Group Blog
### เรื่องเล่า..พระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานหนักที่สุดในโลก ###

4597__18122006095704

บทสัมภาษณ์ท่านองคมนตรีสวัสดิ์ วัฒนายากร

ในหัวข้อ “เรื่องเล่าถึงพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก”

ได้รับรู้ถึงพระราชกรณียกิจหลากหลายที่ทรงทำ

เพื่อพสกนิกรของพระองค์  เป็นงานหนักเหลือเกิน

หนักเกินกว่าที่เราๆ ท่านๆ คาดคิดไว้มาก

หลายอย่างเราเชื่อว่าไม่เคยมีใครได้รู้มาก่อน

อ่านแล้วน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้ง

ในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงเป็นที่สุด 

 บทสัมภาษณ์ค่อนข้างยาวมาก

 เลือกมาเฉพาะที่ท่านองคมนตรีพูดถึงในหลวง

ถึงจะยาวหน่อย แต่อยากให้ได้อ่านกัน

- ขอรบกวนท่านสวัสดิ์เล่าถึง ครั้งแรกที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ถวายงาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ

        ประมาณปี ๒๕๑๔ ครับ ตอนนั้นผมทำงานที่กรมชลประทาน

 ซึ่งขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

แปรพระราชฐานไปภาคใต้ทุกปี

 ช่วงนั้น ๓ จังหวัดชายแดนคือ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี

 มีเหตุการณ์รุนแรงอยู่ประจำ กลุ่มโจรออกทำร้ายประชาชน

ถนนหนทางไม่มีความปลอดภัย

 แต่ในหลวงเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่อันตรายทุกวัน

        ระหว่างทางจะมีราษฎรทั้งชาวไทยและไทยมุสลิม

มาตั้งโต๊ะหมู่บูชา และเตรียมผลไม้ท้องถิ่นถวายพระองค์ท่าน

 เวลานั้นค่ำมากแล้วสามทุ่มได้ ถนนไม่มีไฟฟ้าจึงมืดตึ๊ดตื๋อ

ต้องใช้ไฟฉายส่องแต่พระองค์ท่านทรงโปรดให้จอดรถทุกครั้ง

หากมีคนคิดไม่ดีกับพระองค์ท่าน

คงยากที่ทหารจะถวายการอารักขาได้ทัน

แต่ด้วยพระบารมีโดยแท้ที่พระองค์ท่านทรงตรากตรำทรงงาน

 เพื่อความผาสุกของคนไทย

จึงเป็นเกราะป้องกันอันตรายอย่างดีที่สุด

- การบริหารจัดการน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 วิธีทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จะไม่เหมือนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เวลาไปตรวจงาน

 เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือ เชิญเข้าห้อง

ฟังรายงานสรุป ดูจอ น่าเบื่อมาก

แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงงานยังพื้นที่จริง

ซึ่งเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นที่ทุรกันดาร

บางแห่งข้าราชการยังไม่เคยไป หรือไม่กล้าไป

เพราะกลัวอันตรายด้วยซ้ำ

       แต่พระองค์ท่านไม่มีคำว่า ยกเลิก
เพราะอากาศไม่ดี

แถมยังเสด็จฯ ออกนอกเส้นทางประจำ

 ถ้าทีมถวายความปลอดภัยกราบบังคมทูลว่า “เสด็จฯ ไม่ได้

ไม่มีถนนตัดผ่านพระพุทธเจ้าข้า”

พระองค์ท่านจะรับสั่งกลับมาว่า “ฉันไปได้”

ทั้งที่หลายครั้งต้องทรงพระดำเนินปีนป่ายไปบนภูเขา

หรือทรงพระดำเนินไต่ลงไปในหุบเหวที่เต็มไปด้วยโคลนตม

 ปลิง และทาก จนค่ำมืดดึกดื่น

 หลายครั้งสมเด็จพระเทพฯ ตามเสด็จฯ ด้วย

มีท่านพระองค์เดียวที่ดึงทากออกจากพระบาทได้

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องเล็กสำหรับในหลวง

       คืนหนึ่งที่ผมได้ร่วมโต๊ะเสวย

หลังจากที่พระองค์ท่านเสด็จฯ เยี่ยมราษฎร

ในพื้นที่ทุรกันดารแห่งหนึ่ง ในภาคอีสาน

พระราชกระแสรับสั่งที่ยังก้องอยู่ในหูของผมจนถึงทุกวันนี้ คือ

"ที่เขายากจน ต้องมาทำงานหากินในพื้นที่แห้งแล้งเช่นนี้

 ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะมา แต่เพราะเขาไม่มีที่อื่นจะไป

ที่ฉันช่วยเขา ไม่ใช่จะช่วยตลอดไป

แต่ช่วยเพื่อให้เขาได้มีโอกาสช่วยตัวเองต่อไป"

4597_2_18122006095704

- ภาพที่คนไทยคุ้นตาคือ ในหลวงทรงถือแผนที่ปึกหนาไปด้วยทุกหนแห่ง

แผนที่ฉบับนั้นเรียกว่า ‘แผนที่มาตรส่วนหนึ่งต่อห้าหมื่น’

(๑ : ๕๐,๐๐๐) ระยะ ๒ ซ.ม.ในแผนที่คือ ระยะหนึ่งกิโลเมตร

 นายช่างชลประทานจะใช้แผนที่นี้

ในการวางโครงการชลประทานเบื้องต้น

โดยอ่านระดับความสูงของหุบเขา คำนวณพื้นที่รับน้ำ

แล้วคูณด้วยตัวเลขน้ำฝนเฉลี่ย จะได้ปริมาณน้ำเฉลี่ยต่อปี

 แล้วนำมาพิจารณาว่า ควรจะสร้างฝายหรืออ่างเก็บน้ำตรงจุดใด

 ได้น้ำประมาณเท่าไหร่ ส่งไปช่วยพื้นที่เกษตรจำนวนกี่ไร่

ซึ่งทั้งหมดต้องใช้เวลาพอสมควร

 แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงคำนวณได้รวดเร็วมากอย่างน่าอัศจรรย์

       เช่นครั้งหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ

 อ่างเก็บน้ำศาลาปางสัก โครงการป่าขุนแม่กวง

ตอนค่ำเสด็จฯ กลับมาเสวยที่โครงการแม่กวงอุดมธารา

เสวยเสร็จ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

 ให้นำแผนที่วางบนโต๊ะเสวย

จากนั้นทรงหยิบดินสอและไฟฉายเล็กๆ

 ที่ทรงเหน็บไว้ที่กระเป๋าของฉลองพระองค์

มาเปิดส่องแผนที่ซึ่งทรงคลี่ออก

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ปลายดินสอชี้ในแผนที่

 เริ่มตั้งแต่เชียงราย เหนือสุด ไล่ลงมาทีละจังหวัดจนถึงเพชรบุรี

 ”อธิบดี ลำห้วยนี้มีน้ำมาก ถ้าเรากั้นตรงจุดนี้

จะได้น้ำมากถึง ๒๐ – ๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร

ส่งน้ำไปช่วยอำเภอนี้ได้ทั้งอำเภอ”

ผมมองไม่เห็นเส้นบอกลำห้วยด้วยซ้ำ ว่าน้ำไหนไปทางไหน

 บางจุดที่มีพระกระแสรับสั่งว่า

 “ล้ำห้วยนี้พื้นที่รับน้ำไม่มาก ควรสร้างเป็นฝาย

ช่วยพื้นที่แถบนี้ได้หลายหมู่บ้าน” 

ทรงพระปรีชาสามารถมาก เพียงทอดพระเนตรแผนที่

 ก็ทรงสามารถวางโครงการกำหนดจุดที่ควรจะสร้างอ่าง

สร้างฝายได้ในทันที เป็นที่น่าอัศจรรย์เหลือเกิน

 ผมกลับมาถามวิศวกรกองออกแบบว่า เป็นไปได้อย่างไร

 หลายคนลงความเห็นว่า

เป็นไปได้สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่

และใช้แผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ จนช่ำชอง

 เพียงดูความถี่ห่างของเส้นบอกระดับ มองเห็นแผนที่เป็นสามมิติ

 จะมองเห็นความสูงต่ำของภูมิประเทศเป็นภูเขาหรือหุบเหว 

พระองค์ท่านจึงทรงสามารถทอดพระเนตรจุดเหมาะสม

ที่จะสร้างเขื่อนสร้างฝาย แล้วคำนวณในพระราชหฤทัย

ถึงปริมาณน้ำที่เก็บกักได้ในทันที

คืนนั้นผมตามพระองค์ท่านไม่ได้เลย งงเป็นไก่ตาแตก

ได้แต่ “พระพุทธเจ้าข้า” ทั้งคืน

81522

ยังมีต่อตอน 2 


ขอขอบคุณ : คุณสัญญา คุณากร

สัมภาษณ์ท่านองคมนตรีสวัสดิ์ วัฒนายากร ,

 นิตยสารแพรว(พ.ศ. ๒๕๕๔) และ คุณ CiNNtv1

ขอขอบคุณ ...แหล่งที่มาคัดลอกมาจาก...ชมรมคนรักในหลวง.

www.welovethaiking.com












Create Date : 24 ธันวาคม 2557
Last Update : 25 ธันวาคม 2557 12:06:27 น.
Counter : 533 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ