Group Blog
All Blog
### 9 มิถุนายน วันอานันทมหิดล ###













เวียนมาบรรจบอีกครั้งในวันนี้ ๙ มิถุนายน " วันอานันทมหิดล "

 ซึ่งปวงชนชาวไทยต่างก็น้อมรำลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ

 พระเมตตาธิคุณ อันมีเป็นอเนกประการ

ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล

 ซึ่งได้สร้างคุณูปการอย่างใหญ่ ยิ่งต่อวงการแพทย์และการศึกษา

 รวมถึงบำบัดทุกข์ ของปวงประชา

ให้พสกนิกรมีสุขภาพ พลานามัยที่แข็งแรง

 และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อันมีเป็นอเนกประการ

ปวงชนชาวไทย จึงได้ถือเอา

วันที่ ๙ มิถุนายน ของทุก ๆ ปี เป็นวัน อานันทมหิดล

 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน

ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๘

โดยจากพระราชปรารภของพระองค์ ซึ่งมีใจความตอนหนึ่งว่า

 "ทรงต้องการให้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ผลิตแพทย์เพิ่มมากขึ้น

ให้เพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชน" นั้น

ได้ก่อให้เกิดความตื่นตัว ให้แก่วงการแพทย์ในประเทศไทย

 ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทย ยังมีการศึกษาด้านการแพทย์

เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

อีกทั้งพระองค์ยังทรงเป็นผู้พระราชทานกำเนิด

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อันช่วยอำนวยประโยชน์สุข ให้แก่ประชาชน

ช่วยเหลือ ป้องกันรักษา ให้ห่างหายจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง

พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
พระอัฐมรามาธิบดินทร

พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู

ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี

ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๐กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๘

โดยทรงเป็นพระโอรสของ สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ

 เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์

ซึ่งภายหลังดำรงพระยศเป็น

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

และพระราชชนนีศรีสังวาลย์

ซึ่งภายหลังดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

การศึกษา พระองค์ทรงเริ่มการศึกษาชั้นต้น ที่โรงเรียนมาแตร์เดอี

ก่อนศึกษาต่อ ที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์

จากเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลง การปกครองใน พ.ศ. ๒๔๗๕

ทำให้สมเด็จพระราชชนนีได้ขอพระราชทาน

พระราชานุญาตจาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๗

เพื่อนำพระโอรส และพระธิดา ไปประทับที่เมืองโลซานน์

 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ซึ่งที่นั่นพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนมีเรมองต์

 และได้ย้ายไปศึกษา ที่โรงเรียนนูแวลเดอลาซูวิสโรมองต์

หลังจาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสละราชสมบัติ

เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗

โดยสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลในขณะนั้นมีมติเห็นชอบ ให้อัญเชิญ

พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า อานันทมหิดล

ซึ่งเป็นพระยศขณะนั้น ขึ้นครองราชย์ สืบราชสันติวงศ์

เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๘ แห่งราชวงศ์จักรี

เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗

โดยมีพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์

พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า อาทิตย์ทิพยอาภา

และเจ้าพระยายมราช ทำการบริหารแผ่นดินแทน

 พระองค์ที่มีพระชนมายุเพียง ๘ พรรษา จนกว่าจะทรงบรรลุนิติภาวะ

 และหลังจากพระองค์ทรงงานไม่กี่ปี ก็เสด็จสวรรคต

เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙ ณ ห้องพระบรรทม พระที่นั่งบรมพิมาน

ภายในพระบรมมหาราชวัง

รวมระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติทั้งสิ้น ๑๒ ปี

ตลอดระยะเวลา ๑๒ ปี ที่ครองราชย์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดลก็ได้ทรงมีพระราชกรณียกิจ

ในด้านต่าง ๆ ทั้งในด้านการปกครอง การศาสนา และการศึกษา

ตลอดจนการเสด็จพระราชดำเนิน พระราชทานปริญญาบัตร

ณ หอประชุมราชแพทยาลัย ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์

เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๙

โดยในการพระราชทานปริญญาบัตรครั้งนี้

พระองค์ได้มีพระราชปรารภ ให้มีการผลิตแพทย์เพิ่มมากขึ้น

 เพื่อให้เพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชน

โรงเรียนแพทย์แห่งที่ ๒ ของประเทศไทย จึงได้ถือกำเนิดขึ้น

ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งในปัจจุบัน คือ

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ขอบคุณที่มา fb. Kunnatee Thailande







Create Date : 09 มิถุนายน 2557
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 10:29:39 น.
Counter : 800 Pageviews.

0 comment
### กินน้ำตาลมากต้นเหตุแห่งความชรา ###














เมื่อเข้าช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าว

หลายคนก็จะคิดถึงเครื่องดื่มหวานๆเย็นๆ

เช่น ไอศกรีมหรือไอติม ผลไม้ลอยแก้ว น้ำแข็งใส

ขนมหวานน้ำกะทิ น้ำผลไม้ปั่น

 น้ำหวาน น้ำอัดลม และอื่นๆ

เพื่อช่วยดับกระหายคลายร้อย

 อาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้

ช่วยทำให้ความรู้สึกร้อนดีขึ้น

 สดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาในทันที

 และคนส่วนมากก็มักจะติดอยู่กับความรู้สึกนี้

หรือเรียกว่าติดน้ำตาล

คือกินหรือดื่มอาหารต้องมีน้ำตาล

หรือความหวานเป็นส่วนประกอบ

เมื่อติดแล้วหากไม่ได้กินน้ำตาลก็จะรู้สึกไม่สดใส

ไม่มีแรงหรือบางครั้งก็หงุดหงิด อารมณ์เสีย

กลไกเมื่อน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย

จะถูกแปรรูปให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

เพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ให้เป็นพลังงาน

การที่เราได้รับน้ำตาลในปริมาณสูงจะทำให้

มีระดับของน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น

และฮอร์โมนตัวหนึ่งที่สร้างมาจากตับอ่อน

ที่ชื่อว่าอินซูลินก็จะถูกสร้างมากขึ้นด้วย

เพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ

 แต่การที่ตับอ่อนต้องทำงานหนักเป็นเวลานานๆ

 ก็จะทำให้ตับอ่อนล้า หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินได้

 และผลที่ตามมาก็คือการเกิดโรคเบาหวาน

ในปี 2548 องค์การอนามัยโลก

 ประกาศให้โรคเบาหวาน

เป็นโรคที่อันตรายเทียบเท่าโรคเอดส์

เพราะมีผู้เสียชีวิตจากเบาหวานประมาณ 3.2 ล้านคนต่อปี

ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ราว 3 ล้านคนต่อปี

 โดยมีผู้ป่วยวัยรุ่นที่เป็นเบาหวานเพิ่มมากขึ้น

 โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่อ้วน

นอกจากนี้การที่ร่างกายเร่งการสร้างอินซูลิน

ในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง

จะส่งผลให้ร่างกายทำงานหนักมากเกินไป

ร่างกายก็จะเสื่อมโทรมและชราเร็วกว่าที่ควรเป็น

กินน้ำตาลมากต้นเหตุแห่งความชรา/ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล

กลไกหนึ่งเมื่อร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่เป็นประจำ

คือการเกิดปฏิกิริยาไกลเคชั่น (Glycation)

ซึ่งเป็นปฏิกิริยาทางชีวเคมี

ที่ได้รับการยืนยันจากนักวิจัยแล้วว่า

มีผลเกี่ยวข้องกับกระบวนการเสื่อมของร่างกาย

หรือความชราภาพ

เกิดจากโมเลกุลของน้ำตาลไปเกาะติดกับโปรตีน

ซึ่งเป็นส่วนประกอบของอวัยวะ

 หรือเซลล์ต่างๆ ในร่างกายของเรา

ปฏิกิริยานี้จะให้ผลผลิตที่เป็นพิษต่อร่างกายคือ

AGEs (Advanced Glycation End-ProductS)

สารตัวนี้ผ่านเข้าสู่เซลล์ร่างกายบริเวณไหน

ก็จะทำให้เซลล์บริเวณนั้นตายลงหรือการทำงานแย่ลง

 พอนานวันขึ้นก็จะเห็นได้ชัดเจนขึ้น

เช่นสารตัวนี้จะไปทำลายสารคอลลาเจน

และใยโปรตีนที่ผิวหนัง

ทำให้ผิวเป็นริ้วรอยมีจุดด่างดำ

เซลล์สมองเสื่อมทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์

เมื่อน้ำตาลไปเกาะกับโปรตีนที่หลอดเลือด

ก็จะทำให้หลอดเลือดแข็งตัว

เสี่ยงต่อการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง

ความยืดหยุ่นของหลอดเลือดลดลง

โรคเบาหวานโดยความเสื่อมของตับอ่อน

ทำให้ผลิตฮอร์โมนอินสุลินได้ไม่เพียงพอ

หรือผลิตได้แต่อินสุลินที่ได้

ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน

และหากไปเกาะติดกับสายพันธุกรรมก็จะทำให้

การแบ่งตัวของเซลล์ผิดไปจากเดิม

ทำให้ร่างกายเกิดการชราภาพอย่างถาวร

จากข้อมูลทางโภชนาการและสุขภาพ

ย้อนหลังไปสิบปีของประเทศไทย

แสดงให้เห็นว่า คนไทยมีการบริโภคน้ำตาลที่มากเกินควร

โดยนำมาซึ่งปัญหาหลักคือโรคอ้วนและโรคฟันผุ

การรับประทานน้ำตาลมากๆ

 ยังส่งผลอันตรายต่อสุขภาพหลายประการ

โดยที่น้ำตาลซูโครส หรือฟรุกโตส ที่มีอยู่ในอาหาร

ที่มีการเติมน้ำตาลเข้าไปนั้น

นอกจากจะเร่งให้เกิดปฎิกิริยาไกลเคชั่นแล้ว

น้ำตาลที่มากเกินกว่าความจำเป็นของร่างกาย

จะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมทั่วร่างกาย

 และส่งผลให้เกิดปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ

โดยก่อให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน โรคอ้วน

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย คนไทยติดน้ำตาล

 มีการบริโภคน้ำตาลเกินกว่ามาตรฐานกำหนดถึง 3 เท่า

คือ เป็นปริมาณสูงถึงคนละ 29.6 กิโลกรัมต่อปี

หรือ เฉลี่ยวันละ 20 ช้อนชา

 ขณะที่ค่ามาตรฐานกำหนดให้

บริโภคได้ไม่เกินคนละ 10 กิโลกรัมต่อปี

หรือเฉลี่ยวันละ 6-8 ช้อนชา

แนวทางลดการกินน้ำตาลเพื่อต้านความชรา

1.เน้นการดื่มน้ำเปล่า

เครื่องดื่มชาหรือสมุนไพรที่ไม่เติมน้ำตาล

ร่างกายต้องการน้ำวันละ 8 แก้วขึ้นไป

น้ำช่วยขจัดของเสีย

ขนส่งสารอาหารและออกซิเจน

ไปยังอวัยวะต่างๆของร่างกาย

 รวมถึงให้ความชุ่มชื้นแก่เซลล์

การดื่มน้ำน้อยนอกจากจะทำให้ผิวไม่สดใส

ยังทำให้อวัยวะภายในของร่างกายต้องทำงานหนัก

เป็นที่มาของความเสื่อมโทรม

2.เน้นการรับประทานผลไม้สด โดยไม่ผ่านการแปรรูป

แทนการรับประทานขนมหวาน

เพราะอาหารในกลุ่มนี้ให้วิตามิน เกลือแร่ และใยอาหาร

 แถมยังได้รสหวานจากน้ำตาลฟรักโทส

กลูโคสจากที่ช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

อาจนำผลไม้มาปั่นทำเป็นไอศกรีมแท่ง

หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแช่แข็ง

แล้วใส่ในน้ำดื่มแทนน้ำแข็งก็จะได้น้ำดื่มกลิ่นผลไม้

 แต่ไม่ได้น้ำตาลส่วนเกิน

3.น้ำตาลทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลทราย

น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลกรวด น้ำตาลมะพร้าว

 น้ำผึ้ง น้ำเชื่อม ไซรัป น้ำตาลโตนด

 น้ำหวาน ไฮฟรักโทสคอร์นไซรัป

เมื่อเข้าสู่ร่างกายสุดท้ายจะเปลี่ยนไปเป็นกลูโคส

ดังนั้นจึงควรลดปริมาณการใช้น้ำตาลเหล่านี้

ในอาหารและเครื่องดื่ม

4.บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าธรรมดา

หลังจากกินขนมหวานหรือน้ำหวาน

 การที่ยังมีรสชาติของน้ำตาลอยู่ในปาก

จะทำให้มีความอยากอาหารอยู่

และจะทำให้อยากกินขนมหวานอย่างอื่นเพิ่มเติม

และยิ่งมีน้ำตาลตกค้างอยู่ในปากนานเท่าใด

แบคทีเรียจะมีโอกาสทำลายฟัน

หาโอกาสแปรงฟันหลัง

จากรับประทานอาหารหรือของว่างทุกครั้ง

5.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็ก

โดย ไม่ให้ขนมหวาน ทอฟฟี่ ช็อกโกแลต

ทั้งต่อหน้าและลับตาเด็ก ไม่ควรแสดงความรัก

ให้รางวัลปลอบใจเด็ก

 หรือฉลองเทศกาลต่างๆ ด้วยอาหารที่มีน้ำตาลสูง

6.ชิมรสชาติอาหารก่อนปรุงทุกครั้ง

 ในบางครั้งเรามักจะติดการปรุงอาหาร

โดยการใส่น้ำตาลก่อนเสมอ

ทำให้ได้รับน้ำตาลมากเกินไปจนเกิดโทษ

 และหากสั่งอาหารก็ควรเน้นว่าไม่หวาน

เนื่องจากหากรสชาติไม่หวาน

เราสามารถเพิ่มเติมเองที่ละน้อยได้

7.หากอยากจะกินขนมหวานน้ำแข็งใส

ก็ควรกินกับธัญพืชที่ให้ใยอาหารสูง

เช่น ลูกเดือย ถั่วแดง ข้าวโอ๊ต ข้าวโพด

 หรือผลไม้รสไม่หวานเช่นฝรั่ง มะม่วงมันดิบ ลูกพรุน

 เนื่องจากใยอาหารจะช่วยชะลอ

การดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายและช่วยลดปริมาณ

ความต้องการอินซูลินของร่างกาย

 ร่างกายก็จะไม่ทำงานหนัก

ทำให้ร่างกายมีเวลาเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง

นอกจากนี้ใยอาหารยังช่วยให้อิ่มท้องได้นาน

ลดความหิวของหวาน ลดความอ้วนได้

8.อ่านฉลากโภชนาการ

ที่บอกถึงปริมาณน้ำตาลที่ข้างกล่อง

ว่ามีน้ำตาลซูโครส แล็กโทส ฟรักโทส

 กลูโคส มอลโทส น้ำเชื่อมน้ำผึ้ง ไฮฟรักโทสคอร์นซีรัป

คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์หรือเป็นกี่กรัม

หากมีมากกว่า 15 กรัมหรือประมาณ 3 ช้อนชา

ก็ควรจะหลีกเลี่ยง

9.ร่างกายเราจะใช้เวลาประมาณ 10 วัน

ในการปรับสภาพลิ้นที่ติดรสชาติอาหารหวาน

ในช่วงแรกอาจทำให้รู้สึกว่า

อาหารหรือเครื่องดื่มขาดรสหวาน

และรสชาติไม่เหมือนเดิม แต่หากให้เวลาสักพัก

ร่างกายจะสามารถปรับและลิ้นจะมีความชิน

กับรสชาติอาหารที่ไม่หวาน

และต่อไปก็จะต้องการน้ำตาลลดลง

10.ในช่วงที่ลดน้ำตาลอาจมีการใช้สารให้ความหวานบางตัว

ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่น หญ้าหวานหรือ Stevia

 ใบของหญ้าหวานนี้จะให้ความหวานมากกว่า

น้ำตาลทรายขาวปกติถึง 30 เท่า

จึงใช้เพียงปริมาณที่เล็กน้อยเท่านั้น

แม้ว่าการศึกษาจะระบุถึงความปลอดภัยของหญ้าหวาน

ไม่มีอันตรายในคน และไม่เกิดพิษสะสมได้ แต่กระนั้นก็ตาม

การใช้หญ้าหวานก็ควรที่จะระมัดระวัง

 เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อย

เช่น ในบางรายอาจเกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหารได้

ถึงแม้ว่าการได้รับน้ำตาลมากเกินไป

จะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคเรื้อรังและเร่งความชรา

การได้รับน้ำตาลในปริมาณที่เหมาะสมคือ

ไม่เกินกว่า 5 ช้อนชาในหนึ่งวันก็ไม่ถือว่าอันตราย

เนื่องมาจากน้ำตาลมีหน้าที่คือให้พลังงาน

เพื่อใช้ในการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกาย

 เช่น การหายใจ การย่อยอาหาร

 การทำงานของต่อมมีท่อและไร้ท่อต่างๆ

และที่สำคัญคือน้ำตาลเป็นอาหารของสมอง

 ร่างกายจะใช้พลังงานจากน้ำตาล

ก่อนสารอาหารประเภทไขมันหรือโปรตีน

ในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานก็ควรพกน้ำตาลติดไว้

หากมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำก็ควรดื่มน้ำหวาน

หรือลูกอมน้ำตาล

 และในผู้ที่สูญเสียเหงื่อหรือมีอาการท้องเสีย

การได้รับน้ำตาลก็จะทำให้รู้สึกดีขึ้น ไม่อ่อนแรง

ดังนั้นหากเราสามารถเลือกกินน้ำตาลให้ถูกต้อง

ตามปัจจัยของแต่ละบุคคลเช่น อายุ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง

กิจกรรมในแต่ละวัน ในปริมาณที่เหมาะสม

ก็จะทำให้ร่างกายไม่ขาดสมดุลย์และไม่ก่อให้เกิด

..........................

ขอบคุณข้อมูลจาก ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล

ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์

 มหาวิทยาลัยมหิดล

#RamaChannel







Create Date : 06 มิถุนายน 2557
Last Update : 28 พฤษภาคม 2559 11:46:51 น.
Counter : 720 Pageviews.

0 comment
### 11 อาหารบำรุงหัวใจ ###












อาหารเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้หัวใจมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง

จากหลายงานวิจัยได้ศึกษาการบริโภคอาหารประเภทต่างๆ

และผลที่ดีต่อหัวใจ ตัวอย่างอาหารที่ดีต่อหัวใจเช่น

กระเทียม – จากหลายการศึกษาที่ให้ผลตรงกัน

ถึงคุณสมบัติของกระเทียมต่อการทำความสะอาด ร่างกาย

โดยการที่กินกระเทียมเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร

และฆ่าเชื้อไวรัสให้ออกจากร่างกาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำความสะอาดเลือดและระบบลำไส้

สารในกระเทียมทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต

นอกเหนือจากนี้ กระเทียมยังต่อต้านการเกิดมะเร็ง

และทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้นแต่ก็ควรระวัง

เรื่องการทานกระเทียมมากเกินไป

ก็ก่อให้เกิดลมหายใจที่มีกลิ่นกระเทียม ไปด้วย

มะเขือพวง – ผักที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์

ซึ่งสามารถช่วยดูดซึมไขมันในอาหาร

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วยจับไขมันอิ่มตัว (ไขมันอันตราย)

และช่วยขับออกจากร่างกาย โดยระบบขับถ่าย

มะเขือพวงยังมีวิตามินซี สูง และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงด้วย

 จึงช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบทางเดินอาหารได้เร็วขึ้น

และช่วยลดการสะสมของ ของเสียในร่างกาย

การศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พบว่าใยอาหารในมะเขือพวง

ทำให้ลำไส้ดูดซึม แป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง

จึงเป็นการช่วยไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วเกินไป

ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้

พืชตระกูลถั่ว (เช่น ถั่วแดง, ถั่วเขียว, ถั่วเหลือง และถั่วขาว)

– จากการศึกษาพบว่าผู้ที่ทานถั่วเป็นประจำ

จะมีระดับของโคเลสเตอรอลน้อยกว่าผู้ ที่ไม่ได้ทาน

และลดอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจด้วย

 พืชตระกูลถั่วพวกนี้ประกอบไปด้วยไฟเบอร์สูง

ซึ่งช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล ทำความสะอาดลำไส้

 ลดการสะสมของสารพิษในลำไส้

 และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่

พืชตระกูลถั่วนี้ยังช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้

และ มะเร็งต่อมลูกหมากด้วย

เมล็ดเฟล็ก (Flax Seed) – ประกอบไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็น

โอเมก้า 3 และสารตัวอื่นที่ดีต่อระบบภูมิต้านทานโรคของร่างกาย

ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกัน ร่างกายแข็งแรงขึ้น

สารโอเมก้า 3 นั้นยังมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ

และก็ยังดีต่อหัวใจเนื่องจากช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล

หัวหอม – หัวหอมประกอบไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด

และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (Saponin) สูง

หัวหอมช่วยทำความสะอาดเลือด, ช่วยลดระดับของแอลดีแอล

 โคเลสเตอรอลซึ่งเป็นโคเลสเตอรอลตัวที่ไม่ดีเป็นตัวที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ

นอกจากนี้หัวหอมยังช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจมีสุขภาพที่ดีขึ้น

 ช่วยรักษาโรคหอบ, โรคทางเดินหายใจ, ภูมิแพ้

และที่สำคัญ คือ ช่วยรักษาเบาหวานให้ระดับน้ำตาลคงที่

ปลาแซลมอน – งานวิจัยพบว่าผู้ที่รับประทานอาหาร

ที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีอยู่ในปลาทะเล/อาหารทะเลเป็นประจำ

สารโอเมก้า-3ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองและหัวใจ

ทำให้หลอดเลือดมี ความยืดหยุ่นลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

 สารโอเมก้า-3ยังช่วยลดการเกิดการอักเสบในร่างกาย

ถั่วเหลือง – เป็นโปรตีนที่ได้มาจากพืชซึ่งจะไม่มีโคเลสเตอรอล

และมีไขมันที่น้อยกว่า โปรตีนที่มาจากเนื้อสัตว์

ในการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นพบว่าผู้หญิงในวัย 30 ถึง 40 ปี

ที่รับประทานถั่วเหลืองซึ่งมีสาร Isoflavoneเป็นประจำ

จะลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับประทานถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองนอกจากประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือดแล้ว

ยังมีส่วนช่วยต่อการช่วย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งรังไข่

เบาหวาน และ มะเร็งเต้านมในบางการศึกษา

ชาเขียว – ประกอบด้วยสารฟลาโวนอยด์ (Flavonols)

หรือ คาทาชิน (Catechins) ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ

(Antioxidant) ชนชาติที่มีการดื่มชามายาวนานนั้นมักพบว่า

ประชากรจะมีอายุโดยเฉลี่ยยืนยาวกว่า

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มของชนชาติที่ไม่นิยมดื่มชา

มีผลการศึกษาที่น่าเชื่อถือระบุว่าชาเขียวช่วยในการลดน้ำหนัก

ควบคุมน้ำหนัก ลดระดับโคเลสเตอรอลและควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด

ทั้งยังมีการศึกษาทางสถิติแนะนำอีกด้วยว่า

ชาเขียวน่าที่จะช่วยลดการเกิดโรค หัวใจโดยเฉพาะหัวใจวาย

และเส้นหลอดเลือดสมองแตก

ถั่วอัลมอนด์ – เป็นถั่วประเภทถั่วเปลือกแข็ง

ซึ่งให้คุณค่าสารอาหารต่อร่างกายแตกต่างจาก ถั่วประเภทคลุมดิน

อย่างถั่วเหลือง ถั่วเขียว ฯลฯ และอัลมอนด์ยังถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10

สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะคุณประโยชน์ของอัลมอนด์มีมากมาย

ในเมล็ดอัลมอนด์อุดมไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย

ประกอบไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว

 (Monounsaturated Fatty Acid)

และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน

(Polyunsaturated Fatty Acid)

ซึ่งช่วยเพิ่มระดับแอชดีแอล (High-Density Lipoproteins)

 หรือไขมันดี

และช่วยลดระดับแอลดีแอล (Low-Density Lipoproteins)

 หรือไขมันตัวที่ไม่ดี

สมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า

การรับประทานถั่วอัลมอนเพียง 1 กำมือต่อวันทุกวัน

จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

การบริโภคอัลมอนด์เป็นประจำยังช่วยในการเพิ่มระดับของวิตามินอี

ซึ่งเป็นตัวต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อผิวพรรณที่สุดตัวหนึ่ง

 วิตามินอีนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีผิวแห้งจะทำให้ผิวหายแห้งและหายจากการคัน

และอีกงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของอัลมอนก็คือ

สามารถช่วยในการควบคุมน้ำหนัก แม้ว่าอัลมอนด์จะให้พลังงานสูง

แต่ผู้ที่รับประทานอัลมอนเป็นประจำจะช่วยควบคุม

ไม่ให้มีน้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์ปกติ

เนื่องมาจากว่าอัลมอนด์มีไฟเบอร์สูงและมีไขมันที่ดี

โดยจากการศึกษาในผู้หญิงกว่า 50000 คน

พบผู้ที่บริโภคอัลมอนด์เป็นประจำมีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ

มากกว่าผู้ที่ไม่นิยมบริโภคอัลมอนด์

แอปเปิ้ล – ประกอบไปด้วยเพกตินสูง ซึ่งเป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่ง

ที่จะช่วยจับกับโคเลสเตอรอลและพวกโลหะหนักในร่างกาย

ซึ่งมักจะปะปนมากับอาหาร เช่น ปรอท, ตะกั่วซึ่งก็มีผลร้ายในร่างกาย

และทำลายเซลล์สมอง นอกจากนี้แล้ว

คุณประโยชน์ของแอปเปิ้ลยังช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง,

ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อไวรัส และจากการศึกษาก็ยังพบอีกว่า

แอปเปิ้ลช่วยขับของเสียซึ่งมากับส่วนประกอบในอาหาร

ซึ่งเป็นสารเคมีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งสารเคมีเหล่านี้

ได้ก่อให้เกิดการแพ้ในเด็ก และทำให้เกิดไมเกรนในผู้ใหญ่

อะโวคาโด (avocado) – สารที่มีอยู่ในอะโวคาโด

สามารถช่วยลดโคเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดไม่ให้เกิดการอุดตัน

ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นเนื่องจากมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว

พันธะเดี่ยวอยู่สูง และสารสำคัญอีกตัวที่มีอยู่ในอะโวคาโด

ชื่อว่า กลูทาไทโอน (Glutathione) ซึ่งสามารถช่วยจับกับสารพิษ

ที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งกว่า 30 ชนิด และขณะเดียวกัน

ก็ช่วยตับขจัดของเสียจำพวกสารเคมี และโลหะหนัก

นักวิจัยจาก University of Michigan พบว่า

ในผู้สูงอายุที่รับประทานอาหารที่มีสาร กลูทาไทโอน สูง

 จะมีสุขภาพที่ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้ทาน

และมีอัตราการเกิดโรคหัวใจที่น้อยกว่า อย่างน้อย 30%

ขอบคุณข้อมูลจาก ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล

ที่ทำงาน ภาควิชาโภชนวิทยา

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

#RamaChannel







Create Date : 06 มิถุนายน 2557
Last Update : 7 มิถุนายน 2557 10:07:51 น.
Counter : 2036 Pageviews.

0 comment
### การใช้คำราชาศัพท์ให้ถูกต้อง ###












สำนักราชเลขาธิการใคร่ขอความอนุเคราะห์

ในการเผยแพร่การใช้คำราชาศัพท์

คำว่า “ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย”

หรือที่ใช้อย่างย่อว่า “ทูลเกล้าฯ ถวาย”

ซึ่งสื่อมวลชนต่างๆ ส่วนใหญ่ใช้ลงพิมพ์พาดหัวข่าวว่า

 “ทูลเกล้า ฯ ตลอดทั้งอ่านออกเสียงว่า “ทูลเกล้า”

โดยไม่มีคำว่า “ถวาย” ต่อท้ายนั้น เป็นการใช้คำที่ไม่ถูกต้อง

ควรใช้ให้ถูกต้องทั้งเขียนและอ่าน คือ

ถ้าเขียนก็สามารถเขียนได้สองแบบ คือแบบเต็มว่า

“ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย” แบบย่อว่า ทูลเกล้า ฯ ถวาย”

สำหรับการอ่านนั้น ต้องอ่านเต็มเสมอว่า

“ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย” ไม่ว่าจะเขียนในแบบเต็มหรือแบบย่อ

จึงจะเป็นการเขียนและอ่านคำราชาศัพท์คำนี้อย่างถูกต้อง

ตามหลักการใช้ภาษาไทย
นอกจากนี้ยังมีคำอีกคำหนึ่งที่แม้จะมิใช่คำราชาศัพท์

แต่สื่อมวลชนและบุคคลทั่วไป มักใช้กันผิดเสมอ ๆ เช่นกัน

 คำดังกล่าวคือ คำว่า “ราชเลขาธิการ”

และคำว่า “เลขาธิการพระราชวัง”

ถ้าใช้ ราชเลขาธิการ และจะมีสำนักงานต่อท้าย ต้องใช้ว่า

 “ราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ”

มิใช่ “ราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง"

ถ้าใช้เลขาธิการพระราชวัง และจะมีสำนักงานต่อท้าย ต้องใช้ว่า

"เลขาธิการพระราชวัง สำนักพระราชวัง" มิใช่เลขาธิการพระราชวัง

สำนักราชเลขาธิการ ซึ่งเป็นการใช้ที่ผิด

ทั้งนี้ เพราะมีหน่วยงานราชการ 2 หน่วยงานที่เป็นหน่วยงานอิสระ

ไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวง ทบวง กรมใด

แต่มีนายกรัฐมนตรี อยู่ในตำแหน่งบังคับบัญชา ทั้ง 2 หน่วยงานนี้

คือ สำนักราชเลขาธิการ และ สำนักพระราชวัง

 สำนักราชเลขาธิการ มีราชเลขาธิการ เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด

ส่วนสำนักงานพระราชวัง นั้นมี เลขาธิการพระราชวัง

เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด

ข้าราชการที่สังกัดหน่วยงานนี้ มีฐานะเป็นข้าราชการพลเรือนในพระองค์

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาแจ้งแก่สื่อมวลชน และส่วนราชการต่าง ๆ

ที่เกี่ยวข้อง ได้ทราบ โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ

ที่เป็นสื่อซึ่งสามารถเผยแพร่ไปได้อย่างรวดเร็วนั้น

ควรจะต้องใช้คำดังกล่าวนี้ให้ถูกต้อง

เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน และประชาชนทั่วไป

ให้ได้รับทราบความถูกต้องในการใช้ภาษาไทยต่อไปด้วย จะขอบคุณยิ่ง

สำนักราชเลขาธิการ

2 มิถุนายน 2557







Create Date : 03 มิถุนายน 2557
Last Update : 3 มิถุนายน 2557 19:50:06 น.
Counter : 763 Pageviews.

0 comment
### ว่าด้วยนิสัยของคนทั้ง 12 ราศี ###

คนเดือนมกราคม


 เป็น คนค่อนข้างรอบคอบ ระมัดระวังวิตกจริต คิดมากตลอดเวลา

 ในบางคนก็ชอบเก็บสะสมของเก่า ของโบราณ รู้จักเก็บ มัธยัสถ์ งก

ขี้เหนียว เสียดายของ ประหยัด ชอบที่จะแชร์ค่าใช้จ่าย

มองกำไรขาด...ทุนไว้ก่อนเสมอ ดูเหมือนเห็นแก่ตัว

แต่จริง ๆ แล้วฉลาดจึงสามารถเป็นนักธุรกิจที่ดีได้

ทะเยอทะยาน ชอบเอาชนะ บางทีก็คิดเล็กคิดน้อยอะไรไม่รู้

เชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก ทรหดอดทนเป็นยอด

โดยเฉพาะในเรื่องงาน  บ้างานมาก บ้าจนทำให้บางครั้ง

ความรักที่มีอยู่จืดไปเลย จะแต่งงานช้าเพราะมัวแต่เลือกมาก

คิดมาก ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความรักสักเท่าไหร่

เป็นคนมีความรับผิดชอบในด้านการงานสูง  เป็นนักปฏิบัติ

แต่ในด้านความรัก เป็นคนมีเสน่ห์ล้ำลึกนัก

มีความต้องการทางเพศค่อนข้างสูง

เป็นคนขี้หงุดหงิดเอาแต่ใจตัวเอง เย็นชา

บางครั้งดูเหมือนเป็นคนชอบเก็บตัว  แกล้งทำเป็นหยิ่ง

แต่จริง ๆ กลับเป็นคนง่าย ๆ ไม่มีอะไรเลย ไม่มีพิษไม่มีภัยกับใคร

กลับกลายเป็นคน เจ้าระเบียบ รักเกียรติยศชื่อเสียงมาก

 ไม่ชอบพึ่งพาอาศัยใครมักทำด้วยตัวเอง แต่ก็เป็นคนมีบุญ มักได้คู่ดี

คนเดือนกุมภาพันธ์


 เป็นคนร่าเริง มีเพื่อนมาก
ต้องการมิตรแท้ แต่ก็มักไม่ค่อยมีเพื่อน

 และที่สำคัญมีเพื่อนแท้น้อยมาก ชอบอยู่ในแวดวงสังคมที่ดี

เพราะเป็นคนที่สามารถยิ้มแย้มแจ่มใสได้กับทุกสถานการณ์

ถึงแม้ว่าตนเองจะทุกข์อยู่ก็ตาม ชอบที่จะทำให้คนอื่นมีความสุข

เป็นคนที่ช่างพูดช่างคุย ตีหน้าได้เก่ง มีนิสัยช่างคิดช่างจำ

แถมยังมีแผนการมากอีกด้วย เชื่อมั่นและมีความเห็นเป็นของตัวเอง

 ซื่อตรงดี ชอบอิสระไม่ชอบขึ้นกับใคร หรือให้ใครบังคับขู่เข็ญให้ทำ

 หรืออยู่ใต้การควบคุมของใคร อยากทำอะไรทำเองไม่ต้องมาสั่ง

ชอบชีวิตที่เรียบง่ายมากกว่าถึงแม้ว่าตัวจะต้องอยู่ในสังคมก็ตาม

เป็นคนที่มีหัวคิดริเริ่มมีไอเดียอะไรดี ๆ และแปลกใหม่อยู่เสมอ

เพราะเป็นคนที่ใส่ใจเรียนรู้และสร้างสรรค์

ตามยุคตามสมัยทันเหตุการณ์ของโลกอยู่เสมอ

ชอบเปลี่ยนแปลงจนคนรอบข้างตามไม่ทันหรือคิดไม่ถึง

จริงใจเปิดเผย ตรงไป ตรงมา มักเอาแต่ใจและดื้อรั้น

 ในบางครั้งก็ดูก้าวร้าวขวานผ่าซากและขี้งอนขี้น้อยใจ

 เป็นคนที่ชอบสนุกสนาน ชอบช่วยเหลือเพื่อน

 ทั้งที่ทำคุณกับใครไม่ค่อยขึ้น คบกับใครก็ได้ ช่างเลือกด้วย

ไม่ชอบผูกมัดหรือมีพันธะติดกับใคร จึงหาคู่ที่ ถูกใจยาก

คนเดือนมีนาคม


 เป็นคนที่ชอบเห็นอกเห็นใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น

เข้ากับคนง่าย ปรับตัวได้ดีมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี

มีจิตใจที่เมตตาโอบอ้อมอารี มีคุณธรรมสูง

ชอบสร้างบุญสร้างกุศล แต่มักเป็นคนที่ขี้เหงา ว้าเหว่

 หรือไม่ชอบอยู่ในที่แคบ ๆ มักชอบที่จะอยู่ในที่โล่งแจ้งมากกว่า

แต่อารมณ์มักอ่อนไหวง่าย ในบางครั้งก็ขี้หงุดหงิด

จิตใจไม่แน่นอน อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเหมือนน้ำ

  บางครั้งก็ดูแข็ง    บางทีก็อ่อนไหวง่าย

และด้วยความใจอ่อนมักทำให้สูญเสียโอกาสดี ๆ ไปเสมอ

บางทีก็แลอ่อนโยนสุภาพแต่มีอารมณ์ที่ก้าวร้าว และปากร้ายได้เหมือนกัน

เพราะเป็นคนที่เย็นก็ได้ ร้อนก็ได้ เสียใจง่าย ดีใจง่าย

คล้อยตามคนอื่นได้ ไม่ค่อยแข่งขันอะไรกับใคร มักพอใจในสิ่งที่ตนมี

เป็นคนที่เชื่อเรื่องโชคลางสิ่งลี้ลับ และชอบที่จะจดจำเรื่องเก่า ๆ

หลงรักใครได้ง่าย ๆ และมักจะจมอยู่กับรักเก่า ๆ 

 แบบพวกมีรักฝังใจไม่ยอมลืม

แต่กับบางเรื่องกลายเป็นคนที่ขี้ลืมบ่อย ๆ เหมือนคนแก่

 และก็เป็นคนที่ไม่ค่อยใส่ใจใฝ่หาอะไรที่มันใหม่ ๆ

 ยกเว้นชอบที่จะซื้อรองเท้าใหม่ ๆ อยู่เรื่อย

 ว่ากันว่าใครที่เกิดในเดือนนี้เท้าสวยแล้วจิตใจจะดี

แถมเป็นคนชอบชิมชอบกิน เสียด้วยซิ

คนเดือนเมษายน


 เป็น คนที่มีนิสัยเหมือนเด็ก ๆ อยากรู้ อยากเห็น

อยากได้อยากเป็นไปเสียหมด พอรู้พอเห็นแล้วก็เบื่อ ไม่เอาแล้ว

อยากได้ของใหม่อีกแล้ว คือ เป็นคนขี้เบื่อ ไม่ค่อยยอมฟังใครง่าย ๆ

กล้าได้กล้าเสียไม่ค่อยกลัวอะไร ลุยลูกเดียว แล้วก็เจ็บ

แถมเจ็บไม่รู้จักจำอีกด้วย ชอบกลับไปทำซ้ำใหม่แล้วก็เจ็บอีก

บางทีก็ชอบทำเรื่องง่าย ๆ ให้เป็นเรื่องยาก จู้จิ้จุกจิกกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

แต่ เป็นคนที่น่าคบเพราะเป็นคนที่จริงใจตรงไปตรงมา

ไม่ชอบเอาใจใครหรือเยินยอใคร ชอบไม่ชอบบอกกันตรง ๆ

  ไม่ชอบผูกมัดชอบอิสระ ชอบที่จะให้คนมาเอาใจมากกว่า

 เป็นคนขี้หึง เพราะถ้ามีรักเมื่อไร จะเป็นคนที่รักเดียวใจเดียว

 รักแบบบริสุทธิ์ใจ และมักเป็นคนที่มีความต้องการทางเพศสูง

ทะเยอ ทะยานใจร้อน ทำอะไรก็รวดเร็วทันใจ

 มีอารมณ์รุนแรงขี้โมโหหงุดหงิดง่าย แต่ก็หายเร็ว

 ทำอะไรหุนหันพลันแล่น อยู่นิ่ง ๆ ไม่เป็น ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

ใครอยากเป็นแฟนต้องเข้าใจและเอาใจ

คนเดือนพฤษภาคม


 เราจะเห็นว่าเดือนนี้มีสัญลักษณ์เป็นรูปวัว

 คนที่เกิดในเดือนนี้มักต้องทำเพื่อคนอื่นและต้องอดทนอย่างมาก

 เหมือนวัว ดื้อเงียบ   มักเป็นคนที่ดูจะนิ่ง ๆ ไม่ค่อยแสดงออกสักเท่าไหร่

เป็นคนที่โกรธใครยาก แต่ถ้าโกรธจะโกรธนาน 

 และถ้ามีใครมาแหย่ ให้โกรธ คุณเธอจะกลายเป็นวัวกระทิงทันที


 เป็นคนที่รักสวยรักงาม สะอาด รักความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ทำอะไรถูกกาลเทศะ ความคิด ความอ่านมักค่อนข้างหัวโบราณ

เป็นบุคคลที่เปลี่ยนแปลงอะไรยาก เช่น การกิน หรือความเชื่อ

 ใครบอกก็ไม่เปลี่ยน นอกจากตัวเองจะเปลี่ยนแปลง

ความคิดหรือการกระทำเอง

ม่ค่อยยืดหยุ่นกับชีวิต  เป็นตัวของตัวเอง

 เป็นคนที่ชอบอยู่นิ่ง ๆ สงบ ๆ อยู่คนเดียวก็ได้ อยู่กับเพื่อน ๆ ก็ได้

อดทนและ บึกบึนมาก งานทำได้ทุกอย่างหนักเอาเบาสู้ได้หมด

แถมเป็นคนมัธยัสถ์ ประหยัด ชอบเก็บสะสมทรัพย์สินอีกด้วย

 แต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้เองหรอกชอบให้คนอื่น

 ยิ่งถ้าเป็นคนที่ตัวเองรักแล้วล่ะก็...เต็มที่ไปเลย

เป็นคนที่อ่อนไหวต่อความรักมาก

รักแล้วทุ่มเทเกินเหตุ มักถือดีเรื่องความรักเสมอ

หรือจะชื่นชม ให้กำลังใจหน่อยก็จะดี

คนเดือนนี้ชอบให้ชมบ่อย ๆ พวก บ้ายอไง

คนเดือนมิถุนายน


 เป็นคนที่ฉลาดมาก มักคิดอะไรได้รวดเร็วกว่าคนอื่น

  มีความถนัดในการใช้สมองมากกว่ากำลัง ชอบคิดชอบพูด

 ชอบเขียน อยากรู้ อยากเห็น อยากลอง

ต้องการเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ เพื่อความอยู่รอด

จึงมักเป็นคนที่ดูทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

และในชีวิตมักมีอะไรเข้ามาทีละสองอย่างเสมอ

ทำให้ต้องลำบากใจที่จะต้องเลือก ไม่ว่าจะเป็นความรัก หรือ การงาน

ความคิดก็มักลังเล รักพี่เสียดายน้อง  เป็นคนมีความสามารถหลายอย่าง

สามารถทำอะไรหรือคิดอะไรได้ หลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน

 บางทีกลายเป็นคนสองบุคลิก หรือ คนสองหน้าได้เหมือนกัน

สามารถแก้ปัญหาให้ใครต่อใครได้อย่างรวดเร็ว

 คนเดือนนี้เป็นที่ปรึกษาและให้กำลังใจที่ดีต่อคนอื่น

 ชอบท่องเที่ยวไม่ชอบอยู่กับที่นาน ๆ ชอบเปลี่ยนแปลง

อะไรต่อมิอะไรอยู่ตลอดเวลา ทำให้ดูเหมือนเป็นคนที่ขาดความอดทน

เป็นคนที่ค่อนข้างตรงและเอาแต่ใจตนเอง

ไม่ค่อยเก็บความสงสัยเอาไว้ จะถามให้รู้เรื่องไปเลย

จะทำอะไรก็เหมือนกันจะต้องทำให้มันสำเร็จ ชนิดไม่เสร็จไม่เลิก

มีความว่องไวใจร้อนมากโดยเฉพาะเรื่องงาน ไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้ขี้บ่น

หรือซักถามยิ่งเวลาไปไหนมาไหน ไม่ต้องถาม

ถ้าอยากบอกจะบอกเอง ด้วยความทันสมัยและชอบเที่ยว

จึงเป็นผู้ที่ใช้เงินเปลืองมาก

คนเดือนกรกฎาคม


 เป็นคนอ่อนไหวไวต่อความรู้สึก ระมัดระวังตัวหวาดระแวงตกใจง่าย

ไม่ค่อยไว้ใจใครง่าย ๆ รักษาผลประโยชน์รู้จักเก็บออมเงินเก่ง 

 ถ้าเจอปัญหาเศร้าทุกข์อะไร จะขอหลบไปก่อน

ไม่รับโทรศัพท์ ไม่รับแขก ไม่ยอมเจอใคร

แต่พอตั้งสติได้จะค่อย ๆ กลับมาแก้ไขและกลับมาเป็นคนเดิมเอง

เป็นคนรักบ้าน รักครอบครัวมาก ชอบอยู่กับบ้าน

และทำกิจกรรมที่บ้านมากกว่าให้ออกนอกบ้าน

 เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ชาวกรกฎรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น

 มีความสุขที่สุด ดูจากภายนอกออกจะแข็งกร้าว ปากแข็ง

แต่จริง ๆ ภายในอ่อนปวกเปียกมาก

 มีความอดทนต่อความยากลำบาก ชอบใส่ใจความรู้สึกคนอื่น

 ไม่ว่าเป็นหญิงหรือชายมักมีความเป็นแม่อยู่ในตัว

มีสัญชาตญาณในการให้ ห่วงใยเอื้ออาทร ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน

 เอาอกเอาใจ (เฉพาะ) คนที่ตัวรัก

 เก็บรายละเอียดได้ดีไม่ว่าจะเรื่องอะไร โดยเฉพาะเรื่องเก่า ๆ

หรือพวกรักฝังใจ ไม่ยอมลืม เจ้าอารมณ์ จู้จี้ขี้บ่น เจ้าระเบียบ

ต้องปล่อยให้บ่นไป เดี๋ยวเหนื่อยก็หยุดไปเอง

 ต้องระวังเรื่องเครียด เพราะเป็นคนวิตกจริตคิดมาก

รักใครแล้วไม่ค่อยปล่อยง่าย ๆ แถมขี้หึงมาก

คนเดือนสิงหาคม


 คนที่เกิดในเดือนนี้เหมือนจ้าวป่า จึงมักจะเริ่ดเชิดหยิ่ง

 ไม่ค่อยยอมก้มหัวให้ใครง่าย ๆ ไม่ง้อใครถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ

ชอบที่จะเป็นหัวหน้า เป็นผู้นำมากกว่าคล้อยตาม

 ชอบความเป็นอิสระทั้งด้านงานและการใช้ชีวิตไม่ชอบขึ้นอยู่กับใคร

เชื่อมั่นในตัวเองสูง ใจใหญ่ถึงไหนถึงกัน เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ทำ

 รักเกียรติยศชื่อเสียง เสียอะไรไม่ว่า เสียหน้าข้าไม่ยอม

ใจร้อนหงุดหงิด ขี้โมโห จริงจังกับชีวิตมากจนกลายเป็นพวกบ้าอำนาจ

หรือจอมเผด็จการ ฉลาดหลักแหลม เจ้าปัญญา เจ้าความคิด

 คิดโน่นนี่ได้ตลอดเวลา แต่บางทีก็ไม่ยอมทำเอง ชอบใช้คนอื่นทำแทน

จึงควรเป็นที่ปรึกษานั่นแหละดี

 เพราะเป็นคนที่ไม่เคยเชื่อใจหรือไว้ใจใครเลย

และไม่ค่อยชอบพึ่งใครด้วย

รักเฉพาะพวกพ้องพี่น้องและครอบครัวของตัวเอง

สามารถเสียสละให้ได้ทุกอย่าง เป็นคนที่อยากให้ทุกคนมารัก

ชอบให้ทุกคนยอมหรือยกย่องตัวเอง ไม่ชอบให้ขัดใจหรือโต้แย้ง

ใครอยู่ด้วยจะน่ารักมาก เพราะจริง ๆ เป็นคนที่ขี้สงสารและชอบให้อภัย

หรือให้โดยไม่ค่อยหวังผลตอบแทน

เพียงแต่ไม่ชอบที่จะแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเท่านั้นเอง

เป็นคนที่หาเงินเก่งและก็ใช้จ่ายเก่งด้วย

ถ้าพอใจอยากได้อะไรต้องได้จะจ่ายไม่อั้น

 ยังไงก็ต้องรักษา หน้าไว้ก่อน

คู่ครองต้องเป็นคนใจเย็นเป็นผู้ใหญ่กว่า

มีปัญญาที่เหนือกว่าจึงจะอยู่กันได้

หรือไม่ก็อยู่ใต้เท้าคุณสิงหาคมแกไปเลยหมดเรื่อง

คนเดือนกันยายน


 เป็นคนที่เฉลียวฉลาด คล่องแคล่วว่องไว มีเสน่ห์

ไม่ว่าเป็นชาย หรือ หญิงมักมีแต่เรื่องหยุมหยิม มีข้อสงสัย

หรือ วิเคราะห์ ทุกอย่างจนเกินเหตุ เป็นคนที่เข้าใจอะไรยาก

 เพราะชอบเอาแต่ใจทำอะไรตามอารมณ์เหมือนผีเข้า ผีออก

 ไม่แน่นอน คนอื่นอาจจะงง ๆ เหมือนจะประสาทหลอน

แต่จริง ๆ แล้วเพราะเป็นคนที่ละเอียดลออ เอามาก ๆ

ชอบสังเกต พิถีพิถันออกแนวหัวโบราณ วิตกจริตคิดมากเท่านั้นเอง

ช่างคิด ช่างฝันช่างจินตนาการ มินิสัยชอบเปลี่ยนแปลง

หรือพยายามทำสิ่งต่าง ๆ ที่คนอื่นเขาทำทิ้งไว้ ค้างไว้ ให้เสร็จสมบูรณ์

ตามแบบฉบับของตัวเอง พูดง่าย ๆ ก็คือชอบ จู้จี้จุกจิก เจ้าระเบียบ

 ชอบจับผิดคนเก่งมาก แต่ก็เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีนะ

ถึงจะชอบจับผิดก็เถอะ แล้วชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่น

หรือไปแบกรับภาระคนอื่นมา

จะดูเหมือนเรื่องมาก และเลือกมากไปเสียทุกเรื่อง

ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว หรืออาหารการกิน โดยเฉพาะเรื่องความรัก

มักจะใช้เวลาเลือกค่อนข้างนาน แต่ถ้าได้รักแล้วมักจะรักนาน

เป็นคนที่ขยันทำมาหากินมาก บางครั้งประหยัดจนดูเหมือนขี้เหนียว

ช่างพูดช่างเจรจา พูดเก่งและแก้ตัวเก่ง

 ผิดกับการบอกรักกลับเป็นคนที่ไม่กล้าแสดงออก ขี้อาย ปากแข็งมาก

  เวลารักใครชอบรักจนหมดหัวใจ

จึงมักโดนคนที่ตนรักหลอกหรือเอาเปรียบอยู่เสมอ

คนเดือนตุลาคม


 คนเดือนนี้เป็นคนสุภาพอ่อนโยน นุ่มนวล สะอาดน่ารัก

 เป็นนักการทูต มีพรสวรรค์ในการเจรจา (กะล่อน)

แต่ประนีประนอม หรือ โน้มน้าวจิตใจคนได้ดี

เป็นคนค่อนข้างตรงและเอาจริงเอาจัง คิดยังไงก็พูดออกมาอย่างนั้น

สามารที่จะโอนอ่อนผ่อนตาม คล้อยตามมากกว่าขัดใจ

เป็นคนที่มีเสน่ห์ อยู่ในตัวเอง ถ้าไม่หน้าตาดี บุคลิกก็ต้องดูดีมีราศี

สามารถดึงดูดคนให้เข้ามาหาได้อย่างง่ายดาย

ในบางคนก็รักสวยรักงานศิลปะ ชอบเข้าสังคมทำอะไรเพื่อสังคม

 ชอบความสนุกสนานร่าเริง ฟุ้งเฟ้อ ชอบความหรูหรา

 เป็นคนที่ถ้ารู้จักใคร ถูกชะตาจะรักมาก รักเร็ว

และทุ่มเทซะเกินเหตุ แต่ถ้านึกอยากจะเลิกก็เลิกเลยแบบไม่มีเหตุผล

เช่นกัน เรียกได้ว่ารักง่าย หน่ายเร็ว

เป็นคนที่รักพวกพ้องเพื่อนฝูงมาก

 ใครไม่เป็นพวกข้า ไม่ดีด้วยจนในบางครั้งดูเหมือน ดื้อและก้าวร้าวมาก

อารมณ์บางครั้งก็ขึ้น ๆ ลง ๆ

จะตัดสินใจทำอะไรได้แต่ละอย่าง (ลังเล) ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเอง

มักต้องรอจังหวะ   ขยันทำงานฉลาดในการทำธุรกิจ

 มีความสุขุมรอบคอบและเยือกเย็น

แต่ควรระวังเพราะมักเชื่อคนง่าย จึงโดนหลอกใช้ได้

คนเดือนพฤศจิกายน


 คนเดือนนี้เป็นคนที่ดูแล้วค่อนข้างจะลึกลับ

ถ้าไม่สนิทกันจริงไม่ค่อยเล่าเรื่องของตัวเองให้ใครฟัง

ค่อนข้างไม่ค่อยไว้ใจใครง่าย ๆ มีความระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

 เป็นคนที่เก็บความรู้สึกเก่ง เก็บความลับเก่ง

ชอบทำตัวลึกลับ มีความในใจซ่อนเร้น มีความสงสัยอยู่ตลอดเวลา

 มีความทิฐิมานะ วางท่า ไว้ตัว ทำตัวเหมือนหยิ่ง อดทน อดกลั้น

 แต่ถ้ามีอารมณ์โกรธฉุนเฉียวขึ้นมาก็ กล้าเผชิญกับทุกสิ่ง

จะใหญ่แค่ไหนก็ไม่ค่อยกลัว  ช่างประชดประชัน เหน็บแนมเก่งมาก

คำพูดคำจาบางทีชอบพูดแรง ๆ ตรงเกินกว่าที่คนรอบข้างจะรับได้

แต่ก็พูดออกมาจากใจจริงของตัวเองนะ

 เป็นคนขี้งอนใจน้อย อารมณ์แปรปรวน เอาแต่ใจเจ้าอารมณ์

 ไม่ค่อยสนใจใส่ใจใคร ดูเหมือนดุร้าย ไม่น่าเข้าใกล้

จนบางครั้งคนรอบข้างจะคิดว่าเป็นบ้า

แต่แท้ที่จริงแล้ว ทำไปเพื่อจะป้องกันหรือปิดบังอะไรบางอย่าง

ที่เป็นปมด้อยในตัวเองที่ไม่อยากให้ใครรู้

เป็นคนฉลาดเจ้าความคิด ชอบพลิกแพลงเอาชนะด้วยมันสมอง

ไม่ค่อยชอบใช้กำลังสักเท่าไร มักมีเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงในการทำธุรกิจ

ด้านความรักก็มักแต่งงานช้า หรือหาคนถูกใจยากสักหน่อย

 เพราะมัวแต่ขี้ระแวง และไม่ค่อยชอบให้ใครมาจู้จี้มากนัก

 มีโลกส่วนตัวสูง แต่ก็เข้าได้กับทุกคน เพียงแต่คนอื่นอ่านไม่ค่อยออก

 คนเดือนธันวาคม


 เป็นคนชอบผจญภัย   อยู่บ้านไม่ติด ยังไงก็ต้องมีเหตุให้ต้องออกจากบ้าน

ในชีวิตมักต้องไปได้ดีเอาไกลบ้าน ไกลเมือง ไกลถิ่นฐานที่เกิด

 หรือได้คนรักในแดนไกลแล้วชีวิตจะดีกว่า

 เป็นคนที่มักโชคดีเรื่องการเงิน เป็นคนอารมณ์ดี ขี้เล่น

ชอบพูด ชอบเล่าอะไรสนุกสนานจน ในบางครั้งเกิน ความเป็นจริง

 ชอบที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมจากที่ตัวเองรู้

ชอบพัฒนาชอบสำรวจ สามารถให้คำปรึกษากับคนรอบข้างได้ดี

เพราะเป็นผู้รอบรู้และเป็นนักวางแผนที่ดีได้

เป็นคนที่ฉลาดและรอบคอบ

คิดสร้างสรรค์อะไรมักจะไปเจริญหรือเป็นจริงได้ในอนาคต

คือมีความคิดที่ก้าวไกลกว่าคนอื่น ๆ เหมือนหยั่งรู้อนาคตได้

สามารถ แก้ไขปัญหาได้ดี มีรสนิยมดีตรงไปตรงมา

และ จริงใจ ชอบการเดินทาง เปิดหูเปิดตา ชอบกีฬา

เรียกว่าอยู่นิ่ง ๆ ไม่ค่อยเป็น

และชอบที่จะเป็นอิสระมากว่ามีเจ้านายคอยควบคุม

 อยากจะแสดงความสามารถที่มีอยู่ให้ใคร ๆ เห็นมากกว่า

ชอบแหกกฎ อาจเป็นเพราะความถือดีว่าตัวเองมีปัญญาฉลาดกว่าคนอื่น

ป็นคนที่โกรธง่ายหายเร็ว แต่อย่าย้ำซ้ำเติมความผิด ของเก่านะ

จะไม่ค่อยยอมรับผิดหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

 ทำให้เราเสียอารมณ์เปล่า ๆ

ด้านความรักเป็นคนที่ไม่ชอบแฟนขี้หึง

ถ้าให้อิสระ คนเดือนนนี้รักตายละ










Create Date : 19 พฤษภาคม 2557
Last Update : 21 พฤษภาคม 2557 22:49:01 น.
Counter : 652 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ