Group Blog
 
All Blogs
 

หนีตามกาลิเลโอ

หนีตามกาลิเลโอ : หนังที่พ่อแม่ควรดู
เดี๋ยวนี้ได้เห็น ได้เจออะไร ก็ชอบคิดถึงลูก
มีอะไรผ่านเข้ามา ก็จะมอง และคิดมากขึ้น
บทบาทความเป็นแม่ ทำให้มีความคิดลึกซึ้งมากขึ้น
หนีตามกาลิเลโอ ... หนังวัยรุ่นที่อยากดู
ตอนแรกที่เห็นคิดว่าเป็นหนังวัยรุ่นๆ รักใสๆ ธรรมดา
แต่ดูแล้วไม่ใช่
หนังเรื่องนี้ดูแล้วได้ข้อคิดอะไรหลายอย่าง
ในมุมมองของความเป็นพ่อ แม่ ในมุมมองของวัยรุ่น ในมุมมองของสังคม
ต่างคนต่างยึดความคิดเห็น ความเข้าใจของตนเป็นที่ตั้ง
"ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล" แบบที่กาลิเลโอว่าไว้
ในมุมมองของความเป็นพ่อแม่ สะท้อนถึงการละเลย จนที่สุดลูกก็กลายเป็นเด็กก้าวร้าว พ่อแม่รัก แต่ไม่สั่งสอนลูกให้มีสำนึกรู้ถูก ผิด ชั่ว ดี เข้าข่าย พ่อแม่รังแกฉัน
ครอบครัวของเชอรี่ สะท้อนให้เห็นถึงวิถีการเลี้ยงลูกแบบปล่อย ในเรื่องอาจเพราะเชอรี่ ไม่มีแม่ พ่อจึงทำแทนทุกอย่าง แม้แต่การซักผ้าให้ลูก ที่โตระดับเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งในความคิดของเรา ไม่เห็นด้วย ลูกจะทำอะไร แสดงออกแบบไหน พ่อไม่เคยว่า ไม่เคยตักเตือน ไม่เคยสอนว่าไม่ดี ไม่เคยห้ามว่าอย่าทำ จนเชอรี่โตมาแบบเรียกได้ว่า "ก้าวร้าว" ไม่สนใจใคร ไม่เข้าใจคำว่าซื่อสัตย์ และการยอมรับผิด กว่าจะได้บทเรียนก็แทบสูญเสียเพื่อนที่ดีที่สุดไป
ครอบครัวของนุ่น เลี้ยงลูกแบบจำกัดในกรอบ ไม่ ๆๆๆ จนนุ่นต้องแหกกรอบ พ่อแม่รู้ว่าห้ามไม่ได้ แต่ไม่ยอมปรับวิธี ในขณะที่นุ่นเอง เป็นคนหัวอ่อน ตามเพื่อน เพื่อนว่าไงก็ว่างั้น ทั้งๆ ที่รู้ว่าผิด รู้ว่าไม่ดี แต่ก็ไม่ยอมปฎิเสธ จนในที่สุดตัวเองต้องเดือดร้อนเพราะเพื่อน
บทเรียนที่ได้รับสุดท้ายก็สอนให้ทั้งคู่ได้เข้าใจชีวิตมากขึ้น
แต่ในชีวิตจริง เราจะมีโอกาสแบบนั้นหรือ บางคนผิดแล้วผิดเลย ไม่มีโอกาสย้อนกลับมาแก้ตัว
นั่งดูหนังไป ก็เกิดคำถามไป ทำไมพ่อของเชอรี่ไม่รู้จักสอนลูก ไม่อบรมให้ลูกรู้จักยอมรับผิด มีความซื่อสัตย์ คนเราหากขาด 2 อย่างนี้ไป ชีวิตก็จะมีแต่เรื่องผิดพลาด เลวร้าย
หน้าที่ของคนเป็นพ่อแม่คือ ดูแล อบรม สั่งสอนลูก ไม่ใช่ปล่อยปละละเลย ให้ลูกไปเรียนรู้จากสังคมข้างนอก ซึ่งเรากำหนดไม่ได้ว่า ลูกเราจะออกไปเจอสังคมแบบไหน ทำไมเราไม่เตรียมพร้อมให้ลูก ซึ่งเราคิดว่า หากเชอรี่มีความซื่อสัตย์ รู้จักการรอคอย มีความอดทน ก็จะไม่ถูกพักการเรียน และถ้ายอมรับผิด อาจารย์ก็คงจะให้อภัย แต่นี่ ผิดแล้วไม่ยอมรับผิด และยังปากดี ก้าวร้าว ก็สมควรแล้วที่จะถูกลงโทษ
ถ้าข้าวฟ่างเป็นแบบนี้ ก็คงกลุ้มเหมือนกัน ตอนนี้ก็พยายามสอน พยายามปลูกฝังความคิดดีๆ ให้ เราเองก็เคยผ่าน เคยเจออะไรมาหลายอย่าง พอจะมีแนวทางในการดำเนินชีวิต ว่าควรจะวางตัวอย่างไร เราไม่หวังให้ข้าวฟ่างเก่ง อัจฉริยะ แค่ขอให้ข้าวฟ่างเป็นเด็กดี ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขก็พอ สิ่งที่ตั้งใจไว้คือ ต้องแปรประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง ปรับและนำมาใช้สอนข้าวฟ่างให้ได้
สิ่งที่ต้องทำ ต้องปลูกฝังกันมากๆ เพื่อให้กลายเป็นเข็มทิศชีวิตให้ลูก คือ ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ความสำนึกรู้ผิด ชอบ ชั่ว ดี
คนเราถ้ามีเข็มทิศชีวิตดี ชีวิตก็จะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง


เมื่อสองวัยรุ่นสาวไทยขี้หนาว จับมือกันหนีเมืองไทยไปย่ำโลกเล่น

คนหนึ่งหนีเรียนคนหนึ่งหนีรัก

แผนคือเสิร์ฟไป เที่ยวไป - ลอนดอน ปารีส เวนิส

ทริปสุดขั้วเริ่มต้นขึ้น บนคำสัญญาว่า จะไม่ทิ้งกัน

หนีตามกาลิเลโอ ภาพยนตร์ว่าด้วยสามความสัมพันธ์ระหว่าง วัยรุ่นสาวไทย – กฎของโลก – กาลิเลโอ โดย นิธิวัฒน์ ธราธร

ปลายศตวรรษที่ 16 เมืองปิซ่า ประเทศอิตาลี
กาลิเอโอ กาลิเลอิ นักคิด / นักวิทยาศาสตร์ / นักดาราศาสตร์หนุ่มไฟแรงแห่งยุคสมัย ทำการทดลองเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก ด้วยการโยนลูกบอลไม้จากยอดหอเอนปิซ่าต่อหน้าสาธารณะ
ผลการทดลองครั้งนั้น กาลิเลโอได้ข้อสรุปว่า วัตถุ 2 ชิ้น ที่มีรูปทรงเดียวกัน และประกอบขึ้นด้วยมวลสารเดียวกัน จะตกถึงพื้นพร้อมกัน แม้ว่าจะมีน้ำหนักไม่เท่ากันก็ตาม
ข้อสรุปของกาลิเลโอขัดแย้งกับแนวคิดของศาสนจักร ส่งผลให้กาลิเลโอถูกหมายหัวว่าเป็นพวก "จอมขบถ" ที่ต้องจับตาเฝ้าระวังใกล้ชิดนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
หลายปีต่อมา กาลิเลโอ "งานเข้า" อีกครั้ง เพราะดันไปประกาศตัวสนับสนุนแนวคิด "โลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล" เป็นอีกครั้งที่ข้อสรุปของกาลิเลโอขัดแย้งกับสิ่งที่ศาสนจักรปรารถนาจะให้ใครๆ เชื่อ
และครั้งนี้ ศาสนจักรก็เห็นควรต้องจัดการหมอนี่ขั้นเด็ดขาด กาลิเลโอถูกจับขัง สิ้นสูญอิสรภาพ และชีวิตก็ตกระกำลำบาก หาความสะดวกสบายไม่ได้นับจากนั้น. . .

ปี 2009 กรุงเทพฯ ประเทศไทย ห่างจากที่เกิดเหตุแรก ¼ เส้นรอบวงโลก
เด็กสาว 2 คนกำลังประสบปัญหาชีวิตรุนแรงหนักหน่วงที่สุดในชีวิต
เชอรี่ นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ถูกตัดสิทธิ์สอบและสั่งพักการเรียนเป็นเวลา 1 ปีด้วยความผิด – ที่เจ้าตัวเห็นว่า - เล็กน้อย นั่นคือ การปลอมลายเซ็นต์อาจารย์ในใบขออนุญาตใช้ห้องเขียนแบบ

"ก็แค่แบบฟอร์มโง่ๆ ที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรและไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน" เชอรี่ว่า

แต่ไม่ว่าเธอจะว่าอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลการลงโทษที่เธอได้รับ
เชอรี่ต้องเรียนจบช้ากว่าเพื่อนคนอื่นๆ และโอกาสที่จะทำงานหาเงินให้พ่อภาคภูมิใจ ก็ต้องถูกขยับร่นลงไปนานถึง 1 ปี
นุ่น หญิงสาวร่าเริง น่ารัก แสนงอน ก่อนหน้านี้ท้าเลิกกับ ตั้ม แฟนหนุ่ม มาแล้วหลายครั้ง ทว่าลงท้าย ตั้มเป็นต้องงอนง้อ ไม่เคยยอมเลิกกับเธอเลยสักครั้ง อย่างไรก็ตาม กับครั้งนี้ ทุกอย่างแตกต่างออกไป

"เพราะฉันถามว่า "เลิกกันไหม" แล้วไอ้ตั้มบอกว่า "เออ"

"ไม่รงไม่เรียนมันแล้ว!" เชอรี่ตะโกนก้องแบบฉุนขาด

"มีไอ้ตั้มที่ไหน ไม่มีนุ่นที่นั่น!" นุ่นเอาบ้าง

สองสาวตัดสินใจหนีให้ไกลจากสถานที่เกิดเหตุของปัญหา จูงมือกันมุ่งหน้าสู่ยุโรป บินข้ามหลายเส้นรุ้งและอีกหลายเส้นแวง ปลดแอกตัวเองจากแรงดึงดูดของโลกทันที
แผนของทั้งคู่นั้นแสนง่าย ลงคอร์สภาษา (บังหน้า) เสิร์ฟ เสิร์ฟ เสิร์ฟ, เก็บตังค์ เก็บตังค์ เก็บตังค์, เที่ยว เที่ยว เที่ยว เป้าหมาย คือ บิ๊กธรีแห่งยุโรป ลอนดอน - ปารีส - เวนิส สโตนเฮนจ์, ทาวเวอร์ บริดจ์, หอไอเฟล, พิพิธภัณธ์ลูฟร์, โคลอสเซียม, เรือกอนโดล่า, หอเอนปิซ่า... แลนมาร์คสำคัญๆ ของโลกถูกหมุดหมายลงในใจของทั้งเชอรี่และนุ่น

ก่อนออกเดินทาง ทั้งคู่จับมือจับไม้ ทำสัญญาใจกัน

กฎข้อหนึ่ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามทิ้งกัน

กฎข้อสอง ห้ามแหกกฎข้อแรกเด็ดขาด!

อย่างไรก็ตาม ลงท้ายมันก็เป็นอย่างที่เขาว่ากัน - ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่อง "เซอร์ไพรส์" คาดไม่ถึงสารพัด
เชอรี่และนุ่น คาดไม่ถึงหรอกว่า บางครั้ง คำสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะก็ถูกสั่นคลอนเสียง่ายๆ เมื่อเจ้าของคำสัญญาเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าจากภาระหน้าที่ในชีวิตประจำวัน
พวกเธอคาดไม่ถึงหรอกว่า บางที มิตรภาพยาวนานก็แทบจะถึงกาลแตกหักล่มสลายด้วยเหตุผลที่เหมือนจะไม่เป็นเหตุผลว่า "กูเบื่อขี้หน้ามึง!"
และนุ่นคาดไม่ถึงหรอกว่า เธอหนี "ตั้ม" คนหนึ่งไปไกลถึง ¼โลก เพียงเพื่อจะไปพบความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับ "อีกตั้มหนึ่ง"
เช่นกัน เชอรี่ก็คาดไม่ถึง ว่าความตั้งใจเดิมที่ออกเดินทางเพื่อพาตัวเองหลุดพ้นจากกฎโง่ๆ ทั้งหลายของโลกครั้งนี้ ที่สุดแล้วจะนำพาเธอไปแล่นลงจอด ณ ปลายทางของการเรียนรู้ว่า
ไม่ว่าจะอย่างไร ไม่ว่าจะหนีไปไกลแค่ไหน เธอและใครๆ ต่างต้องอยู่บนกฎพื้นฐานข้อเดียวกัน...ว่าเราไม่ใช่ศูนย์กลางของโลก เช่นเดียวกับที่ โลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล อย่างที่กาลิเลโอว่าไว้

ที่มา : //hilight.kapook.com/view/37840




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2553 16:46:33 น.
Counter : 485 Pageviews.  


นิษฐา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add นิษฐา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.