Group Blog
All Blog
### สมาธิแบบหมูขึ้นเขียง ###





















 สมาธิแบบหมูขึ้นเขียง

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

พระไพศาล วิสาโล เขียนเล่าเรื่อง

ในยุคนี้ไม่มีศิษย์หลวงปู่มั่นท่านใดที่ผู้คนรู้จัก

และเคารพนับถืออย่างกว้างขวางเท่า

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หรือ พระธรรมวิสุทธิมงคล

ขณะเดียวกันท่านก็เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญ

ในการทำให้สาธุชนทั้งประเทศรู้จักหลวงปู่มั่น

และเลื่อมใสปฏิปทาของท่าน

หลวงตามหาบัวได้ยินกิตติศัพท์ของหลวงปู่มั่นตั้งแต่ยังเด็ก

เพราะหลวงปู่เคยมาจำพรรษาที่อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

 ไม่ไกลจากบ้านเกิดของท่าน

ต่อมาเมื่อท่านอุปสมบทเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ตามประเพณี

 ได้ศึกษาพุทธประวัติและประวัติพระอรหันต์แล้ว

 ก็เกิดความเลื่อมใสในพุทธศาสนาอย่างจริงจัง

ปรารถนาความพ้นทุกข์ แต่ท่านเห็นว่าควรศึกษาปริยัติธรรมก่อน

 จะได้เข้าใจวิธีการปฏิบัติ

เจ็ดพรรษาแรกของท่านจึงเป็นช่วงแห่งการเล่าเรียนปริยัติธรรม

 เมื่อสำเร็จเปรียญธรรม ๓ ประโยค

ท่านก็มุ่งหน้าสู่การปฏิบัติอย่างเต็มที่

โดยบุคคลแรกและบุคคลเดียวที่ท่านปรารถนา

ให้เป็นครูบาอาจารย์ก็คือ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ท่านได้จาริกข้ามจังหวัดจนได้พบหลวงปู่มั่นที่จังหวัดสกลนคร

 ซึ่งตอนนั้นอยู่ในช่วงปัจฉิมวัยแล้ว

 เมื่อได้ศึกษากับท่านก็รู้สึกประทับใจ และมั่นใจว่า

 “นี่แหละอาจารย์ของเรา” ท่านจึงตั้งสัจจะอธิษฐานว่า

จะไม่หนีจากหลวงปู่มั่นจนกระทั่งวันที่ท่านล่วงลับ

 หลวงปู่มั่นแนะนำพระหนุ่มว่าให้ยกปริยัติไว้ก่อน

แล้วการปฏิบัติจะประสานกลมกลืน

 นับแต่นั้นท่านก็ทำความเพียรอย่างจริงจัง หักโหมทั้งร่างกายและจิตใจ

นั่งสมาธิจนถึงรุ่งเช้าติดต่อกันหลายวันอยู่เนือง ๆ

เป็นเช่นนี้ตลอดสองพรรษาแรกที่ได้อยู่กับหลวงปู่มั่น

เมื่อถึงพรรษาที่สิบแห่งการบวช จิตของท่านก็เป็นสมาธิอย่างมั่นคง

ท่านได้พูดถึงภาวะตอนนั้นว่า “สมาธิมีความแน่นหนามั่นคง

ถึงขนาดที่ว่าจะให้แน่วอยู่ในสมาธินั้นสักกี่ชั่วโมงก็อยู่ได้

และเป็นความสุขอย่างยิ่งจากการที่จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน รำคาญ

ไม่อยากจะออกยุ่งกับอะไรเลย ตาก็ไม่อยากดู หูก็ไม่อยากฟัง

เพราะมันเป็นการยุ่งรบกวนจิตใจให้กระเพื่อมเปล่า ๆ”

ท่านเล่าว่า “เราติดสมาธิอยู่ถึง ๕ ปี จิตสงบแน่วแน่ ไม่หวั่นไหว

ดั่งภูผาหิน อยู่ที่ไหนสงบสบายหมด”

ความสุขที่เกิดขึ้นจากสมาธิทำให้ท่านเข้าใจว่า “นี่ละจะเป็นนิพพาน”

ท่านจึงหยุดนิ่ง ไม่ก้าวสู่การเจริญปัญญา

เพื่อถอดถอนกิเลสให้สิ้นซาก

ไม่ว่าจาริกไปไหน จิตของท่านก็แน่วแน่อยู่ในสมาธิ

อาการดังกล่าวอยู่ในความรับรู้ของหลวงปู่มั่นโดยตลอด

วันหนึ่งท่านจึงเรียกพระมหาบัวมาแล้วถามว่า

“เป็นยังไงท่านมหา จิตสงบดีอยู่เหรอ?”

“สงบดีอยู่ สงบดีอยู่ครับ”

หลวงปู่มั่นนิ่งสักพัก ก็ถามอีกว่า “เป็นยังไงจิตสงบดีอยู่เหรอ?”

“สงบดีอยู่ครับ”

และแล้วหลวงปู่มั่นก็พูดเสียงแข็ง สีหน้าเอาจริง

 “ท่านจะนอนตายอยู่นั่นเหรอ?”

“สมาธิมันเหมือนหมูขึ้นเขียง มันถอดถอนกิเลสตัณหาที่ตรงไหน?

สมาธิทั้งแท่งเป็นสมุทัยทั้งแท่ง ท่านรู้ไหม?

สุขในสมาธิเท่ากับเนื้อติดฟัน

เนื้อติดฟันเรามันเป็นสุขที่ไหน? ท่านรู้ไหม?”

ฝ่ายพระหนุ่มก็แย้งว่า “ถ้าว่าสมาธิเป็นสมุทัยทั้งแท่ง

 แล้วสัมมาสมาธิจะให้เดินที่ไหนในมรรคแปด”

หลวงปู่มั่นตอบว่า “มันก็ไม่ใช่สมาธิตายนอนตายอยู่อย่างนี้ซิ

สมาธิของพระพุทธเจ้า ไม่ได้เป็นเหมือนสมาธิแบบหมูขึ้นเขียง

อย่างท่านนี่นะ สมาธิของพระพุทธเจ้า สมาธิต้องรู้สมาธิ

 ปัญญาต้องรู้ปัญญา อันนี้มันเอาสมาธิเป็นนิพพานเลย

มันบ้าสมาธินี่ สมาธินอนตายอยู่นี้เหรอ เป็นสัมมาสมาธิน่ะ

เอ้า ๆ พูดออกมาซิ”

การสนทนาแบบร้อนแรงอย่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย

ในสำนักของหลวงปู่มั่น หลวงตามหาบัวเล่าว่า

ตอนนั้นพระทั้งวัดแตกฮือกันมายืนอออยู่ใต้ถุนกุฏิ

เพื่อฟังการโต้เถียงระหว่างท่านกับหลวงปู่มั่น

หลังจากที่โดนอาจารย์สั่งสอนอย่างแรง พระหนุ่มก็ได้คิด

หลวงตามหาบัวพูดถึงความรู้สึกตอนนั้นว่า

 “พอท่านซัดเอา เราก็หมอบ พอลงมาจากกุฏิท่านแล้ว

ก็มาตำหนิตัวเอง เราทำไมจึงไปซัดกับท่านอย่างนี้

เรามาหาท่านเพื่อหวังเป็นครูเป็นอาจารย์

มอบกายถวายตัวกับท่านแล้ว แล้วทำไมจึงต่อสู้กับท่านแบบนี้ล่ะ

ถ้าเราเก่งมาหาท่านทำไม ถ้าไม่เก่งไปเถียงท่านทำไม”

นับแต่นั้นท่านก็ออกจากสมาธิ หันมาพิจารณาธาตุขันธ์

 ปัญญาก็เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะมีสมาธิเป็นฐานอยู่แล้ว

 ทำให้สามารถแก้กิเลสได้เป็นลำดับ ท่านได้เห็นด้วยตัวเองว่า

 กิเลสนั้นแก้ไม่ได้ด้วยสมาธิ แต่ต้องแก้ด้วยปัญญาต่างหาก

ข้อสรุปดังกล่าวทำให้การทำกรรมฐานของท่านก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

 จนสามารถรื้อถอนกิเลสได้ในที่สุด

เมื่อย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น

หลวงตามหาบัวกล่าวด้วยความซาบซึ้งในบุญคุณของหลวงปู่มั่นว่า

“หากไม่มีท่านอาจารย์มั่นมาฉุดมาลากออกไป ก็จะติดสมาธิอยู่เช่นนี้

กระทั่งวันตายเลยทีเดียว”




.....................




ขอบคุณที่มา fb. วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 18 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2558 12:34:47 น.
Counter : 354 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....