Group Blog
All Blog
### ความสุขที่ไม่ต้องไปทำตามความอยาก ###














“ความสุขที่ไม่ต้องทำตามความอยาก”

สิ่งที่พระพุทธเจ้า และพระอริยสงฆ์สาวก

ท่านได้ประพฤติได้ปฏิบัติมาจนท่านมีที่พึ่งทางใจขึ้นมา

 ที่พึ่งทางใจก็เกิดจากการกระทำของเรา ๓ ประการนี้

ทำบุญ ละบาป แล้วก็กำจัดความอยากต่างๆ

ด้วยการไม่ทำตามความอยาก

 อยากไปเที่ยวก็เปลี่ยนใจอยู่บ้านดีกว่า

 อยู่บ้านแล้วมานั่งสมาธิทำใจให้สงบ

 จะได้ความสุขมากกว่าออกไปเที่ยวนอกบ้าน

 ออกไปเที่ยวนอกบ้านเสียเงินเสียทองเสียเวลา

 แล้วก็ได้ความสุขเดี๋ยวเดียว

พอกลับมาถึงบ้านความสุขที่ได้ก็หายไปหมดแล้ว

 แต่ถ้าเราอยู่บ้านได้อยู่บ้าน

อ่านหนังสือธรรมะฟังเทศน์ฟังธรรม

หรือนั่งสมาธิทำใจให้สงบได้เราจะมีความสุข

 แล้วเราก็ไม่ต้องเสียเงินเสียทอง

ร่างกายของเราก็ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย

เสื้อผ้าก็ไม่ต้องไปซัก

เพราะออกไปนอกบ้านก็ต้องแต่งเนื้อแต่งตัว

 กลับมาเสื้อผ้าก็สกปรกก็ต้องเอาไปซักอีก

 ประโยชน์ของการชำระจิตใจนี้

ดีกว่าการไปทำตามความอยาก

การทำตามความอยากนี้ไม่เรียกว่าเป็นการชำระจิตใจ

 แต่เป็นการทำให้จิตใจสกปรกมากขึ้น

สิ่งที่ทำให้จิตใจของเราสกปรกก็คือ

ความโลภ ความอยาก ความโกรธ ความหลงนี่แหละ

พอใจสกปรกก็ทำให้ใจคิดไม่ดีพูดไม่ดีทำไม่ดี

 พอคิดไม่ดีพูดไม่ดีทำไม่ดีใจก็มีแต่ความทุกข์

 แต่ถ้าใจได้รับการชำระอยู่เรื่อยๆด้วยการฝืน

ไม่ทำตามความอยากต่างๆ

 เวลาอยากจะทำอะไรก็ไม่ทำ

 ความอยากก็จะน้อยลงไป

และเวลาทำใจให้สงบ ความอยาก ความโลภ

 ความโกรธ ความหลงก็จะสงบตัวลงไป

เหลือแต่ความสะอาดของใจ เหมือนกับน้ำ

 สมัยก่อนนี้เวลาเขาจะใช้น้ำนี้

เขาต้องไปตักน้ำจากในแม่น้ำซึ่งแม่น้ำนี้น้ำไม่สะอาด

 ก่อนจะใช้น้ำได้นี้เขาต้องใช้สารส้มแกว่งมันก่อน

พอแกว่งสารส้มแล้วของที่เป็นสิ่งสกปรก

ก็จะตกตะกอนแยกออกจากน้ำ

 ทำให้น้ำที่ขุ่นนั้นใสขึ้นมา

จิตใจของพวกเราที่ขุ่นมัวกันทุกวันนี้

ก็ขุ่นมัวด้วยความโลภ ความโกรธ

ความหลง ความอยากต่างๆ

แต่พอเราเอาสารส้มคือการนั่งสมาธิการเจริญสติ

บริกรรม พุทโธๆ นี้มาแกว่งในใจเราเดี๋ยวไม่นาน

 กิเลสตัณหาความโลภ ความโกรธ

 ความหลงก็จะตกตะกอนแยกออกจากใจ

 ทำให้ใจนี้ใสสะอาดบริสุทธิ์มีความสุข

ใจยิ่งสะอาดเท่าไหร่ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น

 นี่แหละความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ความสะอาดของใจ

ไม่ได้อยู่ที่การมีความร่ำรวย มีข้าวของเงินทอง

มีสิ่งนั้นสิ่งนี้ มีบุคคลนั้นมีบุคคลนี้

พวกเรามีกันหมดแล้วๆวิเศษไหม

ใจของเรามีความสุขไหมรึกลับมาวุ่นวายมากขึ้น

มีอะไรก็ต้องวุ่นวายกับสิ่งที่เรามี

มีลูกก็ต้องวุ่นวายกับลูก

 มีสามีมีภรรยาก็ต้องวุ่นวายกับสามีกับภรรยา

 มีทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทอง

ก็ต้องวุ่นวายไปกับทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทอง

 สู้ไม่มีดีกว่าอยู่เฉยๆทำใจให้สงบ

ทำให้กิเลสตัณหาตกตะกอนลงไปดีกว่า

แล้วถ้าเราอยากจะแยกตะกอนออกจากน้ำอย่างถาวร

 เราก็ต้องตักน้ำที่สะอาดเอาไปใส่อีกภาชนะหนึ่ง

แยกกันออกไป ต่อไปใจของเราจะไม่มีปัญหา

จะมีแต่ความสงบมีแต่ความสะอาด

วิธีแยกตะกอนออกจากน้ำก็คือใช้ปัญญา

คอยสอนใจเตือนใจว่าอย่าทำตามความอยาก

อย่าทำตามความโลภ ความโกรธ ความหลง

 เพราะจะทำให้ใจขุ่นมัว

พอเรามีปัญญาเราก็จะแยกใจของเรา

ให้ออกจากตะกอนที่ทำให้จิตใจเราขุ่นมัวได้

พอต่อไปปัญญากำจัดตะกอนแยกใจ

ออกจากกิเลสตัณหา ได้หมดแล้ว

 ใจก็จะสะอาดบริสุทธิ์ไปตลอด

มีความสุขไปตลอดไม่มีวันสิ้นสุด

ถึงแม้ร่างกายนี้ตายไปใจ ก็ยังมีความสุขต่อไป

เพราะใจไม่มีวันตายไม่ตายตามร่างกายนั่นเอง

 นี่คือใจของพระพุทเจ้า

ใจของพระอริยสงฆ์สาวกทั้งหลายเป็นแบบนี้

หลังจากที่ร่างกายตายไปแล้ว

ใจของท่านก็ยังสะอาดบริสุทธิ์

ความสะอาดบริสุทธิ์ของใจนี้ที่เราเรียกว่านิพพาน

 พระนิพพานก็คือความสะอาดบริสุทธิ์ของใจ

 ใจที่ปราศจากกิเลสตัณหา ความโลภ

ความโกรธ ความอยากต่างๆ

ถ้าพวกเราเอาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์

มาปฏิบัติ เอามาเป็นแบบเป็นฉบับแล้วปฏิบัติตามได้

ต่อไป ใจของพวกเรานี้จะมีแต่ความสุขไปตลอด

จะไม่มีความทุกข์ และไม่ต้องมีอะไรด้วย

ไม่ต้องมีทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทอง

ไม่ต้องมีสามี ไม่ต้องมีภรรยา ไม่ต้องมีบุตรมีธิดา

 ไม่ต้องมีแม้แต่ร่างกาย

 ต่อไปพอร่างกายนี้ตายไป

เราก็ไม่ต้องไปหาร่างกายอื่น

ถ้าใจเราสะอาดบริสุทธิ์

เราก็ไม่ต้องมาแก่มาเจ็บมาตายใหม่

เหมือนอย่างที่เราเป็นกันอยู่นี้และจะเป็นกันต่อไป

ตราบใดที่เรายังมีความโลภ ความโกรธ ความหลง

 มีความอยากอยู่ภายในใจของเรา

ดังนั้นหน้าที่ของพวกเราก็คือ

เราต้องมาทำใจให้สะอาดบริสุทธิ์

ด้วยการทำความดี ละการกระทำบาป

แล้วก็ชำระใจด้วยการปฏิบัติธรรม

 นั่งสมาธิ เจริญปัญญา รับรองได้ว่าไม่นาน

ก็จะสามารถทำใจให้สะอาดบริสุทธิ์

หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งหลายได้อย่างแน่นอน.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.............................

ธรรมะในศาลา วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๘

“ความจำเป็นของการเข้าวัด”











ขอบคุณที่มา fb.พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพคต่ะ




Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2559 11:09:48 น.
Counter : 235 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....