Group Blog
All Blog
(õ‿õ) ✿.สนทนาธรรมกับหลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ ตอนที่ 3 ก่อนลากลับ ✿



วันนี้ครงกับวันที่ 15 สิ่งหาคม 2550 เราคงอยู่ฟังหลวงพ่อ
เล่าอะไรต่อมิอะไรให้ฟังอีก พรุ่งนี้ก็ถึงกำหนดลากลับแล้ว วันนี้ต้องฟัง
หลวงพ่อเล่าและเก็บมาให้มากที่สุด

ในวันนี้หลวงพ่อยังพูดถึงเรื่องการเจริญสติต่อ หลวงพ่อกล่าวว่า
การเจริญสติ เป็นอานุภาพที่ยอดเยี่ยมที่สุด ถ้าไม่ถึงที่สุดของการเกิด แก่
เจ็บ ตาย แล้ว ไม่มีอะไรเหนือค่าการเอาการเกิด การแก่ การเจ็บ และ
การตาย มาเป็นบันได พระพุทธเจ้าท่านเอาการเกิด การแก่ การเจ็บ
การตายมา ไม่เกรงกลัว อย่าปล่อยปละละเลย หมั่นศึกษา ยุคนี้สมัยนี้
เป็นยุคของยุคทองแล้ว ไม่ควรไปทุกข์อยู่ คนล้าสมัยคือคนมีทุกข์ คน
เขาพ้นกันแล้ว ถ้าเรายังโกรธ ยังทุกข์อยู่เราล้าสมัย กลัวบาปแต่ได้บุญ
กลัวตกนรก อยากได้สวรรค์ อยากได้นิพพาน บางคนทำแต่ไม่รู้บุญ
ละบาปและไม่เพียรพยายามทำความชั่ว

สมัยก่อนควายมันหาย ไปตาม ไปเห็นผ้าเหลืองอยู่ขอบสระ
ไปเห็นพระ 4 - 5 รูป กำลังงมปลาในสระแล้วโยนขึ้นมาบนฝั่งตัวใหญ่ๆ
ก็ให้นึกว่า โถ...เขาอุตส่าห์ทำบุญกับพระ พระยังมาทำบาปเสียเอง
เห็นแล้วคิดหนักมาก

ตกหมู่แร้งเป็นแร้ง ตกหมู่กาเป็นกา เราไม่เป็นเด็ดขาด
ไปนั่งกับคนกินเหล้าเราไม่จำเป็นต้องกินเหล้ากับเขา นั่งดูได้
หากเขาไม่ทำบาป ไม่ผิดศีล อะไรหนอเป็นผลแห่งบาป
ก็นั่งพิจารณา ใจเราสงสัย นี่คือเหตุแห่งการปฏิบัติธรรม จึงเดินทาง
ไปหาหลวงพ่อเทียน (เป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อคำเขียน) ไปปฏิบัติธรรม
ไปเห็นพระไม่ปฏิบัติ เราก็ไม่ชอบ แต่คิดดูอีกที เรามาเพื่ออะไร ไม่ใช่
มาดูคนอื่นเขา เรามาเพื่อปฏิบัติธรรม หนีไปอยู่ไกลๆ หมู่พระที่ใช้ให้
เราไปทำอย่างอื่นให้ท่าน ซึ่งมันไม่ใช่กิจของสงฆ์ ถ้าเราไม่เด็ดเดี่ยวจริง
ก็ไม่สำเร็จ มีหลายๆปัญหา

เราตามหลวงพ่อเทียนไปปฏิบัติธรรมในป่าอาทิตย์สองอาทิตย์
หลวงพ่อเทียนท่านทำแต่บุญทุกปี ทอดกฐินทุกปี บุญที่ทำ บุญทอดกฐิน
ทอดผ้าป่า สร้างโบสถ์ หลวงพ่อสร้างคนเดียว

เราถาม่หลวงพ่อเทียนว่า "หลวงพ่อผู้ปฏิบัติกับหลวงพ่อแล้ว
ไม่รู้อะไรเลยมีไหม"
หลวงพ่อตอบว่า " ไม่มีจะมีก็คงมีแต่ท่านคนเดียว" แล้ว
หลวงพ่อก็จับมือเราถามว่า "เอาจริงหรือเปล่า" เราตอบว่า "เอาจริง"
เราจึงพูดว่า "หลวงพ่อเทียนอายุ 46 ปี หลวงพ่อคำเขียนอายุแค่
ยี่สิบกว่า คิดแข่งกับหลวงพ่อในใจเพราะหลวงพ่อแก่กว่า จึงคิดเอาชนะ
ตื่นนอนก่อนหลวงพ่อ คอยต้อนรับแขก ปูเสื่อ แจกน้ำให้แขกของ
หลวงพ่อตลอด จึงเห็นว่าไม่เอาอีกแล้ว

สิ่งที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป คือการเดินจงกลมใต้ต้นไผ่
ได้รู้ ดีใจมากอยากไปสอนแม่ ต้นข่าขี้หมู คือ สถานที่วิทยาลัยครูเลย
ในปัจจุบัน เป็นสถานที่แรกที่ไปเดินจงกลม

เอาหีบศพที่เขามาเผาศพที่วัด รื้อเอาไม้มาทำกระดานฝา
สร้างกุฎิ ถ้าตรงนั้นไม่เปลี่ยนเป็นวิทยาลัยครูเลยละก็เป็นอะไรที่ซาบซึ้ง
มากทีเดียว

กลับมาถามหลวงพ่อเทียนว่า "หลวงพ่อจะใช้อะไร เพราะ
หลวงพ่อสอนให้ผมปฏิบัติธรรมได้" หลวงพ่อบอกว่าถ้าเป็นเรื่องจริงก็ขอ
ให้มาทำงานช่วยกัน นั่นแหละก็เลยมาทำ

ตอนที่ตายไปกับอดีต 40 ปี กับหลวงพ่อเทียน มันเป็นของ
เราในวันนี้ มันไม่เป็นอดีต แต่มันกลับเป็นปัจจุบัน ม้นไม่ต้องจำ อยู่
ที่ไหนมันไม่เฒ่าไม่แก่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เป็นความรู้อมตะ ไม่รู้จัก
เกิด แก่ เจ็บ ตาย รู้เรื่องพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คืออะไร
จึงอยากจะสอนคน สอนธรรมที่วัดป่าพุทธยาน(จังหวัดเลย) วัดโมก (จังหวัด
ขอนแก่น) และวัดสนามใน ทุกที่ที่อยู่และมันดีแล้วให้เพือนอยู่ต่อ เรา
ไปอยู่ที่อื่นต่อไป ไปอยู่สหรัฐอเมริกามาสองปี แล้วก็กลับมาอยู่ที่
วัดป่าสุคะโต ต่อ

ไม่มีใครหลอกตัวเองได้ หลอกคนอื่นหลอกได้ แต่
ก่อนนี้หาคนปฏิบัติธรรมยาก เขาหาว่าเป็นพระคอมมูนิสต์ จากวัด
ป่าสุคะโตเดินไปวัดท่ามะเฟืองหวาน วันละ 5 พันกว่าก้าว หลวงพ่ออยู่
คนเดียวสองวัด สนับสนุนไปกับป่า เดินไปเดินมา เดินข้ามลำปะทาว
เจอชาวบ้านมาร้องบอกว่า "ลูกตายแล้ว"(เป็นไข้มาลาเรีย) หลวงพ่อนำ
เด็กไปเผาวันละหลายศพ จึงได้คิดว่า เราจะช่วยเด็กอย่างไร เลยเรียก
ประชุมชาวบ้านท่ามะเฟืองหวาน ถามปัญหาชาวบ้าน ชาวบ้านบอกว่ามี
ปัญหาเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย (เวลาเราเดินลงไปจากเขา เขาทักเราว่าคนดง)
เด็กเป็นไข้มาลาเรียตายมาก หลวงพ่อจึงบอกว่า ให้เอาเด็กมาอยู่วัดไหม
ไม่ต้องเอาไปทำไร่ด้วย เพราะเด็กจะเจ็บป่วยตาย (ชาวบ้านเขากลัวบาป
เพราะเอาเด็กมาให้พระเลี้ยง) แต่ก็ต้องเอามาให้พระเลี้ยงอยู่ดี เพราะ
กลัวลูกตาย

หลวงพ่อขอบริจาคถั่วเหลืองแล้วให้พระส่วนหนึ่งตำ
ถั่วเหลือง แล้วต้ม เอาน้ำมากินเหลือให้เด็กได้กินนมถั่วเหลือง กากที่
เหลือเอามาปั้นคลุกน้ำตาลแล้วทอด ตกเย็นพ่อแม่ก็มารับกลับบ้าน
หลวงพ่อเห็นข้าวในตลาดกระสอบละ 300 บาท เอามาขายที่นี่
กระสอบละ 700 บาทหลวงพ่อว่ามันเอาเปรียบกันเกินไป เลยชวน
ชาวบ้านรวมเงินซื้อข้าวมาเก็บในยุ้งที่วัด ฤดูฝนรถเข้ามาไม่ได้
ก็ช่วยกันสีข้าวมาขาย

หลวงพ่อไปยืมเงินคุณประสาน(สมัยที่ยังหนุ่มอยู่)
10,000 บาท คุณประสานถามว่าจะเอาไปทำอะไร หลวงพ่อบอกจะเอา
ไปซื้อข้าวมาเก็บไว้่ในยุ้งฉาง เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเสียเปรียบ พอหลวงพ่อ
มีเงินก็ซื้อที่ดิน ตั้งเป็นกองทุนเพื่อเด็ก โดยมีครูและแม่ชีช่วยกันสอน
ตอนหลังได้ตั้งเป็นสหกรณ์ข้าว เอากำไรไปเลี้ยงดูเด็ก และได้จ้างครูมา
สอนเด็กให้เงินเดือนเดือนละ 300 บาท ต่อมามีคนมาทำแข่ง หลวงพ่อ
ดีใจมาก สั่งให้เลิกสหกรณ์ เพราะมีคนมาขายข้าวราคาเดียวกับหลวงพ่อ
หลวงพ่อเห็นว่าชาวบ้านไม่ถูกเอาเปรียบแล้ว

หลวงพ่อทำทุกอย่าง ปัจจุบันศูนย์เด็กเล็กก็ยังอยู่
เดี๋ยวนี้ อ.บ.ต.เขาเอาไปดูแล

หลวงพ่อทำบ้านคนชรา เพราะเห็นคนแก่มาขอเงิน
เขาป่วยไม่มีเงินไปหาหมอ ขอให้หลวงพ่อช่วย และว่าถ้าลูกเขาส่งเงิน
มาให้ก็จะนำมาใช้หนี้ให้หลวงพ่อ หลวงพ่อเห็นว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีใครอยู่กับ
พ่อแม่ บางครั้งไปทำงานที่อื่นก็ไม่ส่งเงินมาให้พ่อแม่ ลูกก็เอามาให้
พ่อแม่เลี้ยง พ่อแม่ก็ไม่มีเงิน เห็นแล้วน่าสงสารหลวงพ่อจึงทำบ้านนี้
ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนชราที่ไม่มีข้าวกิน ไม่มียารักษาโรคตอนเจ็บป่วย
ไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน หลวงพ่อจึงแจกให้

ความเมตตากรุณาของหลวงพ่อยังเต็มเปี่ยม หลวงพ่อ
เข้ามาดูแลป่าที่นี่ ห้ามคนตัดไม้ทำลายป่า แต่ก่อนไฟไหม้ป่าบ่อยมาก
ปี 2541 - 2542 อายุหลวงพ่อตอนนั้นก็ 60 ปีแล้ว แต่ก็ฮึดสู้ ปลูก
ไม้ไผ่ ปลูกป่าเสร็จก็ป่วยพอดี ตอนนั้นตำรวจ ทหาร ก็รบกวนหลวงพ่อ
หลวงพ่อลุกมาแปรงฟัน เขาก็มาถ่ายรูป มาถามหลวงพ่อว่าเล่นการเมือง
หรือ ทำไมทำสหกรณ์ ทำไมทำศูนย์เด็กเล็ก หลวงพ่อเลยถามเขาไป
ว่านี่หรือการเมือง เขายังถามอีกว่ามีใครสนับสนุนไหมแล้วหลวงพ่อไม่กลัว
ตายหรือไง หลวงพ่อตอบเขาไปว่าหลวงพ่อช่วยเด็ก ช่วยคน หลวงพ่อ
ไม่กลัวตาย แม้สิ่งที่หลวงพ่อทำจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่หลวงพ่อมี
เจตนาเพื่อช่วยคน หลวงพ่อจึงชวนให้มาอยู่กับหลวงพ่อเสีย เขาหาว่า
หลวงพ่อเป็นคอมมูนิสต์

หลวงพ่อไม่กลัวตาย ไปนอนที่ศาลาเพื่อให้เขามา
หากเขาจะฆ่าหลวงพ่อก็ขอตายที่ศาลา พอตกกลางคืนทหาร ตำรวจ
ก็มาหาอีก หลวงพ่อนั่งพิงพนักเตรียมท่าตาย ห่อจีวรอย่างดีเพื่อเตรียมตัว
ตาย เขาเข้ามากราบหลวงพ่อ หลวงพ่อจึงถามไปว่ามาทำไม เขาบอก
ว่ามาหาหลวงพ่อ เคารพหลวงพ่อ หลวงพ่อจึงถามว่าจะมาฆ่าหลวงพ่อหรือ
เขาบอกไม่ฆ่าหรอก หลวงพ่อจึงบอกว่าจะฆ่าก็ฆ่า เขาบอกว่าเขาเป็น
ทหารป่า จะคอยป้องกันให้หลวงพ่อ พวกเขาอยากช่วยชาวบ้าน รักษา
ไข้มาลาเรีย หลวงพ่อจะเอาไหม หลวงพ่อเลยบอกว่าถ้าเคารพหลวงพ่อ
ก็อย่าเข้ามาหาเลย

สมัยก่อนนายกให้คนป่าออกมาช่วยกันพัฒนา
บ้านเมือง ปรากฎว่าในวัดมีการกินเหล้า ชกมวย ตีกัน เล่นการพนัน
วัดไม่เป็นวัด หลวงพ่อจึงถามชาวบ้านว่าอยากได้วัดอย่างไร คนเล่น
การพนันชาวบ้านไปเก็บเงินจากผู้เล่นการพนันไปซื้อน้ำมันมาให้พระจุด
ตะเกียงในวัด หลวงพ่อปฏิเสธเงินการพนันนั้น และไม่ยอมแตะต้องมัน
ดูเอาเถอะ กว่าจะมาเป็นหลวงพ่อคำเขียน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

ที่มาอยู่ที่นี่หลวงพ่อคิดว่า ถ้าไม่มาอยู่ที่นี่ใครจะ
มาอยู่กับพวกชาวบ้าน หลวงพ่อเกิดที่ตำบลหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น
แต่ก็ได้พาญาติมาอยู่ที่นี่แล้ว

ถ้าเรามีสติ รู้สึกตัว เรามั่นคง เหมือนคนเดียวกัน
มีอมตะ ถ้าเรามีธรรมะแล้ว เตือนกัน ดูกัน ถ้าเขาไม่ดีเมตตาเขา วันนี้
เขาไม่ดี วันหน้าเขาอาจจะดีได้ อย่ามองแบบแตกหักให้มองกันอย่างมี
เมตตา กรุณา นี่คือสัจจธรรมของชีวิต หลวงพ่อบวชมา 40 กว่าปี
เหมือนบวชเมื่อปีกลายยังไม่อิ่ม

เราต้องทำใจของเราได้ทุกโอกาส ใครจะนินทาก็
ไม่สน เราอยู่เหนือโลกธรรม ถ้าเราอยู่ใต้โลกธรรม จะพบแต่ความเจ็บปวด

จงจำไว้ ตื่นแต่ดึก ศึกษาแต่หนุ่ม หลงเปลี่ยนเป็น
ไม่หลง เปลี่ยนหลงเป็นรู้ ทุกข์เปลี่ยนเป็นไม่ทุกข์ อย่าให้ความโกรธ
ความหลงนอนอยู่กับเราข้ามวันข้ามคืน จงรู้เสมอว่าที่นี่ไม่ใช่เป็นที่เปลี่ยน
ลัทธิ ไม่ใช่เป็นที่รวมบริวาร แต่ที่นีเป็นที่ปฏิบัติธรรม ไม่มีมิตร เราก็
เป็นมิตรกับตัวเราเอง เพื่อนที่แท้จริงคือตัวเรา เราเป็นเพื่อนกับตัวเราเอง
ไม่คบคนพาล รักษาศีล ใจดีเป็นมิตร บูชาคนที่ควรบูชา บูชาคนดี
คิดถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บริจาคทาน คิดถึงแล้วอย่าทำให้
ตัวเองเจ็บปวด


ทั้งหมดนี้เป็นคำกล่าวของหลวงพ่อคำเขียน ซึ่งท่าน
ได้มีเมตตาสั่งสอนให้เราได้รู้ ให้เรามีมานะ อย่าท้อถอย และให้ตั้งมั่น
ในการศึกษาธรรม เป็นกำลังใจให้กับตัวเอง รักษาศีลอย่าให้ขาดตก
บกพร่อง สักวันหนึ่งเราก็อาจจะเป็นผู้รู้ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีอุปสรรค
ก่อนเสมอ ต้องรู้จักอดทน และไม่หลงทางเป็นอันขาด


ท่านล่ะ อ่านแล้วได้อะไรจากบทความที่หลวงพ่อได้
กล่าวขานไว้บ้าง ลองตรึกตรองดูนะ ขอให้ทุกท่านประสบแต่โชคดีมี
ธรรมะคุ้มครองกายใจ ตลอดไปนะคะ ......เอวังจริงๆแล้วค่ะ


################





Create Date : 21 กันยายน 2554
Last Update : 27 กันยายน 2554 23:45:47 น.
Counter : 649 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....