Chapter 2.3 : นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ (ห้องสมุด)




กลับมาอีกครั้งครับ คราวนี้ จะมา Review ห้องสมุดภายในนิทรรศน์รัตน์โกสินทร์...

ตรงส่วนนี้ ถ้าท่านเดินเข้ามาจากด้านหน้า ให้เดินมาขวามือ จะเห็นร้านขายของที่ระลึก เเละตรงสุดทางจะมีร้านกาเเฟ สังเกตดีๆว่าจะมีบันไดขึ้นไปบริเวณชั้นลอย... 

เดินขึ้นไปเลยจ้า... ก่อนพาเข้าชม จะขอบอกเงื่อนไขการใช้บริการ ก่อนนะครับ ...

ค่าบริการ : - ถ้าเข้าเฉยๆ ไม่สนใจสมัครสมาชิก เสียค่าบริการ 20 บาท... 
                 - ถ้าต้องการสมัครสมาชิก เสียค่าบริการ 100 บาท เอกสารที่ใช้ บัตรประชาชนใบเดียว เข้าใช้บริการได้ตลอดทั้งปี ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม..
                 - ขั้นตอนการทำบัตร 1)เลือกรูปเเบบบัตรที่ชอบ (มีทั้งหมด 4 เเบบ) 2)ถ่ายรูป เเค่นั้นขั้นตอนง่ายๆ เหมือนทำบัตรประชาชน...
                 - มีบริการอินเตอร์เน็ตด้วย ไม่เเน่ใจว่าเสียค่าบริการหรือเปล่า...

ก่อนเข้าใช้บริการ : - ฝากกระเป๋าไว้ด้านนอกโดยการวางไว้บนตู้ หรือถ้ากลัวหายทางห้องสมุดมีตู้เก็บของให้ โดยเอาบัตรสมาชิก หรือบัตรประชาชนไปเเลกกุญเเจ...
                              - ไม่ควรนำโทรศัพท์มือถือเข้าไป...

ขณะเข้าใช้บริการ : - มีหนังสือหลากหลายเล่มให้ทุกท่านได้เลือกอ่าน เเน่นอน ถ้ามาที่นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ หนังสือย่อมเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ชาติไทย / หนังสือร่วมสมัยต่างๆ รวมถึงหนังสือหายากให้ดูด้วย...
                               - มีที่นั่งให้เลือกทั้ง โซฟา ชุดโต๊ะพร้อมโคมไฟ หรือเเม้กระทั่งนั่งอ่านหนังสือบนพื้นก็มี ใครใคร่นอนอ่าน นอน ใครใคร่นั่งอ่าน นั่ง ...
                               - มารยาทขั้นพื้นฐานควรมี ไม่ควรเดินเสียงดัง คุยโทรศัพท์ หรือใครพาลูกหลานมา ก็อย่าให้น้องๆรบกวนผู้ใช้บริการท่านอื่นนะจ๊ะ...
                               - นอกจากหนังสือที่มีให้เลือกนับพัน / หลายพันเล่มเเล้ว ยังมีวีดีทัศน์อีก เเต่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนใช้บริการ... 
                               - ลืมบอกว่า ท่านจะได้ยินเสียงประกาศเรียกผู้เข้าชมจากโถงชั้นล่างเป็นระยะๆ อาจทำให้ท่านไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือก็ได้นะ...

หลังเข้าใช้บริการ : - อ่านหนังสือเสร็จ เเล้วลืมว่าหยิบมาจากมุมไหน ก็ให้เอาหนังสือเล่มนั้น วางไว้ที่ๆจัดให้ ทางเจ้าหน้าที่จะจัดการเเทนท่านเอง...
                              - ห้องสมุดเเห่งนี้ ไม่มีบริการให้ยืมออกไปอ่านที่บ้าน ท่านใดที่ติดใจในเนื้อหาของหนังสือ เเล้วอ่านไม่จบ มาอ่านครั้งหน้าก็ได้นะ เเต่ไม่รับประกันว่า เล่มที่ท่านสนใจนั้นจะอยู่ที่เดิมหรือไม่... 
                               - อย่าริขโมยหนังสือออกมาล่ะ เพราะทางออกจะต้องเดินผ่านเครื่องตรวจ ถ้าเสียงดังขึ้นมาก็หาคำตอบเอาเองล่ะกัน...
                               - อย่าลืมเก็บของที่นำเข้าห้องสมุดด้วยนะครับ ...

เงื่อนไขต่างๆก็บอกไปหมดเเล้ว คราวนี้ไปดูรูปกันยาวๆเนอะ อาจมีคำบรรยายใต้ภาพ ก็เชิญหาความสำราญได้เลยจ้า...



โฉมหน้าบัตรสมาชิก สามารถเข้าใช้บริการได้ตลอดทั้งปี โดยเสียค่าบริการครั้งเดียว 100 บาท... 

บอกตรงๆว่าไม่ค่อยปลื้มเท่าไร เพราะสีของบัตรไม่ค่อยสวยเท่าที่คิด เเต่ไม่เป็นไร เมื่อมาถึงเเล้วก็ทำบัตรไปเหอะ เดี๋ยววันหลังมา จะได้เข้าห้องสมุดไม่ต้องเสียสตางค์อีก...



จุดที่เห็นด้านหน้านั้น จะสังเกตได้เห็นว่า ที่นี่มีบริการให้นอนอ่านหนังสือด้วย โดยมีผ้าปูรองพื้น เเละหมอนให้อิง เอกขเนกได้ตามสบายเลย... 



โซฟาสีสันสดสวย ก็มีให้นั่งเช่นกัน สามารถนั่งอ่านกันได้เป็นกลุ่มสบายๆ...



เดินไปสุดท้าย ก็จะเห็นชุดโต๊ะให้หลายที่ คนไหนมีการบ้าน ก็เอามาทำที่นี่ได้ (บางคนนั่งเขียนอะไรยิกๆบนกระดาษ - เเอบเห็นนะ) ส่วนโคมไฟ ใช้ได้จริง เเต่ครั้งที่ไป เปิดเท่าไรก็ไม่เห็นเเสงไฟสว่างเลย สงสัยว่าต้องถามเจ้าหน้าที่ก่อนหรือเปล่า...



ตัวอย่างหนังสือที่หยิบมาอ่าน เเน่นอน คงไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับวัง - เจ้านาย - สถาบันพระมหากษัตริย์ - ประวัติศาสตร์ชนชาติสยาม - เเละอื่นๆอีกมากมาย เหมาะสำหรับคนที่ชอบเรื่องราวเก่าๆอันคลาสสิค...

เปรียบเทียบนะ ถ้าใครชอบ...

...ประวัติศาสตร์ชาติไทย เรื่องราวในรั้วในวัง : นิทรรศน์รัตน์โกสินทร์ มีทั้งกิจกรรมให้ชม เเละหนังสือให้อ่าน ซึ่งก็คือตัวเลือกต้นๆนะครับ...

...การเงิน การลงทุน : ห้องสมุดมารวย ตั้งอยู่ที่ตลาดหลักทรัพย์ ก็คือตัวเลือกเเรกๆอีกเช่นกัน... 

- ส่วนใครชอบอ่านหนังสือมาก เเนะนำเลย งานหนังสือเเห่งชาติ 1 ปี มี 2 ครั้ง ที่ศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิติ์ มีหนังสือทุกประเภท ทุกชนิดให้ท่านได้เลือกซื้อ เลือกชม ถ้าใครไม่ชอบไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด ก็ไปหาซื้อมาอ่านเองนะจ๊ะ...

สุดท้ายนี้ ขอฝากคำว่า "การอ่าน คือรากฐานที่ดีของชีวิต"...

จบการพาเที่ยว นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ณ บรรทัดนี้ ขอขอบคุณที่รับชมครับ...

** กลับมานั่งอ่าน มีบางคำพิมพ์ผิด เรียบเรียงไม่ถูก เลยขอเเก้ไขข้อความใหม่ ( 23-6-59)**



Create Date : 26 พฤษภาคม 2559
Last Update : 23 มิถุนายน 2559 1:28:59 น.
Counter : 723 Pageviews.

1 comment
Chapter 2.2 : นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ (เส้นทางที่ 2)




กลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากตอนที่เเล้วเราได้ไปเที่ยวในเส้นทางที่ 1 ของนิทรรศน์รัตนโกสิทร์... 

ในส่วนนี้ เราจะพาไปเที่ยวกันต่อ ในเส้นทางที่ 2 : ห้องเรืองรุ่งวิถีไทย เเละ ห้องดวงใจประชา ซึ่งเเน่นอน ความหมายของเเต่ละห้องนั้นย่อมต้องมีอะไรให้ค้นหา...

เเต่รูปที่จะเสนอข้างล่างนี้ ได้มาไม่เยอะเท่ากับเส้นทางเเรก เพราะภายในที่จัดเเสดงค่อนข้างมืด เเละกล้องที่ใช้ก็เพียง Iphone 5S ฉะนั้น จึงไม่เอื้ออำนวยกับการถ่าย เเละจะประทับใจยิ่งขึ้น ถ้าท่านมาเยี่ยมเยือนเเละเข้าชมด้วยตาของท่านเอง... 



เส้นทางที่ 2 นั้น ห้องเเรกจะเชื่อมกับเส้นทางที่ 1 ห้องสุดท้าย เหมาะสำหรับใครต้องการความต่อเนื่องในการเข้าชมทั้ง 2 เส้นทาง ก็เดินกันยาวๆได้เลย...



ใจกลางห้อง จะเเสดงโมเดลเเบบจำลอง สังคมไทยในสมัยก่อน ว่ามีอะไรกันบ้าง พิธีกรรมทางศาสนา วิถีไทยชนบท โดยมีเจ้าหน้าที่บรรยาย ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเท่านั้น เมื่อทุกคนชมเสร็จ เราก็จะเดินทางไปอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเราจะได้เดินทางกันด้วยเรือ กันอีกด้วยเเหละ...



หลังจากลงเรือเเล้ว เราก็ไปยังห้องที่จัดเเสดงความรู้เรื่องราวต่างๆ โดยในห้องเเรกนั้น เเสดงวิวัฒนาการของ ธนาคาร ซึ่งธนาคารเเห่งเเรกนั้น ก่อตั้งโดยได้รับพระบรมราชานุญาติ จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว... โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานอำนาจในการจัดตั้ง "บริษัท เเบงก์ สยามกัมมาจล ทุนจำกัด" เพื่อประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์อย่างเป็นทางการ...

อุปกรณ์จัดเเสดงส่วนใหญ่ในห้องนั้น เป็นของจริง อายุ 100 กว่าปี บางชิ้นก็เอามาดัดเเปลง เพื่อใช้ในปัจจุบัน เช่น เครื่องเสียงยุคโบราณที่ใช้เเผ่นเล่น เป็นต้น...





ธนบัตรสมัยโบราณ ถ้าญาติพี่น้องใครสะสมเอาไว้ รับรอง ปัจจุบันประเมินค่าไม่ได้เชียวล่ะ เพราะหาไม่ได้อีกเเล้ว...







เครื่องเล่นเพลงสมัยโบราณ ดูภายนอกโบร๊าณ โบราณ เเต่ภายในได้ถูกดัดเเปลงไปเเล้ว เหมือนกับกล้องเก่าเเก่ ที่เราได้เห็นในเส้นทางที่ 1 ...



เครื่องพิมพ์ไปรสะนีย์บัตร์ เราสามารถหยอดเหรียญ 10 บาท 2 เหรียญ เพื่อรับโปสการ์ด 1 เเผ่น โดยสามารถเลือก หยอดเหรียญ เเละกดปุ่ม จากนั้นก็จะได้รับโปสการ์ดจากช่องได้ทันที... 

โดยโปสการ์ดเเต่ละใบ ได้บอกความรู้ หลากหลายเรื่องราว โดยเราสามารถเลือกรูปที่สนใจเเละข้างหลังจะมีความรู้อะไรซุกซ่อนอยู่ ก็ลุ้นเอาเองเเล้วกัน...

ลืมบอกไป ไปรษณีย์บัตรเเต่ละใบ สามารถเขียนชื่อ เเละส่งได้ทันที เพราะมีเเสตมป์เเปะไว้ให้เเล้ว ฝากเจ้าหน้าที่ส่งได้เลยนะ...





เราได้มา 2 เเผ่น ... 

เเผ่นเเรก : ขุนนางในรัชกาลที่ 1-4 ไว้ผมทรง "หลักเเจว" หรือ "มหาดไทย" ใส่เสื้อเเขนกระบอกคอปีก อาจใส่เสื้อนอกทับอีกตัวหนึ่ง นุ่งโจงกระเบน มีผ้าคาดเอวเเล้วรัดเข็มขัดทับ...

เเผ่นที่สอง : เป็นภาพถนนหนทาง เเละมีร้านค้า ร้านรวงต่างๆ สองข้างฝั่ง บางคนอาจเคยเห็นเเล้ว ในหนังสือประวัติศาสตร์ชาติสยาม...



ห้องเสริมหล่อ เข้าไปนั่งได้นะ เเถมข้างหน้าเเทนที่จะมีกระจก ดันมีหน้าจอ พร้อมกล้องให้ถ่ายรูป เราสามารถเลือกทรงผมตามที่ต้องการ เเละจัดการถ่ายออกมา ถ้าชอบก็บอกเจ้าหน้าที่ เเละเขาจะไปล้างรูปมาให้ ค่าบริการ ใบละ 20 บาทเท่านั้นเอง...

นอกจากนั้น ยังมีร้านหนังสือ ร้านขายเสื้อผ้า ที่เราเข้าไปถ่ายรูป เลือกเเบบที่ต้องการ เเละสั่งพิมพ์ ใบละ 20 บาทเช่นกัน ไม่เเพงเลยนะครับสำหรับกิจกรรมนี้... 



ร้านชา กาเเฟ  อุปกรณ์ทุกชิ้นที่จัดเเสดง ของจริง 100 % ใช้ได้ หรือไม่ได้ก็ไม่รู้ รู้เเต่ว่า ถ้าเข้าไปเเล้ว จะได้กลิ่นอายของบรรยากาศรอบข้างได้เหมือนกับเข้าไปยุคสมัยก่อนได้จริงๆนะเออ... 



รูปหมดล่ะ อาจ "งงๆ" ไปหน่อยนะ มันจบเเค่ส่วนเเรกของเส้นทางที่ 2 นั้นคือห้องเรืองรุ่งวิถีไทย ส่วนห้องดวงใจประชานั้น ไม่ได้ถ่ายมาสักรูปเดียว...

โดยในส่วนนี้ จะจัดเเสดงเกี่ยวกับ พระราชประวัติพระมหากษัตริย์ไทย ในสมัยรัตนโกสินทร...

ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น : รัชกาลที่ 1-4

ยุครัตนโกสินทร์ตอนกลาง : รัชกาลที่ 5-7

ยุครัตนโกสินทร์สมัยหลังการปฏิวัติ 2475 : รัชกาลที่ 7- 9

ซึ่งเเต่ละห้องที่จัดเเสดง ล้วนเเล้วเเต่ทำให้เราได้เดินทางย้อนอดีต เพื่อได้ซึมซับเรื่องราวต่างๆในสมัยโบราณ รวมถึงการตกเเต่งต่างๆนั้นน่าตื่นตา ตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง...

ส่วนในห้องสุดท้าย ของเส้นทางนี้ ถ้าใครไม่ร้องไห้ ถือว่ามาไม่ถึง เพราะเป็นการจัดเเสดงพระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ไม่เหมือนที่ไหนเเละไม่มีใครเหมือน... 

คิดดูเเล้วกันว่า หลังจากที่ดูจบเเล้ว เราถึงกับต้องยกมือไหว้พระบรมฉายาลักษณ์ของท่าน พร้อมกับ ยืนทำความเคารพคนเดียวในห้อง... บอกเลยว่า ประทับใจที่สุดเเล้วของกิจกรรมทั้งหมดในนิทรรศรัตนโกสินทร์...

เเละอีกเรื่องที่อยากบอก คือ เจ้าหน้าที่ ที่นี่ทุกคน ทำงานได้มืออาชีพมาก ตอบผู้เข้าฟังได้ทั้งภาษาไทย เเละภาษาอังกฤษ มีข้อมูลที่ตรงเเละเเม่นยำ สามารถถ่ายทอดคำบรรยายได้เป็นธรรมชาติมาก คิดๆดูเหมือนมีคนบรรยายให้ส่วนตัวเลยทีเดียว... 



วันสงกรานต์ คือวันที่เราได้มายังที่เเห่งนี้ เป็นครั้งที่ 3 เลยทำได้ทำกิจกรรมต่างๆที่เขาได้ออกเเบบไว้ให้ เเละได้รับรางวัลเป็น ผ้าขาวม้าน่ารักๆ 1 ผืน ดังที่เห็นข้างล่างนี่



เอาล่ะ เรากำลังจะเดินทางกลับเเล้ว ลองมาดูบรรยากาศภายนอกหน่อยเป็นอย่างไร...









อ่ะๆๆ ยังไม่จบดี ถ้ายังไม่ได้รีวิว "ห้องสมุด" ของนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ซึ่งจะเป็นส่วนสุดท้าย ที่เขียนให้อ่านใน Chapter 3.3 ...


** กลับมานั่งอ่าน มีบางคำพิมพ์ผิด เรียบเรียงไม่ถูก เลยขอเเก้ไขข้อความใหม่ ( 23-6-59)**

ขอบคุณที่รับชมครับ...



Create Date : 26 พฤษภาคม 2559
Last Update : 23 มิถุนายน 2559 1:23:24 น.
Counter : 873 Pageviews.

1 comment
Chapter 2.1 : นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ (เส้นทางที่ 1)




สวัสดีครับ วันนี้จะพาทุกๆคนมาเที่ยวกันที่ "นิทรรศน์รัตนโกสินทร์" กัน...

ความจริงไปมาเเล้ว 3 ครั้ง ล่าสุดไปเมื่อวันสงกรานต์ '59 บอกเลยว่า สถานที่นี้ไม่ธรรมดา เพราะอัดเเน่นไปด้วยความรู้อันทรงคุณค่าของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ไทย ที่คนไทยทุกคนต้องภูมิใจที่มี "พระราชา" ที่ปกครองเเผ่นดินโดยธรรม...

นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ที่ 100 ถนนราชดำเนินกลาง เเขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 , เบอร์ 02-621 0044

เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์

วันอังคาร - วันอาทิตย์ / วันนักขัตฤกษ์ เปิดให้บริการ 10.00 - 19.00 น.

หมายเหตุ : ถ้าวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตรงกับ วันจันทร์ ทางนิทรรศการปิดให้บริการ... 

สำหรับค่าบริการ : ขึ้นอยู่กับช่วงนั้นทางนิทรรศน์รัตนโกสินทร์มีกิจกรรมอะไรหรือไม่ โดยปกติค่าเข้าชม 100 บาท / ท่าน เเต่ถ้ามีกิจกรรมพิเศษ อาจได้เข้าฟรี หรือได้บัตรเข้าชมเพิ่ม...



สำหรับนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ จะเเบ่งเป็น 2 เส้นทาง ได้เเก่

- เส้นทางที่ 1 : รัตนโกสินทร์เรืองโรจน์ มีทั้งหมด 7 ห้อง

- เส้นทางที่ 2 : ห้องเรืองรุ่งวิถีไทย เเละ ห้องดวงใจประชา มีทั้งหมด 2 ห้อง

ซึ่งเเต่ละเส้นทาง จะใช้เวลาในการเข้าชมประมาณ 2 ชั่วโมง จะเข้าชมทีละเส้นทางก็ได้ หรือถ้าใครมีเวลาว่าง อาจเข้าชมรวดเดียวก็ได้เช่นกัน... 

ลืมบอกไป ที่นี่เขาจะเปิดให้เข้าชมเป็นรอบๆนะ ทุก 20 นาที / ใน 1 วันมีให้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 10 รอบ...




เเผนที่เเสดงรายละเอียดของห้องต่างๆที่เราจะได้เข้าชม... สามารถขอรับฟรีได้ที่เคาร์เตอร์ชำระเงิน มีทั้งภาคภาษาไทย เเละ ภาษาอังกฤษ...



บริเวณด้านหน้า เมื่อเราเข้ามาเเล้วนั้น จะพบกับขอมัลติมีเดีย ขนาดยักษ สีทองอร่าม ชวนเเสบตา ในรูป จะเห็นมีคนเข้ามาชมกันเเล้ว ซึ่งก่อนที่จะไปตามทางเลือกต่างๆ เจ้าหน้าที่จะให้ทำกิจกรรม โบกไม้ โบกมือ ต้อนรับนกที่กำลังบินออกจากหน้าจอด้วย (ตรงนี้ เด็กๆจะชอบกัน)...



ภายในอาคาร จัดได้เป็นสัดส่วน อันได้เเก่
- โถงอาคาร ต้อนรับผู้เข้าชม
- ห้องขายของที่ระลึกต่างๆ
- Coffee Shop by True
- ห้องสมุด ชั้น 2
- ส่วนเข้าชม ทางเลือกที่ 1 / 2 เเยกออกจากกันชัดเจน เเต่จะมีบางส่วนที่มีทางเชื่อมติดกัน
** ห้องอาหาร ไม่เเน่ใจว่าเปิดหรือเปล่า ไม่เคยเข้าไปนั่ง จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ตรงโถงอาคารต้อนรับ***



ถ่ายมุมสูง จากบนห้องสมุด ตรงส่วนนี้ จะเขียนให้ชมใน Chapter 2.3 นะครับ รอติดตาม...


สำหรับวันนี้ จะพาเข้าชมทางเลือกที่ 1 รัตนโกสินทร์เรืองโรจน์...

ซื้อบัตรเเล้วก็นั่งรอ ยืนรอ หรือจะทำอะไรก็เเล้วเเต่ เเต่ถ้าถึงเวลาเเล้วต้องมายังจุดนัดพบ ณ โถงอาคารต้อนรับผู้เข้าชม...

ออกตัวก่อนนะครับว่า อาจเก็บภาพมาไม่ครบ เพราะภายในห้องบางห้อง จะค่อนข้างมืด ไม่เหมาะกับการถ่ายรูป...



ภาพเขียนเเห่งประวัติศาสตร์ชาติไทย
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2549...

Our memorably exquisite paintings "Long Live The King"
The Celebration of the sixtieth year in the reigning king of Thailand

จำได้ไหม ว่าอายุเท่าไรเเละกำลังทำอะไรอยู่ ? ... สำหรับอายุเราตอนนั้นเพียง 16 ปี เท่านั้นเอง เรียนอยู่ ม.4 ...




ภาพเขียนนี้ มีชื่อว่า จันทรา เขียนขึ้นด้วยเทคนิคสีฝุ่นบนผ้าใบ มีขนาดความกว้าง 5 เมตร สูง 1.6 เมตร ผลของโดยศิลปิน จอมพล พัวทวี

ระยะเวลาในการวาดภาพนี้ 29 เมษายน 2550 - 15 สิงหาคม 2551

ถือเป็นภาพที่ถ่ายทอดได้อย่างลึกซึ้ง มีความหมาย เเละทรงคุณค่ามากที่สุด ในสยามประเทศ...



เก็บรายละเอียดได้ทั้งหมด ถ้าใครไม่สังเกต อาจไม่ได้เห็นศิลปินชื่อดังกระฉ่อนโลก 2 ท่าน ดั่งที่เห็นในรูปด้านบน...



รวมถึงพระบรมวงศ์ศานุวงษ์จากต่างประเทศ ที่ได้เสด็จมาในงาน พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช...

จะเห็นได้ว่า ภาพเพียงภาพเดียวถ่ายทอดเป็นคำพูดได้เป็นล้านคำ...



ห้องเกียรติยศเเผ่นดินสยาม...

นี่คือห้องถัดมาที่มีรูปมาให้ชม (ความจริง เดินผ่านมาเเล้ว 2-3 ห้อง เเต่บรรยากาศมันมืด เลยไม่ถ่ายรูป)...

ห้องนี้จะเเสดงเเบบจำลองของพระบรมมหาราชวัง ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งเเม่น้ำเจ้าพระยา จากที่ทราบ โมเดลนี้เป็นโมเดลที่สมบูรณ์เเบบที่สุด เท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา เพราะเเสดงรายละเอียดต่างๆ ของพระบรมมหาราชวัง... บอกเลยว่าไม่ธรรมดา ส่วนคนที่ชอบศึกษาเกี่ยวกับเรื่องวังๆ ก็ควรมาเข้าชมด้วย...



ภายในห้อง ค่อนข้างมืด เเต่ก็มีเเสงสว่างบ้างเล็กน้อย พอให้สายตาได้ปรับเเละรับชมสิ่งที่อยู่ด้านหน้า...



ถัดมาจากส่วนเเสดงจำลองพระบรมมหาราชวัง ก็จะเห็นยักษ์ 2 ตนยืนเฝ้าอยู่ ซึ่งก็ไม่เเน่ใจว่ามีนามว่าอะไร... เอาเป็นว่าถ้าใครรู้ ก็บอกได้เลย จักขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง...



ยักษ์ตนที่ 2 ใครทราบบ้างว่ามีชื่อว่าอะไร...



ภายในห้องนี้ จะมีให้ผู้เข้าชมได้ทดลองเล่นหุ่นกระบอกด้วยล่ะ... ใครอยากทดสอบฝีมือการเชิด ก็เชิญเลย...



ส่วนสำคัญของพระบรมมหาราชวัง ที่ถือว่าเป็นสถานที่ลึกลับเเห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ชายไม่สามารถเข้าได้ นับเเต่อดีตจนถึงปัจจุบัน... 

พระราชฐานชั้นใน คือสถานที่ที่ไม่เคยมีชายใดย่างกรายเข้าไปได้ ยกเว้นพระมหากษัตริย์ หรือ ผู้ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตเท่านั้น...

เขตพระราชฐานชั้นในนั้น จะมีตำหนักเจ้านายที่เป็นผู้หญิง อยู่ข้างในเยอะเเยะเต็มไปหมด มีตั้งเเต่รัชสมัยรัชกาลที่ 1 ถึง 4 เเต่พอมาในรัชกาลที่ 5 นั้น พระองค์ทรงเห็นว่า เป็นที่อึดอัด เลยออกมาสร้างวังสำหรับพระองค์ ซึ่งวังนั้นมีชื่อว่า วังสวนดุสิต... ส่วนปัจจุบันนั้น ได้ทำการปิดไม่ให้ผู้ใดเข้าชม ยกเว้นจะได้รับอนุญาติจากสำนักพระราชวัง เเละขนบธรรมเนียมที่มีในครั้นยุคโบราณ ปัจจุบันก็ยังคงยึดถือเอาไว้...

สำหรับรูปที่เห็นด้านบนนั้น คือ ประตูสนามราชกิจจำลอง ถ้าเป็นของจริงจะใหญ่กว่านี้มาก...

ประตูสนามราชกิจ บานจริงนั้น อยู่ระหว่างพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทกับกำเเพงเเก้ว ชาววังจะเรียกกันว่า "ประตูย่ำค่ำ"



หุ่นขึ้ผึ้ง -- ดูเหมือนจริงมาก... 3 ท่านที่เห็นนั้น ชาววังจะเรียกว่า โขลน ซึ่งจะมีหน้าที่ตรวจตรารักษาถนนหนทาง ดูเเลเรื่องความสะอาด รักษาความสงบเรียบร้อยไม่ให้มีการทะเลาะวิวาทกัน ในเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งเเน่นอน ท่านทั้งหลายเหล่านี้ย่อมมีความเป็นระเบียบวินัยสูงมาก จนเป็นที่ย่ำเกรงต่อบุรุษเเละสตรีเพศทั้งหลาย...



เขตพระราชฐานชั้นในนั้น ประกอบด้วยตำหนักของสนม เจ้าจอม มเหสีต่างๆมากมาย ซึ่งเเต่ละตำหนักก็ย่อมมีชื่อเสียงต่างกัน

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ปรากฎงานฝีมือเด่นๆประจำตำหนัก ที่เด่นๆก็เช่น...

- ตำหนักของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ จะโดดเด่นในเรื่องงานดอกไม้ต่างๆ

- ตำหนักของพระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฎ (พระวิมาดาเธอฯ) จะโดดเด่นด้านพระกระยาหารต่างๆ

- ตำหนักของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี จะเป็นเมืองล้านนากลางวังหลวง ผู้คนนุ่งซิ่นไว้ผมมวย อู้กำเมือง มีเมี่ยงแจกเสมอ


นอกจากนี้ คุณภาพของบรรดาข้าหลวงก็ย่อมเป็นที่เชิดหน้าชูตาของตำหนักนั้นๆอีกด้วย...




หัวโขนของจริง ซึ่งดูเเล้วสวยงามมาก สมกับเป็นศิลปะวัฒนธรรมชั้นสูงของไทยนับเท่าที่มีมา...



ห้องถ่ายภาพสมัยโบราณ มีจัดเเสดงให้ชม ...

ผู้เข้าชมทุกท่าน จะต้องถ่ายภาพหน้าตัวเองก่อน ก่อนที่จะเข้าทำกิจกรรมยังห้องถัดไป...



กล้องนี้ใช้งานได้จริงๆนะ... เเอบถาม เจ้าหน้าที่บอกว่า กล้องภายนอกน่ะ ของจริง เเต่ข้างในเป็นกล้องสมัยใหม่ ที่เอาไว้ถ่ายผู้เข้าชมโดยเฉพาะ...

รูปเก่าต่างๆก็เป็นของจริงทั้งหมด มีจัดเเสดงให้ชมด้วย...



พินิจ พิพิธภัณฑ์ Marvelous museums... สไลด์โชว์เรื่องราวเเต่ครั้งก่อน ณ สยามประเทศ...



อ่ะ อ่าวววว... รูปหน้าพวกเราที่พึ่งถ่ายไปเมื่อตะกี้นี่หว่า... ไปปรากฏบนหน้าจอนั้นได้อย่างไร ?

นี่เเหละ ถึงว่าทำไมต้องให้ถ่ายรูปก่อนทุกคน ก่อนเข้าห้องนี้ ถือเป็นกิจกรรมร่วมสนุกเล็กๆน้อยๆ นะจ๊ะ...

จบกิจกรรมนี้เเล้ว เจ้าหน้าที่ก็ให้เดินขึ้นไปชั้นบน... ไปยังห้องถัดไป...



ห้องชมวิว ต้องบอกเลยว่า มีให้เฉพาะ ทางเลือกที่ 1 เท่านั้น (เพราะทางเลือกที่ 2 นั้น เดินผ่านก็จริง เเต่ไม่ได้เเวะ เพราะต้องไปชมยังห้องถัดไป) บอกเลยว่า ถ้าใครหิว ก็เชิญหาอะไรรับประทาน เเต่ต้องกินให้หมดก่อนที่จะเดินไปยังห้องถัดไป...

เเต่เท่าที่เห็น ก็ไม่ค่อยมีคนซื้ออะไรกินนะ...



บรรยากาศภายในห้องนี้ถือว่าดีมาก เพราะเราจะได้เห็นข้างนอกในมุม 180 องศา รวมถึงพื้นที่ที่มีเยอะ ไม่เเออัด... มองไปด้านหน้า ก็จะเห็นวัดภูเขาทอง รวมถึงด้านล่างให้ชมอีกด้วย...


สิ่งที่ต้องการถ่ายทอดออกมานั้น คือต้องการให้คนไทยไปที่นี่กันเยอะๆ พาลูกเด็กเล็กเเดง ญาติพี่น้องหรือเพื่อน ไปเข้าชม นิทรรศน์รัตนโกสินทร์กันเยอะๆ นอกจากจะได้ความรู้เเล้ว อาจได้ประสบการณ์อันเเปลกใหม่ ที่ไม่เคยได้รับรู้มาก่อน เรื่องราวสำหรับประเทศไทยนั้น ยังต้องค้นคว้า ศึกษากันอีกมากมาย...

ก่อนจบ Chapter นี้ ต้องขอบอกก่อนครับว่า เนื้อเรื่องอาจไม่สมบูรณ์เเบบในเเบบที่ควรจะเป็น เพราะเล่าเรื่องอาจยังไม่กระชับ รวมถึงรูปไม่เยอะ ก็ต้องขออภัยด้วย...

ตอนต่อไปที่เจอกันอีกใน

 Chapter 2.2 : นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ (ทางเลือกที่ 2)

 Chapter 2.3 : นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ (ห้องสมุด)

** กลับมานั่งอ่าน มีบางคำพิมพ์ผิด เรียบเรียงไม่ถูก เลยขอเเก้ไขข้อความใหม่ ( 23-6-59)**

ขอบคุณที่รับชมครับ...



Create Date : 23 พฤษภาคม 2559
Last Update : 23 มิถุนายน 2559 1:15:55 น.
Counter : 951 Pageviews.

1 comment
Chapter 1 : ท้องฟ้าจำลอง 2016




อ่าห์... อากาศร้อนเเบบนี้ ไปหาที่เย็นๆเดินดีกว่าไหม ? 

เเต่ถ้าเดินห้าง คงไม่ใช่ทางเราล่ะ คงต้องหาที่สงบ เงียบ เเละที่สำคัญต้องได้ความรู้ด้วย... 

วันนี้จะพาไป "ท้องฟ้าจำลอง"  

ความจริงเราเคยมาที่นี่เเล้ว เมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน ซึ่งในยุคนั้น ยังคงสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ยังไม่ได้ตกเเต่งอะไรเหมือนในปัจจุบัน... 



เปิดมาก็ Check-In ด้วยสมุดบันทึกเล่มเล็กๆนี้ก่อนเลย คิดเอาเองว่า เป็น "Facebook" เวลาจะไปไหน ก็เอาไปด้วย จะได้ยืนยันสถานที่ที่ตัวเองได้ไปถูก...





จุดจำหน่ายตั๋ว ต้องเเยกออกเป็น 2 ใบ คือ

ตั๋วใบที่ 1< ใบเข้าชมนิทรรศการ ซึ่งจะเป็นเเบ่งออกเป็น 3 อาคาร ได้เเก่ 
1.1< พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ 
1.2< โลกใต้น้ำ
1.3< ธรรมชาติวิทยา (ไม่ได้เข้าชม ข้ามไป)

ทั้ง 3 ที่นี้ก็อยู่คนละตึก คนละอาคาร เเละที่ถ่ายรูปมาความจริงมีเยอะกว่านี้ เเต่ที่ลงในบล๊อกนี้ ถือว่าไม่เยอะ เอาให้ดูคร่าวๆเเล้วเนอะ...

ตั๋วใบที่ 2< บัตรเข้าชม ท้องฟ้าจำลอง... เเน่นอนล่ะ เป็นไฮไลน์ของที่นี่เลยนะเธอ...

เราจะเริ่มเล่าเรื่องด้วยภาพ เฉพาะส่วนบัตรที่ 1 ก่อนนะครับ...



อาคารที่ 1 : พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ 

เข้ามาก็มาเจอเครื่องเเรงโน้มถ่วงก่อนเลย ถ้าใครไม่เป็นโรคหัวใจก็ลองเล่นได้นะครับ ส่วนตัวเคยเล่นเเล้ว...





ตรงนี้ คือจุดจำลองเเผนที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด เอามาให้ผู้สนใจเข้ามาชมเเละเดินเข้าไปได้ ไปดูเอาสิว่าบ้านตัวเองอยู่ไหน ? ถ้าใครเคยดูภาพยนต์ "รถไฟฟ้ามาหานะเธอ" คงจำได้นะ ว่า คริส หอวัง ได้เคยมาเหยียบตรงนี้เเล้ว...



กระดูกไดโนเสาร์ ไม่น่าเชื่อว่าจะค้นพบในประเทศไทย ...



ฟอสซิลต่างๆ ก็มีให้ชม เเต่ไม่เเน่ใจว่า เป็นของจริง หรือของจำลอง เพราะบางชิ้นดูเหมือนเป็นพลาสติกเเข็งๆ...



ฟอสซิลปลา อีกเช่นกัน...



พอจะขึ้นไปชมข้างบน ก็มองไปข้างล่าง คนเริ่มจะมากันเเล้ว โดยเฉพาะครอบครัวที่พาเด็กๆมาด้วย (11.00)...





มุมสูงจากชั้น 3 ต่อไปเราจะไปดูห้องโลกล้านปีกัน...



เดินมาถึงก็เห็นเจ้าไดโนเสาร์คอยาว ยืนยิ้มหวานทักทายผู้เข้าชม น่ารักดี...



คนเเต่ละยุค... คิดดูว่าต้นตระกูล บรรพบุรุษ เมื่อหลายหมื่น หลายเเสนปีก่อน ต้องลำบาก ยากเข็นกว่าจะเอาชีวิตรอด เเละสืบเผ่าพันธ์มาได้ เเต่พอมายุคนี้เห็นหลายคนเเล้ว น่าเสียดายที่ไม่รู้จักการใช้ชีวิตให้มีคุณค่า... 



ไม่รู้สมัยไหน ที่เริ่มมีเสื้อผ้าใส่...





ห้องต่อไป เป็นห้องระบบสุริยะ เดินผ่านๆ ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ...



เเหม... บรรทัดข้างบน บอกไม่น่าสนใจ เเต่พอเดินไปเห็นเครื่องๆหนึ่ง กลับยืนดูเฉย เเถมยังเดินขึ้นไปเหยียบ ทดลองเล่นอีก อ๋อ... เจ้าเครื่องนี้เป็นเครื่องจำลองการเกิดเเผ่นดินไหว  เหมาะสำหรับคนไทยที่ไม่เคยเจอประสบการณ์ภัยพิบัติเเบบนี้... เครื่องสั่นยิกๆ น่ากลัวเลยล่ะ ถ้าไม่ลง ก็ไม่หยุดสั่นนะ...







พอเเล้วล่ะ สำหรับอาคารเเรก ความจริงมีที่เดินชมอีกเยอะ โดยเฉพาะเรื่องราวเฉพาะวิทยาศาสตร์ เเต่เราไม่ค่อยสนใจ ก็เลยไม่ได้เข้า เเล้วเมื่อไม่ได้เข้า ก็ไม่ได้รูป...



อาคารที่เราจะต้องเข้าไปชม นิทรรศการอวกาศ ตอน บ่ายโมงตรง ที่นี่เขาจะเเบ่งเป็นรอบๆ ซื้อตั๋วเเล้วเลือกเวลาซะ... ตอนนี้ (11.50) ยังเข้าไม่ได้ ก็เลยเดินดูรอบๆภายอาคารเสียก่อน... 





เมื่อเข้ามาถึง ก็จะเห็นพระบรมรูปรัชกาลที่ 4 สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาเเห่งวิทยาศาสตร์ไทย... 



ถึงเเม้ว่า ตอนนี้จะยังเข้าไปดูดาวไม่ได้ ก็ชมของพวกนี้ไปพลางๆก่อนเเล้วกัน เเอร์เย็นมากนะ ขอบอก... 



อาคารที่ 3 โลกใต้น้ำ...



เข้าไปเเล้ว ก็เหมือนพิพิธภัณธ์ที่เลี้ยงสัตว์น้ำดีๆไว้นี่เอง ไม่ได้พิเศษอะไรมากมาย... ทางเดินก็เเคบๆ เเต่ก็เหมาะสำหรับผ่อนคลายได้ดีทีเดียว ได้เดินคุยกับปลา ทักทายสัตว์น้ำไปเรื่อย อืม... 



หวัดดีจ๊ะ น้องปลาปั๊กเป้า... ไม่เห็นพองตัวเลย ขนาดเคาะกระจกให้มันตกใจเเล้วนะ หรือว่ามันเห็นเข้ามนุษย์พวกนี้ จนไม่เกิดอารมณ์กลัวเเล้ว...



ปลากรายจ๋า... เนื้อเจ้าคงอร่อยมากเลยนะ อยู่ตัวเดียว ไม่มีเพื่อน น่าสงสารจัง...



ปลาเเรดตัวนี้ ดูท่าน่าจะหลายปีมากเเล้ว เพราะเท่าที่จำได้ ตอนที่มาเมื่อปี 52 เจ้าสองตัวนี้ ก็อยู่นะ ไม่เบื่อหรอ ? อยู่เเบบนี้มาหลายปี...



โลมา เพื่อนยาก ทำไมเจ้าไม่ลงไปอยู่ในน้ำ... 

อ้อ เป็นหุ่นจำลองนั้นเอง ถ้าทางพิพิธภัณฑ์ได้เลี้ยงไว้ เราก็อยากจะลองเล่นกับเจ้าปลาโลมาเสียเหลือเกิน อยากรู้ว่ามันจะฉลาดจริงหรือเปล่า...



พอเเล้ว... ตอนนี้ก็เที่ยงกว่า อากาศร้อนก็ร้อน ท้องเริ่มหิวเเล้ว ไปหาอะไรกินไหม ?... เห็นป้ายบอก ตรงนั้นเป็น "โรงอาหาร" ซึ่งเเน่นอน หิวข้าวก็ต้องไปหาอะไรกิน ฉะนั้น ไปกันเลย... 

โรงอาหารที่นี่ เล็ก กระทัดรัด เห็นมีนักศึกษามากินกันเยอะเหมือนกัน นักท่องเที่ยวก็มี ทั้งชาวไทยเเละชาวต่างชาติ เเละมารู้ว่าทำไมคนกินเยอะ ก็เพราะว่า อาหารที่นี่ ไม่เเพงเท่าข้างนอก... 



บะหมี่เกี๋ยว ชามนี้ ราคา 35 บาท บอกเลยว่า อร่อยมากๆๆๆ โดยเฉพาะน้ำซุปที่ร้อน เเละหอมอร่อยมาก ข้างในเกี๋ยวก็มีเนื้อหมู ที่เพิ่งห่อเมื่อตะกี้... 



สำหรับเครื่องดื่ม ก็มีให้เลือกหลากหลาย เเต่ที่เราได้ลองชิม คือน้ำกระเจี๋ยบ ราคาเพียง 10 บาท เเก้วใหญ่ด้วยล่ะ ถ้าข้างนอกขายคง 20 บาทสินะ...



เมื่อฟาดอาหารจากนั้นเสร็จ ก็ถึงเวลาอันสมควร ที่เราจะต้องไปที่ที่นัดหมายเเล้ว คนมากันเยอะ ทั้งเด็กเเละผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กท่าทางเยอะกว่า เพราะตอนนี้ปิดเทอมเเล้วล่ะ...



เข้าไปภายในโดม ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง สมกับที่ปรับปรุงใหม่เเบบยกเครื่อง เเอร์เย็น ที่นั่งเยอะ ไม่เเออัด ความจุน่าจะ 300+ มั้ง คนค่อยๆทยอยมา เลือกที่นั่งกันตามสบาย...



ทันทีที่ก้นนั่งลงบนเก้าอี้ ก็ถึงเวลาเงยหน้ามองข้างบนกันเเล้วล่ะ ระยะมุม คือ 360 องศา เห็นรอบๆหมด เเถมภาพที่ฉายก็เป็นเเบบ 3D ด้วยนะ ตื่นตามากเลย มันสะกดจิตให้เราต้องนั่งเงยหน้าจนลืมเมื่อยไปช่วงขณะ... 



คิดดูเเล้วกันว่า รูปที่ฉายใหญ่ขนาดไหน...



เครื่องฉาย รูป 360 องศา น่าจะเป็นเครื่องใหม่ หลังปรับปรุงนะ ดูอลังการมาก ถึงเครื่องอยู่กลางห้อง มันก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสในการชม เสียเลย คิดซะว่าเป็นกล้องโทรทัศน์ ขนาดใหญ่สำหรับดูดาวเเล้วกัน...

เเต่ละมุมของห้องนี้ จะเเสดงสัญลักษณ์ของทิศเอาไว้ด้วย ได้เเก่ ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก เเละทิศตะวันตก... ทิปสำหรับการนั่ง ควรนั่งตรงใกล้ๆทิศเหนือ (N) เข้าไว้ เพราะจะได้รับชมเเบบไม่ต้องหันหน้าไปตรงนู้น ตรงนี้มาก โดยเฉพาะภาพยนต์สุดท้ายที่ฉาย จะได้ชมเเบบสบายคอ (ลืมบอก ตำเเหน่งที่นั่งไม่จำเป็นต้องนั่งที่เราเเนะนำไปหรอก เพราะหนัง หรือภาพยนต์นั้นจะเปลี่ยนไปเรื่อย - นั่งมุมไหนไม่สำคัญ เเต่บางครั้ง ก็ต้องเอียงคอดูกันนิ๊ดดดด)... 


เวลาในการเเสดงชมในครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 50 นาที...

บอกเลยว่า อลังการงานสร้างมาก ภาพเป็น 3 มิติ ทั้งหมด เด็กๆเข้าไปดูนี่ร้องกันใหญ่ ขนาดเราเป็นผู้ใหญ่เเล้ว ก็ยังอดตื่นเต้นด้วยไม่ได้...

ภายในโดม สามารถถ่ายรูปได้ตลอดเวลา เเต่ไม่ควรเปิดเเฟรช เราก็ถ่ายมานะ เเต่เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้เข้าชมท่านอื่นๆ ก็อาจต้องเเอบถ่ายรูปมากันบ้าง...



จบไปเเล้วนะ สำหรับกิจกรรมในวันนี้... ใช้เวลาไม่นานหรอกไม่เกิน 3 ชั่วโมง ก็เบื่อเเล้ว... 

เดี๋ยววันหลัง ถ้ามีเวลา จะพาไปเที่ยวที่อื่นกันต่อ ไม่พ้นกรุงเทพฯหรอกนะครับ...



ลาก่อน ท้องฟ้าจำลอง 8 เมษายน 2559...

** กลับมานั่งอ่าน มีบางคำพิมพ์ผิด เรียบเรียงไม่ถูก เลยขอเเก้ไขข้อความใหม่ ( 23-6-59)**

ขอบคุณที่รับชมครับ...



Create Date : 08 เมษายน 2559
Last Update : 23 มิถุนายน 2559 1:02:56 น.
Counter : 781 Pageviews.

0 comment
"วิกรม กรมดิษฐ์"



วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2559 

อาทิตย์ต้นเดือน หลายคนอาจนอนเล่นอยู่บ้าน / ทำงาน หรือมีกิจกรรมที่ชื่นชอบ เเต่สำหรับเรามีนัดกับชายคนหนึ่ง ผู้ซึ่งถือเป็นตำนานเเห่งนักธุรกิจชาวไทย ที่มีฉายา "เจ้าพ่อนิคมอุตสาหกรรม" มีทรัพย์สินภายใต้การก่อตั้งมากกว่า 1 เเสนล้านบาท... 

เเน่นอนล่ะ บางคนอาจเคยได้เห็นค่าหน้าตาของชายคนนี้ ไม่ว่าจะในสื่อต่างๆ เช่น โทรทัศน์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์...

หลายคนอาจชื่นชอบในลักษณะ บุคลิกของชายคนนี้ ผู้ซึ่งมีความฝันที่จะมีอาณาจักรอันยิ่งใหญ่เป็นของตนเอง ตั้งเเต่เด็ก เเละเขาก็สามารถทำฝันนั้นให้เป็นจริงได้... ชายผู้ซึ่งสร้างเเรงบันดาลใจอย่างเเรงกล้าสำหรับใครหลายๆคน...

บุคคลที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น คือ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ...



กองหนังสือหลากหลายเล่ม ที่เตรียมเอาไปให้คุณวิกรมเซ็นต์ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ...  เมื่อไปถึงศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิติ์ คนค่อนข้างหนาตา ประกอบกับเป็นอาทิตย์ต้นเดือน คนเลยมากันเยอะเป็นพิเศษ เเต่นั้นไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาคุยกัน เป้าหมายของเรานั้น คือการไปบูธหนังสือของเครือ Nation เพื่อไปพบกับชาย"คนนั้น" มือถือกระเป๋า สองเท้าเดินจ้ำไป... เเละเมื่อถึงที่เกิดเหตุ ก็ได้พบกับคุณวิกรม กรมดิษฐ์ นั่งอยู่พร้อมกับนั่งพูดคุยเเละเเจกลายเซ็นต์ให้เเฟนคลับ...



ไม่รอช้า เดินไปเข้าเเถว เเต่เผอิญคิดได้ว่า หนังสือที่เอามานั้น ไม่เพียงพอต่อการถ่วงเวลากับการนั่งคุย ก็เลยไปจัดหนังสือมาอีก 5 เล่ม คิดว่า น่าจะใช้เวลาในการเซ็นต์อีกสัก 10 วินาที ซึ่งนั้นก็มากเพียงพอต่อการมาเจอในครั้งนี้เเล้ว... 

หลังจากซื้อเสร็จ ก็เดินไปเข้าเเถวตามปกติ พร้อมกับหยิบรูปที่ได้เตรียมเอาไว้ เเละสมุดไดอารี่ออกมา เพื่อให้คุณวิกรมได้ประทับตรา เป็นที่ระลึกก่อนจาก..



วินาทีสำคัญก็มาถึง โดยไม่ได้นัดหมาย...  อาการตื่นเต้นกับการพบบุคคลสำคัญ ไม่เเตกตื่นเหมือนกับคราวที่เเล้ว ที่เราได้เจอกันเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2557 ถ้าใครจำได้ เราเคยเขียนบล๊อกเอาไว้ ตามลิงค์นี้ //www.bloggang.com/mainblog.php?id=prince49&month=28-10-2014&group=6&gblog=4



ทันทีที่นั่งลงเก้าอี้ พร้อมกับสวัสดี เราก็พูดกับคุณวิกรมยกใหญ่ โดยบทสนทนาส่วนใหญ่ก็เป็นคำพูดที่ยกย่อง สรรเสริญคุณวิกรม พร้อมกับบอกว่า ผมเป็นเเฟนคลับ เเล้ววันนี้ ผมตั้งใจที่จะมาเจอเเละมาให้กำลังใจ...

หนังสือที่เอามานั้นยังไม่พอ เลยหยิบรูปที่ถ่ายเอาไว้เมื่อเกือบ 2 ปีที่เเล้วมาให้เซ็นต์ด้วย...   ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนคุณวิกรม จะตกใจ โยกตัวไปข้างหลังพร้อมกับอุทาน ไม่นึกมั้งว่าจะมีเเฟนคลับเอารูปมาให้ลงพิธีเจิม...

เเต่เอาล่ะ ท่านก็ถามนั้นนู้นนี่ โดยเฉพาะคำถามสำคัญ ที่เราตอบออกมาเเบบตื่นเต้นมาก... คือท่านถามว่า "ได้อะไรจากการอ่านหนังสือของผม"... เราก็ตอบไปตามที่คิดได้ขณะนั้น คือ ทำให้ผมได้มองโลก "กว้าง" ขึ้น คิดใหญ่เเละต้องทำให้ได้ เเละต้องมี "เป้าหมาย" ในชีวิต ... คำตอบนี้ ดูเหมือนจะทำให้คุณวิกรม พอใจไม่มากก็น้อย คิดเอาเองนะ... 







ขณะที่คุณวิกรม กำลังเซ็นต์รูปภาพ เเละหนังสืออยู่นั้น เราก็ชวนคุยน้ำไหล ไฟดับ ลืมโลกรอบข้างไปเลย ทั้งๆที่ ด้านหน้า มีคนกำลังถ่ายรูปคุณวิกรม เยอะเเยะเต็มไปหมด เเต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะนานๆออกสื่อ ก็เลยเฉยเป็นธรรมดา... (เกี่ยวกันไหม)





ไม่นั่งคุยเปล่า ระหว่างที่กำลังเซ็นต์หนังสืออยู่นั้น เราก็ช่วยหยิบจับหนังสือที่เซ็นต์เสร็จเเล้ว เอาวางไว้ข้างๆ เพื่อที่จะมีพื้นที่ในการวางหนังสือเล่มถัดไป...



หลังจากที่เซ็นต์หนังสือหมด เราก็ได้ "ขอ" คุณวิกรมเป็นพิเศษ นั่นคือการ ขอให้เซ็นต์ชื่อลงในไดอารี่เล่มสำคัญของเรา ซึ่งคุณวิกรมก็บอกว่า "ได้ๆ มาเลย" เราก็ยื่นสมุดเล่มดังกล่าวให้เเก่ท่าน ...





คุณวิกรม กำลังเขียนข้อความบางอย่าง พร้อมกับลงชื่อในสมุดบันทึกเล่มน้อยๆ เล่มนี้... 



หลังจากกิจกรรมเซ็นต์หนังสือ เสร็จสิ้น ก็ได้มีพิธีถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึกก่อนที่จากกัน... เเละขอคุณวิกรม จับมือด้วย ซึ่งท่านก็ยินดีมาก เราก็ดีใจ ที่ท่านไม่ถือตัว...





ขณะที่กำลังกล่าวคำสวัสดี ร่ำลากัน เราก็ได้ขอคุณวิกรม "อีกครั้ง" ที่จะถ่ายเซลฟี่กับท่าน เราถามว่า "สะดวกที่จะถ่ายเซลฟี่ได้ไหมครับ ?" คุณวิกรมก็บอกว่า "มาเลยๆ" ดูเหมือนการรบกวนคุณวิกรม จะไม่เป็นผล เพราะท่านยินดีต่อการขอ จากเราทั้งสองครั้ง... 


รูปนี้ คุณวิกรมกำลังเอ่ยปากขอมือถือของเราจากพนักงาน มาให้เซลฟี่กันสักหน่อย... 



ตามนั้นเเหละ ท่านผู้ชม... ประทับใจมากกกกกกก (ขอลาก "ก" ยาวสักนิด) 

การที่เราได้พบกับบุคคลอันเป็นที่รัก เเม้จะ 5 นาที หรือ 10 นาที มันช่างมีความรู้สึกประทับใจ เเละจะขอจดจำเอาไว้ชั่วชีวิต เพราะการที่จะศรัทธาต่อใครนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เเละการเข้าถึงตัวในโอกาสปกตินั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ เเต่วันนี้ก็เป็นไปเเล้ว กับการที่พบกับชายที่เราชื่นชอบ เป็นไอดอลต่อการใช้ชีวิตของเรา...

ถึงเเม้ว่า วันนี้เรามาหา มหาเศรษฐีหมื่นล้าน (...เเหม คุณวิกรมได้ปันผลรอบหนึ่ง ไม่ต่ำกว่า 30 ล้าน) เเต่ท่านก็ไม่ได้ให้เงิน หรือ สิ่งของเเก่เรา มีเเต่ต้องซื้อหนังสือจากท่าน เเต่สิ่งหนึ่งที่ได้กลับมา นั่นคือ "เเรงบันดาลใจ" เเละ "กำลังใจ" ซึ่งไม่สามารถตีเป็นมูลค่าได้...





ข้อความสั้นๆ อาจไม่ยาวในตัวอักษร เเต่ลึกซึ้งในความหมาย สมุดไดอารี่เล่มเล็กๆเล่มนี้ จะติดตัวเราไปตลอด ถ้าใครสนใจ  จะขอดูก็ได้นะ เพราะมันคือ "ความประทับใจ" จากคนที่ศรัทธา เขียนลงในสมุดบันทึกเล่มน้อยๆเล่มนี้... 



ขอขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านครับ... 

>>>>> สำหรับนักลงทุน <<<<<

สำหรับนักลงทุนในหุ้น AMATA เราก็ได้ถามเเทรกระหว่างที่กำลังเซ็นหนังสือว่า อนาคตหุ้น AMATAV (เวียดนาม) จะดีขึ้นไหม ท่านก็ได้ตอบมาเเล้วว่า "ดีๆ ดีสิ ยังทำอะไรได้อีกเยอะ"... 

ราคา ณ ปัจจุบัน ( 4 เมษายน 2559 ) 

AMATA : 12.20 บาท
AMATAV : 8.90 บาท

การที่เราเป็นนักลงทุน เราต้องทราบข้อมูลเเละข่าวคราวของหลักทรัพย์นั้นๆ ฉะนั้น วันนี้ได้มาเจอกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เเละเป็นผู้ก่อตั้งด้วยเเล้ว มันก็คงดีไม่น้อย ... 

สุดท้ายขอขอบคุณ คุณวิกรม ที่ได้ให้โอกาสเเก่คนตัวเล็กๆคนหนึ่ง ได้สัมผัสมือ เขียนข้อความอันทรงคุณค่า เเละยังได้เซลฟี่อีกด้วย... โอกาสหน้า ผมจะกลับมาพบท่านอีกครั้งครับ... วิกรม กรมดิษฐ์...

Amended : 21 May 2016



Create Date : 03 เมษายน 2559
Last Update : 3 มิถุนายน 2559 18:27:54 น.
Counter : 1372 Pageviews.

2 comment
1  2  3  

Valentine's Month



mr.องค์ชายเต้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อิ อิ
หวัดดีจ้า
หวัดดีนะ
หวัดดีคับ

บ๊าย บาย ค่ะ....