Group Blog
 
All Blogs
 

ว่าด้วยเรื่องสิวๆ

วันนี้ว่างๆ เลยหยิบเอาพวกยาเกี่ยวกับพวกสิวและผื่น มารีวิวเล่น เผื่อเพื่อนๆ คนไหน กำลังหาข้อมูลอยู่ ก็อาจจะช่วยได้บ้าง หรือถ้าใครมีอะไรเพิ่มเติมจะแบ่งปันก็เชิญได้เลยค่ะ


ตัวเราเองเนี่ย สิวก็มาเยี่ยมเยียนดั่งญาติสนิทที่แวะมาทักทายกันเป็นประจำ แต่ตอนนี้ดีหน่อย หลังจากครีมบำรุง เครื่องสำอางต่างๆ เริ่มหาที่ใช่ ที่เหมาะกับผิว ก็จะไม่เป็นบ่อยมากละ จะเป้นก็ช่วงที่พักผ่อนไม่ค่อยพอ หรือเวลาเข้าช่วงรอบเดือนเท่านั้น


พอสิวหรือผื่นมาเยือน ก็ต้องมีผู้ช่วยประจำพวกนี้หล่ะ ต้องเก็บไว้ประจำอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง ห้ามขาด ห้ามหายไปเลย ประมาณว่าเป็น must have ว่างั้นเถอะ ฮิ ฮิ - พูดซะเวอร์เลยเรา


เริ่มต้นด้วยรูปหมู่อีกเช่นเคยจ้า




ตัวแรกค่ะ Pan : Acnicare Biojin
ยาทาสิวคู่ใจ เคยไปหาหมอ แล้วหมอบอกว่าให้ใช้ตัวนี้ ทาทั่วบริเวณที่สิวขึ้นบ่อยๆ จะเป็นตัวป้องกันการอักเสบหรือการเกิดสิวได้

เราก็เอามาทาทุกวัน ตรงไหนที่สิวขึ้นบ่อยๆ ก็ทากันไว้ก่อนเลย ก็ช่วยได้เหมือนกันค่ะ




ต่อไป

Clinique : Spot Treatment Gel

Payot : Pate Grise







ทั้ง 2 ตัวนี้ เราว่าใช้ดีทั้งคู่ค่ะ


เราจะใช้ 2 ตัวนี้ (เลือกเอาตัวนึงนะ) แต้มที่หัวสิว หลังจากลงครีมบำรุงทุกอย่างเสร็จแล้วตอนกลางคืนค่า


ทั้ง 2 ตัวจะช่วยลดเรื่องการอักเสบของสิวทั้งคู่ค่า


ถ้าให้เทียบกัน เราว่าตัว Pate Grise จะทำให้สิวยุบลงเร็วกว่าค่ะ แต่จะไม่ทำให้หัวสิวแห้งลง เพราะฉะนั้นพอใช้ตัวนี้แล้วสิวยุบลงเยอะๆแล้ว ในระดับนึง


เราก็จะใช้ตัว clinique แต้มที่หัวสิวแทนตัว Pate Grise ค่ะ


ข้อดีของ clinique คือจะช่วยให้สิวแห้งได้ดีมาก พอมันแห้งแล้ว มันก็จะหลุดและลอกไปอ่ะค่ะ


แต่ตัว clinique เวลาทาแล้ว จะแสบมันคันสุดๆ เลยจ้า แต่ต้องทนเน้อ เพื่อความสวย หะ หะ



นานน๊านที ก็จะมีสิวอุดตันมาเยี่ยมเยียน โดยเฉพาะช่วงไหนที่ขี้เกียจ ล้างหน้าแบบลวกๆ นี่สิวอุดตันได้ถามหาแน่ๆ

เวลามีสิวอุดตัน เราก็จะแต้มตัว Differin ค่ะ





ตัวนี้เวลาทาเราจะไม่เหมือนคนอื่นๆ ค่ะ ปกติคนอื่นอาจจะทาทั่วหน้า แต่สำหรับเรา เราจะไม่ทาทั่วหน้าค่ะ เพราะทำให้หน้าแห้ง บาง ไม่เหมาะสุดๆ กับผิวแพ้ง่ายมากๆ แบบเรา

เพราะฉะนั้นเราจะทาเฉพาะตรงหัวสิวอุดตันค่ะ ประหนึ่งว่าเป็นยาแต้มสิว ยังไงยังงั้น ก็จะทาแค่บางๆ ก่อนนอน สิวมันก็จะแห้ง และหลุดไปค่ะ

แต่ก็มีนะ บางที โชคร้าย ทาแล้วสิวมันปูดขึ้นมากลายเป็นสิวอักเสบเลยซะงั้น ก็ต้องแล้วแต่อ่ะค่ะ เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าสิวอุดตันก็ต่างกันเหมือนกัน


และสุดท้าย ยาทาคู่ใจสำหรับคนเป็นผื่น

ชื่อยาคือ Protopic




ตัวนี้เราแนะนำมากๆ เลยค่ะ สำหรับคนที่เป้นผื่นเรื้อรัง แล้วไม่อยากจะใช้เสตียรอยอีกแล้ว

ยาทาผื่นตัวนี้ เรารู้จักจากการที่เราไปหาหมอผิวหนังที่บำรุงราษฎร์มาค่ะ ก็บ่นให้หมอฟังว่า ใช้ยาทาผื่นตามคลีนิคที่มีเสตียรอยมานานมาก หลายปีเลยล่ะ จนหน้าบางลงทุกวัน ใช้อะไรก็แพ้ จากเดิมที่ไม่แพ้ ก็แพ้

หมอก็ลองให้ยาทาผื่นที่ไม่มีเสตียรอยมาให้ทาดู

ตอนแรกก็ใช้ตัวที่อ่อนๆ ก่อน คือตัว Elidel

แต่สำหรับเรา เนื่องจากใช้ทายาผื่นมานานมากเกินไป เพราะฉะนั้นตัวอ่อนๆ เอาเราไม่อยู่

พอไปหาหมออีกรอบ หมอก็เลยจัดยาที่แรงกว่าให้ ก็คือตัว Protopic นี่เอง

ตัวนี้เนื้อจะเป็นขี้ผึ้งค่ะ สำหรับเรา ตัวนี้เอาเราอยู่ค่ะ ใช้แล้วทำให้ใช้ยาเสตียรอยน้อยลง จนถึงแทบจะไม่ต้องใช้เลย

ยังไงถ้าเพื่อนๆ คนไหน เป็นผื่นอยู่เหมือนกัน ก็ลองไปปรึกษาคุณหมอดูนะคะ


เง้อ จากรีวิวเรื่องสิวๆ กลายเป็นบ่นเรื่องผื่นซะงั้น


จบแล้วค่า กระทู้นี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้บ้าง ไม่มากก็น้อยนะคะ




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2552    
Last Update : 14 สิงหาคม 2552 16:08:28 น.
Counter : 2227 Pageviews.  

รีวิว My Everyday Skincare

วันนี้ขอเจิมบลอกตัวเองด้วยการรีวิว skincare ที่ตัวเองใช้อยู่แล้วกันค่ะ

เนื่องจากทุกตัวคือที่ตัวเองชอบและใช้อยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจนะคะว่าทำไมถึงมีแต่คำชมเป็นส่วนใหญ่

ไว้พอทำบลอกคล่องๆ แล้ว จะมารีวิวตัวที่เฉยๆ หรือไม่ชอบบ้างค่า


เริ่มต้นด้วยรูปหมู่ก่อนนะค้า พอถ่ายรูปรวมกันก็ตกใจเล็กน้อยเนอะ ทำไมหน้าเดียว แต่บำรุงอะไรไม่รุเยอะแยะไปหมดอ่ะ







เริ่มตั้งแต่คลีนซิ่งกันเลยนะค้า ตัวเองเป็นคนผิวแพ้ง่ายมากกกกกค่ะ แถมเป็นสิวง่ายอีกตะหาก เลยเลือกมากไม่ค่อยได้อ่ะค่ะ ลองตัวคลีนซิ่งมาหลายยี่ห้อ สุดท้ายใช้ทีไร ผดผื่นถามหา ต้องกลับมาตายรังที่ 3 ตัวนี้ทุกทีสิน่า





ตัวล้างเมคอัพ : Pan Cosmetics CC - สำหรับเรา เราว่าประสิทธิภาพไม่ได้ดีเด่นเท่าตัว makeup remover ดังๆหรอกค่ะ แต่เราใช้แล้วสิวไม่ขึ้น ผดผื่่นไม่ถามหา แค่นี้พอใจแล้วค่า

ตัวคลีนซิ่ง : Cetaphil - สุดที่รักหนึ่งเดียวค่า ไม่อยากเปลี่ยนใจเพราะใช้แล้วไม่มีปัญหาใดๆ ราคาสบายกระเป๋าด้วยจ้า

ตัวเช็ดเครื่องสำอางใต้ตา : Cle de Peau gentle eye makeup remover - ตัวนี้จะเป็นกึ่งน้ำมันค่ะ แต่ไม่เหนียวเท่าแบรนด์อื่นๆ รู้สึกว่าเช็ดง่ายดี สำคัญที่สุดคือไม่เคืองรอบดวงตาค่า ข้อเสียมีอย่างเดียวคือแพงไปนิดส์




ต่อไปเป็น skincare ตอนเช้าค่า ถ่ายรูปหมู่ก่อนละกันเน้อ ^ ^






เริ่มรีวิวทีละตัวเลยนะคะ เรียงตามลำดับการใช้ไปเลย



Cosme Decorte : Vitalizing Lotion ค่ะ - เราใช้สำลีชุบไอ้ตัวนี้ แล้วเอาสำลีมาตบๆเบาๆที่หน้าค่ะ เคยได้ยินบางคนแนะนำให้เทที่มือแล้วทา เพื่อที่จะได้ประหยัด แต่ของเราพอใช้มือทีไร จะรู้สึกว่าใช้เยอะไป ซึ่งอาจทำให้เป็นผดได้เหมือนกันคะ เราเลยใช้สำลีตบนิดๆพอค่ะ เราชอบตัวนี้นะ เพราะมันช่วยทำให้ผิวนุ่มขึ้นอ่ะค่ะ ถ้าใช้ไม่เยอะเกินไปเราคิดว่าผิวแพ้ง่ายแบบเราก็ใช้ค่า





Cle de Peau : Enrich Protective Cream - ตัวนี้เราใช้บำรุงตอนเช้าค่ะ ประสิทธิภาพกลางๆ แต่ดีตรงที่ให้ความชุ่มชื้นกำลังดีค่ะ ไม่มากไป แต่ก็ไม่น้อยไป



อยากบอกว่าเป็นความลำบากใจของคนที่เป็นผดผื่นง่าย คือผิวหน้าของเราอยู่ในภาวะปกติ ผิวเราจะเป็นผิวธรรมดา ค่อนไปทางมันนิดหน่อยค่ะ โดยเฉพาะช่วงทีโซนนี่ อื้อหือ ^^" แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผดผื่นขึ้นล่ะก้อ ผิวจากค่อนไปทางมัน จะเปลี่ยนเป็นแห้งลอกเป็นขุยซะยังงั้น ยิ่งถ้าไม่บำรุงแล้วล่ะก้อ ผื่นยิ่งหายช้า

เวลาเราใช้พวกครีมบำรุง ก็เลยต้องใช้พวกที่ให้ความชุ่มชื่นเยอะๆ หน่อยอ่ะค่ะ ผิวจะได้ไม่อักเสบ เป็นขุยบ่อยๆ แล้วอาศัยว่าเวลาลงเมคอัพ ก็ใช้พวกตัวคุมมันระหว่างวันแทนค่ะ

เออ โม้เพลิน ลืมรูปเดี่ยวซะงั้น




Ipsa : Sensitive Sun Block - ตัวนี้เป็นกันแดดตัวโปรดค่ะ เป็นรุ่นของผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะค่า ใช้แล้วหน้าไม่มัน มันจะเป็นน้ำนมเกลี่ยง่ายมากๆเลยค่ะ แต่แอบแพงนิดหน่อยนะ ขวดเล็กนิดนึง ตั้ง 1400 กว่าๆแน่ะ







ต่อไปเป็นบำรุงของกลางคืนที่ชอบมั่งค่ะ


Darphin : Chamomile Oil
Darphin : Jasmine Oil


เนื่องจากผิวแพ้ง่าย แต่ก็อยากจะดูแลผิวบ้าง ก็เลยใช้2 ตัวนี้สลับกันวันเว้นวันค่ะ

ตัว Chamomile Oil จะเป็น oil สำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะค่ะ เราชอบตัวนี้นะ กลิ่นหอมดี และช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นด้วยค่ะ เหมาะมากๆสำหรับผิวที่อักเสบและลอกง่าย ใช้ตัวนี้แล้วอาการลอกก็จะลดได้ระดับนึงอ่ะค่ะ

แต่เนื่องจาก Chamomile จะเน้นความอ่อนโยน มันเลยไม่ได้ช่วยเรื่องอื่นอ่ะค่ะ เราเลยใช้ตัว Jasmine Oil ร่วมด้วย

ตัว Jasmine Oil นี้จะช่วยเรื่องกระชับรูขุมขน สำหรับเราใช้แล้วรู้สึกว่าผิวละเอียดขึ้น ดูผิวสะอาดขึ้น (เหมือนมันช่วยผลัดเซลล์ผิวแบบอ่อนๆค่ะ) ถ้าผิวไม่แพ้ง่าย อาจใช้ตัวนี้ทุกวันเลยก็ได้ แต่สำหรับเราไม่ไหวค่ะ ถ้าใช้ทุกวันจะแรงเกินไป เลยต้องใช้สลับกับ Chamomile ค่ะ

รูปมา






Cle de peau : Enriched nourishing cream - อันนี้เป็นครีมทากลางคืนค่ะ เนื้อจะเหนียวและหนักกว่าตัวครีมกลางวัน สำหรับเราก็โอค่ะ ใช้แล้วชุ่มชื่นดี แต่เรื่องริ้วรอยนี่ คงไม่ได้ช่วยอะไรมากนะเราว่า





สุดท้ายเป็นครีมใต้ตาค่ะ

Cle de peau : anti cerne
Shiseido :future solution


ตัว cle de peau ใช้แล้วเฉยมาก ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตัวนี้เค้าว่าจะช่วยลดแพนด้า แต่เราว่าก็งั้นๆอ่ะ ก็ยังแพนด้าเหมือนเดิม แต่ไม่รุจะใช้อะไรแทนอ่ะค่ะ เพราะตอนเช้าเราชอบทาตาแบบบางๆ ไม่ชอบเนื้อหนัก ซึ่งตัวนี้เนื้อบางดีแล้วก็ไม่แพ้ แค่นั้นเองค่ะ

ตัว shiseido future solution อันนี้ทาได้แค่ตอนกลางคืน เพราะเนื้อมันจะหนักค่ะ ถ้าทากลางวันจะไม่ค่อยสบายตาเท่าไหร่ ตัวนี้ทาแล้วก็ไม่รู้ว่าช่วยอะไรรึเปล่า แต่เราทามานานแล้ว และมีริ้วใต้ตาน้อย ก็เลยไม่ค่อยอยากเปลี่ยนอ่ะค่ะ แต่ตัวนี้ก็ไม่ใช่ช่วยเรื่องแพนด้าเหมือนกัน





หมดแล้วค่า สำหรับ skincare ที่ใช้อยู่ค่า ทำรีวิวยังไม่ค่อยเก่งนะค้า ถ้าผิดพลาดตรงไหน ก็ขอโต๊ดด้วยน้า คงต้องฝึกอีกเยอะกว่าจะทำรีวิวเก่งเหมือนเพื่อนๆอ่ะค่ะ




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 27 กรกฎาคม 2552 14:19:15 น.
Counter : 1315 Pageviews.  


princess_kwk
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add princess_kwk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.