Group Blog
All Blog
<<< "แก้ปัญหาด้วยการภาวนา" >>>













“แก้ปัญหาด้วยการภาวนา”

ถ้าเราปฏิบัติลึกเข้าไป ถ้าเข้าสู่ระดับภาวนาได้

 มันจะกำจัดเรื่องวุ่นวายต่างๆ ภายในใจให้หมดไปได้

 เพราะเราเข้าไปถอนรากถอนโคนเรื่องของปัญหา

 เรื่องของปัญหาก็คือกิเลสตันหาของเรานี่แหละ

 ที่ทำให้เราวุ่นวายใจกัน ไม่ใช่เพราะว่าเงินทองขาด

หรือคนนั้นเขาไม่ชอบขี้หน้าเรา

 คนนั้นเขากลั่นแกล้งเรา หรือเขาทำอะไรไม่ดีกับเรา

 สิ่งภายนอกนี้มันไม่ได้เป็นรากของปัญหา

 มันไม่ได้เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายใจต่างๆ

ต้นเหตุของความวุ่นวายใจคือกิเลสตันหาของเรา

 ความโลภ ความโกรธ ความหลงของเรา

ความอยากต่างๆ ของเรา อันนี้แหละ

ถ้าเราภาวนาเราก็จะสามารถถอนรากถอนโคน

ของกิเลสตันหาของความอยากต่างๆ ได้

 แต่ถ้ายังไม่ได้ก็ต้องอาศัยแก้ไปเป็นพักๆ

เช่นวุ่นวายใจก็ฟังธรรมะไป ฟังเทศน์ไป

 แล้วพอได้ฟังแล้วก็อาจจะทำให้ใจสบายใจเบาๆ

 ปล่อยวางได้ชั่วคราว เดี๋ยวพอไม่ได้ฟังก็ลืม

 เดี๋ยวก็กลับไปโลภ ไปโกรธ ไปอยาก ไปหลงอีก

 ก็ยังดีกว่าไปแก้โดยวิธีที่ไม่ถูก

 เช่น เวลาไม่สบายใจก็ไปเที่ยวกัน ไปฮ่องกงกัน

 ไปเที่ยวที่ไหนกัน เพื่อหนีความวุ่นวายใจชั่วคราว

 เดี๋ยวกลับมาก็เจอความวุ่นวายใจอีก

 เจอเรื่องราวที่ทำให้เราวุ่นวายใจอีก

แต่ตัวที่ทำให้เราวุ่นวายใจไม่ใช่เรื่องราว

 แต่ใจของเรากิเลสของเราเนี่ย

ที่มันไม่ชอบเรื่องนั้นเรื่องนี้

มันก็เลยทำให้เราวุ่นวายใจกันไป

ฉะนั้นต่อให้เราหนีไปเที่ยวกี่ครั้ง

กลับมาก็ยังเหมือนเดิมอยู่

 ถ้าอยากจะแก้ปัญหาเราก็ต้องแก้ด้วยการภาวนา

 ไปอยู่วัดดีกว่าถ้ามีปัญหามากๆ

ใจไม่สงบใจวุ่นวายก็ไปอยู่วัด ไม่ได้หนีปัญหาหรอก

เพียงแต่ว่าเราต้องไปสร้างกำลัง

ไปสร้างเครื่องมือไปสร้างอาวุธขึ้นมา

คือสติ สมาธิ ปัญญา ถ้าเรามีสติสมาธิปัญญาแล้ว

เราก็กลับมาอยู่กับเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างไม่เดือดร้อน

 แต่ถ้าเราไม่มีสติ ไม่มีสมาธิ ไม่มีปัญญา

ใจเราก็จะวุ่นวายไป เดือดร้อน ไม่สบายใจ ทุกข์ใจ

 เราก็เลยต้องหนี หนีปัญหาชั่วคราว

 หลบไปสร้างกำลังก่อน ไปหาอาวุธมาต่อสู้

ไปสร้างสติ ไปสร้างสมาธิ ไปสร้างปัญญา

 พอเรามีสติ มีสมาธิ มีปัญญาแล้ว

 ทีนี้เราก็จะสามารถที่จะอยู่กับเรื่องราวต่างๆ ได้

โดยไม่วุ่นวายใจ เพราะเราจะคุมความโลภ

ความอยากของเราได้คุมกิเลสตัณหาได้.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๐









ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 17 ธันวาคม 2560
Last Update : 18 ธันวาคม 2560 13:14:04 น.
Counter : 262 Pageviews.

0 comment
<<< " บุญเป็นอาหารของใจ" >>>












“บุญเป็นอาหารของใจ”

วิธีที่จะทำให้เรามีความทุกข์น้อยลง 

เหตุผลเรื่องเงินทองต้องหักห้ามใจไว้

อย่าไปใช้ของตามความอยาก

 อย่าไปใช้เงินตามความอยาก

 เวลาอยากได้อะไรก็ถามว่าจำเป็นจะต้องมีไหม

ถ้าไม่มีมันแล้วจะตายไหม

ถ้าไม่ตายก็แสดงว่าไม่จำเป็น

 ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปซื้อมันมา

อาหารหมดนี้ต้องซื้ออาหารมา

อาหารนี้จำเป็นไหม จำเป็น

เพราะถ้าไม่มีอาหารกินเดี๋ยวร่างกายก็ตายได้

 ก็ต้องซื้อมา อยากได้กระเป๋า อยากได้รองเท้า

 แล้วอยากได้เสื้อผ้าใหม่ จำเป็นต้องซื้อไหม

 ของเก่าไม่มีหรือเปล่า ของเก่าใช้ได้หรือเปล่า

 ของเก่ายังใช้ได้ดีอยู่เลย ซื้อมาทำไม

 ซื้อมาแล้วของเก่าก็เลยกลายเป็นของไม่มีคุณค่าไป

 ไม่มีประโยชน์ไป แล้วต้องเสียเงินไป

 เสียกระเป๋าไป เสียกระเป๋าใบเก่าไป

แล้วยังต้องเสียเงิน เพื่อจะได้กระเป๋าใบใหม่

 แล้วเดี๋ยวกระเป๋าใบใหม่มันก็กลายเป็นกระเป๋าใบเก่า

 เดี๋ยวไปเห็นกระเป๋าใบใหม่อีกก็อยากจะได้

นี่ถ้าใช้เงินแบบนี้แล้วเดือดร้อนแน่ๆ

ไม่ช้าก็เร็วเดี๋ยวต้องเป็นหนี้เป็นสิน

 เวลาเห็นกระเป๋ารูดบัตรกันใหญ่เลย

รูดกัน รูดกัน แล้วพอสิ้นเดือนเขาส่งบิลมาเก็บ

 อุ๊ย ใช้ไปขนาดนี้เลยเหรอ เวลาใช้มันไม่คิดนะ

 มันไม่คิดว่าเท่าไร เวลาเห็นบิลมันถึงจะคิดออก

โอ้ย ใช้ไปตั้งหลายแสน


นี่แหละคือวิธีหนึ่งที่พระพุทธเจ้าสอน

ให้พวกเราลดความทุกข์ต่างๆ

 ที่เรามีกันอยู่นี้ให้น้อยลงไป

ด้วยการไม่ใช้เงินตามความอยาก

 ใช้เงินตามความจำเป็น หรือถ้าอยากจะใช้เงิน

ก็เอาไปทำบุญ ทำบุญนี้ก็จำเป็นเหมือนกัน

 เพราะบุญนี้เป็นเหมือนอาหาร เป็นอาหารของใจ

ที่ใจเราไม่อิ่มก็เพราะเราไม่ได้ทำบุญ

ที่ใจเราอยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ อยากไปเที่ยวที่นั่นที่นี่

ก็เพราะว่าเราไม่ได้ให้อาหารใจ

 เราให้ยาเสพติดกับใจ

 เวลาเราไปเที่ยวเวลาเราซื้อของ ฟุ่มเฟือยนี้

 เหมือนกับให้ยาเสพติด ถ้าเราเสพยาเสพติด

ไม่กินอาหาร ร่างกายจะเป็นอย่างไร ซูบผอมไหม

 คนติดยานี้อ้วนหรือเปล่า ไม่มีอ้วนมีแต่ผอม

 เพราะแทนที่จะเอาเงินไปซื้ออาหารมา

ก็เอาเงินไปซื้อยาเสพติด ฉันใดใจเราก็ผอม

 ร่างกายเราอ้วนแต่ใจเราผอม

เพราะใจเราไม่ได้อาหาร เวลาเราหิว เวลาใจหิว

 เราก็ซื้ออาหารให้ร่างกายกิน

 ร่างกายมันก็อ้วนเอาๆ เวลาอยากกินไม่ได้กิน

เพราะจำเป็นจะต้องกิน กินเพราะความอยาก

 มันก็เป็นความหิวของใจ ถ้าใจหิว

ก็ต้องเอาเงินที่จะไปซื้ออาหารให้ร่างกายนี้

เอาไปทำบุญแทน ถ้าร่างกายมีอาหารพอเพียง

 ถ้าน้ำหนักเกินแล้ว ก็แสดงว่าอย่าไปกินอีก

 เวลาหิวเวลาอยากก็เอาเงินไปทำบุญ

เอาเงินไปเลี้ยงเด็กกำพร้า ไปซื้ออาหารให้เด็กกำพร้า

 ซื้ออาหารใส่บาตรให้พระ ให้แล้วใจจะอิ่มขึ้นมา

 ใจจะอ้วนขึ้นมา บุญนี้จำเป็นสำหรับใจ

ใจเราจะมีความสุขได้ ก็เกิดจากการทำบุญ

ทำทานจากการให้ความสุขแก่ผู้อื่น

ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น ถ้าเราอยากจะมีความสุขใจ

ต้องทำบุญ อย่าเอาสุขใจจากการไปเที่ยว ไปเล่น

ไปดู ไปฟัง ไปซื้อของฟุ่มเฟือยกัน

 เพราะมันสุขแบบยาเสพติด.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.............................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๐






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 16 ธันวาคม 2560
Last Update : 16 ธันวาคม 2560 10:50:55 น.
Counter : 219 Pageviews.

0 comment
<<< "เก่งหาธรรมะดีกว่า" >>>











“เก่งหาธรรมะดีกว่า”

การเก่งหาเงินนี้มันไม่ดีหรอก

 เก่งหาเงินสู้เก่งหาธรรมะดีกว่า

 เก่งหาเงินนี้เท่ากับเก่งหาความทุกข์

 เพราะเงินนี้มันเป็นทุกข์ เดี๋ยวหามาได้แล้วเกิดหายไป

 ถูกคนเขาโกงไป หรือหามาแล้ว

ก็เอาไปใช้แบบสุรุ่ยสุร่าย เดี๋ยวมันก็หมดไป

ฉะนั้นเราต้องใช้เหตุผลในการทำอะไรต่างๆ

การที่เราทำงานหาเงิน

ก็เพื่อจะได้มีอะไรมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเรา

 ถ้าเราหาได้มากก็ถือว่าเราโชคดีดีกว่า

 อย่าไปคิดว่าเราเก่ง แล้วหาได้มาก

เราก็จะได้เก็บเอาไว้มาก

 แล้วเราจะได้หยุดทำงานหยุดหาได้

 เพื่อเราจะได้เอาเวลาไปหาธรรมะ

เพราะไม่มีอะไรในโลกนี้

ที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากความทุกข์

จากความเครียดได้ นอกจากธรรมะ

สิ่งอื่นๆ จะทำให้เราเครียดมากขึ้น

เครียดกับเงินใช่ไหม พอต้องเกี่ยวข้องกับเงิน

 ก็เครียดกับเงิน ถ้ามีแฟนก็ต้องเครียดกับแฟน

 มีอะไรก็ต้องเครียดกับสิ่งที่เรามี

 ฉะนั้นเราไม่ต้องการจะมีสิ่งเหล่านี้

แต่การที่เราจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ได้เราก็ต้องมีธรรมะ

 เพราะถ้ามีธรรมะมันจะทำให้ใจเราอิ่ม ใจเราสุข

 ใจเราอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องมีสิ่งต่างๆ

ดังนั้นเราควรที่จะพุ่งเป้าไปที่การหาธรรมะ

 ไม่ใช่ไปการหาเงิน แต่ถ้าเป็นผู้ชายนี่ก็ไปบวชเลย

 เพื่อจะได้หาธรรมะได้เต็มที่

อย่างเราเมื่อก่อนเราก็หาเงินเหมือนกัน

ทำงานหาเงิน หามาก็ใช้ไป

เงินออกปั๊บใช้หมดก็ต้องหาใหม่

 ได้เท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ เพราะของที่ใช้เราซื้อ

นี่มันเยอะเหลือเกิน

แล้วพอได้มาอ่านหนังสือธรรมะ

สอนให้รู้จักนั่งสมาธิให้หาความสุขจากการนั่งสมาธิ

พอลองนั่งดูแล้วก็สัมผัสกับความสุข

ก็เห็นว่าเอ๊ะวิธีนี้มันดีกว่าหาเงิน มันไม่เหนื่อย

 นั่งเฉยๆ สบายจะตายไป

นั่งเฉยๆ แล้วก็ควบคุมความคิดให้ได้

 บังคับใจให้จดจ่ออยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

เช่นนั่งถ้านั่งสมาธิก็นั่งดูลมไป ดูลมเฉยๆ

 สบาย ตายไป แล้วใจสงบก็มีความสุข

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๐








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 15 ธันวาคม 2560
Last Update : 15 ธันวาคม 2560 9:34:08 น.
Counter : 112 Pageviews.

0 comment
<<< "ฆ่ากิเลสแล้วจะไปนิพพาน" >>>













"ฆ่ากิเลสแล้วจะไปนิพพาน"

หน้าที่ของเราก็คือฆ่ามัน ฆ่ากิเลส

 ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ติดคุก ไม่ไปนรก ไม่ไปอบาย

 ฆ่ากิเลสแล้วจะไปนิพพาน

 ไม่ชอบฆ่ากันกิเลส ชอบไปฆ่าคนอื่นเหรอ

ชอบฆ่ากิเลสของคนอื่น

 ฉะนั้นต้องพยายามหยุดความอยากต่างๆ ให้ได้

 ความอยากนี้เป็นตัวทำให้

เกิดความเครียดความทุกข์ต่างๆ ขึ้นมา

 ถ้าเราไม่มีกำลังเราก็ต้องออกไปหาที่สร้างกำลัง

 ที่ๆ เราอยู่นี้ไม่ได้เป็นที่สร้างกำลัง

 แต่เป็นที่สร้างความอยากกัน

 เราต้องไปอยู่ที่ๆ เสริมสร้างกำลัง

ที่จะต้องมาหยุดความอยาก ก็คือต้องที่วิเวก

 ที่อยู่คนเดียว ที่ห่างไกลจากทรัพย์สมบัติ

ข้าวของเงินทอง ห่างไกลจากบุคคลต่างๆ

 ห่างไกลจากเรื่องราวต่างๆ

เราก็จะได้สร้างกำลังสร้างสติ

สติเป็นเหมือนเบรค

 เบรคที่จะหยุดความอยากต่างๆ

ในเบื้องต้นถ้ามีสติแล้ว

ขั้นต่อไปก็สามารถที่จะสร้างปัญญาขึ้นมา

 เพื่อมาถอดถอนรากของความอยาก

 พอรากของความอยากถูกถอนไปแล้ว

ทีนี้ความอยากก็จะหมดไป

สตินี้เพียงแต่กดเอาไว้ กดความอยากเอาไว้

พอเผลอสติ พอปล่อยให้ใจคิดปั๊บ

ความอยากก็ไหลตามออกมา

พอมันไหลตามออกมา

ถ้าอยากจะให้มันหายไปหมดไป

ก็ต้องใช้ปัญญาถอนรากของความอยาก

 รากของความอยากก็คือ

ความไม่รู้ว่าการทำตามความอยาก

นำไปสู่ความทุกข์ต่างๆ

 แล้วพอเราเห็นว่าการทำตามความอยาก

ทำให้เราต้องทุกข์ เราก็จะได้ไม่ทำ

 พอเราไม่ทำตามความอยาก

ความอยากก็จะหมดกำลังไป

 แล้วเราก็จะไม่มีอะไรมาทำให้เราต้องทุกข์

ทำให้เราต้องเสียใจ ทำให้เราต้องโกรธ

ทำให้เราต้องน้อยเนื้อต่ำใจ น้อยอกน้อยใจ

 ทำให้เราไม่ต้องมากังวล ไม่ต้องวิตก

ไม่ต้องหวาดกลัวกับอะไรต่างๆ

 นี่อยู่แค่ตรงนี้เอง อยู่ระหว่างปัญญากับสติ

 ที่จะมาหยุดความอยาก

ที่จะมาถอดถอนรากของความอยาก

 คือความหลง

ความหลงก็คือเราเห็นสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง

 เห็นสิ่งที่ไม่ใช่ของเราว่าเป็นของเรา

เห็นสิ่งที่เรา ไม่สามารถที่จะไปควบคุมบังคับ

ได้ว่าสามารถควบคุมบังคับได้

มันเลยทำให้เราทุกข์กับสิ่งต่างๆ

 ทุกข์เพราะเราอยากให้สิ่งที่ไม่เที่ยงมันเที่ยง

ทุกข์กับร่างกายเพราะเราอยากให้ร่างกาย

ไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตาย

 แต่มันก็ต้องแก่ต้องเจ็บต้องตายไป

 เวลาแก่ก็ไม่สุขแล้ว

เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็ไม่สุขแล้ว

 เวลาตายก็ไม่สุข แต่เรามองไม่เห็นว่า

เราไม่สามารถที่จะไปห้ามร่างกาย

ไม่ให้แก่ไม่ให้เจ็บไม่ให้ตายได้

จึงต้องสอนใจอยู่เรื่อยๆ

 ว่าร่างกายมันต้องแก่ต้องเจ็บต้องตาย

 เป็นธรรมดา แสดงว่านี่คืออนิจจัง ไม่เที่ยง

 ล่วงพ้นความแก่ความเจ็บความตายไปไม่ได้

 หรืออนัตตา ไปทำให้มันไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตายไปไม่ได้

 ร่างกายนี้เราไปสั่งมันไม่ได้ สั่งได้บางอย่าง

 สั่งได้ในสิ่งที่มันไม่สำคัญอะไร

สั่งให้มันเดิน สั่งให้มันนอน สั่งให้มันนั่ง

 แบบนี้สั่งได้ แต่ไปสั่งเรื่องที่สำคัญๆ นี้สั่งไม่ได้

 สั่งให้มันไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตายสั่งไม่ได้

ที่เราต้องมาคิดอย่างนี้บ่อยๆ

เราจะได้เห็นความจริง

 ว่ามันไม่เที่ยง มันไม่อยู่ภายใต้

การควบคุมบังคับของเรา.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..................................

สนทนาธรรมมะบนเขา

วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๐








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 14 ธันวาคม 2560
Last Update : 14 ธันวาคม 2560 9:41:11 น.
Counter : 245 Pageviews.

0 comment
<<< “จิตที่ว่างก็เป็นจิตที่มีความสุข” >>>













“จิตที่ว่างก็เป็นจิตที่มีความสุข”

วันนี้วันสบาย ไม่รีบร้อน วันว่าง หัดอยู่ว่างๆ มั่ง

 เราวุ่นวายกันอยู่ทุกวัน ไม่วุ่นวายเรื่องนั้นก็เรื่องนี้

 ถ้าไม่มีอะไรมันก็ไม่มีเรื่องให้วุ่น ใช่ไหม

พอมีมันก็วุ่นกับเรื่องที่มี งั้นอย่าไปมีมันเลย

อยู่แบบไม่มีสิสุขจะตาย นิพพานัง ปรมัง สุญญัง

จิตที่ไม่วุ่นวายกับเรื่องต่างๆ เป็นจิตที่ว่าง

จิตที่ว่างก็เป็นจิตที่มีความสุข

 เนี่ยที่มีดวงตาเห็นธรรมก็เห็นตรงนี้

เห็นว่าไม่มีอะไรดีเท่ากับความว่าง

 ถ้ามันว่าง มันทุกข์ไม่ได้ เข้าใจไหม

จะไปทุกข์กับอะไร

ถ้ามันไม่มีอะไรจะให้ทุกข์ ใช่ไหม

 พอมีปั๊ปมันก็ทุกข์ปั๊บเลย

มีเงินก็ทุกข์กับเงินตอนเงินหมดไง

ตอนเงินหมดก็ทุกข์ พอไม่พอใช้ก็ทุกข์

พอเป็นหนี้ก็ทุกข์ ถ้าไม่มีเงินจะใช้

มันก็ไม่เป็นหนี้ไม่มีหนี้

ไม่มีแฟนก็ไม่ต้องทุกข์กับแฟน ใช่ไหม

 ไม่มีลูกก็ไม่ต้องทุกข์กับลูก

 ไม่มีอะไรสบายจะตาย

กลับไม่มีดวงตาเห็นธรรมกัน

 ดวงตาเห็นธรรม เห็นว่า

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นทุกข์

ทุกข์เพราะว่ามันไม่เที่ยง เที่ยงแท้แน่นอน

ไม่ใช่ของจริงของปลอม ความสุขปลอม

ได้มาแล้วเดี๋ยวก็หมดไปเหมือนควันไฟ

 เห็นควันไฟไหม ให้มันอยู่ได้ไหมเนี่ย

เวลาสูบบุหรี่แล้วพ่นออกไปเนี่ย

เดี๋ยวมันก็จางหายไปหมด

ความสุขต่างๆ ที่เราได้จากสิ่งต่างๆ

 พอได้มาปุ๊บแล้วเดี๋ยวก็หมดไป

ที่เรามานั่งสมาธิกันเพื่อทำใจให้ว่าง

ใจสงบใจไม่คิดอะไรไม่อยู่กับเรื่องอะไร

 เพราะคิดแล้วมันจะทุกข์ คิดถึงลูกก็ทุกข์

 คิดถึงหนี้ก็ทุกข์ คิดถึงแฟนก็ทุกข์

คิดถึงกิจการต่างๆ ก็ทุกข์ มันทุกข์ทั้งนั้นแหละ

เพราะมันเป็นของที่เราจับไว้ไม่ได้ เหมือนควันไฟ

 เหมือนปลาไหลจับแล้วมันก็หลุด หลุดมือไป

 ได้อะไรมาเดี๋ยวมันก็ลื่นหลุดมือไป

ได้อะไรมาเดี๋ยวก็หมด ได้เงินมาเดี๋ยวก็หมด

เงินเดือนออกปุ๊บเดี๋ยวเดียวไม่กี่วัน หมดแล้ว

 แต่ทำไมเราต้องไปมีสิ่งต่างๆ

ก็เพราะว่าเราห้ามความอยากของเราไม่ได้

 ความอยากนี่เป็นตัว

ที่ทำให้เราต้องไปหาสิ่งต่างๆ มา

 เพราะเวลามันอยากแล้วมันทรมาน

 คนอยากได้อะไรขึ้นมาแล้วนี่ใจไม่สบายแล้ว

ใจหงุดหงิดรำคาญ จะหายหงุดหงิดก็ต่อเมื่อ

ได้สิ่งที่อยากได้มา เห็นรองเท้าสวยๆ

 กระเป๋าสวยๆ อยากได้ ใจมันสั่นแล้ว

 กว่าจะหายสั่นก็ต้องไปได้มา

พอได้ไปซื้อกระเป๋าซื้อรองเท้าแล้ว

มันก็หายสั่นชั่วคราว ดีใจชั่วคราว

แล้วเดี๋ยวก็เห็นอย่างอื่นขึ้นมาก็อยากขึ้นมาอีก

 อยากขึ้นมาใหม่ก็สั่นขึ้นมาใหม่

 เพราะเราไม่รู้จักควบคุมความสั่นของใจ

เราควบคุมด้วยการทำตามความอยาก

 พออยากได้อะไรพอไปซื้อมาใจก็หายสั่น

 แต่เราไม่สามารถหยุดมันได้

 เดี๋ยวมันก็กลับมาใหม่

เดี๋ยวความอยากมันก็โผล่ขึ้นมาใหม่

อยากได้ของอื่นต่อ วันนี้ได้กระเป๋า

เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็อยากได้รองเท้า

 เดี๋ยวต่อไปก็อยากจะได้เสื้อผ้า

 อยากได้แหวนได้สร้อย

ได้ตุ้มหูได้อะไรต่างๆ นานา

นาฬิกงนาฬิกา เครื่องของประดับต่างๆ

ของฟุ่มเฟือยต่างๆ ยิ่งช่วงนี้ใกล้ปีใหม่นี้

ยิ่งต้องซื้อให้ตัวเองแล้ว

ยังไม่พอยังต้องซื้อให้คนอื่นอีก

ซื้อเท่าไหร่ก็ไม่พอ ความอยากก็ไม่หมด

เดี๋ยวปีใหม่หน้าก็อยากซื้ออีก

 แล้วถ้าไม่ได้ซื้อก็เสียใจรำคาญใจ

หงุดหงิดรำคาญใจเศร้าใจ

ไม่มีใครสอนให้หยุดความอยากกัน

มีแต่สอนให้ทำตามความอยาก

ใครอยากได้อะไรก็ทำ

ลูกอยากได้อะไรก็รีบวิ่งหามาเดี๋ยวกลัวมันจะร้อง

 กลัวมันจะเสียใจ อยากให้ลูกมีความสุข

 แต่เป็นการให้ความสุขแบบให้ยาเสพติด

ลูกอยากเสพยาเสพติดก็ซื้อมาให้มันเสพ

 เสพแล้วมันก็ติดแล้วมันก็อยากอยู่เรื่อยๆ

 พอมันไม่ได้เสพมันก็ ของต่างๆ ที่เราอยากได้

แต่เนี่ยมันเป็นยาเสพติดเท่านั้นแหละ

 เป็นเหมือนยาเสพติด ได้แล้วก็ติด

อยากจะได้อยู่เรื่อยๆ อยากจะมีอยู่เรื่อยๆ

 พอไม่ได้ขึ้นมาก็เสียใจทุกข์ใจไม่สบายใจ

พระพุทธเจ้าบอกว่ามาหยุดความอยากดีกว่า

 ความอยากมันจะไม่กลับมา

ถ้าทำตามความอยากแล้วมันจะกลับมาอยู่เรื่อยๆ.


 พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

....................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๐









ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 13 ธันวาคม 2560
Last Update : 13 ธันวาคม 2560 14:12:54 น.
Counter : 264 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ