เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสดใส ด้วยการยิ้มให้กำลังใจกันและกันค่ะ^^
Group Blog
 
All blogs
 

Acarteast...Chap 1 <เจฟ>

...Chapter 1 ...
…เจฟ...


เสียงเอะอะที่ดังขึ้นกลางตลาดเรียกให้ผู้คนผ่านไปผ่านมาเข้ามาดู บ้างนึกสนุกแหวกฝูงชนเข้าไปดูบ้างก็ส่ายหัวด้วยความรำคาญ เด็กหนุ่มผมทองที่อยู่กลางวงล้อมปรบมือดังๆแล้วตะโกน

“เอ้า เร่เข้ามาๆพ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย เข้ามาเสี่ยงโชคกันใครโชคดีวันนี้มีรวยใครโชคไม่ช่วยก็ถือว่าซวย เอ้ย ทำบุญแล้วกันนะขอรับ เอ้า เร่เข้ามาๆ”
เมื่อผู้คนเข้ามามากขึ้นเด็กหนุ่มยิ้ม

“ใครจะลงเหรียญทิศไหนก็เชิญเลยขอรับ ลงเสร็จแล้วข้าจะได้หมุนลูกดอก”

“ถ้าข้าขอหมุนเองจะได้ไหม ข้าไม่ค่อยไว้ใจเจ้าเท่าไหร่นัก” ชายร่างสูงพูดหลังจากวางเหรียญกันเสร็จ เด็กหนุ่มยิ้มแล้วผายมือ

“ข้ายืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าข้ามิได้โกงแน่นอน หากท่านขอเช่นนั้นก็ได้ขอรับ”

ชายร่างสูงยิ้มอย่างพอใจ วางลูกดอกที่รับมาจากเด็กหนุ่มกลางวงแล้วหมุน นักเสี่ยงโชคทั้งหลายต่างรอลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ หากแต่ผลที่ออกมากลับทำให้นักเสี่ยงโชคทั้งหลายโห่ร้องด้วยความเสียดาย มีเพียงเด็กหนุ่มผมทองเท่านั้นที่ปรบมือลั่น

“เฮ! ข้าชนะแล้วๆ จ่ายมาซะดีๆอย่าคิดเบี้ยว อ่ะๆท่านลุงเคราดกคนนั้นน่ะจะไปไหนเล่าท่านยังไม่ได้ข้าจ่ายมาเลยนะ 3 เหรียญทองแดงจ่ายมาซะดีๆ” เด็กหนุ่มผมทองว่าพลางกระดิกนิ้วรับเงิน

“อะไรกัน ข้าลงกี่ตาๆ ก็แพ้หมด เจ้าเล่นโกงรึเปล่าเจ้าหนุ่ม”ชายชราเคราดกที่ยืนเสี่ยงโชคมาหลายตาบ่นอุบ ยอมดีดเหรียญทองแดงในมือให้โดยดี

“ข้าเปล่าโกงนะ พวกท่านก็เห็นว่าลูกดอกนี้มันไปเองข้าไม่ได้แตะมันซักนิดพวกท่านต่างหากที่หมุนมันกับมือ ท่านก็เห็น”

“แต่ข้าก็สงสัยอยู่ดี...”

"เอาน่าๆ มีเสียก็ต้องมีได้ เชื่อข้าสิตานี้ต้องได้ทุนคืนมาแน่ๆ” ชายร่างอ้วนตบไหล่เพื่อน “เอ้า! เจ้าหนุ่มอย่าชักช้า ข้าจะแทงแล้ววางลูกดอกมาซะดีๆ”

“ตามบัญชาขอรับนายท่าน” เด็กหนุ่มค้อมกายผายมือ หันมายิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผู้อื่นไม่สังเกตเห็น

วันนี้คงมีเงินใช้ได้อีกหลายเหรียญทอง สบายไปอีกหลายวันแน่ๆเรา


**********


เสียงผิวปากและเสียงเดาะเหรียญในมีดังกรุ๋งกริ๋งของเด็กหนุ่ม ทำให้หญิงร่างอวบในชุดผ้าป่านเนื้อหยาบสีน้ำตาลยาวกรอมเท้า โพกหัวด้วยผ้าชนิดเดียวกัน เงยหน้าจากการจัดของมองมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“ไปหลอกพนันคนอื่นได้มาเยอะล่ะสิวันนี้ ถึงได้ผิวปากอารมณ์ดีแบบนี้เนี่ย”

“โธ่ท่านป้ามาร์ธาขอรับ ถ้าข้าไม่ทำอย่างนี้แล้วจะมีเงินมาให้ท่านใช้หรือขอรับ” เด็กหนุ่มแกล้งครวญ

“ช่างเถอะๆ ตามใจเจ้าละกันจะทำอะไรก็ระวังตัวไว้บ้าง เกิดอะไรขึ้นแล้วจะหาว่าข้าไม่เตือน” มาร์ธาว่า ก้มลงทำงานของนางต่อไป

“แหม ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆก็ไม่เห็นยากนี่นาก็แค่ใส่เกียร์หมาแล้ววิ่งหนี”เขาพูดติดตลก

“เหอะ เจ้านี่ล่ะน้ากะล่อนยังไงก็อย่างนั้นไม่เปลี่ยนจริงๆเชียว เจฟ”
เจฟยิ้มแฉ่งไม่ตอบอะไร

“ว่าแต่ท่านมีอะไรให้เจฟตัวน้อยๆคนนี้กินไหม ตอนนี้พยาธิในท้องข้าโอดครวญร้องหาของว่างระงมแล้วเกรงว่าถ้าไม่มีอะไรตกถึงท้องพวกมันคงกินข้าจนหมดตัวแน่ๆเลย” เขาพูด เดินมาคลอเคลียมาร์ธาจนนางรำคาญ

“โน่นไปหาในครัวเองเลยไป ไม่เห็นหรือไงว่าข้าไม่ว่าง”

“คร๊าบบบ” เจฟยิ้มรับ แล้วกระโดดผลุบเข้าไปในโรงครัว มาร์ธาเงยหน้ามองหลานชายนอกไส้จอมกะล่อนตามหลังไปแล้วหวนคิดถึงอดีตวันวาน

เจฟเด็กหนุ่มผมทอง ผิวพรรณผุดผาดราวอิสตรี นัยน์ตาสีเขียวสดใส พร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตรกอปรกับนิสัยกะล่อนหน่อยๆทำให้เขาเป็นที่รักและที่หมั่นไส้ของชาวบ้าน ผ้าคาดหน้าผากสีหม่นที่ติดตัวมาตั้งแต่เยาว์วัยไม่มีแม้สักครั้งที่จะหลุดจากหน้าผากผู้เป็นเจ้าของ เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวเจฟที่ทุกคนล้วนรู้ดี ใครจะรู้ว่าเด็กหนุ่มผู้ร่าเริงคนนี้มีอดีตเป็นเช่นไร เพราะแม้แต่ตัวนางเองก็ไม่รู้ เมื่อ 15 ปีก่อนมาร์ธาที่เพิ่งครองตัวเป็นหญิงม่ายเพราะสามีตายจากไปได้ไม่นานลืมตาขึ้นในช่วงหน้าร้อนวันหนึ่ง พร้อมกับเสียงรัวประตูซึ่งดังขึ้นหน้าบ้านทำให้นางต้องออกไปดู แต่แล้วนางกลับพบบุรุษร่างใหญ่ในชุดเสื้อเกราะสีเงินร่างกายเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผล ในอ้อมแขนของเขามีร่างๆเล็กๆของเด็กชายคนหนึ่งนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่ ชายชุดเกราะคนนั้นไม่พูดอะไรเขากลับยัดเยียดเด็กชายวัย 5 ขวบผมทองคนนั้นเข้ามาในอ้อมแขนของนางก่อนจะสั่งเสียว่า

ไม่ว่าอย่างไรอย่าไงเจ้าจะต้องเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้เติบใหญ่ อย่าให้เขาได้รับอันตราย พาเขาหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้และรอวันที่เขาจะกลับไปยังดินแดนที่เขาจากมาพร้อมกับภารกิจอันยิ่งใหญ่

หลังจากที่บุรุษผู้นั้นจากไปมาร์ธาจึงได้เลี้ยงดูเด็กชายอย่างดี นางได้ย้ายที่อยู่บ่อยครั้งเมื่อเห็นว่าภัยกำลังจะมาเยือนตัว ภัยที่นางรับรู้ได้โดยสัญชาติญาณ หลายหนที่นางและเจฟน้อยเผชิญหน้ากับกลุ่มชายชุดดำที่ประสงค์ร้ายจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เจฟเคยถามนางว่า ‘คนพวกนั้นเป็นใคร ทำไมเราต้องหนีด้วย’ มาร์ธาเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรเพราะนางเองก็ไม่รู้อะไรมากนัก รู้แค่เพียงว่าต้องหนี ถ้าไม่หนีทั้งนางและเจฟอาจจะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีก!

ความคิดของนางต้องสะดุดลงเมื่อเด็กหนุ่มชะโงกหน้าส่งเสียงดังออกมาจากห้องครัว “ท่านป้ามาร์ธาขอรับ ไก่ย่างรมควันนี่ข้ากินได้ไหมขอรับ”เจฟพูดพร้อมหิ้วขาไก่ห้อยต่องแต่งในมือเขา

มาร์ธาส่ายหัวระอา

“กินไม่ได้มั้ง ไก่ตัวนั้นข้าเอาไว้ให้เจ้าตูบหลังหมู่บ้านถ้าเจ้าจะแย่งมันกินก็เอาไปสิ” คำแขวะของมาร์ธาทำเอาเจฟสะอึก

“โหย ท่านป้าเล่นกันอย่างนี้เลยรึ แต่ก็เอาเถอะตอนนี้ข้าหิวเต็มทีละจะของเจ้าตูบหรือของเจ้าเหมียวข้าก็กินได้ทั้งนั้น” เด็กหนุ่มยิ้มเผล่ แล้วกัดเนื้อไก่คำโตยั่ว เลียริมฝีปากมันแผล็บ มาร์ธาเริ่มหมั่นไส้

“เอ้อ ท่านป้าเมื่อตอนบ่ายข้าได้ยินพวกชาวบ้านพูดกันว่าอาทิตย์หน้าจะมีงานเทศกาลโรยดอกไม้ว่าแต่ไอ้เทศกาลนี่มันคืออะไรหรือ”

เทศกาลโรยดอกไม้ เทศกาลประจำปีของเมืองรีไททีส ปีนึงจะจัดครั้งหนึ่งเพื่อบูชาเหล่าเทพธิดาผู้ปกปักษ์เมือง โดยแต่ละปีจะเลือกหญิงสาวพรหมจรรย์ที่มีอายุไม่เกิน 22 ปีเป็นตัวแทนอวยพรเทพธิดาเหล่านั้น

“ทำไม หรือว่าเจ้าสนใจ” มาร์ธาถาม

“เก๊าะ นิดหน่อย แหมท่านป้านานๆทีจะมีงานเทศกาลรื่นเริง สาวงามและที่สำคัญโอกาสเหมาะเหม็งที่จะหารายได้เข้ากระเป๋าข้าก็ต้องสนใจเป็นธรรมดาสิ” เจฟยิ้มเจ้าเล่ห์

“เจ้านี่น้า งกเหมือนใครก็ไม่รู้”

“ถ้าไม่งกก็ไม่มีเงินใช้น่ะสิขอรับ”

“เฮ้อ ข้าไม่เถียงเจ้าแล้วพูดไปก็เปล่าประโยชน์” นางถอนหายใจอย่างเซ็งๆแล้วจัดของต่อ

“ท่านป้า”

“มีอะไรอีกล่ะเจ้าตัวปัญหา” มาร์ธาหันมาเท้าสะเอวมองหน้าเจ้าตัวปัญหาที่นั่งละเลียดน่องไก่อยู่บนถังไม้ ด้วยสีหน้าครุ่นคิดแล้วตัดสินใจหันมาถามนางด้วยแววตาซื่อๆ

“เราอยู่ที่นี่นานๆไม่ได้หรือ ข้าไม่อยากย้ายไปไหนอีกข้าเบื่ออีกอย่างอยู่ที่นี่ก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะ เดินทางมาก็หลายเมืองแล้วนะท่านป้าเราปักหลักอยู่ที่นี่ไม่ได้หรือ”

นางสะอึก นั่นสิอยู่ไม่ได้หรือ หากแต่ใจในก็มีอีกฝ่ายหนึ่งที่แย้งขึ้นมาเมื่อนึกถึงภาระที่แบกไว้ ไม่ได้หรอกไม่ได้ตราบใดที่เจฟยังไม่ปลอดภัยนางจะทำอย่างนั้นไม่ได้ แล้วอีกนานเท่าไหร่ล่ะที่ต้องหนีอยู่อย่างนี้ อีกนานเท่าไหร่...
“ไม่ได้หรอก”

“ทำไมล่ะท่านป้า” เด็กหนุ่มไม่ยอมแพ้

“นั่นก็เพราะเพื่อความปลอดภัยของเจ้าเอง”

“ความปลอดภัยของข้า ข้าไม่เข้าใจมีอะไรกันแน่ท่านป้า” เจฟทวนคำ กระโดดลงจากถังไม้ มองหญิงร่างท้วมอย่างไม่เข้าใจ

มาร์ธานึกได้ว่าตัวเองพลาดไปแล้วได้แต่อึกอักเฉทำเป็นจัดของต่อ เด็กหนุ่มไม่ยอมแพ้เดินตามและจ้องมองอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อรอคำตอบ ผู้เป็นป้าแสร้งหงุดหงิด ตอบไป

“ก็เจ้าเที่ยวไปต้มตุ๋นชาวบ้านชาวช่องไว้มากเกิดเขาจับได้เจ้าก็มีแต่ตายกับตายข้าก็เลยต้องพาเจ้าหนีมานี่ไง”

“โถ่ ข้าเอาตัวรอดได้หรอกน่า ท่านป้าไม่ต้องเป็นห่วง” เจฟใช้นิ้วปาดจมูกยักคิ้วกวนๆ

“เฮอะ แล้วข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะไปได้สักกี่น้ำ”

“เชื่อใจเจฟนักต้มตุ๋นผู้ชาญฉลาดที่สุดในเทอร์เรียได้เลย” เอานิ้วจิ้มอกตัวเองแล้วกระโดดขึ้นถังไม้ แทะน่องไก่ต่ออย่างเอร็ดอร่อย

“กะล่อนที่สุดในเทอร์เรียล่ะสิไม่ว่า” มาร์ธาส่ายหัวระอาแล้วก้มลงทำงานของนางต่อแต่ในใจกลับรู้สึกสังหรณ์ชอบกล หวังว่าคงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกนะ

**********




 

Create Date : 08 เมษายน 2552    
Last Update : 8 เมษายน 2552 16:28:55 น.
Counter : 81 Pageviews.  

ทักทายกันหน่อย

สวัสดีค่ะ^^

ช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงปิดเทอมเลยมีเวลาว่างมากมาย หัวสมองกำลังโล่งปลอดโปร่งเหมาะสำหรับช่วงจะเขียนนิยายสักเรื่องเลยล่ะค่ะ เขียนมาหลายเรื่องแล้วแต่ก็ไม่จบสักทีT^T แต่สำหรับเรื่องนี้จะจริงจังแล้วล่ะค่ะเพราะได้วางพล็อตไว้หมดแล้ว สำหรับชื่อเรื่องนั้นยังไม่ได้แน่นอนค่ะ เลยเอาชื่อเรื่องแก้ขัดไปก่อน

Acarteas…เป็นเรื่องออกแนวไปทางแฟนตาซีค่ะเกี่ยวกับเวทมนต์หน่อยๆ ลองเอาพล็อตคร่าวๆมาให้อ่านก่อนละกัน

เจฟ...เด็กหนุ่มผมทองผู้ที่มีความเป็นมาอย่างเป็นปริศนา เขาเติบโตมาพร้อมกับผ้าคาดหัวสีหม่นที่ไม่เคยห่างกายและภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่รอเขาอยู่

เซเรน...เด็กสาวผู้พิทักษ์ ผู้ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่อันสำคัญยิ่งคือการตามหาองค์ชายรัชทายาทเพียงพระองค์เดียวของดินแดนเอคาร์เธียส ดินแดนเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่หายสาบสูญมาเป็นเวลา15ปี

**********************


เมืองเอคาร์เธียสที่ปกครองโดยเจ้าเมืองเฟอร์รานผู้ยุติธรรม...เจ้าเมืองถูกกดดันให้ขับไล่องค์ชายเจอร์วาลฟ์วัย 5 ขวบออกจากเมือง เนื่องจากแผนชั่วร้ายของราชครูกีซาส องค์ชายเจอร์วาลฟ์ ผู้มีความคิดความอ่านและความสุขุมเกินวัยจึงยอมจากไปพร้อมกับรอยประทับแห่งรัชทายาท แต่ก่อนไปพระองค์ได้พบกับเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งถูกชะตาพระองค์จึงมอบคริสตัลแห่งวาลฟ์ให้นาง และจากไปพร้อมกับอัศวินขาวที่ทำหน้าที่เป็นองครักษ์ แต่ในขณะเดินทางองค์ชายเจอร์วาลฟ์ได้ถูกลอบปลงพระชนม์จนอัศวินขาวทั้งหมดได้เสียชีวิตเหลือเพียงองค์ชายตัวน้อยกับอัศวินผู้พิทักษ์คนสุดท้ายที่พาองค์ชายออกมาพ้นจากเงื้อมมืออัศวินมืดของราชครูกีซาสได้ และนำพระองค์มามอบให้กับมาร์ธาหญิงม่ายก่อนจะจากไป พร้อมกับความทรงจำขององค์ชายเจอร์วาลฟ์ที่หายไป…

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องที่เอามาให้อ่านกันค่ะ สำหรับการลงในบล็อกนั้นคงจะต้องรอกันสักหน่อย เนื่องจากเนติดกิจสำคัญต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ยังไงก็อย่าลืมติดตามด้วยนะคะ^^




 

Create Date : 18 มีนาคม 2552    
Last Update : 19 มีนาคม 2552 12:01:50 น.
Counter : 98 Pageviews.  


Valentine's Month


 
Prince of Night
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




โค๊ดให้ภาพมุมบล็อกอยู่ ..มุมซ้ายล่าง ... comment โค้ดค่ะ อักษร S.K.Com Music
Friends' blogs
[Add Prince of Night's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.