Group Blog
### ชามะเขือพวง ต้านโรคเบาหวาน ###














ชามะเขือพวง สมุนไพรต้านโรคเบาหวาน


นักวิจัยเผยสรรพคุณมะเขือพวง

ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยโรคเบาหวาน

เตือนอย่าบริโภคในปริมาณมากเกินไป

เพราะมีสารพิษรวมอยู่ด้วย

ผศ.ดร.ไชยวัฒน์ ไชยสุต อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

หัวหน้าโครงการศึกษาวิจัยพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ

สถาบันนวัตกรรมสุขภาพก้าวหน้า

 เปิดเผยผลการวิจัยเกี่ยวกับมะเขือพวงว่า

มะเขือพวงเป็นพืชที่อยู่คู่ครัวไทยมาช้านาน

ไม่ว่าจะเป็นแกงเขียวหวาน แกงเนื้อ แกงป่า น้ำพริกกะปิ

หรือผัดเผ็ดบางชนิด ซึ่งตำรับอาหารที่เราได้รับการสืบทอด

มาแต่โบราณกาลนั้น บรรพบุรุษของเรามิได้คำนึงถึง

รสชาติแต่เพียงอย่างเดียว

 แต่ยังมองถึงทางด้านสรรพคุณของเครื่องเทศ

และสมุนไพรที่ใช้ไว้อีกด้วย

ทั้งนี้ มะเขือพวงมีสรรพคุณ

ตามตำราแพทย์แผนไทยหลายประการ

คือ ช่วยเจริญอาหาร และย่อยอาหาร

ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ ขับเสมหะ แก้ไอ

ช่วยให้ โลหิตหมุนเวียนดี แก้ปวด ฟกช้ำ

 ปวดกระเพาะ ฝีบวมหนอง อาการบวมอักเสบ

ขับปัสสาวะ ซึ่งสรรพคุณเหล่านี้

จากการที่ได้รับองค์ความรู้ในการใช้มะเขือพวง

เพื่อการดูแลสุขภาพผู้ป่วย

 ณ ศูนย์ฝึกอบรมสวนบูรณรักษ์ธรรม

 ทำให้ทราบว่า มะเขือพวงมีสารจำพวกไฟโตนิวเทรียนท์

ที่จะช่วยร่างกายในสภาวะขาดแคลนสารอาหาร

ให้สามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ

และกลุ่มสารทอร์โวไซด์ ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเทอรอล

ในกระแสเลือดได้ และกระตุ้นให้ตับ

นำคอเลสเทอรอลในเลือดไปใช้ได้มากขึ้น

 รวมทั้งยับยั้งการดูดซึมกลับของคอเลสเทอรอลในลำไส้ด้วย

 จึงอาจช่วยป้องกันโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้อีกทางหนึ่ง

สารอีกตัวหนึ่งที่ค้นพบในมะเขือพวงคือ ซาโปนิน

ทำให้มะเขือพวงมีฤทธิ์ขับเสมหะ

จากการศึกษาพบว่ามะเขือพวงนั้น

เป็นพืชที่มีเส้นใยสูงมาก 

โดยมีเส้นใยมากกว่ามะเขือยาว 3 เท่า

และมากกว่ามะเขือเปราะถึง 65 เท่า

 แม้ว่าจะมีผักหลายชนิดที่มีสารเส้นใยสูง

 แต่มะเขือพวงก็ยังได้รับสมญานามเป็น

 “ราชาแห่งผักพื้นบ้านในเรื่องของสารเส้นใย”

เนื่องจากมะเขือพวงมีสารเส้นใยมากที่สุด

เมื่อเทียบกับผักพื้นบ้านของไทยเกือบทั้งหมด

เส้นใยในมะเขือพวงมีชื่อเรียกว่า เพกติน

 เป็นสารที่ละลายน้ำได้ สารนี้จะสามารถ

 เปลี่ยนเป็นวุ้นไปเคลือบที่ผิวของลำไส้

ทำให้ลำไส้ดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง

 จึงเป็นการช่วยไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วเกินไป

 ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้อีกด้วย

“เพกตินในมะเขือพวงนั้น ยังช่วยในการ

ดูดซับ ไขมันส่วนเกินจากอาหารได้

นี่คือเหตุผลหนึ่งของบรรพบุรุษของไทย

 มักจะทำแกงกะทิใส่มะเขือพวง

 ซึ่งน่าจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรค

ความดันโลหิตสูง และ โรคหลอดเลือดหัวใจได้

ผลวิจัยในหนูทดลองที่เป็นโรคเบาหวาน พบว่า

มะเขือพวงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของหนูเหล่านั้น

ค่อยๆลดลง นอกจากนี้ปริมาณอนุมูล อิสระซุปเปอร์ออกไซด์

และไนตริกออกไซด์ในเลือดก็ลดลงด้วย

อนุมูลอิสระเหล่านี้พบมากในภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูง

 และเป็นสาเหตุของการเสื่อมของอวัยวะต่างๆในภาวะเบาหวาน

เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ไตพิการ จอตาพิการ

 ประสาทพิการ โรคที่เท้า

และการ เกิดผิดปกติที่อวัยวะต่างๆในร่างกาย

ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า มะเขือพวงช่วยในการลดความเสี่ยง

ของโรคเบาหวาน และโรคแทรกซ้อนต่างๆ

 ที่เกิดจากเบาหวานได้” ผศ.ดร.ไชยวัฒน์กล่าว

ผศ.ดร.ไชยวัฒน์กล่าวอีกว่า

ผู้ป่วยโรคเบาหวานมักเกิดโรคแทรกซ้อน

อันเนื่องมาจากอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายเซลล์ในอวัยวะต่างๆ

 และโดยมากมักจะเป็นโรคไตร่วมด้วยในภายหลัง 

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะต้องมีการคุมพฤติกรรม

การกินการอยู่อย่างเคร่งครัด

เพื่อจะทำให้ ร่างกายของผู้ป่วยเป็นปกติ

 แต่จากที่พบมานั้นค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยาก

เพราะผู้ป่วยยังติดนิสัยการกินการอยู่แบบเดิมๆ

 จึงทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น

และในบางราย อาการลุกลามจนถึงต้องตัดอวัยวะต่างๆ

 เรื่องเหล่านี้มีผลกระทบต่อทางจิตใจของผู้ป่วย

และญาติเป็นอย่างยิ่ง

จากผลวิจัยในหนูที่เป็นเบาหวานพบว่า

 น้ำตาลและอนุมูลอิสระในเลือดของหนูลดลง 

ซึ่งนับว่าเป็นข่าวดีเพราะอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ในการช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน

ผศ.ดร.ไชยวัฒน์กล่าวเตือนด้วยว่า

แม้ว่ามะเขือพวงจะมีฤทธิ์ช่วยลดอนุมูลอิสระได้จริง

และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

ของหนูทดลองที่เป็นเบาหวานได้

 แต่จากการวิจัยของเรายังค้นพบ

สารที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย

หากได้รับในปริมาณที่มาก นั่นคือ 

สารอัลคาลอยด์ในมะเขือพวง

เป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและมีผลต่ออวัยวะอื่นๆ

ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้บริโภคในปริมาณที่มากเกินไป

ในปัจจุบันมีการศึกษาพัฒนามะเขือพวง

โดยนำมาอบแห้งและผ่านกรรมวิธี

ลดปริมาณสารอัลคาลอยด์ได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว

ในรูปแบบของชามะเขือพวง

จากการทดสอบกับอาสาสมัครที่เป็นโรคเบาหวาน

โดยให้ดื่มชามะเขือพวงในปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน

พบว่า ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี

 เมื่อร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค

นอกจากนี้ยังช่วยลดภาวะโรคแทรกซ้อนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ











ขอบคุณข้อมูลจาก fb. ความรู้เรื่องอาหารและสุขภาพ




Create Date : 20 มีนาคม 2558
Last Update : 20 มีนาคม 2558 13:21:42 น.
Counter : 671 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ