Group Blog
### ทศพิธราชธรรม ข้อ 10 อวิโรธนะ การไม่ยอมทำผิด ###
















ทศพิธราชธรรม ข้อ 10 อวิโรธนะ

................


นายสุเมธ ยังกล่าวด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงยึดถือเรื่องของทศพิธราชธรรม เป็นอย่างยิ่ง

โดย เฉพาะข้อที่ 10 อวิโรธนะ การไม่ยอมทำผิด

ซึ่งเป็นสิ่งที่ยิ่งกว่าข้อกฎหมายเสียอีก เ

พราะเป็นการไม่ยอมกระทำผิดไม่ว่าจะทางหนึ่งทางใดก็ตาม

 หลายครั้งที่เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ในบ้านเมือง

มัก มีคนโทรศัพท์มาถามตนว่า

 ทำไมพระองค์ไม่ออกมาทำอย่างนั้นอย่างนี้

เมื่อท่านทราบก็ทรงตรัสว่า ทำไม่ได้มันผิด

 เพราะบ้านเมืองยังมีทางออกอยู่ กฎหมายยังบังคับใช้ได้อยู่


ที่ ผ่านมา พระองค์ท่านจะทรงออกมาแก้ไขปัญหาต่างๆ

เมื่อกฎหมายไม่สามารถบังคับใช้ได้แล้วเท่านั้น

เช่นเมื่อครั้งเกิดพฤษภาทมิฬ ก็จะทรงให้พล.อ.สุจินดา คราประยูร

และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เข้าเฝ้าฯเพื่อเตือนสติ

 ไม่เคยบอกชี้ว่าใครผิดใครถูก

ทั้งนี้ ตนมองว่า พระองค์มีสิทธิ์และหน้าที่ เพียง 3 ประการเท่านั้น คือ

1. หน้าที่ สิทธิ ในการสั่งสอนให้คำแนะนำ

 แต่ไม่ได้ทรงใช้อำนาจในการปกครองบ้านเมือง

แต่ที่ผ่านมาก็ยังมีกลุ่มคนบางกลุ่ม

ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พระองค์ท่านผ่านทาง สื่อวิทยุชุมชน

และเว็บไซต์ว่า พระองค์ทรงทำเกินขอบเขตหน้าที่

ซึ่ง ตนก็ไม่รู้ว่า กลุ่มคนเหล่านี้ก็ไม่รู้ว่าเอาสมองส่วนใดมาคิด

ทั้งๆที่พระองค์ทรงยึดหลักทศพิธราชธรรม

ปกครองประเทศด้วยธรรมะมาโดยตลอด

เพราะธรรมะเหนือว่ากฎหมาย

 แม้บางครั้งกฎหมายไม่สามารถเอาผิดคนที่กระทำได้

แต่สังคมจะสามารถลงโทษได้เอง

2.หน้าที่ สิทธิ ในการเป็นที่ปรึกษา ตลอด 66 ปีที่ทรงครองราชย์

พระองค์ทรงให้คำแนะนำด้วยประวัติศาสตร์

เพื่อให้เราเข้าใจเรื่องการบริหารประเทศ

เกี่ยวกับทรัพยากรในประเทศทั้งดิน น้ำ ลม ไฟ

ซึ่งพระองค์ทรงงานอย่างหนัก

หาก ใครไม่เคยตามเสด็จพระราชดำเนิน จะไม่มีวันรู้ว่า

พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมากเพียงใด

 ทั้งๆที่พระมหากษัตริย์ไม่จำเป็นต้องทรงงานหนักก็ได้

 นั่งอยู่เฉยๆสั่งงานอย่างเดียวก็ได้

แต่ ก็ยังมีคนจ้องโจมตีว่าพระองค์ทำเกินหน้าที่

ทำงานซ้ำซ้อนกับรัฐบาล ทั้งๆที่จริงแล้ว

พระองค์ไม่ได้ทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับรัฐบาล

 เพียงแต่พระองค์สอนด้วยคำพูด และยึดหลักธรรมะ

ในการปกครองประเทศ

3. หน้าที่ สิทธิ ในการเตือน ดังเช่นหลายเหตุการณ์

ที่มีคนพยายามเรียกร้องให้พระองค์ออกมาแก้ปัญหา

แต่ที่พระองค์ไม่ออกมา เพราะเห็นว่าบ้านเมืองยังสงบเรียบร้อย

 กฎหมายสามารถบังคับใช้ได้อยู่ พระองค์จึงไม่ออกมา

แต่ ถ้าเมื่อใดทรงเห็นว่าบ้านเมืองอยู่ในสภาวะวิกฤติ

เข้าสู่จุดวิบัติ กฎหมายไม่สามารถบังคับใช้ได้แล้ว

ดังเช่น เหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 เหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519

 และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พระองค์ก็จะออกมาให้คำแนะนำ

โดยแต่ละเหตุการณ์ไม่เคยที่จะรับสั่งว่าใครผิด ใครถูก

เพียงแต่ออกมาเตือนว่า บ้านเมืองกำลังจะพินาศ

 เราทุกคนควรนำสติกลับคืนมา

ทั้ง นี้พระองค์เคยรับสั่งว่า การทำงานทุกอย่าง

 ต้องยึดหลักมนุษยธรรม หลักเมตตาธรรม

และหลักบริสุทธิ์ใจในการบริหาร

หากบริหารประเทศโดยไร้หลักดังกล่าว

แต่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน ก็จะอยู่ได้ไม่นาน




ทรงพระเจริญ





ขอขอบคุณข้อมูลจาก...fb. ราชบัลลังค์และจักรีวงค์










Create Date : 16 กรกฎาคม 2558
Last Update : 16 กรกฎาคม 2558 16:12:53 น.
Counter : 1254 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ