Group Blog
All Blog
### ต้องทำอะไรก่อนขึ้นเขียงให้หมอเฉือนต้อกระจก ###








ฉันเดินทางไปโรงพยาบาล
จุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย 
 เพื่อเข้ารับการผ่าตัดตาต้อกระจก
และเปลี่ยนเลนส์ตาใหม่ตามที่คุณหมอได้นัด
หมอได้แจ้งให้ทราบแล้วว่า
การผ่าตัดตาต้อกระจกสมัยนี้ทันสมัย
ไม่ต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล 
 ผ่าตัดเสร็จกลับบ้านได้
เช้าวันรุ่งขึ้นค่อยมาพบหมออีกครั้ง
เพื่อเปิดดวงดาข้างที่ผ่าตัด 
 หมอเท่านั้นที่จะเป็นผู้เปิดดวงตา
ห้ามเราเปิดเองหรือให้ใครเปิดเป็นอันขาด
เมื่อฉันเดินทางไปถึงห้องผ่าตัดตึกนวมินทร์แล้ว
ก็เข้ารายงานตัวกับพยาบาลหน้าห้องทันที
ว่าฉันมาและพร้อมที่จะขึ้นเขียงให้หมอเฉือนแล้ว
พยาบาลได้นำฉันเข้าไปในบริเวณของห้อง
ที่เตรียมตัวเพื่อเข้ารับการผ่าตัด 
 และได้นำเสื้อผ้าคนไข้ของโรงพยาบาลมาให้เปลี่ยน
จากนั้นก็นำเจลล์ล้างมือมาให้ล้างมือจนสะอาด
   แล้วให้แหงนหน้าและได้หยอดยาหยอดตาหนึ่งหยด
เข้าตาข้างที่จะรับการผ่าตัดให้
พยาบาลแจ้งว่ายาหยอดตานี้
เป็นยาหยอดตาเพื่อขยายม่านตาก่อนเข้ารับการผ่าตัด 
 และต้องใช้ระยะเวลาการหยอดทุกห้านาที
หยอดจนกว่าม่านตาจะขยายมากพอ 
 หรือประมาณครึ่งชั่วโมง
หรือกว่านั้นหากม่านตายังขยายไม่พอ


พยาบาลที่นี่พูดจาไพเราะกับคนไข้ 
 ยิ้มแย้มแจ่มใสทำให้คนไข้รู้สึกอบอุ่นและสบายใจ
 เธอคงจะรู้มังว่าคนไข้อาจจะกลัว
จนขี้ขึ้นสมองเหมือนกุ้งแล้วก็ได้นะ
(ฉันก็คิดเองเออเองเรื่อยเปื่อย 
 ก็มันประทับใจนี่นา ฮิๆๆชอบคนพูดเพราะๆน่ะ)
เธอผู้ใส่ชุดเขียวอันแสนสบายตา
ได้พาฉันเข้าไปนั่งในห้องพักฝั่งตรงข้ามห้องผ่าตัด
  ในห้องนี้มีโซฟายาวให้นั่งสบายๆผ่อนคลายเชียวละ
เธอนำหมอนมาหนุนหลังให้
เพื่อสะดวกเวลาเราแหงนหน้าเพื่อรับยาหยอดตา
ที่เธอจะหยอดให้ทุกๆ ห้านาที


ระหว่างนั้นคุณพยาบาลก็เริ่มชวนพูดคุย
ทำความเป็นกันเองกับคนไข้ 
 ก็คงจะพยายามทำให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลาย
ไม่หวาดกลัวนั่นแหละ
คุยได้สักพักเธอก็เริ่มเข้าประเด็น
 ที่เราควรรับทราบไว้
เมื่อเราเข้าห้องผ่าตัด
  และเมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วเราควรระวังตัวเองอย่างไร
ซึ่งมีมากมายหลายข้อทีเดียว
   เธอบอกว่าเราควรจดจำไว้ให้หมดเพื่อตัวเราเองทั้งนั้น
  เธอจะค่อยๆพูดช้าๆเพื่อให้เราได้จำ



ในขณะที่พูดเธอก็หยอดยาตามเวลาไปด้วย 
 ได้มีพยาบาลสามคนมาร่วมรับฟังด้วย 
 ฉันเห็นเธอจดแล็คเชอร์อย่างตั้งใจ  
 ฉันอดไม่ได้ที่จะถามไปว่า
หนูๆ เหล่านี้เธอเป็นนักเรียนพยาบาลเหรอ 
 คุณพยาบาลผู้อาวุโสได้บอกว่า
เธอคือพยาบาลที่จะเข้าประจำห้องผ่าตัดนี้
เธอมาเพื่อเรียนรู้ว่า
เธอจะต้องแจ้งอะไรให้คนไข้ได้ทราบบ้าง
ก่อนและหลังการผ่าตัด 
 เพื่อคนไข้จะได้ใช้ปฏิบัติกับตนเอง
หลังจากได้รับการผ่าตัดตาเรียบร้อยแล้ว









พยาบาลอาวุโส(ขอเรียกแบบนี้นะจ๊ะ)
ที่พาฉันเข้ามานั้นยังย้ำอีกครั้งว่า
  สิ่งที่จะพูดนี้มีหลายข้อนัก
ขอให้เราพยายามจดจำเพื่อตัวเราเอง
เราก็รับปากและบอกพยาบาลไปว่า 
  เราจะพยายามเก็บข้อมูลที่พยาบาลพูดให้ได้มากที่สุด
ถึงแม้ว่าความแก่จะเป็นอุปสรรคในการจำ
ก็จะพยายามจำอย่างถึงที่สุด ฮิๆๆๆ
ก็รับปากไปเพื่อเอาใจคนพูดน่ะ
ขณะรับปากพยาบาลว่าจะจำให้ได้นั้น 
   ใจก็คิดตัดพ้อตัวเองว่า
ทำไมไม่ถอยอายุให้ฉันสักยี่สิบปีนะ 
เรื่องจำแค่นี้น่ะจิ๊บๆ มากกว่านี้ยังจำได้เลย 
 ถ้าอายุถอยหลังให้เราได้ คิดไปนั่น ฮ่าๆๆๆๆ
แต่ไม่เป็นไร เราในอดีตเป็นนักวางแผน(การทำงาน)
 ไม่ย่อท้อหรอก จัดการจัดระเบียบความจำทันทีทันใด
วิธีการจำให้ได้มากที่สุดของฉันคือ
  สิ่งใดที่ไม่มีในการค้นหามาจากอากู๋ (google)
  ฉันก็จะจำเอามาเพิ่มเติมส่วนที่ขาดหายไป
สำหรับที่พอค้นหาจากอากู๋ (google) ได้
 (ฉันค้นและอ่านมาก่อนเข้ารับการรักษาแล้วย่ะ) 
 ฉันก็ไม่จำหรอก 
 ก็ฉันมันแก่เกินวัยที่จะจำได้มากมายแล้วนี่นา
พูดให้ตรงประเด็นก็คือ 
  ฉันมันแก่ใกล้จะหงำเหงือกแล้วนั่นเอง เหอๆๆๆๆ 
  ขัดใจความแก่ซึ่งไม่เคยปรานีใครชะมัด









สรุปที่พอจะจำได้และนำมาฝากทุกท่านก็มีดังนี้ :-


ข้อที่ 1. หลังการผ่าตัดต้อกระจก
และเปลี่ยนเลนส์ตาใหม่แล้ว 
 อาหารทุกชนิดรับประทานได้ไม่มีข้อห้าม
แต่ควรระวังอาหารบางอย่างที่มีรสจัดเกินไป
  อาจทำให้ไอหรือจาม
หรือน้ำตาไหลพราก นั้น ไม่ควรรับประทาน
เพราะการไอหรือจามจะทำให้ตา
ที่เพิ่งจะได้รับการผ่าตัดมานั้นกระทบกระเทือนได้
สำหรับอาหารรสเผ็ดจัดเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว
คุณอาจจะซาบซึ้งสาแก่ใจจนน้ำตาไหลพราก
ก็ไม่ควรรับประทาน
เพราะน้ำตานั้นไม่ได้แก้ปัญหาใจได้ทุกอย่าง 
 แต่เธอจะไหลเข้าไปทำร้ายดวงตา
ที่เพิ่งจะผ่านการผ่าตัดกำจัดต้อกระจกได้
พูดง่ายๆก็คือเธออาจจะเป็นผู้นำเชื้อโรค
เข้าไปในตาได้นั่นเอง 
 ตาเราที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดมา
อาจติดเชื้อได้ ควรระวัง
นอกจากนั้นคุณพยาบาลยังแนะนำว่า
  หากเราจะรับประทานก๋วยเตี๋ยวน้ำ หรือขนมจีน
 ควรระวังน้ำในก๋วยเตี๋ยวและน้ำแกงในขนมจีน
อาจจะกระเด็นเข้าตาได้ ไม่ได้ห้ามรับประทานนะจ๊ะ
แต่ควรระวังให้มากหน่อยเท่านั้นเอง
อยากจะบอกท่านผู้อ่านว่า ไม่รู้เวรกรรมอะไร
หลังการผ่าตัดกลับมาบ้านเราแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
มันอยากแต่จะกินก๋วยเตี๋ยวกับขนมจีนจริงๆ
ฮะๆๆ คงอยากลองของตามประสาคนชอบลองละมั๊ง 
 ไม่โดนเข้ากับตัวเองไม่รู้สึกหรอก 
 แต่ถึงยังไงก็ยอมแพ้ไม่กล้าลองหรอกนะ
ก็ไม่ได้กลัวอะไรหรอก แต่หากพลาดไปละก็..........
อนาคตตาอันสดใสของเราไม่รู้จะเป็นเช่นไร
  หากเธอน้อยใจทำให้มองไม่เห็นละก็
โลกอันศิวิไลของเรานี้จะต้องดับวูบลงทันที
   คิดแล้วอย่าลองของดีกว่า ฮิๆๆๆๆๆๆ









ข้อที่ 2. ควรหลีกเลี่ยงการทำกับข้าว 
 เพราะควันจากการทำอาหารจะเข้าตาได้
(โอย!!!! ข้อห้ามข้อนี้ขัดใจแม่ครัวหัวยุ่งอย่างเรายิ่งนัก 
 ตัวเราเองนิสัยไม่ดี ไม่เป็นที่ยอมรับ
ของผู้หาอาหารมานำเสนอให้รับประทานมากนัก 
 เพราะมักจะจู้จี้ขี้บ่นกับอาหารที่เขานำมาเสนอให้
อย่างเอาอกเอาใจคนป่วยของเจ้าลูกชายสุดที่รัก
อะไรๆก็ไม่อร่อย อะไรๆก็ไม่น่ากิน
  จิปาถะแสนจะเอาแต่ใจตัวเอง 
 คนหามาให้รับประทานก็เบื่อ
ยัยแก่นิสัยเสียคนนี้นัก(คิดเอาเอง)
(ถ้าเป็นเราจะแอบผสมอาหารแมวให้กินซะให้เข็ด ว่าไปนั่น)
แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ ก็เพราะฉันเป็นแม่เธอนี่ยะ
ทนไปหน่อยนะไอ้ลูกชายสุดหล่อ 
 แม่ก็แค่หงุดหงิดเมื่อโดนปิดตาเท่านั้นแหละ 
 หายแล้วก็คงจะเข้าสู่สภาพคุณย่าฟู่ฟ่าเหมือนเดิม ฮิๆๆๆๆ)



ข้อที่ 3. ห้ามน้ำเข้าตาเด็ดขาด เป็นเวลาหนึ่งเดือน 
 อาบน้ำได้แต่อาบตั้งแต่คอลงไปได้ทั่วตัว
ยกเว้นหน้าห้ามล้างเด็ดขาด 
 ให้ใช้ผ้าขนหนูเล็กๆที่สะอาดเช็ดหน้าแทน
  เมื่อเสร็จแล้วให้ใช้สำลีก้อนเล็กชุบน้ำเกลือที่หมอให้มา
บีบให้แห้งแล้วเช็ดที่ขอบตาบน 
 จากหัวตาไปยังหางตา แล้วทิ้งไป 
 จากนั้นให้ชุบใหม่อีกทำอย่างเดิม
แล้วเช็ดตั้งแต่หัวตาไปยังขอบตาล่าง จนถึงหางตา 
 และเพื่อความสะอาด
ควรดึงหนังตาล่างลงเล็กน้อยแล้วค่อยเช็ด
เป็นการป้องกันสิ่งสกปรกเข้าดวงตา
ก่อนหยอดยาที่หมอจัดมาให้ 
ยาหยอดตามีทั้งหมด 3. ขวด
ต้องหยอดขวดละหนึ่งหยดห่างกันเล็กน้อย
และหยอดตามลำดับที่หมอเขียนไว้บนกล่อง 1>2.>3.
การหยอดยานี้ให้หยอดหลังจากหมอเปิดตาแล้ว 
  หยอดครั้งแรกหมอจะเป็นผู้หยอดให้ก่อน
  จากนั้นเราค่อยไปทำเอง
สรุปก็คือ น้ำที่จะเข้าตาได้ต้องเป็นน้ำยาหยอดตาเท่านั้น
  น้ำอื่นห้ามเข้าตาเด็ดขาด
<<<<<<<<<<รับทราบจร้า>>>>>>>>>>>









ข้อที่ 4. ห้ามซักผ้าขยี้ผ้าเด็ดขาด 
 เพราะจะกระทบกระเทือนดวงตาที่ผ่าตัดมาได้
(ข้อนี้ลืมถามคุณพยาบาลไปว่า
 ผ้าทีหยิบลงเครื่องซักผ้าน่ะซักได้ไม๊จ๊ะ 
 แต่เราก็ซักไปแล้วละเพราะก็แค่หยิบผ้าใส่เครื่อง
  เติมน้ำยาซักผ้า เปิดน้ำใส่ แล้วกดปุ่มซักเท่านั้นเอง 
 ไม่ต้องออกแรงอะไรเลย 
 รอจนเครื่องซักเสร็จก็แค่หยิบตาก 
 ไม่น่าจะกระทบกระเทือนนะ
เออ !!! ก็พูดเองเออเองอีกนั่นแหละ
แต่ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปทำมันเลย
นั่งนอนเป็นคุณนายรอบ่าวสั
กระยะก็ได้นะจ๊ะไม่ว่ากัน)


ข้อที่ 5. ห้ามยกของหนักเกินสองกิโลกรัมโดยเด็ดขาด 
 เพราะจะกระทบกระเทือนตาที่ผ่าตัดมาได้ เฮ้อ.....
นี่ก็เหมือนกันห้ามยกแต่ถ้าใช้เท้าดันจะได้ไม๊นะ 
 ลืมถามคุณพยาบาลใจดีอีกนั่นแหละเรา


ข้อที่ 6. ตอนนอนต้องครอบตาข้างที่ผ่าตัดทุกครั้ง
เป็นเวลาหนึ่งเดือน
   ฝาครอบตาทางโรงพยาบาลจะจัดให้
สำหรับฝาครอบตานี้จะต้องล้างให้สะอาดด้วยสบู่เหลว 
 เมื่อล้างน้ำสะอาดแล้วควรเช็ดให้สะอาด
ด้วยน้ำเกลืออีกครั้งก่อนนำไปครอบตา
สำหรับน้ำเกลือที่หมอให้มานั้นอาจจะไม่พอใช้ถึงเดือน 
 ถ้าหมดใช้น้ำสะอาดต้มสุกและทิ้งไว้จนเย็นใช้แทนได้
แต่มีข้อแม้ต้องใส่ในภาชนะที่สะอาดเท่านั้นนะจ๊ะ
   ระยะนี้ต้องทำตัวเป็นคุณนายสะอาดสักหน่อย
เพราะโลกใบนี้เชื้อโรคมันเยอะ









ข้อที่ 7. หลังจากผ่าตัดเวลานอนควรนอนหงาย
สักสองสัปดาห์ และให้นอนราบจะดีที่สุด


ข้อที่ 8. ห้ามก้มหน้าหยิบของ 
 ถ้าจะหยิบของให้นั่งลงแล้วหยิบ
พยายามอย่าให้กระทบกระเทือน
เพราะจะเป็นอันตรายกับตาที่ผ่าตัดได้


นี่คือประเด็ดหลักๆ ที่นำมาฝาก 
 นอกเหนือจากนั้นก็อ่านที่เราเขียนไว้ก่อนหน้านี้
ตอนหมอตรวจตาเป็นต้อกระจกน่ะ
มันเยอะเหลือเกินจำไม่หวาดไม่ไหว
  แค่นี้สมองคนแก่อย่างฉันก็ล้นปรี่ซะแล้ว 
 จึงต้องนำมาเขียนให้ท่านทนอ่านกันบ้าง
เปรียบเสมือนเพลงที่เขากำลังชอบร้องกัน 
 "มันแน่นอก ต้องยกออก" ไงจ๊ะ 
 ฮิๆๆๆๆ เฮ้อ...เบาลงมาตั้งเยอะแน่ะ


คุณพยาบาลพูดไปหยอดยาขยายม่านตาไปเรื่อย 
 เมื่อตรวจตาดูเห็นว่าม่านตาขยายได้ประมาณ 70 % แล้ว
จึงมีการวัดความดัน ซึ่งผลการวัดความดันเป็นปกติ 
 พยาบาลได้ส่งยาให้ฉันสามเม็ด 
  สองเม็ดเป็นยาพาราเซตามอล ฉันรู้
แต่อีกหนึ่งเม็ดนั้นฉันถามพยาบาลด้วยความอยากรู้ว่า
มันเป็นยาแก้อะไรจ๊ะ 
 พยาบาลตอบว่าเป็นยาลดอาการตื่นเต้น
โอ....มียานี้ด้วยเหรอ ฉันทำหน้างงๆ 
 พยาบาลจึงอธิบายว่าหมอบางท่าน
ก็ไม่ได้ให้กินยานี้หรอก 
 แต่หากกินก็ดีนะจะได้ลดการตื่นเต้น
เออ!!!!!! สภาพเราตื่นเต้นเหรอ 
 เรามองหน้าพยาบาลและยิ้ม 
 เธอคงเข้าใจและพูดว่า
"ดีนะที่คุณพี่ไม่รู้สึกตื่นเต้นและหวาดกลัวเลย"
  ว่าไปนั่น ปลอบใจเราหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ
และยังพูดต่อว่า "ส่วนมากมักจะตื่นเต้นและกลัว"
เราได้แต่ยิ้ม และคิดเอาเองว่ายานี้คงเป็นยาคลายเครียด 
 แต่พยาบาลรู้ได้อย่างไรว่าเราไม่ตื่นเต้นและหวาดกลัว
จะพูดไปแล้วจะว่าไม่ตื่นเต้นนั้นก็ผิดไปละ 
 ที่ตื่นเต้นนั้นเพราะมันเป็นการผ่าตัดตา
  บอกตรงๆกลัวน่ะกลัวตาบอด 
แต่ที่ไม่แสดงออกเพราะกลัวเสียฟอร์มต่างหากล่ะจ๊ะ 
  ระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลก็สวดคาถาชินบัญชร ไม่รู้กี่จบ
สวดจนรู้แจ้งว่ากายเจ็บต้องแก้ไขเพราะใช้เขามานาน 
  สำหรับใจนั้นไม่รู้สึกเจ็บปวดยังสะออนเหมือนเดิมนะยะ


พยาบาลนำฉันไปล้างหน้าด้วยสบู่เหลว 
 และเมื่อเช็ดหน้าสะอาดดีแล้ว 
 ก็หยอดตาอีกครั้่ง ก่อนพาเข้าห้องผ่าตัด
ก่อนเข้าห้องผ่าตัดพยาบาลได้แนะนำว่า 
 ระหว่างผ่าตัดอย่ากรอกตาไปมา
ให้เพ่งดวงตาไปยังแสงไฟที่ส่องเปิดตาให้กว้าง
หากหมอจะให้กรอกตาไปทางซ้ายหรือขวา
  บนหรือล่าง คุณหมอจะบอกเอง 
 สำหรับผ้าที่คลุมร่างกายนั้นแต่ก่อนใช้ผ้า
แต่เดี๋ยวนี้ใช้ผ้าพลาสติกตัดเพื่อคลุม 
 เพราะสามารถทำให้ช่วงที่คลุมใบหน้านั้นโป่ง
หายใจสะดวก เป็นการใช้แล้วทิ้งไม่นำมาใช้ซ้ำ
และนี่เป็นความเห็นส่วนตัวเรานะ 
 เราว่าใช้ผ้าตัดน่ะดีกว่า 
 เพราะใช้เสร็จนำไปซักฆ่าเชื้อได้อยู่แล้ว
 มันช่วยให้ประหยัด
และไม่เกิดขยะล้นเมืองด้วย


ตอนนี้นำมาเสนอแค่นี้ก่อนนะตอนต่อไปจะเขียนถึงตอน
นอนให้หมอผ่าตัดต้อกระจกว่าเป็นเช่นไรต่อไปนะจ๊ะ
ต้องขอพักตาสักสองวัน เพราะถ้าขืนซ่าเขียนจนจบ 
 รับรองไม่ได้ว่ายาหมอจะเอาอยู่ไหม
  รอหน่อยนะจ๊ะตะเอง...ฮิๆๆๆ







Create Date : 19 ตุลาคม 2556
Last Update : 30 ตุลาคม 2557 10:58:29 น.
Counter : 677 Pageviews.

1 comments
  
..เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ
..ดีใจด้วยค่ะที่ดวงตาพี่จุไรดีขึ้น เป็นลำดับ
..แถมยังนำข้อคิดข้อปฏิบัติมาฝากผู้อ่านด้วย..เยี่ยมมากค่ะพี่
โดย: วิชชุดา ดวงพรหม IP: 49.230.180.81 วันที่: 21 ตุลาคม 2556 เวลา:20:27:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ