|
|
Falsetto เสียงหลบที่นักร้องไม่มีวันหลบพ้น
Falsetto เป็นภาษาละติน แปลว่า ปลอม ก็คือ เสียงปลอม นั่นเอง เป็นเสียงที่ผู้ชายใช้เลียนเสียงผู้หญิง และผู้หญิงก็ใช้เลียนเสียงเด็กเล็กๆ
ในภาษาไทยเราไม่มีคำแปลชัดเจน แปลตรงๆว่า "เสียงปลอม" ก็ฟังไม่รู้เรื่อง แต่เรามักใช้กันว่า "เสียงหลบ" ดังนั้นผมจะใช้คำว่า "เสียงหลบ" เป็นคำแปลของ falsetto นะครับ
เสียงหลบนั้นเป็นเสียงที่เราใช้ฮัมเพลงบ่อยๆ เนื่องจากใช้ทำเสียงแหลมๆเล็กๆเบาๆได้ คือคนเราจะมีความสุขเวลาทำเสียงแหลมๆเบาๆสบายๆ แต่พอร้องออกเสียงจริงที่ฮัมเอาไว้ได้ก็ร้องเสียงไม่ถึงครับ เพราะที่ฮัมไว้มันเป็นเสียงหลบไม่ใช่เสียง chest tone ที่เราใช้พูดหรือร้องออกมาดังๆ
รูปแบบการใช้เสียงหลบ มี 3 ประเภทครับ ได้แก่ 1.การใช้เสียงหลบคล้ายเครื่องดนตรี นักร้องที่ใช้มักเป็นนักร้องหญิง เสียงจะเป็นแนวเพลงสวดในโบสถ์นะครับ คือโหยหวนนั้นเอง กรุณาหาฟังผลงานของ enya
2.การใช้เสียงหลบในการร้องเนื้อเพลง นิยมทั้งชายและหญิง ซึ่งในสมัยนี้อะไรอะไรก็หลบครับ จะรู้สึกว่ามันถึงใจเหลือเกิน เพราะก็อย่างที่บอกว่า เสียงแหลมๆนี้มันเสียดแทงใจ การใช้เสียงหลบในกรณีนี้มีได้สองแนวอีกนะแหละครับคือ 2.1 การใช้เสียงแบบมี register break ก็คือเห็นการเปลี่ยนแปลงระหว่งเสียง chest tone กับเสียงหลบชัดเจน อันนี้หาฟังไม่ยาก นักร้องไทยใช้กับเยอะ เพราะว่าเปลี่ยนไปใช้เสียงหลบปุ๊บ อารมณ์มันจะถึงทันที 2.2 การใช้เสียงแบบมี Passagio (secondary) เป็นอะไรที่เห็นน้อยในนักร้องคนไทย เพราะต้องฝึกฝนพอสมควร มีที่ฟังแล้วเห็นว่าเขามี แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเขารู้ตัวหรือเปล่า ได้แก่ บอย พีชเมกเกอร์-ปราโมทย์ วิเลปนะ-โจ้ วงพอช-เจนนิเฟอร์คิ้ม คือคนพวกนี้ร้องไปเรื่อยๆ เสียงไปสุดแค่ไหน ก็หาจุดเปลี่ยนไม่พบทั้งๆที่ chest tone มันน่าจะหมดไปแล้ว
3.การใช้เสียงหลบในการทำ vibration อันนี้ผมได้สาธิตไปแล้วครับในท้องเรื่อง yodel ครั้งก่อน จะไม่พูดอีก
จากกลไกทางกายวิภาคนั้นเสียงหลบเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อมัดหนึ่งของกล่องเสียงชื่อ Cricothyroid กล้ามเนื้อมัดนี้จะดึงกล่องเสียงไปด้านหน้าและต่ำลง (ดูภาพ) ทำให้เส้นเสียงบางลงและยาวขึ้น เสียงก็จะเปลี่ยนไปทางแหลมเล็กบาง

แต่มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งคือจะทำให้เส้นเสียงปิดไม่สนิทดังนั้นจะเกิดปัญหา 2 ประการ คือ 1. มีเสียงลมแหบๆ ปนมาใน falseto ทำให้ไม่เสียงไม่ใส 2. เสียงที่ออกมาจะค่อยข้างเบา (เนื่องจากการรั่วของลมทำให้แรงดันใต้เส้นเสียง-subglottic pressure ลดลงการสั่นจะลดลง)
แต่โดยกลไกธรรมชาติเราจะทนฟังเสียงไร้คุณภาพเช่นนี้ไม่ได้ ดังนั้นโดยอัตโนมัติร่างกายจะเกิดปรากฏการณ์พิเศษ 2 อย่าง คือ 1.คอเราจะขยายเพื่อเพิ่มการก้องกังวาล สำหรับความถี่ต่ำ 2.เพดานอ่อนและลิ้นไก่ที่แบ่งระหว่างปากและจมูกจะแบ่งลมขึ้นจมูกมากกว่าเดิม สำหรับความถี่สูง ผลของการก้องกังวาลจะเพิ่มความดังของเสียง และกลบความแหบได้ครับ
ตัวอย่าง เช่น เพลงกันและกัน ost. รักแห่งสยาม ในการร้องนักร้องปน falsetto ตลอด แต่ falsetto ที่ปนเข้าไปเป็นเสียงต่ำซะส่วนใหญ่ที่ทำให้เสียงดูหล่อๆ ดังนั้นใครจะร้องเพลงนี้ให้เหมือนๆ ต้องดันโคนลิ้นลงต่ำเพื่อขยายช่องคอ แต่ในเพลงเดียวกันประโยคเสียงสูง "รักย่อมมีหวัง" เป็น Falsetto ความถี่สูงก็ต้องเอาเสียงแบ่งไปขึ้นจมูก ก็จะประสบความสำเร็จในการร้องให้เหมือนต้นฉบับ
การฝึก Falsetto 1.วิธีการฝึกที่ดีที่สุดคือการพูดเป็น falsetto บ่อยๆครับ เพราะเสียงนี้ได้จากกล้ามเนื้อ ถ้าเราใช้กล้ามเนื้อบ่อยๆมันก็จะแข็งแรง อีกทั้งถ้าเราบังคับมันได้ดั่งใจ เสียง Passagio ก็จะมาเอง
2.ฝึกไล่โน้ตด้วยเสียง falsetto เพื่อให้รู้จังหวะว่าเสียงไหนต่ำสูง แล้วจะใช้คอกว้างช่วงไหน ใช้แบ่งขึ้นจมูกช่วงไหน เพราะถ้าเราแบ่งขึ้นจมูกเร็วไป ในนักร้องชายมันจะร้องได้เสียงหลบที่แหลมเกินไป มันจะไม่ค่อยเนียน ไม่แมนด้วย
3.ฝึกไล่โน้ตควบคู่กับ chest tone เพื่อให้รู้ว่าจุดเปลี่ยนจะอยู่แถวๆไหน วันหลังจะได้พัฒนาการฝึก Passagio ได้
อ้อ อีกอย่าง ปัญหาอีกอย่างหนึ่งในการฝึก คือ เสียงที่ออกจากปากกับเสียงที่ได้ยินในหูคนร้องเองจะไม่เหมือนกัน ดังนั้นนักร้องที่ฝึก falsetto ทุกคนควรอัดเสียงตัวเองฟังทุกครั้งเวลาซ้อมเพลงที่มีเสียง falsetto ก่อนที่จะออกไปร้องให้คนอื่นฟังนะครับ (ปกติในการซ้อมร้องเพลงทั่วไป ในการฟังเสียงตัวเองผมจะให้ผู้ฝึกเอามือมาบังหน้าหูห่างสักสองนิ้ว เอาไว้เพื่อตัดเสียงย้อนหลังเพื่อเราจะได้ยินเสียงจริงอย่างที่ผู้ฟังเขาได้ยิน แต่ใน falsetto ใช้ไม่ได้ เพราะความก้องสะท้อนจะเข้าหูโดยตรงผ่านกระโหลก ป้องหูไว้ก็กันไม่ได้ ดังนั้นก็ยืนยันว่าต้องอัดเสียงฟังเอาครับ)
วันนี้ไม่รู้ยากไปหรือเปล่า คือผมหลบไปพักใจอยู่หลายวัน ช่วงนี้คนไข้มาก หนักๆทั้งนั้น เลยใจตกนิดหน่อย แต่ต้องพยายามต่อไปครับ แล้วถ้าว่างอีกนิดจะเอาตัวอย่างในเรื่อง falsetto มาลงให้อีก
|
|
|
|
|
|
| Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2551 |
| Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2551 21:08:39 น. |
|
23 comments
|
| Counter : 21338 Pageviews. |
|
 |
|
|
โดย: jone500 (max_pressure ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:24:43 น. |
|
โดย: doo_wop_boy วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:40:20 น. |
|
โดย: BenzkuB วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:32:09 น. |
|
โดย: Fight_on วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:15:41 น. |
|
โดย: missingnatt วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:07:15 น. |
|
โดย: doo_wop_boy วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:26:59 น. |
|
โดย: พอล (Jedi ใจดี ) วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:21:00 น. |
|
| โดย: Sen IP: 222.123.81.140 วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:4:42:00 น. |
|
โดย: yoja วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:7:15:50 น. |
|
โดย: นู๋ดีค่ะ (kun_isara ) วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:27:21 น. |
|
| โดย: เสียงเเตก IP: 118.172.151.110 วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:19:15:00 น. |
|
| โดย: เอิ้กอ้าก IP: 118.173.157.2 วันที่: 10 ธันวาคม 2552 เวลา:21:05:07 น. |
|
| โดย: Tim IP: 118.172.248.185 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:14:43 น. |
|
| โดย: โอ๊ตจ้า IP: 101.108.49.171 วันที่: 4 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:28:59 น. |
|
| โดย: โค้ก IP: 49.230.121.236 วันที่: 10 พฤษภาคม 2558 เวลา:15:34:15 น. |
|
| โดย: kimanatomy IP: 182.52.39.124 วันที่: 22 พฤษภาคม 2558 เวลา:14:02:44 น. |
|
| โดย: Jeanne IP: 139.99.104.95 วันที่: 9 กรกฎาคม 2562 เวลา:6:22:38 น. |
|
| โดย: Forrest IP: 139.99.104.95 วันที่: 13 กรกฎาคม 2562 เวลา:13:42:37 น. |
|
| โดย: Kindra IP: 136.243.138.66 วันที่: 14 ธันวาคม 2562 เวลา:21:19:11 น. |
|
| โดย: blonde lace wigs IP: 139.99.104.95 วันที่: 15 มกราคม 2563 เวลา:0:19:45 น. |
|
| โดย: เนย IP: 203.62.153.99 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:11:34:03 น. |
|
|
|
|
| kimanatomy |
 |
|
|
 |
|
แต่ได้ความรู้มากๆ
ขอบคุณมากๆนะครับ