Group Blog
All Blog
### อารมณ์ขันของสมเด็จฯ ###















 อารมณ์ขันของสมเด็จ ฯ

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์

เรื่องเล่าเช้าวันพระ:

เขียนเล่าเรื่อง พระไพศาล วิสาโล

ในสมัยรัชกาลที่ ๗ มีสมเด็จพระราชาคณะ ๒ องค์

ที่นอกจากเกิดปีเดียวกันแล้ว ยังได้รับสถาปนา

เป็นสมเด็จพระราชาคณะในปีเดียวกัน

อีกทั้งได้รับเลือกเป็นประธานกรรมการมหาเถรสมาคม

บัญชาการคณะสงฆ์แทนสมเด็จพระสังฆราชเจ้า

ในปีเดียวกันอีกด้วย

 แต่อุปนิสัยของทั้ง ๒ องค์กลับแตกต่างอย่างมาก

จนมีคนตั้งฉายาคล้องจองกันว่า “พูดเล่นไม่มี พูดดีไม่เป็น”

องค์แรกนั้นคือสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวโร)

 แห่งวัดเทพศิรินทร์ เป็นคนพูดจาเรียบร้อยและนุ่มนวล

 ไม่ชอบพูดเล่น อีกองค์นั้นคือ สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์

 (ม.ร.ว.ชื่น สุจิตฺโต) แห่งวัดบวรนิเวศ

 ซึ่งภายหลังได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า

 กรมหลวงวชิรญาณวงศ์

ทรงมีอุปนิสัยพูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม

 และมีอารมณ์ขัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ เป็นผู้ใฝ่ธรรม มีเมตตา

 อยู่อย่างสมถะ และไม่ติดในยศถาบรรดาศักดิ์

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นผู้หนึ่งที่รู้จักสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์

ตั้งแต่เล็ก เล่าว่าคราวหนึ่งนำแกงที่บิดาชอบไปถวายสมเด็จ ฯ

 ท่านรับประเคนแล้วก็ยังเฉยอยู่ จึงทูลว่า

“ต้องขอแรงเป็นพิเศษ ฉันแกงสักช้อนหนึ่งเถิด

 จะได้กรวดน้ำไปให้พ่อได้กิน เพราะพ่อชอบกินแกงอย่างนี้”

“อ๋อ” สมเด็จ ฯ ตอบ “เอ็งเห็นพระเป็นตู้ไปรษณีย์หรือ?”

“ใช่ ฉันให้หน่อยเถอะน่า จะได้สบายใจ”

ได้ยินเช่นนั้น ท่านก็ยอมฉันให้

อีกคราวหนึ่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ นำด้วงโสนไปถวายท่าน

 เนื่องจากเป็นอาหารโปรดของมารดาท่าน

ด้วงโสนนั้นยาวขนาดนิ้วก้อย เกิดในต้นโสน

มองเผิน ๆ เหมือนหนอนตัวโต ๆ 

เมื่อท่านรับประเคนแล้ว ก็มองดูด้วงในชาม

ครั้นเห็นแล้วก็หดมือ ถามว่า

“นั่นอะไร?”
“ด้วงโสน”
“ไม่กินว่ะ ใครจะไปกินหนอน”

“เอาหน่อยน่า แม่ชอบกิน” ม.ร.ว.คึกฤทธิ์รบเร้า

“วันนี้ ไปรษณีย์ปิดโว้ย” สมเด็จ ฯ ว่า

“กันกินไม่เป็น เห็นเข้าก็คลื่นไส้ ใครจะไปกินลง”

“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ”
“เอ็งกินเข้าไปเองก็แล้วกัน”
“มันก็ไม่ถึงแม่นะซี” ม.ร.ว.คึกฤทธิ์แย้ง
“นั่นแหละ ดีกว่าอะไรทั้งหมด" สมเด็จ ฯ ว่า

 “พ่อแม่นั้นรักลูกยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น

 พ่อแม่ยอมอดเพื่อให้ลูกได้กิน

 ถ้าแม่เอ็งรู้ว่าเอ็งได้กินสิ่งที่เขาชอบ เขาก็คงดีใจมาก

 ทำให้พ่อแม่ได้ยินดี มีความสุขใจนั้น เป็นบุญหนักหนาอยู่แล้ว”

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เล่าว่า “ผมเอาฝาชามปิดด้วงโสน

 แล้วถอนออกมาวางไว้ห่าง ก้มลงกราบสมเด็จ ฯ

 น้ำตากลบลูกตา ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัว

ไม่เคยได้กินด้วงโสนอะไรอร่อยเท่าวันนั้น”

อีกคราวหนึ่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ได้ยินสมเด็จ ฯ

 คุยกับหม่อมเจ้าพระองค์หนึ่ง

หม่อมเจ้านั้นรับสั่งว่า “งานวันเกิด....เอ๊ย ! วันประสูติสมเด็จ ฯ

 นั้นจะมีอะไรกันบ้าง?”
“วันเกิดก็ดีแล้ว” สมเด็จ ฯ ว่า

“ ประสูติแปลว่าไหลออกมา อะไร ๆ มันก็ไหลออกมาได้

 แต่เกิดมันเป็นคนละเรื่อง เรียกว่าวันเกิดดีกว่า

เกิดมาแล้วก็มีแต่ทุกข์ เขาฉลอง...วันเกิดกันทำไมก็ไม่รู้

ไปรับสั่งถามคนอื่นเขาดูเถิด อาตมาไม่รู้”

นอกจากไม่ติดในพิธีรีตองแล้ว สมเด็จ ฯ ยังเป็นคนที่ไม่เสแสร้ง

รู้สึกอย่างไรก็พูด โดยไม่สนใจเรื่องภาพลักษณ์

 คราวหนึ่งท่านอาพาธ ถึงขั้นผ่าท้อง ตัดลำไส้

ระหว่างที่พักฟื้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ได้ไปเยี่ยมท่าน

ทูลถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ท่านตอบว่า

“รู้อยู่แล้วว่าเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์

รู้อยู่แล้วว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน และเป็นทุกข์

แต่ทั้งรู้อย่างนั้นมันก็ยังเจ็บจริงโว้ย”

ประมาณปี ๒๔๙๐ ท่านพุทธทาสภิกขุ

 ซึ่งตอนนั้นเป็นภิกษุหนุ่มวัย ๔๑ ได้แสดงปาฐกถาเรื่อง

 “ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม” ที่พุทธสมาคม กรุงเทพ ฯ

 มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงตามมา

จนท่านถูกกล่าวหาว่ารับแผนของคอมมิวนิสต์มาทำลายศาสนา

 เมื่อเรื่องราวทำท่าจะบานปลาย พระศาสนโสภณ วัดราชาธิวาส

ได้ช่วยเหลือด้วยการนำท่านพุทธทาสมาเข้าเฝ้าสมเด็จ ฯ

ซึ่งตอนนั้นได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้าแล้ว

หลังจากที่ท่านพุทธทาสอธิบายกราบทูลจนกระจ่างแล้ว

 ก็ทรงมีมติว่า ท่านพุทธทาสไม่มีความผิดแต่อย่างใด

ก่อนที่ท่านพุทธทาสจะทูลลา สมเด็จ ฯ ได้รับสั่งว่า

“กันอยากไปอยู่กับแกที่สวนโมกข์เสียแล้ว ที่นี่มันยุ่งจริง ๆ”



...............................





 

ขอบคุณที่มา  fb. วัดป่าสุคะโต

ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 23 มกราคม 2559
Last Update : 23 มกราคม 2559 11:15:12 น.
Counter : 332 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....