Group Blog
All Blog
### เรื่อง ขันธ์ ๕ ###













“เรื่องขันธ์ ๕”

วันนี้จะขอบรรยายอธิบายเรื่องขันธ์ ๕

ให้ท่านทั้งหลายได้รู้จัก

 และรู้จักวิธีที่จะปฏิบัติต่อขันธ์ ๕ ให้ถูกต้อง

เพราะตอนนี้พวกเราปฏิบัติต่อขันธ์ ๕ ไม่ถูกต้อง

ทำให้ใจของพวกเราต้องมีแต่ความวุ่นวาย

มีแต่ความทุกข์ความไม่สบายใจ

เพราะเราไม่ได้รู้จักขันธ์ ๕ อย่างแท้จริง

ขันธ์นี้ก็คือ ธรรม ๕ ประการหรือ ๕ อาการด้วยกัน

 ที่ประกอบเป็นชีวิตของสัตว์และมนุษย์ทั้งหลาย

แบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนร่างกายและส่วนจิตใจ

ส่วนร่างกาย เรียกว่า รูปขันธ์

ส่วนจิตใจ ก็เรียกว่า นามขันธ์

นามขันธ์นี้ก็มีอยู่ ๔ ขันธ์ด้วยกัน

 คือ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ

ร่างกายหรือรูปขันธ์ ก็มีอยู่ส่วนหนึ่ง ก็คือร่างกาย

 การปฏิบัตินี้ก็เพื่อให้รู้แจ้งในขันธ์ ๕

 ให้รู้ตามความเป็นจริงของขันธ์ ๕

ไม่ใช่รู้ตามความรู้สึก นึกคิดของจิตใจ

 เพราะตามความรู้สึกนึกคิดของจิตใจนี้

 เป็นความรู้ที่ออกจากความหลง

คือ ความเห็นผิดเป็นชอบ

 เห็นตรงกันข้ามกับความเป็นจริง

จึงทำให้จิตต้องเกิดความทุกข์ เกิดความไม่สบายใจ

 ถ้าเราได้ศึกษาและเข้าใจความจริงของขันธ์ ๕

เราก็จะไม่ทุกข์กับขันธ์ ๕

เมื่อเราไม่ทุกข์เราก็จะมีแต่ความสุข

 ดังนั้นผู้ใดก็ตาม ถ้าได้ศึกษาขันธ์ ๕ จนรู้แจ้งเห็นจริง

ตามความเป็นจริงแล้ว ก็จะหลุดพ้นจากความทุกข์

ที่เกิดจากการหลงยึดติดอยู่กับขันธ์ ๕ นั่นเอง

ขันธ์ ๕ ขันธ์แรก เราเรียกว่า รูปขันธ์

 ก็คือ ร่างกาย ร่างกายนี้เราต้องศึกษา

ให้เห็นตามความเป็นจริงของร่างกายว่า

ร่างกายนี้มีอะไรบ้าง ร่างกายนี้ ท่านก็ให้พิจารณา

ให้เห็นส่วนต่างๆ ของร่างกาย

 คือให้เห็นทั้ง ๓๒ อาการด้วยกัน

ตอนนี้เราส่วนใหญ่จะมองไม่เห็นครบ ๓๒ อาการ

 เราจะเห็นเพียง ๕ อาการ ก็คือ

เราจะเห็นแต่ ผม ขน เล็บ ฟัน และหนัง

 ส่วนอีก ๒๗ อาการนี้ เรามองไม่เห็นหรือไม่มองกัน

 จึงทำให้เราไม่เห็น ความจริงที่แท้จริงของร่างกาย

 เรากลับเห็นว่าร่างกายสวยงาม

 เพราะว่าเราไม่ได้เห็นส่วนที่ไม่สวยงามของร่างกาย

เมื่อเราเห็นว่าร่างกายสวยงาม

ก็เกิดความอยากได้ร่างกายนั้นมาเป็นสมบัติ

แต่พอเราได้มาแล้ว เราก็มาเสียใจในภายหลัง

เพราะว่ามันไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิดไว้

ถ้าเราเห็นว่ามันไม่สวยงาม เราก็จะได้ไม่ต้องไปอยากได้

ร่างกายของคนอื่นมาเป็นคู่ครองของเรา

 เราก็จะอยู่คนเดียวได้

อยู่คนเดียวได้ก็จะสบายใจกว่าอยู่กับอีกคนหนึ่ง

 เพราะอยู่กับอีกคนหนึ่งก็ต้องมีปัญหา

ต้องมีการคอยดูแลกัน คอยรักษาแล้วก็ต้องมีอะไรต่างๆ

 ที่อยู่คนเดียวไม่มี ก็คือความทุกข์ที่เกิดขึ้น

จากบุคคลที่เราอยู่ด้วย

แล้วก็จะทำให้เราอยู่คนเดียวได้

โดยที่ไม่มีความรู้สึกว้าเหว่เศร้าสร้อยหงอยเหงา

ถ้าเราเห็นความจริงของร่างกายที่ไม่สวยงาม

ดังนั้น เราจึงต้องศึกษาอาการ ๓๒ ของร่างกาย

จนให้มันฝังอยู่ในใจของเรา

 เวลาเราเห็นร่างกาย เราจะเห็นครบทั้ง ๓๒ อาการ

หรืออย่างน้อยก็อาการที่ไม่สวยงาม

เพื่อที่จะได้ยับยั้งความอยาก ยับยั้งกามารมณ์

ที่จะทำให้ จิตใจของเรามีความหงุดหงิดรำคาญใจ

 มีความเศร้าสร้อยหงอยเหงาว้าเหว่

 แล้วก็จะต้องบังคับให้เรา ต้องไปหาคู่ครองมาอยู่ด้วย

 แล้วก็มาทุกข์กับคู่ครองต่อไป

ถ้าเราเห็นอาการที่ไม่สวยงามของร่างกาย

เราก็จะได้ไม่ต้องไปมีความอยากในกามารมณ์

เราก็จะไม่รู้สึกมีความหงุดหงิดรำคาญใจ

 จะไม่มีความรู้สึกเศร้าสร้อยหงอยเหงาว้าเหว่

 เวลาที่เราอยู่คนเดียว นี่คือ การศึกษารูปขันธ์

 ในมุมของความไม่สวยงาม

เราอย่าเห็นแต่ส่วนที่สวยงาม

เราต้องมองให้เห็นส่วนที่ไม่สวยงามด้วย

 เพื่อจะได้ไม่หลงไปกับกามารมณ์นั่นเอง

 นี่คือข้อที่ ๑ เราต้องศึกษาดูอาการ ๓๒

 คือผม ขน เล็บ ฟัน หนัง

 จากหนังแล้วเราก็เข้าไปใต้ผิวหนัง

จะเห็นเนื้อ เห็นเอ็น เห็นกระดูก เห็นเยื่อในกระดูก

 เห็นม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่

ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า เยื่อในสมองศีรษะ

 แล้วก็จะเห็นส่วนที่เป็นส่วนน้ำ เช่น น้ำเลือด น้ำเหลือง

 น้ำเหงื่อ น้ำมันข้น น้ำตา น้ำมันเหลว น้ำลาย

น้ำมูก น้ำไขข้อ น้ำมันข้น น้ำมูตร

นี่คือส่วนที่ไม่มีใครปรารถนาอยากจะเห็นกัน

 แต่ก็มีอยู่ภายในร่างกายที่สวยน่าดูทางภายนอก

แต่ถ้ามองเข้าไปใต้ผิวหนังแล้ว ก็จะเห็นว่าไม่น่าดูเลย

ไม่น่ารักไม่สวยงามเลย

นี่คือสิ่งที่เราต้องศึกษาเกี่ยวกับรูปขันธ์ คือร่างกาย

เพื่อที่จะได้คลายความหลง ความเห็นผิดเป็นชอบ

 เห็นร่างกายที่ไม่สวยงามว่าสวยงาม

นี่คือข้อที่ ๑ เกี่ยวกับการศึกษารูปขันธ์ คือร่างกาย

ข้อที่ ๒ ที่เราต้องศึกษาเกี่ยวกับรูปขันธ์ ก็คือ

 ต้องดูว่าอาการทั้ง ๓๒ นี้ ไม่มีตัวมีตน

เป็นการประกอบขึ้นมาจากดินน้ำลมไฟ

 ดินน้ำลมไฟก็มาทางอาหาร ทางน้ำดื่ม

ทางอากาศที่หายใจเข้าไป

 เมื่อมารวมกันก็จะทำให้อาการ ๓๒ นี้เจริญเติบโตขึ้นมา

 เวลาอยู่ในท้องก็เริ่มต้นจากธาตุ

คือน้ำที่มีอยู่ในร่างกายของพ่อกับในร่างกายของแม่

 เมื่อน้ำหรือธาตุทั้ง ๔ มารวมกัน ก็จะก่อตัวขึ้นเป็นอาการ ๓๒

 และพอได้รับธาตุ ๔ คืออาหารผ่านทางสายเลือดของมารดา

 ร่างกายที่ก่อตัวขึ้นมาก็จะเจริญเติบโต

อาการ ๓๒ ก็จะเริ่มปรากฎขึ้นมา

จนพอร่างกายเจริญสมบูรณ์เต็มที่

ไม่สามารถอยู่ในครรภ์ได้ ก็คลอดออกมา

 พอคลอดออกมาแล้ว ก็มารับธาตุคืออาหารต่อ

 ดื่มนม ดื่มน้ำ หายใจ เอาอาหารเข้าไป

 อาหารก็คือธาตุดินนี้เอง พอได้รับธาตุอย่างต่อเนื่อง

 อาการ ๓๒ ก็จะเจริญงอกงามเจริญเติบโตขึ้นมา

 จนเป็นหนุ่มเป็นสาว เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ขึ้นมา

เมื่อเจริญจนถึงขีดเต็มที่แล้ว ก็จะหยุด

 แล้วจะเริ่มนับถอยหลัง ก็จะเริ่มเสื่อมลงไป

 ร่างกายก็จะเริ่มแก่ชราไปทีละเล็กทีละน้อย

โรคภัยไข้เจ็บก็จะเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับร่างกาย

 แล้วต่อไปก็จะหยุดหายใจ

พอร่างกายหยุดหายใจแล้ว

 ธาตุที่รวมกันอยู่ในร่างกายทั้ง ๔ ก็จะแยกทางกันไป

ถ้าปล่อยร่างกายทิ้งไว้ในป่าช้า

ร่างกายมันก็จะเน่าเปื่อย แห้งกรอบไป

ธาตุน้ำก็จะไหลออกมา ธาตุลมก็จะระเหยออกมา

 ที่ส่งกลิ่นไม่ดี กลิ่นเหม็นนี้ก็ธาตุลม

ธาตุน้ำก็น้ำเลือด น้ำเหลืองอะไรต่างๆ ที่ไหลออกมา

 ธาตุไฟก็ละลายออกมา ทำให้ร่างกายที่เคยอบอุ่น

 กลายเป็นร่างกายที่เย็นเฉียบไป ทิ้งไปเรื่อยๆ

ต่อไปร่างกายก็จะแห้งกรอบ ผุเปื่อยกลายเป็นดินไป

 ในสมัยนี้เราก็เร่งวิธีสลายธาตุทั้ง ๔ ด้วยการนำเข้าเตาเผา

 เข้าเมรุ เผาด้วยไฟ เผาเสร็จตอนเช้า

ก็มาเก็บเศษขี้เถ้าเศษกระดูก ก็เป็นธาตุดิน

 ธาตุน้ำก็ถูกไฟเผาระเหยไปหมด

ธาตุลมก็ออกไปหมด ธาตุน้ำก็หมด เหลือแต่ธาตุดิน

นี่คือ การพิจารณาให้รู้ความจริงของรูปขันธ์

คือร่างกายนี้ว่า เป็นเพียงอาการ ๓๒

ที่ทำมาจากดินน้ำลมไฟ ไม่มีตัวไม่มีตนอยู่ในร่างกายนี้

 ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่มีพี่ไม่มีน้อง ไม่มีสามีไม่มีภรรยา

 ไม่มีบุตรไม่มีธิดา อยู่ในร่างกายนี้

 ผู้ที่อยู่ในร่างกายนี้ไม่ได้ตายไปกับร่างกาย

คือผู้ที่มาครอบครองร่างกายนี้

ผู้ที่มาใช้ร่างกายให้ทำอะไรต่างๆนี้ ไม่ได้ตายไปกับร่างกาย

 ผู้ที่ใช้ร่างกายนี้ ก็เรียกว่าใจ

ที่ใช้นามขันธ์ คือ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ

 เป็นเครื่องมือในการสั่งให้ร่างกายทำอะไรต่างๆ

ดังนั้น การพิจารณารูปขันธ์ ก็คือต้องพิจารณาให้เห็นว่า

 เป็นอาการ ๓๒ ไม่สวยงาม

เป็นอาการที่ทำมาจากดินน้ำลมไฟ ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล

 ไม่มีตัวตนอยู่ในอาการ ๓๒ เป็นเพียงดินน้ำลมไฟ

 แล้วก็เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน ไม่ถาวร

เป็นสิ่งที่เกิดมาแล้วต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตายไป

นี่คือเรื่องของการศึกษาความจริงของรูปขันธ์

 เพื่อจะได้ทำลายความหลงที่ทำให้เห็นผิดเป็นชอบ

ความหลงคืออะไร ก็คือเห็นว่าร่างกายนี้สวยงาม

เห็นว่าร่างกายนี้เป็นตัวเราของเรา

เห็นว่าร่างกายนี้จะอยู่ไปนานๆ จะไม่เจ็บไข้ได้ป่วย

จะไม่ตาย จะไม่แก่ นี่คือความหลงที่อยู่ในหัวใจ

ของผู้ที่ไม่เคยศึกษาความจริงของร่างกาย

ถ้าได้ศึกษาแล้ว ก็จะไม่หลงกับความหลงของร่างกาย

 ก็จะไม่ยึดไม่ติดกับร่างกาย

 จะไม่มีตัณหาความอยากได้ร่างกาย

จะไม่มีความอยากจะได้ร่างกายของคนนั้นคนนี้

มาเป็นคู่ครอง มาให้ความสุข

เพราะจะเห็นว่าไม่สวยงาม ไม่ได้เห็นว่าสวยงาม

 จะเห็นว่าเป็นความทุกข์เพราะว่า

เป็นร่างกายที่จะต้องแก่เจ็บตาย

จะต้องมีวันพลัดพรากจากกัน

เวลาไม่พลัดพรากจากกัน เวลาอยู่ด้วยกัน

 เวลาไม่สบายก็ต้องมาเป็นทุกข์มาห่วงใยกัน

ถ้าไม่อยากจะมีความทุกข์

ก็ไม่ต้องมีร่างกายของคนอื่นมาแบก

ถ้าเห็นความจริงก็จะไม่อยากจะอยู่กับคนนั้นคนนี้

 อยากจะอยู่คนเดียว สบายใจกว่า

คนที่ยังอยากจะอยู่กับคนนั้นคนนี้อยู่

 ก็เพราะยังมีความหลง

คิดว่ามีเขาแล้วจะทำให้เรามีความสุข

 แต่คนที่เห็นความจริงแล้ว จะไม่หลง

จะรู้ว่ามีเขาแล้วจะมีความทุกข์ นี่คือการศึกษา

เพื่อให้เราได้ปล่อยวางร่างกายของคนอื่นและของเรา

 ร่างกายของคนอื่นเราก็รู้ว่าไม่สวยงาม

เราก็จะไม่อยากได้

 ร่างกายของเรา เราก็รู้ว่าจะต้องแก่เจ็บตาย

 ไม่ใช่ตัวเราเป็นเพียงอาการ ๓๒ ทำมาจากดินน้ำลมไฟ

เราก็จะไม่ยึดติดกับร่างกายที่เราเรียกว่าเป็นของเรานี้

 เราก็จะปล่อยให้มันแก่มันเจ็บมันตายตามสภาพของมันไป

 เราจะไม่ทุกข์กับความแก่ ความเจ็บ ความตาย

นี่คือเรื่องของรูปขันธ์ที่เราต้องศึกษา

 เพื่อที่เราจะได้ปล่อยวาง ไม่ยึดไม่ติดรูปขันธ์

คือร่างกายทั้งของเราและทั้งของผู้อื่น

 ไม่ว่าจะเป็นร่างกายของพ่อของแม่ ของสามีของภรรยา

 ของบุตรของธิดา หรือของใครก็ตาม

เราจะรู้ว่าเป็นเพียงดินน้ำลมไฟ

เป็นเพียงอาการ ๓๒ ไม่เที่ยง

เกิดแก่เจ็บตาย เป็นอนัตตา เป็นทุกข์

 ถ้าเราไปยึดไปติด ไปอยากให้เขาอยู่กับเราไปนานๆ

อยากจะให้เขาไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตาย

 นี่คือการศึกษาเกี่ยวกับรูปขันธ์

เพื่อเราจะได้ไม่หลงยึดติด พอเราไม่ยึดติดแล้ว

เราจะไม่ทุกข์กับร่างกาย.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.........................

กัณฑ์ที่ ๔๗๔ วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๗

“เรื่องขันธ์ ๕”










ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2559 11:32:23 น.
Counter : 461 Pageviews.

1 comments
  
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ tangkay เรียบร้อยแล้วนะคะ

สาธุค่ะ
โดย: mcayenne94 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:18:15:58 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....