Group Blog
All Blog
### อัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมอง ###














เกริ่นชื่อเรื่องมาแบบนี้ หลายคนก็คงจะคิดว่า..

 “อัมพาต” กับ “โรคหลอดเลือดสมอง”

 มีความเกี่ยวข้องกันได้ อย่างไร?

ก่อนอื่นเลย จะขอทำความเข้าใจตรงนี้ว่า

อัมพาตหรืออัมพฤกษ์ ที่เคยได้ยินกันนั้น หมายถึง

 สภาวะที่มีการอ่อนแรงของแขนและขา

ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต สามารถใช้ชีวิต

และทำกิจกรรมต่าง ๆ ในสังคมได้เช่นเดียวกันกับคนปกติ

ไม่ใช่แค่นอนรักษาตัว อยู่บนเตียงในโรงพยาบาลอย่างที่เข้าใจกัน

เนื่องด้วยเพราะความเชื่อของคนส่วนใหญ่

เมื่อพูดถึงอัมพาต ก็จะนึกถึงผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตครึ่งซีก

 ซึ่งสาเหตุสำคัญก็มาจาก การเกิด “โรคหลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก”

อันเป็นสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อยที่สุดของการเป็นอัมพาต

 นอกจากนี้อาการอัมพาตของผู้ป่วย

ก็ยังกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญลำดับต้นๆของประเทศ

ทั้งในเรื่องการดูแล ค่าใช้จ่าย การรักษา เป็นต้น

ดังนั้น จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ จึงควรให้ความสำคัญ

และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง

อันเป็นสาเหตุสำคัญของ อัมพาตให้มากขึ้น ดังต่อไปนี้

โรคหลอดเลือดสมองแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

 คือ 1. กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองตีบ หรือ อุดตัน

ที่ทำให้เกิดภาวะสมองขาดเลือด

2. กลุ่มโรคหลอดเลือดสมองแตก ที่ทำให้มีลิ่มเลือดคั่งในเนื้อสมอง

สาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน

สมองของเรานั้นเป็นอวัยวะที่ต้องการเลือดไปเลี้ยงในปริมาณ มากที่สุด

เมื่อเทียบกับอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย

เลือดที่ไปเลี้ยง สมอง เริ่มต้นจากหัวใจสูบฉีดผ่านหลอดเลือดแดงใหญ่

ต่อไป ยังหลอดเลือดแดงที่อยู่บริเวณ ลำคอ

แล้วจึงผ่านเข้าไปในสมอง

โดยหลอดเลือด แดงใหญ่ก็จะแตกแขนง

เป็นหลอดเลือดแดงขนาดเล็กลงไปเรื่อย ๆ

จนเป็นหลอดเลือดแดงฝอยกระจาย ไปทั่วทั้งเนื้อสมอง

หากลองเปรียบเทียบหลอดเลือดแดงกับ ท่อประปา

 จะพบว่ามีความคล้ายคลึงกันหลายประการกล่าวคือ

 เมื่อท่อประปาที่ใช้มาเป็นเวลานานหรือเมื่อเราอายุมากขึ้น

 ผนังของท่อประปาหรือหลอดเลือดก็จะเริ่มเสียไป

ทำให้เกิดการแข็งตัว เปราะแตกง่าย

จนทำให้เกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง

และภายในท่อก็จะมีสิ่งไม่พึงประสงค์ เช่น เศษหิน

เศษดินเล็ก ๆ มาเกาะที่ผนังด้านใน

จนรูของท่อค่อย ๆ ตีบเล็กลงจนท่อตันไปในที่สุด

สิ่งที่ทำให้หลอดเลือดอุดตันนี้เรียกว่า “Plague”

อันเกิดจากการจับตัวกันของเกล็ดเลือด เม็ดเลือดขาว

 และไขมันในเลือด ไขมันที่เป็นตัวการสำคัญก็คือ

 คอเลสเตอรอล เมื่อหลอดเลือดแดงค่อย ๆ ตีบลง

ปริมาณเลือดที่จะเลี้ยงสมองก็จะลดลง

แต่เซลล์สมองจะปรับตัวให้ยังมีชีวิตอยู่ได้

แต่เมื่อการตีบตันเป็นมากขึ้นจนอุดตัน เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ได้

เซลล์สมองที่ขาดเลือดก็จะตายไปในที่สุด

 ผู้ป่วยก็จะเกิดอาการอัมพาตขึ้น

ในผู้ป่วยบางราย

การอุดตันของหลอดเลือดแดงในสมองเกิดขึ้นเนื่องจาก

มีลิ่มเลือดจากหัวใจหรือจากหลอดเลือดแดง Carotid

หลุดลอยมาอุดตัน ทำให้สมองเกิดการขาดเลือดอย่างฉับพลัน

ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นอัมพาตได้เช่นกัน

ส่วนสาเหตุของโรคหลอดเลือดสมองแตก

 ก็เกิดจากภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง

ซึ่งผนังของหลอดเลือดจะเปราะแตกง่าย

หากความดันโลหิตสูงขึ้นมากอย่างฉับพลัน

อาจทำให้หลอดเลือด แดงแตกได้

จะเกิดลิ่มเลือดคั่งในสมอง ก็ทำให้ผู้ป่วยเป็นอัมพาตได้

 การแตกของหลอดเลือดสมองอาจเกิดจากความผิดปกติ

ของหลอดเลือดที่เป็นมาแต่กำเนิดได้

ลักษณะอาการของโรคหลอดเลือดสมอง

โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นกับตำแหน่งของสมองที่เสียหาย

 อาการที่เกิดขึ้นก็จะเป็นไปตามการเสียหายของสมองส่วนนั้น

 อาการมักจะเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลัน

แต่บางครั้งอาการอาจเกิดขึ้นเป็น ๆ หาย ๆ

หรือค่อย ๆ เป็นมากขึ้นในเวลาอันสั้น

อาการที่พบบ่อย เช่น แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก

เวียนศีรษะ บ้านหมุน เดินเซ ตามัว มองไม่เห็นข้างเดียว

 หรือมองไม่เห็นครึ่งซีก มองเห็นภาพซ้อน ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด

 กลืนลำบาก ปวดศีรษะอย่างรุนแรงหรือฉับพลัน ซึมไม่รู้สึกตัว

สำหรับการป้องกันและรักษาต้องบอกว่า

 หากเกิดอาการน่าสงสัยว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

 ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

เนื่องด้วยโอกาสรักษาให้หายหรือได้ผลดีจะ มีมากกว่า

 ทั้งนี้ หากสมองขาดเลือดนานเกินไป สมองส่วนนั้นก็จะตาย

จนไม่สามารถฟื้นตัวได้

หลักสำคัญของการป้องกันและรักษาก็ คือ

 การควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน

 โรคหัวใจ และไขมันในเลือดสูง

 การเลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มสุราในปริมาณมาก

รับประทานยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด

กรณีที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ

 ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดอาหารเค็มและอาหารไขมันสูง

 ลดความเครียด และตรวจสุขภาพ ปีละสองครั้ง

มาถึงบรรทัดนี้ การวินิจฉัยทางการแพทย์

คงเป็นสิ่งที่หลายคนอยากทราบกัน

ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์ได้รุดหน้าไปเร็วมาก

 การเอกซเรย์เพื่อตรวจวินิจฉัยก็มักจะทำกันด้วยเครื่อง CT Scan

 เช่นเดียวกันกับการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือ MRI

ทั้งนี้ จะช่วยทำให้ทราบถึงภาวะการขาดเลือด

หรือภาวะเลือดออกในสมอง ก่อนทำการรักษาต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

โดย นายแพทย์ไพโรจน์ บุญคงชื่อ

อาจารย์ประจำหน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

#‎RamaChannel










Create Date : 28 มิถุนายน 2557
Last Update : 28 มิถุนายน 2557 21:27:35 น.
Counter : 1736 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ