Group Blog
All Blog
<<< "หัวใจของความเพียร" >>>












"หัวใจของความเพียร"

"สิ่งที่เราต้องเจริญเบื้องต้นคือ "สติ"

 เพราะสตินี้แหล่ะ เป็นตัวที่ดึงใจให้เข้าสู่ความสงบ

 เพราะถ้าไม่มีสติ ใจจะฟุ้ง จะคิดเรื่อยเปื่อย

ถ้าปล่อยให้ใจคิดแล้ว ต่อให้เดินจงกรม

นั่งสมาธิเป็นชั่วโมงๆ ก็จะไม่เกิดผลขึ้นมา

เพราะผลไม่ได้อยู่ที่เวลาที่เราใช้กับการเดิน

หรือการนั่งเพียงอย่างเดียว

 การเดิน การนั่งก็สำคัญ แต่ต้องเดินด้วยสติ นั่งด้วยสติ

ถ้าไม่มีสติแล้ว ก็ถือว่าไม่มีความเพียร

หัวใจของความเพียรคือ "สติ"

 ไม่ใช่อยู่ที่เวลาที่เราเดิน

 หรืออยู่ที่เวลาที่เรานั่งเพียงอย่างเดียว

 ต้องอยู่ที่ “สติ “ในทุกเวลานาทีของการบำเพ็ญ

ถ้าเดินจงกรมชั่วโมงหนึ่ง

 ก็ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมง

ถึงจะเรียกว่าได้ทำความเพียรเต็มที่

เวลานั่งสมาธิก็ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา

ถึงจะสงบได้ ถึงจะรวมเข้าสู่ความเป็นหนึ่งได้

 เป็นอุเบกขาได้ สักแต่ว่ารู้ได้

ดังนั้น ในเบื้องต้น จึงต้องเจริญสติให้ได้ก่อน

 เพราะถ้าเจริญสติไม่ได้ก็ นั่งสมาธิก็จะไม่สงบ

 ถ้าไม่สงบก็จะพิจารณาปัญญามองไม่เห็น

 จะตัดต้นเหตุของปัญหาไม่ได้

 ในเรื่องของการบำเพ็ญ

 สติจึงเป็นธรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง

 มองข้ามไปไม่ได้ ควรที่จะประคับประคองสติ

 ให้มีไว้ตั้งแต่ตื่นจนหลับ ก็คือ

 ไม่ให้ใจเผลอไปคิดถึงเรื่องราวต่างๆ

ไม่ส่งใจไปที่อื่น ให้ใจอยู่ในปัจจุบัน.


พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

....................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๖






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 14 มกราคม 2561
Last Update : 14 มกราคม 2561 6:46:50 น.
Counter : 247 Pageviews.

1 comment
<<< "ละครน้ำเน่า" >>>









"ละครน้ำเน่า"

โลกนี้เป็นเหมือนโรงละคร หรือโรงภาพยนต์

 ดูมากี่ล้านรอบก็เหมือนกัน

 เป็นละครน้ำเน่าเหมือนกันทุกรอบ

มีรักมีชัง มีแก่งแแย่งชิงดีชิงเด่น

โกรธเกลียด อิจฉาริษยา มีอะไร108

ภาพยนต์ที่เราดูมันเป็นภาพที่สะท้อนความจริง

ของโลกนี้ โลกนี้เป็นอย่างนี้

เราเป็นเพียงคนดูอย่าไปหลงกับมันเท่านั้นเอง

 แล้วเราจะอยู่อย่างสบาย

ไม่ทุกข์ไม่เครียดกับการเกิด การดับ

 การมา การไปของสิ่งต่างๆ รวมถึง ร่างกายนี้ด้วย

 เราจะไม่ทุกข์กับความแก่ ความเจ็บ ความตาย

 เราจะไม่ทุกข์กับการพลัดพราก

จากสิ่งต่างๆที่เรารัก เราชอบไป

ดังนั้น ขอให้พวกเราพยายาม

ฟังเทศน์ ฟังธรรมกันอยู่เรื่อยๆ

เพื่อที่เราจะได้เอาความรู้นี้มาสอนใจเราอีกต่อหนึ่ง

 สอนให้ใจของเรานิ่ง ใจของเราสงบ

ใจของเราปล่อยวาง เป็นอุเบกขา

ให้ใจของเราจำกัดความอยากต่างๆ

ที่จะมาขโมยความสงบหรือความนิ่งนี้

ที่จะทำให้เราไม่สามารถอยู่กับความจริงได้

ถ้าเรามีสติ มีสมาธิ มีปัญญาแล้ว

จะอยู่กับความจริงตลอดเวลา เราจะไม่อยู่กับอยาก

 เพราะเราจะเห็นโทษของความอยาก

 เพราะเกิดความอยากขึ้นมาแล้วนี้มันแสนทรมานใจ

อยู่กับความจริงมันไม่ทรมาน ความแก่ไม่ทรมาน

ความเจ็บไม่ทรมาน ความตายไม่ทรมาน

 สิ่งที่ทำให้ใจทรมานคือ ความอยากไม่แก่

ความอยากไม่เจ็บ อยากไม่ตายต่างหาก

ถ้าเราปฏิบัติไปเราก็จะเข้าใจหลักความจริงเหล่านี้

 แล้วเราจะสามารถรักษาใจของเรา

ให้ตั้งอยู่ในความนิ่ง ความสงบไปได้ตลอดเวลา .

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.......................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ 22 ธันวาคม 2556







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 13 มกราคม 2561
Last Update : 13 มกราคม 2561 6:28:04 น.
Counter : 168 Pageviews.

0 comment
<<< "มักน้อย สันโดษ ยินดีตามมีตามเกิด" >>>













"มักน้อย สันโดษ ยินดีตามมีตามเกิด "

มีใครอยากจะถามอีกไหม ไม่เป็นไรใจเย็นๆ

 เดี๋ยวนั่งพักเดี๋ยวก็ได้ นั่งดูใจเราบ้างก็ได้

 ถามใจเราบ้างก็ได้ ใจเราสบายหรือเปล่า

 ใจเรายังโลภ ยังโกรธ ยังหลงอยู่หรือเปล่า

 ยังวิตกยังกังวลยังห่วงโน่นยังห่วงนี่อยู่หรือเปล่า

 ถ้ากังวลก็แสดงว่ายังมีโน่นมีนี่เป็นของเราอยู่

 ถ้าไม่มีอะไรเป็นของเรามันก็ไม่ห่วง

 ที่มันห่วงเพราะว่ามันยังเป็นของเราอยู่

ลูกเรานี้ ลูกชาวบ้านเราไม่เห็นห่วงเลย

 เงินของชาวบ้านเขาเราก็ไม่เห็นห่วงเลย

 แต่พอมันเป็นเงินของเราขึ้นมา

ห่วงว่าเห้ย! อยู่ในธนาคารปลอดภัยหรือเปล่า

 เนี่ยอย่าไปยึดอะไรอย่าไปถืออะไรว่าเป็นของเรา

 มันจะทำให้เรากังวล จะทำให้เราทุกข์

 จะทำให้เราห่วงใหญ่ จะทำให้เราไม่สบายใจ

 ถ้ามองทุกอย่างว่าไม่ได้เป็นของเราแล้ว

มันโล่งอกโล่งใจ สบายอกสบายใจ

ตายไปเราก็เอาอะไรไปไม่ได้

มันเป็นของเราได้ยังไง ถ้ามันเป็นของเรา

เราก็ต้องเอามันไปได้ แต่ถ้าเราเอาไปไม่ได้

เราไปกังวลกับมันทำไม ก็ปล่อยมันไป

 มันจะอยู่ก็อยู่ไป มันจะไปก็ให้มันไป

ไม่ช้าก็เร็วสักวันนึงเรากับมันก็ต้องจากกันอยู่ดี

 ลูกเราเราคิดว่าจะอยู่กันไปตลอดเหรอ

 มันก็ต้องมีวันพลัดพรากจากกัน

 สามีเราภรรยาเรา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเรานี้

มันจะต้องมีวันสิ้นสุดลง มันก็ต้องมีวันหมดไป

 ให้พยายามนึกอยู่บ่อยๆ ว่า "สัพเพ ธัมมา อนัตตา"

ไม่มีอะไรในโลกนี้เป็นของเรา

ลาภยศสรรเสริญ ความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

มันไม่ได้เป็นของเราอย่างแท้จริง

 เป็นของเราชั่วคราว เดี๋ยวสักวันหนึ่ง

ก็ต้องมีวันหมดมีวันดับไป ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว

เวลาจากกันมันจะรู้สึกเฉยๆ

ตอนนี้ไม่ได้ฉัน ไม่ได้เทศน์ที่ศาลาตอนเช้าก็รู้สึกเฉยๆ

 รู้สึกสบาย ไม่เหนื่อย (ยิ้ม) กินแล้วก็นอน

 วันนี้ 3 โมงเช้า (9:00 น.) ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

 นอนได้ถึงบ่ายแล้วค่อยมาเทศน์

จึงไม่ค่อยเหนื่อยเหมือนเมื่อก่อนนี้

 เมื่อก่อนถ้าเทศน์อยู่ที่ศาลากว่าจะกลับมาถึงกุฎิได้

ก็ 11 โมงกว่า กว่าจะขึ้นมาถึงบนเขาได้นี้ก็เที่ยงกว่า

พักได้ชั่วโมงหนึ่งก็ต้องเตรียมตัวลงมาเทศน์แล้ว

 นี่ตั้งแต่ 9 โมงถึงบ่ายโมงกว่านี้มีเวลาสบายไม่เหนื่อย

ไม่ต้องพูดอะไร นี่คือการเปลี่ยนแปลง

 อย่าไปยึดถืออย่าไปยึดว่าเป็นของเราแล้วสบาย

 อยู่อย่างไม่มีอะไร

อยู่อย่างไม่มีความยึดมั่นถือมั่นกับสิ่งต่างๆ

 เวลามันไปจะไม่เดือดร้อน

เวลามันมากลับเดือดร้อนเพราะไม่อยากจะมี

 มีแล้วมันยุ่งมีแล้วมันเป็นภาระของเราเปล่าๆ

ถึงแม้ว่าจะไม่อยากได้แต่บางทีมันก็มาเนี่ย

 มันมาแล้วก็ต้องจัดการกับมันดูแลกับมัน

ให้มันไปในที่ที่เป็นเป็นประโยชน์ต่อไป

ถ้าไม่มาก็ไม่ต้องมีการกระทำ

ไม่ต้องมีการดูแลการจัดการกับสิ่งต่างๆ ที่มา

 ฉะนั้นพยายามอยู่แบบไม่มีดีกว่า มีให้น้อยที่สุด

มักน้อย สันโดษ ยินดีตามมีตามเกิด

 มาก็ได้ ไม่มาก็ได้ อยู่ก็ได้ ตายก็ได้

 แล้วจะมีความสุขตลอดเวลา.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐






ขอบคณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 12 มกราคม 2561
Last Update : 12 มกราคม 2561 13:42:15 น.
Counter : 140 Pageviews.

0 comment
<<< "ธาธุ ๔" >>>









"ธาตุ ๔"

เวลาร่างกายนี้ตายไปใจมันไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย

 มันก็เลยไม่ได้ตายไปกับร่างกาย

 ใจมันอยู่ในโลกทิพย์

ใจของพวกเราทุกคนไม่ได้อยู่ตรงนี้

ใจของพวกเราอยู่ในโลกทิพย์กัน

เพียงแต่ว่าเราส่งกระแสใจมารับรู้

ส่งกระแสใจมาเกาะที่ตามารับภาพ

มาเกาะที่จมูก เกาะที่ลิ้น เกาะที่หู เกาะที่ร่างกาย

 พออะไรมาแตะร่างกายเราก็รู้เลย

 อ้อ มีของแข็งของนุ่ม มีความร้อนความเย็น

มาแตะที่ร่างกายเรา

 ถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ที่ร่างกายเราก็รู้ได้

 เหมือนกับคนที่อยู่ที่บ้าน พอเราพูดอะไรปั๊บ

คนที่บ้านก็ได้ยิน คนที่อยู่ทางบ้าน

คนที่เขาไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เขาก็ได้ยิน

เขาก็ได้เห็นเหมือนกัน

 ฉะนั้นเวลาอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายนี้

ใจไม่ได้เป็นอะไรไปกับร่างกาย

ท่านเรียกว่าใจถึงไม่ตายกับร่างกาย

 ร่างกายต้องแก่ต้องเจ็บต้องตาย

พอร่างกายตายไปปั๊บกระแสการติดต่อก็ขาด

 ตามันไม่ส่งภาพไปแล้วใช่ไหม

ตามันไม่ทำงาน หูไม่ทำงาน อะไรไม่ทำงานหมด

 เหมือนกับเครื่องนี้พอปิดเครื่องปั๊บก็ไม่รับภาพ

ไม่รับเสียงอะไร คนที่อยู่ทางบ้านก็ดูไม่ได้

คนที่อยู่ทางบ้านก็ต้องไปทำอย่างอื่น

ใจพอไม่มีร่างกายก็ต้องไปทำอย่างอื่น

ก็ทำแบบตอนที่นอนหลับเนี่ย

 เวลานอนหลับใจทำอะไรรู้ไหม ใจก็ฝันไง ใช่ไหม

ใช้ร่างกายไม่ได้ ตอนนั้นร่างกาย

ปิดเครื่องชั่วคราวพักผ่อน

เวลาที่เรานอนหลับก็เหมือนปิดเครื่องโทรศัพท์

ก็ใช้โทรศัพท์ไม่ได้ เมื่อใช้โทรศัพท์ไม่ได้

ก็จะคุยกับใครก็ต้องเดินไปคุยกับเขา

 อันนี้ก็เหมือนกัน พอไม่มีร่างกาย

 พอร่างกายพักผ่อน ใจก็ไปฝันเลย ฝันดีก็ไปสวรรค์

ฝันไม่ดีก็ไปนรก และอะไรทำให้เราฝันดีฝันไม่ดี

ก็เวลาเราทำบุญเราฝันดีเพราะเราทำแต่สิ่งที่ดี

 เวลาทำอะไรไว้มันก็จะอัดเทปไว้ในใจเรา

 พอนอนหลับมันก็เปิดเทปมาให้เราดู

 เวลาเราทำบาปมันก็จะอัดเทปไว้

พอเวลาเรานอนหลับมันก็จะเปิดเทปมาให้เราดู

 มันก็จะให้เราดูเรื่องที่ไม่ดี

 เวลาเราทำบุญมันก็จะให้เราดูเรื่องที่ดี

 นี่คือใจที่ไม่ได้อยู่ในร่างกาย

เพียงแต่ว่ามีกระแสวิญญาณมาเชื่อมกัน

 เพื่อมารับข้อมูลต่างๆ ผ่านทางร่างกาย

 รับรูปรับเสียงรับกลิ่นรับรสรับอะไรต่างๆ

 แล้วพอรับแล้วก็มีความรู้สึก

มีความสุขความทุกข์กับรูปเสียงที่ได้รับ

 เหมือนคนทางบ้านเนี่ย

 ถ้าได้ยินเสียงที่ดีก็มีความสุข

ถ้าได้ยินเสียงไม่ดีก็เกิดความทุกข์ขึ้นมา

นี่คือร่างกายกับใจ เป็นสองคน

ใจนี้ไม่มีรูปไม่มีร่างมันก็เลยไม่เกิดไม่ดับ

 มันไม่มีการตายเพราะว่ามันไม่มีส่วนประกอบ

เหมือนกับร่างกาย ร่างกายเป็นสังขาร

 เป็นสิ่งที่ประกอบขึ้นด้วยดินน้ำลมไฟ

 แล้วเดี๋ยวดินน้ำลมไฟมันก็บอกว่าบ๊ายบาย

ดินก็อยากจะกลับไปหาดิน น้ำก็จะกลับไปหาน้ำ

 ลมก็จะกลับไปหาลม ไฟก็จะกลับไปหาไฟ

ตอนนั้นก็เรียกว่าธาตุ ๔

ก็แยกออกจากร่างกายไป

 ร่างกายก็หายไป นี่คือเรื่องของร่างกาย

ที่เราต้องพิจารณาให้เข้าใจ

ให้เรารู้ว่าร่างกาย

ไม่ใช่ตัวเรา ร่างกายไม่ใช่ของเรา

 เราสั่งมันไม่ได้ ห้ามมันไม่ได้

 เวลามันจะบ๊ายบายเราไปห้ามมันไม่ได้

 เวลามันจะแยกทางกัน

เวลาดินน้ำลมไฟในร่างกาย

มันจะไปกันคนละทิศคนละทาง เราห้ามมันไม่ได้

 เวลามันจะเจ็บเราก็ห้ามมันไม่ได้

 เวลาไม่สบาย แต่เราไม่ต้องไปไม่สบายกับมัน

 เพราะเราสบาย เราไม่ได้เป็นอะไร

 ใจไม่ได้เป็นอะไร.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

....................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๐







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 10 มกราคม 2561
Last Update : 10 มกราคม 2561 8:23:15 น.
Counter : 197 Pageviews.

0 comment
<<< " ประโยชน์ของการอยู่กับครูบาอาจารย์" >>>











“ประโยชน์ของการอยู่กับครูบาอาจารย์”

ความรักพี่เสียดายน้องก็เป็นอย่างนี้

มันถึงไปไม่ถึงไหนกัน เพราะยังห่วงนั่นห่วงนี่

ยังกังวลความรู้สึกของคนนั้นคนนี้อยู่

ก็ไม่วันที่จะไปได้ พระพุทธเจ้า พระอรหันต์แต่ละองค์นี้

ท่านไม่กังวลถึงความรู้สึกของใคร

ท่านกังวลถึงการเวียนว่ายตายเกิดของท่าน

 ว่าท่านจะกำจัดมันได้อย่างไร

เพราะการไปกังวลกับความรู้สึกของคนอื่น

ไม่ได้มาช่วยการตัดภพตัดชาติ

 ตัดการเวียนว่ายตายเกิดได้

อยู่ที่การเห็นโทษของการเกิด แก่ เจ็บ ตาย

 เห็นทุกข์ของการเกิด การเจ็บ การตายนี่แหละ

ที่เป็นตัวทำให้เรา ไม่กังวล

กับเรื่องความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น

 เพราะเวลาเราทุกข์นี้

ผู้อื่นเขามาทุกข์แทนเราได้หรือเปล่า

 เวลาเรานอนอยู่บนเตียงหายใจกระเเด๋วๆ

 คนอื่นบอกมานอนแทนเรา เขาก็ทำไม่ได้หรอก

ถึงแม้เขาอยากจะทำ เขาก็ทำไม่ได้

 เราไม่คิดให้มันลึกซึ้งกว้างขวาง เราคิดแต่วงแคบๆ

 เพราะเราถูกอำนาจแห่งโมหะ

ความหลงมันครอบงำใจอยู่

 มันจะให้เราคิดไปในทางตัณหาความอยากเสมอ

 อันนี้ต้องอาศัยได้ยินได้ฟังแบบนี้

มันอาจจะช่วยกระตุ้นบ้าง ถ้าไม่ได้ยินได้ฟัง

 มันก็ไม่รู้จักแนวความคิด

 การได้อยู่กับครูบาอาจารย์ก็ได้ประโยชน์อย่างนี้

 บางทีไม่ได้คิดปัญหาของเราหรอก

 แต่บางทีท่านเล่าถึงการแก้ปัญหา

ของคนนั้นของคนนี้ให้เราฟัง

ต่อไปเวลาเราเจอปัญหานี้เราก็จะรู้จักวิธีแก้

ดังนั้นการได้อยู่กับผู้รู้ ผู้ได้กำจัดความหลง

 ความอยากต่างๆ แล้วนี้มันเป็นประโยชน์กับเรา

 เพราะว่าเราจะต้องเจอปัญหาคล้ายคลึงกัน

 แล้วเราก็จะสามารถเอาวิธีที่ท่านใช้นี้มาแก้ปัญหาได้

 เพราะถ้าเราลำพังให้เราคิดแบบท่านเราคิดไม่ได้

 เพราะใจของเราถูกอำนาจของความหลง

 ของความอยากนี้มันคอยดึงคอยจูง

ให้ไปคิดในทางของมัน

 คิดยังไงก็ไม่มีทางที่จะคิดย้อนศรของมันได้

 ต้องคิดตามมันเสมอ มันถึงเป็นเจ้าของใจเรามาตลอด

 อวิชชา ปัจจยา สังขารา ความหลงเป็นผู้ผลักดัน

ความคิดปรุงเเต่งของเรา มันก็คิดปรุงเเต่งให้เรา

ออกไปหารูป เสียง กลิ่น รส ไปหาความสุข

ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย

 แล้วก็ไปเกิดตัณหาความอยาก

 ไปเกิดอุปาทานติดอยู่กับความสุขแบบนี้ ดิ้นไม่หลุด

 ตายไปก็กลับมาเกิดใหม่

กลับมาหาความสุขแบบนี้ใหม่

 แล้วก็มาพบกับความทุกข์ที่ต้องเกิดจาก

การแก่ การเจ็บ การตายใหม่

ก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบสิ้น

จึงต้องเข้าหาครูบาอาจารย์ พยายามฟังธรรมมากๆ

 ศึกษาพระธรรมคำสอนมากๆ

 ของพระอริยะทั้งหลาย แล้วมันจะช่วย

ให้เราคิดไปในทางของพระอริยะ

 แล้วมันจะทำให้เราออกจากอำนาจของอวิชชา

 ที่คอยควบคุมบังคับความคิดปรุงเเต่งของเราได้.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๘








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 09 มกราคม 2561
Last Update : 9 มกราคม 2561 11:56:38 น.
Counter : 194 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ