 Pageviews.  


เสียงแหบ เสียงขัด เสียงล้า เสียงเปลี่ยน เวลาหาหมอ หมอดูอะไรบ้าง


นี่คือสิ่งจะผมจะทำเวลาตรวจนักร้องครับ


History Taking (การสอบถามประวัติ)

1. การซักประวัติอย่างครบถ้วน เหมือนผู้ป่วยทั่วไปเป็นสิ่งที่ต้องทำ อาการแสดงอาจมาด้วย เสียงแหบ ขึ้นเสียงสูงไม่ได้ เสียงขุ่น เสียงไม่นิ่ง ใช้เสียงเชื่อม registers ไม่ได้ และเสียงล้าเร็วเกินไป และควรให้ทราบว่าอาการเริ่มมีเมื่อไหร่ ซึ่งจะสามารถบอกสาเหตุได้

2. ประวัติที่สัมพันธ์กับ ท่าทาง, การหายใจ, และความชุ่มชื้นในลำคอ (hydration) ก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่กระทบต่อสรีรวิทยาของการร้องเพลง

3. ประวัติยาบางอย่างก็มีผลต่อเสียง เช่น ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอัตโนมัติ ยาทางจิตประสาท ยาแก้แพ้ ยาคุมกำเนิด

4. Alcohol มีผลให้เส้นเสียงแห้งและเพิ่มการไหลย้อนกลับของกรดจากกระเพาะเข้าหลอดคอ

5. Caffeine (กาแฟ,M150) และ ผลิตภัณฑ์นมไขมันสูง ทำให้มีเสมหะเหนียวหนากว่าปกติ (ไขมันจากสัตว์จะมีปัญหา ส่วนไขมันจาากพื้นยังไม่มีรายงาน)

6. ความเย็น และ การตาก-ลม ทำให้เส้นเสียงกระด้าง แห้ง ไม่สั่นพริว และทำให้เสมหะรวมก้อน กลืนลงคอหรือไอออกยาก

7. โรคฮอร์โมนทัยรอยด์ต่ำ (hypothyroidism) จะมีผลให้เกิดการบวมของสายเสียง โดยพบว่าผู้ป่วยจะมีเสียง เหมือนอมอะไรอยู่ในคอ , range ของเสียงแคบลง และเสียงล้าง่าย

8. ความเปลี่ยนแปลงตามประจำเดือน โดยมีผู้วิจัยการย้อมเซลล์ผิวของสายเสียงพบว่า มีการเปลี่ยนแปลงตามวงรอบของประจำเดือน พบในหญิงประมาณ 75% ผลทำให้ range ของเสียงแคบลง และล้าง่าย เรียกว่า Laryngopathia praemenstrualis


Physical examination (การตรวจร่างกาย)

1. ตรวจประเมินตลอดท่อทางที่เสียงผ่าน ตามวิธีตรวจมาตรฐานของโสตนาสิกแพทย์

2. ตรวจปอด รูปแบบการหายใจ ช่องท้อง กระบังลม

3. กล้ามเนื้อและข้อในการวางท่าทาง ในการร้องเพลง

4. การคลำที่ลำคอ ว่ามีจุดตึงหรือกดเจ็บตามกล้ามเนื้อซึ่งเกิดจากการใช้เสียงมากเกินไปได้

5. ตรวจ Maximum phonation time ช่วยบอกความสามารถโดยรวมของการหายใจและความสามารถในการกั้นลมของกล่องเสียง ในคนไทยปกติจะอยู่ระหว่าง 12-30 วินาที
สามารถทดสอบตัวเองได้โดย หายใจเข้าให้สุด เปล่งเสียงว่า อี้ ยาวที่สุดไม่ต้องดังมากแค่พอนั่งห่าง 2 เมตรได้ยิน นักร้องควรได้อย่างน้อย 30 วินาที ถ้าไม่ถึงแสดงว่า

1.เส้นเสียงปิดไม่สนิทมีรูรั่วจากโรคกล่องเสียง
2.ปอดไม่มีพลัง


6. การทดสอบการออกเสียง head tone หรือ falsetto จะบอกความผิดปกติของ cricothyroid muscle ได้ (เป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ทำเสียง falsetto)

7. การทดสอบการได้ยิน ก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะถ้านักร้องไม่ได้ยินเสียงตัวเองดีพอก็จะไม่สามารถร้องได้ตรงตามเสียงที่ควรจะเป็นได้

8. การส่องกล้อง โดยพื้นฐานแล้วนักร้องมืออาชีพควรมีภาพบันทึกในภาวะปกติไว้ใช้เปรียบเทียบกับในภาวะที่เป็นโรค เพราะในบางอาการอาจตรวจไม่พบอะไรเลย เช่น ภาวะเส้นเสียงแห้ง หรือ ภาวะเส้นเสียงบวมเล็กน้อยแต่ทำให้เสียเสียง passagio ไป





 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2551 1:09:08 น.   
Counter : 1298 Pageviews.  


ิbg ไม่ต้องสนใจ




 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2551 0:52:48 น.   
Counter : 477 Pageviews.  


การรักษาอนามัยของสายเสียง

1.หลีกเลี่ยงการตะโกน กรีดร้อง หรือหัวเราะเสียงดัง
2.หลีกเลี่ยงการพูดติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ ควรมีเวลาสำหรับหยุดพักการใช้เสียงด้วย เช่น ทุกครึ่งถึงหนึ่ง ชั่วโมง
3.ไม่พูดโดยใช้เสียงสูง หรือต่ำเกินไป
4.ไม่พูดแข่งกับเสียงดังอื่นๆ หรือพูดในที่ๆมีเสียงดังรบกวนเช่น เสียงเครื่องจักร เสียงเพลง เสียงรถยนต์ เสียงจ้อกแจ้ก จอแจต่างๆ ถ้าจำเป็นควรเขยิบไปใกล้ๆผู้ฟัง หรือใช้เครื่องขยายเสียงช่วย
5.ไม่ร้องเพลงหรือพูดมาก ขณะป่วย, ร่างกายเหนื่อย อ่อนเพลีย, มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรือขณะออกกำลังกาย

6.ไม่พูดกระแทกเสียง หรือเน้นคำหรือประโยคใดๆ หลีกเลี่ยงการกระซิบหรือ บ่นพึมพำในลำคอ
7.ไม่เค้นเสียงพูด หรือเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า คอ ไหล่ ขณะพูด
8.ไม่ควรไอ กระแอม ขากเสมหะ หรือจามบ่อย ถ้ามีอาการเหล่านี้บ่อย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และรักษาเมื่อใดรู้สึกว่ามีเสมหะ จำเป็นต้องกระแอม ควรกลืน หรือดื่มน้ำ หรือไอ กระแอม หรือขากเสมหะเบาๆ
9.ไม่พูดดัดเสียงหรือเลียนเสียงแปลกๆ ไม่พูดเร็วเกินไป ควรพูดช้าๆ และหยุดพักเป็นช่วงๆ เพื่อหายใจ
10.ไม่พูดขณะหายใจเข้า หรือกลั้นหายใจพูด ควรพูดขณะหายใจออก และผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วน และควรหายใจเข้า และออกทางปากขณะพูด

11.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่ร้อน หรือเย็นจัดเกินไป
12.หลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้กับบุคคลที่กำลังสูบบุหรี่
13.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัดเช่น เผ็ดจัด ร้อนจัด เย็นจัด เปรี้ยวจัด หวานหรือ มันจนเกินไป เพราะจะทำให้น้ำลายหรือเสมหะเหนียวข้น รู้สึกระคายคอ และทำให้อยากไอ กระแอมมากขึ้น
14.หลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่มีฝุ่นละออง ควันพิษ อากาศไม่บริสุทธิ์ หรือสารเคมี ที่ๆมีอากาศแห้งหรือเย็นจนเกินไปเช่น ในห้องปรับอากาศที่เย็นจัด เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อ กล่องเสียงและสายเสียง
15.ควรขยันดื่มน้ำมากๆ และบ่อยๆ ในผู้ใหญ่ควรดื่มวันละ 8 – 10 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตรต่อวัน การดื่มน้ำอุ่นจะทำให้คอชุ่มชื่น และช่วยละลายเสมหะได้ดีขึ้น หลีกเลี่ยงการรับประทาน ยาแก้แพ้ชนิดง่วง และยาแก้อาการคัดจมูก ซึ่งจะทำให้คอแห้ง

16.ควรเข้าไปใกล้ผู้ฟังในขณะพูด เพื่อจะได้ไม่ต้องพูดเสียงดัง
17.สำหรับผู้ที่มีอาชีพต้องใช้เสียง ควรหาอุปกรณ์ช่วย เช่น ไมโครโฟน จะได้ไม่ต้องตะโกนหรือ ตะเบ็งเสียงขณะพูด
18.หลีกเลี่ยงการใช้ยาอมแก้เจ็บคอหรือแก้ไอ หรือยาสเปรย์พ่นคอ ซึ่งมีส่วนผสมของยาชา เพราะจะทำให้ใช้เสียงได้มากขึ้น ทำให้สายเสียงแย่ลง
19.ถ้ารู้สึกแน่นๆ ในคอ เจ็บคอ การหายใจเอาไอน้ำร้อนเข้าไป จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ ทำให้คอโล่งขึ้น
20.ถ้ามีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการออกเสียง หรือเป็นโรคระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะมีอาการไอ ควรรีบปรึกษาแพทย์





 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2551 23:48:31 น.   
Counter : 526 Pageviews.  



kimanatomy
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Blog นี่สำหรับคนรักการร้องเพลงครับ โดยเฉพาะคนที่อยากรู้แบบเป็นวิชาการ
โดยอิงทฤษฎีการร้องเพลงคลาสสิกร่วมกับเวชศาสตร์การใช้เสียง
ถ้ายากไปแต่อยากเข้าใจก็ถามมาได้ครับ(e-mail,MSN)
zorroporn@hotmail.com

PRODUCED AND COPYRIGHT BY
SURAPORN KORNTONG,MD,FRCOT

ฺBEST VIEW BY INTERNET EXPLORER


ThaiBlog.info
[Add kimanatomy's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com