ขอ Double Transit วีซ่าญี่ปุ่น
สวัสดีค่ะ วันนี้เพิ่งไปขอวีซ่าญี่ปุ่นมา ที่เคยเล่าให้ฟังว่า กลับจากเวิร์คที่นิวยอร์ค จะแวะโตเกียวหนึ่งอาทิตย์ไงคะ

ข้อมูลเบื้องต้นที่ทราบ และเตรียมตัวมาแล้วแต่แรก
1. ทรานสิท ขอภายในสามเดือน ครอบคลุมถึงวันสุดท้ายในญี่ปุ่น
2. ดับเบิ้ลทรานสิท ราคาเท่าทรานสิท แต่เป็นสี่เดือน
3. เอกสารตามนี้ค่ะ //www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm
ของเด็กเวิร์คทั้งหลายที่จะแวะ เป็นหมายเลขหกนะคะ

ใบสมัครไม่วุ่นวายเหมือนตอนขอเข้าอเมริกาหรอกค่ะ

มีใบสมัครใบนึง แล้วก็ใบแบบสอบถามใบนึง (ปรินท์แล้วกรอกไว้เลย หรือจะไปขอในที่ทำการก็ได้) นอกนั้นเป็นเอกสารตามที่ระบุเลยค่ะ ถ้าผู้ปกครองรับราชการก็ง่ายหน่อย ไม่ต้องเตรียมสมุดบัญชีธนาคารมา แค่ใบรับรองตำแหน่งและเงินเดือนก็ได้เลย

ที่ต้องระวัง คือเอกสารบางประเภท สถานทูตต้องการดูตัวจริงประกอบด้วยนะคะ อย่าลืมเตรียมมาล่ะ


ที่เกริ่นมาว่า ข้อมูลเบื้องต้นที่ทราบ ก็เพราะว่า วันนี้เจอสิ่งที่ไม่ทราบมาก่อน ด้วยน่ะสิคะ เลยรีบกลับมาเขียนบล็อกให้อ่านกัน

(ข้อแนะนำในการอ่าน ขอเน้นตรงหัวข้อหลัก ๆ ที่เขียนหมายเลขไว้ด้านหน้าค่ะ ไม่ได้ทำตัวหนาไว้ให้ ตอนนี้เปิด Google Chrome ไม่ใช่ IE อ่ะค่ะ เลยจัดการอะไรไม่ได้)

1. สถานที่ขอวีซ่า อยู่ที่ชั้น 15 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ "ไม่ใช่" ที่สถานทูต ถนนวิทยุแล้วนะคะ


เมื่อคืน ตอนจัดชุดเอกสารเตรียมตัวมายื่น พยายามหาแผนที่ในเว็บสถานทูต หาไม่เจอ แต่เห็นที่อยู่ อื้ม ก็ตรงถนนวิทยุ ตรงกับในไกด์บุ๊คเที่ยวโตเกียวของเรา

ระหว่างหาข้อมูล ว่าการยื่นเอกสารเป็นไงบ้าง ก็เห็นแว้บๆว่า อุ๊ย เนี่ย เดี๋ยวเนี้ยเค้ามีศูนย์รับยื่นที่สีลมแล้วนะ
เราก็เข้าใจไปเองว่า อ๋อ คงเปิดเพิ่ม ไม่เป็นไร เราจะไปออริจินัลกัน

ช่วงนี้เป็นสัปดาห์เรียนสัปดาห์สุดท้ายของเรา งานเยอะมาก กะจะตื่นเช้าไปยื่นแต่แปดครึ่งแท้ๆ (ก็บางบล็อก เค้านัดกันไปจองคิวตั้งแต่เจ็ดครึ่งกันเลยนะ) ก็ตื่นสายนิดหน่อย ออกจากอพาร์ตเมนต์ย่านปิ่นเกล้าแปดครึ่งพอดี

จากที่เมื่อคืนกางแผนที่รถเมล์ดูแล้ว สาย 507 ส่งถึงที่แน่นอน ก็ชักไม่ไหว ไปลงหัวลำโพง แล้วต่อ MRT ดีกว่า

ตอนเช้าอากาศดีมาก เดินอย่างแฮปปี้ จาก MRT ลุมพินี ไปสถานทูตญี่ปุ่น
คุณซีเคียวริตี้ปล่อยให้เข้า เอ่อ ทำไมดูเงียบเหงางี้ล่ะ?
ไปถึงที่มีป้ายว่า IN กำลังงงๆ ต้องเปิดประตูทึบเข้าไปเองเหรอ? ก็มีเสียงอินเตอร์คอมมาทักทาย
"ขอวีซ่าเหรอครับ" "ของคนไทยเหรอครับ" ถามเหมือนพี่ยาม เอ๊ย คุณซีเคียวริตี้ เลย เราก็ค่ะๆ
เสียงอินเตอร์คอมสุดหล่อก็ตอบมาว่า "เราย้ายที่แล้วนะครับ ที่สีลมคอมเพล็กซ์ครับ"
"อึ้ง"
"ที่เซ็นทรัลน่ะครับ"
"เอ่อ.. ชั้นไหนคะ?"
"15 ครับ"
"ค่ะ ขอบคุณค่ะ"

งง...

ก่อนออกจากรั้วสถานทูตที่นี่ ก็เลยเอาแผนที่รถเมล์กรุงเทพมากางอีกครั้ง ดีนะ ที่เซนส์เราบอกให้พกมาด้วย (เราเซนส์แรงมากในหลายๆเรื่อง เรียกว่า เซนส์ ชนะเหตุผลเราได้ทุกครั้ง)

กางแผนที่... อืม... สีลมคอมเพล็กซ์ อยู่ใกล้ MRT สีลม ตอนนี้เราอยู่ถนนวิทยุ จาก MRT ลุมพินี จะไปยังไง ถ้าแท็กซี่ หรือพี่วินมอไซด์ก็คงไม่คุ้ม MRT ดีกว่า ใช้บัตรนักศึกษา สิบกว่าบาทพอ (แต่แอบเจ็บใจ เรานั่งมาจากหัวลำโพงไง นี่ถึงแล้ว เดินหา ยังต้องนั่งย้อนป้ายอีก) เออ เอาเหอะ ก็นั่ง MRT ไป แล้วเดินไปถึงตึก เลือกขึ้นลิฟต์ Low Zone (ผลจากการเคยฝึกงานไปออกจ๊อบตามออฟฟิซทำให้รู้จักลิฟต์ออฟฟิซดีขึ้น) อ้า ถึงละ

ตอนนั้นประมาณเกือบสิบโมง คิว 114 เข้าไปถึงรอแค่คิวเดียวเอง เริ่ดมาก

2. ทรานสิท.. แปลว่าแค่ทรานสิท!

เอกสารทุกอย่างไม่มีปัญหาค่ะ แต่เรากรอกช่องวัตถุประสงค์ไม่เป็น คือในเว็บเค้าไม่ได้บอกว่ากรณีไหนควรกรอกยังไง

พอดีเราจะพักกับเพื่อนชาวญี่ปุ่น เลยกรอกไปด้วยว่านอกจากแวะพักเครื่องแล้วก็เยี่ยมเพื่อน พี่พนักงานแนะนำให้กรอกใบใหม่ดีกว่า เพราะว่า เยี่ยมเพื่อน จะต้องเป็นวีซ่าท่องเที่ยวรึอะไรประมาณนั้น ซึ่งจะมีปัญหาคือ 1. ราคาไม่เท่ากัน และ 2. ระยะเวลาได้แค่สามเดือน ไม่ใช่สี่เดือน

(อธิบายเพิ่มเติมกรณีเรา คือ ถ้าเราสอบไฟนอลเสร็จ มีเวลาว่างอีกหนึ่งอาทิตย์ก่อนบิน แต่เราอยากเผื่อเวลาไว้ เผื่อฉุกเฉิน วีซ่าเราออกช้ากว่าปกติจะได้ไม่เป็นไร
ดังนั้น วันที่เราขอได้วันแรก คือ 14 ก.พ. วันวาเลนไทน์ อร๊ายยยย แต่เนื่องจากยังไม่อยากมาปิ๊งพี่พนักงานซะเท่าไหร่ เอ๊ย ไม่ใช่ ติดเรียน ติดพรีเซนต์งานต่างหากล่ะ ทำให้ว่างวันนี้ออนลี่! ถ้าวันนี้ไม่มา ต้องรอหลังสอบไฟนอลเสร็จเลยทีเดียว ซึ่งเราจะไปช่วงเดือนมิ.ย. ขอตอนนี้เป็นสี่เดือน ถ้ารอหลังไฟนอลถึงเป็นสามเดือนค่ะ)

3. ควรอ่านคำแนะนำการกรอกเอกสาร ตรงที่กรอกเอกสาร

พี่พนักงานเลยให้ใบมากรอกใหม่ ถ้าเสร็จแล้วให้มายื่นที่พี่เค้าอีกที เพราะเค้าตรวจเอกสารให้เราไปแล้ว
ทีนี้เราแหละซื่อบื้อเอง นั่งกรอกเอกสารเป็นคุณหนูไปได้ แล้วก็ตอบคำถามเดิมบื้อๆ
ตอนเสร็จทุกอย่างแล้ว เรามาเดินสำรวจสถานที่ ด้านหลังที่นั่งรอคิวเป็นเคาน์เตอร์กรอกเอกสารเหมือนธนาคาร ซึ่งอธิบายละเอียดมาก ว่าควรกรอกอะไรยังไง อย่างคำถามเรา เค้าจะบอกเลยว่า ไปทำอะไร ควรใช้คำว่าอะไร (ของพวกเรา ใช้ "Transit ..." ค่ะ)

ก็ไม่คิดว่า transit เป็นคำนี่
ตั๋วอีเล็คทรอนิคส์ของเราบอก stopover คุ้นกับคำนี้มากกว่า
แม่เลยจัดปายยย "Sightseeing while stopover from USA to Thailand"

ว้าย!!! เมื่อกี๊นะ สำหรับคนไปเที่ยว เค้าแนะนำให้เขียนว่า "Sightseeing" แทนคำว่า "travel"

อ้าว? แล้วท่านกงสุลจะนึกว่าหนูไปเที่ยว ไม่ใช่สต๊อปโอเวอร์รึเปล่า? อ๊าย ค่าธรรมเนียมวีซ่ามันต่างกันนะ!

เลยวิ่งไปกวนพี่พนักงานคนเดิม พี่ถอนหายใจรอบที่สาม "เอ่อ ไม่เป็นไรน้อง เดี๋ยวพี่เขียนเพิ่มให้เอง" ขอบคุณค้าบบบ

4. เด็กเวิร์คเอยยย ไม่ว่าเจ้าจะไปพักกับใคร ก็ทำเป็นไปคนเดียวไว้ก่อนเน้อออ (และไม่จำเป็นต้องมี reference)

เอ๊า ไอ้เราก็กลัวว่าเค้าจะคิดว่า เราจะหนีเข้าเมืองไปเพิ่มประชากรเค้า เราก็เลยจะเคลียร์ๆ หนูพักกับเพื่อน นี่ มีเพื่อนญี่ปุ่น reference ให้ด้วย สงสัยอะไรถามโลด!

ปรากฏว่า จากข้อสามเมื่อกี๊ นอกจากเปลี่ยนวัตถุประสงค์แล้ว
ที่พัก จะใส่ว่าพักกับเพื่อนก็กระไรอยู่ ให้ใส่ชื่อที่อยู่โรงแรมซะ!
(คือไม่ต้องมีใบจองก็ได้ไงคะ ใส่ๆไปซะ เอาโรงแรมในย่านที่เราจะไปอยู่ยิ่งดี) แต่กรณีฉุกเฉิน หน้าตาเลิ่กลั่กอย่างเรา พี่เจ้าหน้าที่เค้าก็ช่วยเหลือเป็นอย่างดีค่ะ แต่ขออนุญาตไม่ลงรายละเอียดนะคะ เดี๋ยวจะเสียรูปคดี เอิ๊กกก (จริงๆไม่มีอะไรหรอกค่ะ แต่การเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ที่มีคนวิวเกินสองร้อยคนนี่ อาจทำให้เสียชื่อได้ค่ะ แต่ก็ให้มั่นใจได้เลยว่าเจ้าหน้าที่ยินดีช่วยเหลือเต็มที่ค่ะ)

เอาล่ะ ในเมื่อเที่ยวคนเดียว แล้วพักโรงแรม ดังนั้น ตรง reference ก็เว้นว่างไว้ได้ สมมติว่าหนูไม่รู้จักใครไว้ก่อน (ก็เหมือนตอนขอวีซ่าอเมริกานั่นแหละ)

5. รอรับวีซ่า 5 วันทำการ ไม่ใช่ 2-4 วัน!

โอย ดีนะ ที่ตัดสินใจมาวันนี้ ตอนแรกเพื่อนบอกสองวันก็ได้ละ ก็กะจะทำหลังสอบเสร็จ โอยยย นี่ถ้าเรารอนะ ต้องไม่ทันแน่เลย

5. Transit Visa เตรียมเงินไป 800 บาทนะคะ! (ไม่ใช่ 260 นะ!)

พอทุกอย่างเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็สอบถามว่าจะมารับวีซ่าเอง หรือให้ส่งไปถึงบ้าน ส่งถึงบ้านค่าไปรษณีย์จัดส่งประมาณร้อยกว่าบาท ไม่แน่ใจ 125 หรือ 135 ถ้ามารับเอง สามารถมารับหลังวันนัดได้ และได้ทั้งวันด้วย เย้ๆ แค่ห้ามทิ้งไว้เกินสามเดือนเท่านั้นเอง (เอ่อ.. พี่คะ วีซ่าพี่ให้ขอล่วงหน้าได้สามเดือนคัฟเวอร์วันเที่ยวนี่คะ ทิ้งไว้สามเดือนก็แปลว่าหนูไม่ได้เที่ยวน่ะสิ)

เซนส์ของเราทำงานอีกแล้ววว เหนื่อยก็จริง แต่เสียดายตังค์ รับเองดีกว่า ช่วงระหว่างสัปดาห์พรีเซนต์งาน กับสัปดาห์สอบก็พอจะว่างอยู่บ้าง มารู้ทีหลัง ถูกต้องนะค้าบ เพราะพอเราจ่ายค่าวีซ่าแล้ว เหลือตังค์อยู่สี่สิบบาทเอง นี่ถ้าเลือกส่งไปรษณีย์ด้วยก็คงไม่พอแน่ ๆ

อ่ะ ต่อๆ พอพี่ที่รับเรื่องเอกสารเราบอกว่า "ค่าขอวีซ่า 795 นะคร้าบ" เราก็ "เท่าไรนะคะ!!!"
"795 ครับ" พี่งง
"อ้าว... ทำไมในเว็บบอกว่า ขึ้นจาก 240 เป็น 260 ล่ะคะ?" ตรูว่าตรูอัพเดทแล้วนะเฟ้ย รู้ว่ามันขึ้นราคาเนี่ย
"เอ่อ ค่าวีซ่า 260 แต่มีค่าธรรมเนียมของ JVAC 535 บาทครับ
ถ้าขอที่สถานทูต จะเสีย 260 บาทครับ"
"อ้าว ก็เมื่อเช้าเพิ่งไปมา เค้าบอกว่าให้มาที่นี่"
"ครับ"
"คือยังไงก็ต้องจ่ายเท่านี้ใช่มั้ยคะ?"
"ครับ"
"ทำไมในเว็บไม่อัพเดท"
"คือ.. ยังมีคนกลุ่มนึงที่ไปใช้บริการตรงนั้นครับ เว็บเป็นข้อมูลสำหรับคนกลุ่มนั้นครับ เข้าใจใช่มั้ยครับ"
"เอ่อ.. เข้าใจค่ะ" จริงๆแล้ว ไม่เฟ้ย ไม่เข้าใจอะไรเลย คนกลุ่มไหน อะไร ยังไง ถ้าชั้นเอาตังค์มาไม่พอทำไง นี่ก็พึ่งเซนส์อีกแล้ว เมื่อวานกดตังค์มาเติมกระเป๋า 800 บาท แถมวันนี้เติมบัตร MRT อีก 100 บาทด้วย นี่ถ้าชั้นนั่งแท็กซี่ หรือเลือกให้ส่งวีซ่าไปที่หอ ก็คงไม่พออ่ะดิ แล้วคนอื่นเค้าจะรู้มั้ย? โคตรรรจะงง

(สรุปภาพรวมขั้นตอน
1. เตรียมเอกสาร โดยเอกสารทุกอย่างต้องมีอายุไม่เกินสามเดือน
อย่างเราที่ขอเอกสารแม่มาทำวีซ่าอเมริกาตอนนั้น ตอนนี้ก็หมดอายุแล้ว ต้องขอใหม่ บอกแม่ล่วงหน้า ให้ส่งไปรษณีย์มาให้ทันเวลา

2. มาถึงปุ๊บ เจ้าหน้าที่จะช่วยกดบัตรคิวให้ ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่อยู่ กดเองก็ได้ เด็กเวิร์คแวะทรานสิท คือวีซ่าระยะสั้น กด C ค่ะ (ข้อมูลวันนี้นะ.. แบบว่า เมื่อคืนอ่านดู เค้าบอกกด A ง่ะ)

แต่ถ้ายังไม่กรอกเอกสาร ก็ชิลล์ไปกรอกก่อนได้ค่ะ คิวเร็วม้ากกก

นั่งรอที่ม้านั่ง

สภาพห้อง ด้านหลังแถวนั่ง เป็นที่ยืนกรอกเอกสาร
ด้านหน้า เป็นเคาน์เตอร์เหมือนธนาคาร มีเจ้าหน้าที่เยอะมาก มีจอเรียกคิว
ด้านซ้าย มี Photo booth ถ่ายรูปสำหรับคนเตรียมรูปไม่ผ่าน
มีเครื่องถ่ายเอกสารด้วย แต่ไม่ได้เข้าไปดูว่าคิดค่าบริการอะไรเท่าไหร่

3. พอเรียกแล้ว เราก็ไปหาเจ้าหน้าที่ตามช่องที่เรียกนั้น เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสาร พอครบ จะมีใบให้เราเซ็นลงชื่อว่าเราส่งเอกสารครบตามนี้

4. รับบัตรคิวใบเดิม มารอฝ่ายแคชเชียร์เรียกไปชำระเงิน (อยู่ทางด้านซ้ายมือของเคาน์เตอร์ยื่นเอกสาร)

5. จ่ายเงิน พร้อมรับบัตรนัดรับวีซ่า ห้าวันทำการ

เฮ้ออออ อัพเสร็จซะที ยาวหน่อยนะคะ
แต่เราว่าจำเป็น เราไม่เห็นกูเกิ้ลเจอข้อมูลพวกนี้เลยง่ะ ฮือ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเด็กเวิร์ค 2011 ทุกคนค่า

ปูลม (ป.ล.) จะกลับมาอีดิทบล็อกนี้อีกทีวันที่ได้รับวีซ่าค่ะ เค้านัด 23 แต่คงไป 25 ค่ะ



Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 29 กรกฎาคม 2554 12:30:43 น.
Counter : 933 Pageviews.

2 comments
  
ต้องเอา trascript ไปด้วยไหมค่ะ?
โดย: motai วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:25:44 น.
  
ไม่ต้องค่ะ แค่ใบรับรองสถานภาพนักศึกษาค่ะ
โดย: Princess Priscilla วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:12:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Praew Priscilla
Location :
ลำปาง  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Hey!

Thanks for dropping by my blog! I'm Praew Priscilla.
Just the sweetest travelista mermaid living her happy life and keeping positive vibes.

Follow me at Instagram "PraewPriscilla"
Contact me at praewpriscilla@gmail.com
New Comments