Group Blog
All Blog
(•‿•✿) ❖ รู้พระพุทธศาสนา ต้องรู้ไตรลักษณ์ ❖



ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา


อนิจจัง คือ สิ่งต่างๆทั้งปวงที่เกิดขึ้นมานั้น 
 มันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ 
เราไม่สามารถที่จะหยุดการเปลี่ยนแปลงนี้ได้
    ไม่มีอะไรที่จะเป็นตัวของมันเองที่จะหยุดได้
แม้เพียงชั่วขณะหนึ่งก็ตาม 
 เช่น ร่างกายเราเมื่อเกิดมามีการเจริญเติบโต 
  มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ 
 และในที่สุดของการเปลี่ยนแปลง
ก็คือ การตาย เป็นต้น
นี่แหละเขาเรียกว่าอนิจจัง 
 มีเกิด แล้วก็มีดับไป เป็นของธรรมดา


ทุกขัง ก็คือ สิ่งต่างๆทั้งหลายทั้งปวง
เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว 
 มันย่อมจะมีทุกข์ในตัวของมันเอง 
  เช่นร่างกายเราเมื่อเจ็บป่วยก็เป็นทุกข์
จนนักก็เกิดความเบื่อหน่ายในความจน
   รวยมากนักก็เกิดทุกข์เพราะอยากรวยยิ่งๆขึ้นไปอีก
   ไม่มีความเพียงพอ สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมานี้
ไม่ใช่เฉพาะการทำให้มีตัวตนเท่านั้น 
  แม้แต่ความคิดซึ่งยังไม่มีตัวตน บางครั้งก็ทุกข์
ทุกข์ในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น 
  หรือทุกข์ในสิ่งที่เกิดและมีอยู่แล้ว 
 ทั้งหลายทั้งปวง มันทำให้ทุกข์ทั้งสิ้น
   แม้แต่บางครั้งาเราคิดว่ามันคือความสุข
ซึ่งนั่นเราคิดไปเอง แท้จริงแล้วมันก็คิอทุกข์นั่นเอง
  ทุกข์เมื่อมีอะไรต่อมิอะไรตามติดความสุขนั้นมา
   เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่ทุกข์ โกหกคนอื่นได้
แต่โกหกตนเองย่อมไม่ได้แน่นอน
   ที่อ้างว่าไม่เคยมีทุกข์นั่นน่ะ จริงรึลองคิดดูดีๆ 
   โบราณเขาเรียกทุกข์ 108 ไง ไม่ทุกข์นั่นก็ทุกข์นี่ 
 มันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลานั่นแหละ 
  ไม่งั้นจะเสาะแสวงหาการดับทุกข์กันไปทำไม


อนัตตา คือ การบอกให้รู้ว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมานั้น 
 เราไม่ควรไปยึดมั่น ถือมั่น กับมัน 
 ไอ้นี่ก็ของเรา ไอ้นั่นก็ของเรา 
  อันนั้นก็ใช่ อันนี้ก็ใช่ 
 ยึดมั่นถือมั่นมันไปซะหมด 
  คิดว่ามันเป็นตัวตนที่เราจะเข้าครอบครองเป็นเจ้าของได้ 
  ถ้าเราไปยึดมั่นถือมั่นมันเข้ามันก็จะทำให้เราเกิดทุกข์ 
   ตำแหน่งใหญ่โต คนโน้นก็ท่าน คนนี้ก็ท่าน
  ทุกคนให้ความเคารพยำเกรง เลยคิดว่า
ข้าฯนี้ใหญ่ ข้าฯนี้เก่ง ไม่มีใครอีกแล้วที่จะเก่งเท่าข้าฯได้
   ลืมนึกไปว่า น้ำมีขึ้นมีลง 
  เมื่อถึงคราต้องลงแล้วจะทำอย่างไร
ไม่ได้เตรียมตัวอะไรไว้เลย 
 เพราะยึดมั่นถือมั่นในตนเองเป็นใหญ่นั่นแหละ
ในที่สุดก็ต้องเจอทุกข์


ดังนั้น "ไตรลักษณ์" ในพระพุทธศาสนาก็คือ
การบอกให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แยกให้ถูก รู้ให้ได้ 
 ไม่ยึดมั่นถือมั่น ปิดกั้นตนเองไม่ยอมรับรู้ใดๆ 
  หลงตัวเองซะงั้น แล้วคุยนักคุยหนาว่าเป็นชาวพุทธ 
 โธ่เอ๊ย ยังไม่ทันรู้แจ้งเห็นจริง
ก็ทึกทักเข้าข้างตนเองซะแล้ว 
  ตั้งสติ ไตร่ตรองดีๆแล้วเราจะรู้ว่า
  พุทธศาสนานั้น เรายังแทบไม่รู้อะไรเลยด้วยซ้ำ
   ดังนั้นเมื่อเราต้องการรู้จักพุทธศาสนาที่แท้จริง 
  เราจึงต้องปฏิบัติให้ถูกต้องก่อน
หลังจากที่รู้จักว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว 
  เราไม่อยากยึดมั่นถือมั่นมันแล้ว
เราก็ควรจะปฏิบัติให้ถูกต้อง


ก่อนอื่น เราต้องรักษาศีล และปฏิบัติศีลโดยเคร่งครัดก่อน
อย่างเราๆ มนุษย์เดินดินกินข้าวแกง
แค่ศีล 5 ก็ถือว่าเจ๋งแล้วละ 
 ต่อไปก็ต้องมีสติมีสมาธิ 
  แล้วมันก็จะเกิดปัญญาขึ้นมาเองนั่นแหละ 
  ต้องพยายามทำกรรมฐาน ภาวนาให้ถูกต้อง 
  เราต้องปฏิบัติเพื่อให้ได้รู้ว่าสิ่งทั้งปวงมันคืออะไร
แล้วมันเกิดประโยชน์ หรือเป็นคุณ เป็นโทษกับเราอย่างไร 
  ต้องให้รู้แจ้งให้ได้ โดยไม่มีข้อสงสัย
และขัดแย้งต่อตนเองอีก
  มองจนเห็นว่าเมื่อมันไม่หยุดมันก็เพิ่มแต่ทุกข์ 
  แต่ถ้าเราหยุดได้ ในที่สุด ความสุขก็จะตามมา 
  อย่าคิดว่ามันไม่ใช่ มันเป็นไปไม่ได้
   เลิกคิดซะ เพราะไม่มีอะไรหรอกที่จะเหนือกว่า
ความพยายามของมนุษย์ 
  ดังนั้นจงเป็นกำลังใจให้กับตนเอง 
  พยายามต่อไป โดยไม่เกิดการท้อถอย นั่นแหละ
ถึงจะเรียกได้ว่า เราได้เห็นไตรลักษณ์แล้ว ....
เอวังนะจ๊ะ


(•‿•✿) ✯ ✯ ✯ ✯ ✯









Create Date : 15 กันยายน 2554
Last Update : 23 กันยายน 2557 20:35:09 น.
Counter : 771 Pageviews.

1 comments
  
สาธุกับธรรมค่ะ
โดย: กิ่งไม้ไทย วันที่: 15 กันยายน 2554 เวลา:20:15:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....