Group Blog
### คาถามงกุฏพระพุทธเจ้า ###








คาถา "มงกุฎพระพุทธเจ้า"

เมื่อทำได้แล้วจะเข้าใจได้ทันทีว่า

คาถานี้ทำไมจึงมีชื่อว่า 

คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า 

และ ให้ทรงมงกุฎพระพุทธเจ้านี้เอาไว้ตลอดเวลา

เป็นการทรงอารมณ์ในพุทธานุสติกรรมฐาน

คาถานี้ ดังนี้ค่ะ

อิติปิโส วิเสเสอิ

อิเสเส พุทธะนาเมอิ

อิเมนา พุทธะตังโสอิ

อิโสตัง พุทธะปิติอิ

การสวดพระคาถานี้ ว่า 3 จบ หรือ 9 จบ

สำหรับอานิสงส์ของคาถานี้

เป็น คาถาครอบจักรวาล 

เรานำไปใช้ในทางกุศลได้ทุก ๆ เรื่อง

โดยมีประวัติ ของการใช้คาถานี้มายาวนาน

 ส่วนใหญ่ในราชสำนัก

 แม้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า รัชกาลที่ 5

ท่านก็ทรง พระคาถานี้เป็นประจำ

มีที่ปรากฏเป็นปาฏิหาริย์

 ก็ครั้งที่ถูกทูตต่างประเทศ

นำม้าเทศตัวใหญ่แต่เป็นม้าพยศ

มาท้าให้ท่านทรง

พระองค์ท่าน ได้ใช้พระคาถานี้

เสกหญ้าให้ม้ากินก่อน

ม้าตัวนั้นก็กลับเชื่อง

ให้พระองค์ทรงม้าแต่โดยดี

เรื่องนี้ทำให้รัชกาลที่ 6

ผู้ทรงสร้างพระบรมรูปทรงม้า

ถวายเสด็จพ่อของท่านได้ทรงแฝงนัยยะ

แห่งกฤษดาอภินิหารนี้

เพื่อเทิดทูนพระคุณท่านเอาไว้

คราวนี้เรามาดูว่าเคล็ดในการว่าคาถาบทนี้กัน

หลักในการว่าคาถาให้มีความศักดิ์สิทธิ์นั้น

 มีพื้นฐานจาก " จิต " เป็นสำคัญ

 หากจิตมีสมาธิสูงตั้งมั่นคาถา

ก็ยิ่งทรงความศักดิ์สิทธิ์

ดังนั้นระหว่างที่ว่าคาถา

ให้ จับลมหายใจสบาย

พร้อม ๆ กับ การภาวนาคาถาบทนี้

 เป็นขั้นที่ 1 ระดับสูงกว่านี้

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ท่านใช้คาถาบทนี้โดยมีนิมิต กำกับคาถา

โดยทรงพุทธนิมิต ไว้ดังนี้

โดยตั้งกำลังใจว่าเรา

ขอกราบอาธารณาบารมี พระพุทธเจ้า

เสด็จประทับเหนือเศียรเกล้าของข้าพเจ้า

เพื่อ.......ปกปักรักษาคุ้มครองข้าพเจ้าด้วยเทอญ

จากนั้นสวดพระคาถา

" อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ

 อิเมนา พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ "

เมื่อว่าคาถาจบ คาบที่ 1

ก็กำหนดอาราธณาพุทธนิมิต

อยู่เบื้องหน้า ของศีรษะของเรา

และ ทรงพุทธนิมิตนี้เอาไว้

" อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิอิเมนา

 พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ "

ว่าคาถาจบที่ 2

ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์หนึ่ง

อยู่เบื้องขวา ของศีรษะของเรา

 และ ทรงพุทธนิมิตทั้งหมดเอาไว้

" อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา

 พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ "

ว่าคาถาจบที่ 3

ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์

อยู่ด้านหลัง ของศีรษะเรา

 และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

" อิติปิโสวิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา

พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ "

ว่าคาถาจบที่ 4

ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์

อยู่ด้านซ้าย และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

" อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา

 พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ "

ว่าคาถาจบที่ 5

ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์

อยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ของศีรษะของเรา

 และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

" อิงติปิโสวิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา

 พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ "

ว่าคาถาจบที่ 6

ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์

อยู่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ ของศีรษะของเรา

 และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

" อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา

พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ "

ว่าคาถาจบที่ 7

ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์

 อยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ ของศีรษะของเรา

 และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

" อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธนาเมอิ อิเมนา

พุทธตังโสอิ อิโสตัง พุทธปิติอิ "

ว่าคาถาจบที่ 8

ก็กำหนดพุทธนิมิตอีกพระองค์

 อยู่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ของศีรษะของเรา

และ ทรงพุทธนิมิตเอาไว้

ทั้ง 8 พระองค์เรียงวนรอบศีรษะของเรา

" อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเสพุทธนาเมอิ อิเมนา

 พุทธตังโสอิ อิโสตังพุทธปิติอิ "

ว่าคาถาจบที่ 9

กำหนดพุทธนิมิตพระพุทธเจ้าองค์ใหญ่

เสด็จประทับกึ่งกลางศีรษะเป็นยอดมงกุฎ

เปล่งประกายพรึกทุกๆพระองค์

เป็นมงกุฎเพชรพระพุทธเจ้าทั้งเก้าพระองค์

 บนเศียรเกล้าของเรา

เมื่อทำได้แล้วจะเข้าใจได้ทันทีว่า

คาถานี้ทำไมจึงมีชื่อว่า

คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า

และ ให้ทรงมงกุฎพระพุทธเจ้านี้เอาไว้ตลอดเวลา

เป็นการทรงอารมณ์ในพุทธานุสติกรรมฐาน



คำแปล คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า

ขออัญเชิญคุณแห่งพระพุทธเจ้าอันวิเศษ

คุณแห่งกระแสพระนิพพานอันประเสริฐ

ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงสรรเสริญแล้ว

จงเป็นมหาวิภูษิตาภรณ์ประดับด้วยมงกุฎทิพย์

และเครื่องทรงแห่งพระเจ้ามหาจักรพรรดิ 

ครอบคลุมข้าพเจ้าตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ







ขอบคุณที่มา fb. พุทธธรรมนำใจ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 22 ธันวาคม 2559
Last Update : 22 ธันวาคม 2559 10:23:11 น.
Counter : 4520 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ