Group Blog
### เรื่องเล่า..พระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานหนักที่สุดในโลก ตอนที่ 3 ###

ตอนที่  3

- ท่านสวัสดิ์ได้ตามเสด็จฯ อยู่บ่อยครั้ง

มีเรื่องราวประทับใจที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ไหมครับ

       เรื่องหนึ่งที่ผมไม่เคยลืมคือ

เหตุการณ์วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๕

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปอำเภอขวาง จ.กาฬสินธุ์

เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งลงจอด

 พระองค์ท่านเสด็จฯ ตรงมาทางผม รับสั่งว่า

 “พอหมดฝน แม่น้ำลำพะยังแห้งขอด ลำน้ำเป็นร่องลึก

น่าจะทำประตูกั้นน้ำไว้ช่วยชาวบ้านหน้าแล้ง

 เดี๋ยวฉันจะไปดูที่หน้าผาริมน้ำตรงนี้” พวกเราตื่นเต้นกันใหญ่

 เพราะไม่รู้เส้นทางที่จะเข้าไป

ทรงชี้ในแผนที่จุดใกล้บ้านกุด ขอนแก่น

แต่ไม่มีใครรู้จักทาง พอไปถึงหมู่บ้าน

กำนันกับผู้ใหญ่บ้านก็ไม่อยู่

 เราจึงคว้าชาวบ้านคนหนึ่งที่นุ่งผ้าขาวม้า

ไม่ใส่เสื้อยืนอยู่ริมถนนให้ช่วยนำทาง

แต่ความที่เขาพูดภาษาอีสาน จึงสื่อความไม่ค่อยเข้าใจนัก

       พอรถออกจากบ้านกุดขอนแก่น

มัคคุเทศก์ผ้าขาวม้าบอกให้เลี้ยวซ้าย

ขับไปได้ราวสองสามกิโลเมตร มัคคุเทศก์สั่งให้เลี้ยวขวา

 ลงทางเกวียน ถนนขรุขระ รถกระเด้งกระดอนแกว่งไปมา

 มืดก็มืด มีแต่ไฟรถยนต์ส่องทาง พวกเราชักใจเสีย

เพราะรถยนต์พระที่นั่งและขบวนตามมาติด ๆ แล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์เอง

 เป็นรถ Wagoneer พวงมาลัยซ้าย ซึ่งเครื่องไม่ได้นิ่มเลย

ซ้ำร้าย พอวิ่งมาเสียไกลกลับเจอทางตัน

ผมรีบลงจากรถวิ่งไปถวายความเคารพ

จะสารภาพผิด แต่พระองค์ท่านรับสั่งออกมาก่อนว่า

“อธิบดี จะพาฉันไปดิสโก้ที่ไหน

ตอนออกจากบ้านกุดตอแก่น ต้องเลี้ยวขวา แต่รถนำเลี้ยวซ้าย

ฉันเลยต้องตามมา” เป็นพระเมตตาโดยแท้

      ในที่สุด ขบวนเสด็จจึงต้องกลับไปบ้านกุดตอแก่น

จากนั้น ต่อไปอีก ๓ กิโลเมตร แล้วต้องเดินไปตามท้องนา

อีกราว ๕๐๐ เมตร บนทางที่ไม่สู้ดีนักจึงถึงลำพะยัง

- เส้นทางลำบากและมืดขนาดนั้น

ไม่มีใครกราบบังคมทูลฯ ให้เสด็จฯ กลับหรือครับ

      ไม่มีทางทำได้หรอก

ระหว่างทาง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ยังรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปถามว่า

สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

ทรงงานที่ศูนย์ศิลปาชีพหรือยัง

แป๊บเดียวมี ว. กลับมาว่า

 พระราชินียังเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรอยู่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดพระเนตรนาฬิกา

แล้วรับสั่งด้วยพระราชอารมณ์ขันว่า

“ทุ่มครึ่งแล้ว ยังไม่ทรงงานก็กู๊ดมอร์นิ่งสิ

ถ้าอย่างนั้น เราไปกันต่อ”

       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงพระราชดำเนิน

ท่ามกลางความมืดไปในทุ่งนาตะปุ่มตะป่ำ

โดยมีไฟฉายส่องทาง ทุกคนต้องเดินอย่างระมัดระวัง

ถ้าพลาด เท้าจะแพลงได้ทันที

สักครู่มาถึงสระบัวของราษฎร มีรั้วลวดหนามกั้นอยู่

เส้นทางต้องผ่านที่นี่ ทหารจะตัดลวดแล้ว

แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห้ามไม่ให้ตัด

ทหารจึงต้องเหยียบลวดหนามไว้ แล้วใช้มือถ่างให้กว้างขึ้น

 จากนั้นพระองค์ก็ทรงมุดลวดหนามผ่านเข้าไป

ความรู้สึกของผมขณะนั้นบอกไม่ถูก

จะมีพระเจ้าแผ่นดินหรือประมุขของประเทศไหนในโลกนี้

ที่จะทรงตรากตรำพระวรกายจนถึงทรงมุดรั้วลวดหนาม

เพื่อจะเสด็จฯ ไปทรงหาน้ำให้ราษฎรของพระองค์

 ยิ่งกว่านั้น พระองค์ยังทรงหันกลับมา

มีพระราชกระแสรับสั่งว่า

“อธิบดี อย่าลืมซ่อมรั้วให้เขานะ”

 เป็นบุญของประเทศไทยจริง ๆ

(ท่านสวัสดิ์น้ำตาซึม)

426030

- ถ้าให้ท่านสวัสดิ์เป็นตัวแทนของประชาชนคนไทย

 พูดถึงพระมหากษัตริย์ของเราที่ปีนี้

พระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา

และยังทรงงานเพื่อคนไทยอยู่เสมอ

คนส่วนใหญ่อาจไม่ทราบว่า

พระราชกรณียกิจของพระองค์มากขนาดไหน 

ผมเคยเห็นแฟ้มที่ราชเลขาฯ เสนอท่านแต่ละวัน สูงท่วมหัว

 ต้องใส่รถเข็น เห็นแล้วตกใจ

ไม่คิดว่าพระเจ้าแผ่นดินจะมีพระราชภารกิจมากขนาดนี้

ทำให้อดนึกไม่ได้ว่า ที่ผมได้สัมผัสเป็นเพียงเศษเสี้ยว

ที่เห็นพระองค์ทรงงาน ตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปีที่ผ่านมา

 การทรงงานหนักไปตามถนนดิสโก้ หรือสถานที่ทุรกันดาร

ตั้งแต่เหนือจรดใต้ของประเทศ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง โคลนตม

สิ่งเหล่านี้จะมีผลกับพระสุขภาพพลานามัย

และพระอาการประชวรของพระองค์หรือไม่

 คนไทยทุกคนจึงควรเทิดทูนและรักษาท่านไว้

แต่น่าเสียดาย เด็กรุ่นหลังไม่เคยสัมผัสพระราชกรณียกิจที่แท้จริง

        ผมขอยกบทสัมภาษณ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 ได้พระราชทานให้สัมภาษณ์นิตยสาร

‘แนชั่นแนล จิโอกราฟฟิก’ ในปี ๒๕๒๕

ความตอนหนึ่งว่า “เคยมีผู้กล่าวไว้ว่า

ราชอาณาจักรนั้นเปรียบเสมือนพีรามิด

 มีพระมหากษัตริย์อยู่บนยอด

และมีประชาชนอยู่ข้างล่าง แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว

 ดูเหมือนทุกอย่างจะตรงกันข้าม

นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องปวดคอ

และบริเวณไหล่อยู่เสมอ”

welovethekingradiocom3

ทั้งหมดนี้เกิดเป็นภาพที่คุ้นตาชาวไทยทุกคน คือ

หยาดพระเสโทเต็มพระพักตร์ ฉลองพระองค์เปียกชุ่ม

หรือ ภาพที่พระองค์ท่านประทับบนพื้นดิน

 ทรงซักถามทุกข์สุขของราษฎรที่มารอเฝ้ารับเสด็จฯ

 ไปในป่าเขา บางครั้งต้องเสด็จฯ ลงหุบเหว

ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ

ทั้งในเวลากลางวัน และค่ำคืนดึกดื่น

        พระองค์ทรงทุ่มเทตรากตรำพระวรกาย

อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า ๖๐ ปี

ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่

เพิ่มความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ

 และทรงหาทางช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ท่าน

โดยเฉพาะผู้ที่ด้อยโอกาสยากจนมีปัญหา

อุปสรรคในการทำมาหาเลี้ยงชีพ ให้ได้มีโอกาส

และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

………………………………………………….

ขอขอบคุณ : คุณสัญญา คุณากร

สัมภาษณ์ท่านองคมนตรีสวัสดิ์ วัฒนายากร

, นิตยสารแพรว(พ.ศ. ๒๕๕๔) และ คุณ CiNNtv1

ขอขอบคุณ ...แหล่งที่มา

คัดลอกมาจาก...ชมรมคนรักในหลวง.

www.welovethaiking.com




Create Date : 24 ธันวาคม 2557
Last Update : 25 ธันวาคม 2557 12:55:41 น.
Counter : 479 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ