Group Blog
All Blog
<<< "ไม่มีใครหนีความทุกข์พ้น" >>>








"ไม่มีใครหนีความทุกข์พ้น"

ความทุกข์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น

แต่เมื่อความแก่ ความเจ็บ ความพลัดพราก

ความล้มเหลวบังเกิดขึ้น

 ไม่จำเป็นที่เราจะต้องเศร้าโศก เสียใจ อาลัยอาวรณ์

 ขุ่นเคือง ท้อแท้ หรือจมอยู่กับความตกต่ำย่ำแย่เสมอไป

 เหตุการณ์เหล่านี้สามารถเป็นอุปกรณ์สอนธรรม

 ฝึกใจเราให้เข้มแข็ง เตือนให้ไม่ประมาทกับชีวิต

อีกทั้งยังเปิดใจให้เห็นสัจธรรมได้ด้วย

ความทุกข์ไม่เพียงผลักดันให้เราเข้าหาธรรม

 หากยังแสดงธรรมให้เราเห็น

 เพราะทุกข์ก็คือธรรมนั้นเอง

 สัจธรรมที่ช่วยให้พ้นทุกข์นั้น

ล้วนอยู่ในสิ่งที่เราเรียกว่าทุกข์

แต่เป็นเพราะคนส่วนใหญ่เมื่อเจอทุกข์แล้ว

มักปล่อยใจให้เป็นทุกข์ จึงถูกทุกข์กระทำย่ำยี

อันที่จริง ทุกข์นั้นหากเราดูมันด้วยสติ

พิจารณาด้วยปัญญา ก็สามารถเห็นธรรม

ที่ช่วยให้จิตเป็นอิสระจากทุกข์ได้

เพราะกุญแจที่ไขไปสู่ความพ้นทุกข์

ก็อยู่ในทุกข์นั้นเอง

 ทุกข์จึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับความพ้นทุกข์

ปราศจากโคลนตม ดอกบัวอันงดงาม

ย่อมมิอาจเกิดขึ้นได้ฉันใด

 ปราศจากความทุกข์ ปัญญาหรือความรู้แจ้ง

ก็มิอาจเกิดขึ้นได้ฉันนั้น

 ดังนั้นเมื่อประสบทุกข์จึงไม่ควรตีโพยตีพาย

 หรือปล่อยใจให้จมอยู่ในความทุกข์

 แทนที่จะเป็นผู้ทุกข์ พึงถอยออกมาเห็นทุกข์

ทุกข์จะกลายเป็นธรรมที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง.

พระไพศาล วิสาโล

...........................




ขอบคุณที่มา fb. ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิลาโล
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 21 พฤษภาคม 2561
Last Update : 21 พฤษภาคม 2561 8:45:58 น.
Counter : 178 Pageviews.

0 comment
<<< "คำสอนของพระพุทธเจ้ามีอะไรบ้าง" >>>










“คำสอนของพระพุทธเจ้ามีอะไรบ้าง”

พระพุทธเจ้าทุกพระองค์สอนอะไร

สอนให้ละการกระทำบาปทั้งปวง

 สร้างบุญกุศลทั้งหลายให้ถึงพร้อม

ให้ชำระกิเลสตัณหาทั้งหลาย

ให้หมดไปจากจิตจากใจ

 เพราะกิเลสตัณหานี้เป็นตัวที่มาทำ

เป็นตัวที่มาผลักดันให้เรามาทำกรรมกัน

 มาทำบุญทำบาปกัน ก็คือกิเลสตัณหา

 วันไหนอยากจะทำบุญ

 ต้องมีความอยากก่อนมันถึงจะทำ

 อยากจะทำบุญอยากจะทำบาปมันถึงทำ

 อยู่ดีๆ ถ้าไม่มีความอยากมันไม่ทำหรอก

มันต้องเกิดความอยากขึ้นมาก่อน

ฉะนั้น ที่ทำไมเราต้องมาชำระที่ไอ้ความอยาก

 เพราะความอยากนี้มันส่วนที่ดีก็มี

ส่วนที่ไม่ดีก็มี ส่วนที่ดีไม่ต้องชำระ

 เช่น อยากทำบุญอยากละบาปนี้

ตัวนี้ไม่ต้องชำระ ให้ไปชำระตัวที่อยาก

 อยากทำบาป อยากกลับมาเกิดแก่เจ็บตายเนี่ย

 ตัวนี้ต้องทำลาย เพราะการเกิดแก่เจ็บตายมันไม่ดี

 มันเป็นทุกข์ ส่วนการทำบุญนี้ไม่มีโทษ ทำไป

พระพุทธเจ้าหลังจากที่ท่านบรรลุ

ถึงพระนิพพานแล้ว ท่านยังทำบุญอยู่ทุกวัน

ท่านยังโปรดสัตว์อยู่ทุกวัน

 เพียงแต่ว่าท่านไม่ได้ทำด้วยความอยาก

ท่านทำด้วยเหตุผล

ท่านเห็นว่าการทำบุญยังมีประโยชน์

 ถึงแม้ไม่ได้กับพระองค์เอง

ก็ได้กับคนที่พระองค์ได้ทำบุญด้วย

 คือ สอนธรรมะ พระพุทธเจ้าเห็นว่า

การสอนธรรมะนี้เป็นประโยชน์กับผู้ฟัง

 ถึงแม้ว่าพระองค์นี้มีบุญ

เต็มเปี่ยมอยู่ภายในหัวใจแล้ว

ใส่เข้าไปอีกไม่ได้แล้ว

 แต่พระองค์ก็ยังทำบุญอยู่

 แต่ไม่ได้ทำเพื่อพระองค์เอง

 ทำเพื่อประโยชน์ของผู้ฟัง

 เพราะผู้ฟังนี้ยังไม่รู้ความจริง

เกี่ยวกับเรื่องกฎแห่งกรรม ยังไม่รู้ความจริง

เกี่ยวกับเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด

 ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้าสอนก็จะไม่รู้กัน

จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองต้องทุกข์

 ต้องเวียนว่ายตายเกิดกันอย่างไม่มีวันจบวันสิ้น

 แต่มีพระพุทธเจ้ามาสอนแล้ว

 เราผู้ฟังก็จะได้รู้ว่าความทุกข์นี้เกิดจาก

การกระทำบาปต่างๆ

ความทุกข์เกิดจากความอยากต่างๆ

การเกิดแก่เจ็บตายเกิดจากการกระทำ

ตามความอยากต่างๆ

ถ้าเลิกทำบาปได้ความทุกข์ก็จะหายไป

 ถ้าเลิกความอยากได้ก็ไม่ต้อง

กลับมาเกิดแก่เจ็บตายอีกต่อไป

นี่คือเรื่องของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

 ท่านไม่สามารถมาคุ้มครองให้เราพ้นจากอบาย

พ้นจากภัยต่างๆ ได้

แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ยังต้องตาย

 พระอรหันตสาวกทุกรูปก็ต้องตายกันทั้งนั้น

แต่ท่านตายหนเดียว ท่านไม่ตายแบบพวกเรา

 พอไม่เกิดก็ไม่มีวันแก่ ไม่มีวันเจ็บ ไม่มีวันตาย

ไม่มีใครที่จะมาทำร้ายร่างกายได้

เพราะไม่มีร่างกายให้ทำร้าย

นี่แหละคือสิ่งศักสิทธิ์

ถ้าเรารู้จักกฏแห่งกรรมแล้ว

เราปฏิบัติตามกฎแห่งกรรมได้

 เราก็จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองใจเราไปตลอด

 รักษาใจของเราให้มีแต่ความสุขไปตลอด

ปราศจากความทุกข์

ใจของพระพุทธเจ้าใจของพระอรหันตสาวกทุกรูปนี้

เคารพกฏแห่งกรรม ทำตามกฎแห่งกรรม

 คือ ละการกระทำบาปทั้งปวง

 สร้างกุศลทั้งหลายให้ถึงพร้อม

ชำระใจให้สะอาดบริสุทธิ์

 กำจัดความโลภ ความโกรธ ความหลง

 ที่เป็นตัวผลักดันให้ไปทำบุญทำบาป.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.............................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 20 พฤษภาคม 2561
Last Update : 20 พฤษภาคม 2561 9:58:57 น.
Counter : 255 Pageviews.

2 comment
<<< "รักษาโรคของใจ" >>>









“รักษาโรคของใจ”


พวกเรา พุทธศาสนิกชน จึงถือว่ามีโชค มีวาสนามาก

 ที่ได้มาเกิดในพระพุทธศาสนา ที่มีมรรคมีองค์ 8

ที่จะสามารถสอนให้พวกเราปฏิบัติ

 ให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งหลายได้

เราไม่ต้องเสียเวลาไขว่คว้าค้นหาคำสอน

เหมือนกับผู้ที่เกิดในศาสนาอื่น

 ในลัทธิในคำสอนอื่น

ที่ต้องตะเกียกตะกายแหวกว่าย

ออกจากคำสอนที่ไม่ถูกเหล่านั้น

 แล้วฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ได้มาปฏิบัติ

ตามคำสอนของพระพุทธศาสนา

อย่างเช่นชาวต่างประเทศ ที่เกิดในศาสนาอื่นๆ

แต่หลังจากที่ได้ศึกษา ได้ร่ำเรียน

 ได้ค้นคว้าคำสอนของพระพุทธเจ้า

ก็เห็นว่าเป็นคำสอนที่ พาให้เขาได้หลุดพ้น

จากความทุกข์ทั้งหลาย

 เขาจึงอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมา

 เพื่อมาอยู่ในประเทศไทย เพื่อที่จะได้ ศึกษา

และปฏิบัติกับครูบาอาจารย์

ผู้ที่ได้ศึกษาและปฏิบัติจนได้หลุดพ้น

จากความทุกข์ทั้งหลาย

มาศึกษากับท่านทั้งหลายเหล่านี้

 มาอยู่กันอดอยากขาดแคลน ยอมสละความสุข

 ที่ประเทศเขาเจริญทางด้านวัตถุ

มากกว่าประเทศของเรา

 แต่เขาเห็นว่าความเจริญทางด้านวัตถุ

 ไม่สามารถรักษาโรคใจของเขาได้

ไม่สามารถดับความทุกข์ภายในใจของเขาได้

 เขาจึงยอมสละความสบาย ทางด้านวัตถุ

ทางด้านร่างกาย แล้วยอมมาอยู่

แบบ อดอยากขาดแคลน เพื่อที่จะได้ปฏิบัติ

ตามคำสอนของพระพุทธศาสนา

เพื่อที่จะได้รักษาโรคความทุกข์ของใจให้หมดไป

 นี่คือความสำคัญหรือความยิ่งใหญ่

ของพระพุทธศาสนา ที่สามารถดึงดูดจิตใจ

ของมนุษย์ทุกระดับชั้น ทุกเพศทุกวัย

ให้เข้ามาสู่พระพุทธศาสนาได้

เหมือนกับโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง

ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ

สามารถดึงดูดผู้ป่วยจากต่างประเทศ

จากสถานที่ต่างๆมารักษา

 เพราะว่าทุกคนที่มีโรคภัยไข้เจ็บก็ปรารถนาที่จะหาย

เพราะไม่มีใครอยากจะอยู่กับความเจ็บไข้ได้ป่วย

 ฉันใด ผู้ที่เข้าหาพระพุทธศาสนา

เพื่อศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

 ก็มีความปรารถนาเช่นเดียวกัน

คือ ปรารถนาหลุดพ้นจากความทุกข์

 คือรักษาโรคทุกข์ของใจ ให้หายหมดสิ้นไป.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๖






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 19 พฤษภาคม 2561
Last Update : 19 พฤษภาคม 2561 9:42:03 น.
Counter : 247 Pageviews.

0 comment
<<< "คำสอนที่ถูกต้อง" >>>










“คำสอนที่ถูกต้อง”

สมาธิเป็นที่พัก เป็นอาหารของใจ

ทำสลับกันไปจนถึงขั้นสุดท้าย

 ถ้ามีใครมาสอนว่าไม่ต้องนั่งสมาธิไม่ต้องหลับตา

อย่างนี้ก็อย่าไปเชื่อ ก็อย่าไปฟังให้เสียเวลา

 พระพุทธเจ้าจะสอนไตรสิกขาทำไม

 ทรงสอนศีล สมาธิ ปัญญาทำไม

 ทรงสอนสัมมาสมาธิทำไม ตัดมันออกไปก็ได้

มรรค ๘ ก็เอาแค่มรรค ๗ ก็พอ

 ไตรสิกขาเอาแค่ศีลกับปัญญาก็พอ

 ยกเว้นคนมีสมาธิแล้วไม่ต้องทำสมาธิ

พระปัญจวัคคีย์ ท่านมีสมาธิอยู่แล้ว

พระพุทธเจ้าจึงไม่สอนเรื่องสมาธิ

 ทรงสอนเรื่องปัญญาเลย ครั้งแรกทรงสอนอริยสัจ

 ทรงสอนเรื่องมรรค ๘ ในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

 ต่อมาท่านก็ทรงสอนอนัตตลักขณสูตร

ทรงสอนเรื่องขันธ์ ๕ เป็นอนัตตา เป็นปัญญาล้วนๆ

 เพราะมีสมาธิกันอยู่แล้ว

ดังพระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหาปริพาชก

 ที่เข้าเฝ้าเป็นคนสุดท้าย

ก่อนที่จะทรงเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน

ที่กราบทูลถามว่า มีลัทธิ มีคำสอนอยู่มากมาย

 จะแยกแยะได้อย่างไรว่าคำสอนไหนเป็นคำสอนที่ถูกต้อง

พระองค์ทรงตอบว่า คำสอนใดที่มีมรรคเป็นองค์ ๘

 คำสอนนั้นเป็นคำสอนที่ถูกต้อง

ถ้ามีแค่ ๗ องค์ไม่มีสัมมาสมาธิ ยังไม่ถูกต้อง

 คนที่ไม่ชอบนั่งสมาธิ ควรเปลี่ยนใจได้เเล้ว

 ชอบถามปัญหานี้กันเหลือเกิน

 เวลานั่งต้องหลับตาหรือเปล่า ลืมตาไปทำไม

 เวลานั่งสมาธิจะไปดูอะไร ต้องปิดทวารทั้งห้า

 ต้องสำรวมอินทรีย์ จะเปิดตาดูอะไรอีก

 ต้องขังกิเลสไว้ข้างใน เพื่อจะได้ฆ่ามันได้

ไม่ใช่เปิดตาให้มันออกไปข้างนอก.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

....................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๒








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 18 พฤษภาคม 2561
Last Update : 18 พฤษภาคม 2561 8:34:10 น.
Counter : 234 Pageviews.

1 comment
<<< " กฎแห่งกรรม" >>>










“กฎแห่งกรรม”

กฏแห่งกรรมนี้มีจริง ผู้กระทำนี้มีจริง

 และผู้รับผลของกรรมก็มีจริง แต่ไม่ใช่ร่างกาย

ผลที่ร่างกายรับก็เป็นผลพลอยได้เท่านั้นเอง

 อาจจะติดร่างแหไปด้วย เช่น ถ้าเอาปืนไปฆ่าคนตาย

 เขาก็ริบปืนนั้นไว้ เขาไม่ปล่อยให้เอาไว้ที่คนอื่น

เอาไปใช้แล้วไปฆ่าคนอื่นต่อได้

ถ้าร่างกายไปทำบาป

 ใจสั่งร่างกายให้ไปทำบาป

เขาก็ต้องจับร่างกายไปขังคุก

กันไว้ไม่ให้ไปทำบาปใหม่

แต่ใจนี้เดี๋ยวถ้าเกิดร่างกายนี้ตายไป

ใจมันก็ไปหาร่างกายอันใหม่ ไปเกิดใหม่

ไปได้ร่างกายอันใหม่ แล้วก็กลับมาทำบาปใหม่อีก

ฉะนั้น อย่าไปมองผลที่ร่างกาย

ผลของการทำบาปหรือทำบุญนี้

อย่าไปมองที่ร่างกาย

 เพราะบางทีมันอาจจะเกิด บางทีมันอาจจะไม่เกิด

 ทำความดีบางทีอาจจะไม่ได้ดิบได้ดี

 ไม่มีใครเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งให้

 ไม่มีใครมอบรางวัลให้

 ทำบาปบางทีก็ไม่ต้องติดคุกติดตะราง

 อันนี้ แต่ใจของคนที่ทำบุญทำบาปนั้นมันมีผลแล้ว

 คนที่ทำดีนี้มีความสุขใจมีความสบายใจอิ่มเอิบใจ

 คนที่ทำบาปนี้ไม่มีใครรู้ว่าทำบาป

 แต่คนที่ทำบาปใจร้อนแล้ว

ใจไม่สบายใจวิตกกังวลหวาดกลัว

 เห็นตำรวจเดินมาบางทีเขามาหาเรา

เพื่อจะถามอะไรเราไม่เกี่ยวกับบาปที่เราไปทำ

 พอเห็นขึ้นมาใจก็สั่นขึ้นมาแล้ว

ถ้าลองทำบาปแล้วมันจะมีผลทันที

ผลอยู่ที่ใจ คือความรู้สึกที่ใจ

สุขหรือทุกข์ สบายใจหรือไม่สบายใจ

 อันนี้ผลอันแรกนะ แล้วไม่ใช่อันเดียว

 เวลานอนหลับก็จะฝันร้าย ถ้าทำบาปก็จะฝันร้าย

 ทำบุญก็จะฝันดี แล้วเวลาตายไปก็จะฝันยาว

 ฝันยาวเราก็เรียกว่าสวรรค์

ถ้าเป็นบุญพาฝันก็เรียกว่าสวรรค์

 ถ้าบาปพาฝันก็ฝันก็จะไปอยู่ในอบายขุมต่างๆ

 นรกขุมต่างๆ จนกว่าที่จะได้ร่างกายอันใหม่

 พอได้ร่างกายอันใหม่ก็ตื่นขึ้นมาใหม่

 พอคลอดออกมาจากท้องแม่ก็ลืมตาร้อง

 ตอนนั้นก็หยุดฝัน แล้วก็มาใช้ร่างกาย

ไปทำบุญทำบาปใหม่ นี่แหละคือกฎแห่งกรรม

ถ้าเราอยากจะให้เรามีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข

เราก็อย่าไปทำบาป ให้ทำแต่บุญ

 เพราะบุญนี้ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร

 ทำบุญนี้มีแต่คุณมีประโยชน์

 ผู้กระทำก็ได้รับประโยชน์

 ผู้รับการกระทำก็ได้ประโยชน์

 เวลาที่เราใส่บาตรอย่างนี้พระก็ได้รับประโยชน์

 โยมก็ได้รับประโยชน์ ใส่บาตรแล้วก็มีความสุขใจ

อิ่มเอิบใจสบายใจ นอนหลับก็จะฝันดีไม่ฝันร้าย

ทำบาปแล้วก็จะทำให้คนที่ถูกกระทำเดือดร้อนเสียหาย.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

....................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 17 พฤษภาคม 2561
Last Update : 17 พฤษภาคม 2561 8:10:55 น.
Counter : 266 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ