Group Blog
All Blog
### วันสุดท้ายของหลวงปู่ดูลย์ ###














วันสุดท้ายของหลวงปู่ดูลย์


เรื่องเล่าเช้าวันพระ: 

เขียนเล่าเรื่อง พระไพศาล วิสาโล

.....................

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ถือกำเนิดเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๔๓๑

ดังนั้นเมื่อถึงเดือนตุลาคม ๒๕๒๖ คณะศิษย์จึงจัดงานฉลอง

ในโอกาสที่ท่านมีอายุครบ ๘ รอบ หรือ ๙๖ ปีบริบูรณ์

 โดยกำหนดจัดงานวันที่ ๒๙ ตุลาคม

 หนึ่งวันก่อนเริ่มงานหลวงปู่มีอาการผิดปกติตั้งแต่เช้ามืด

 คือ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย กระสับกระส่าย

ตัวร้อนคล้ายจะเป็นไข้

 หลังจากหมอมาตรวจร่างกายแล้วถวายยาให้ฉัน

 ร่างกายของท่านก็ดูเป็นปกติแต่ยังเพลียอยู่

ตลอดทั้งวันท่านได้สนทนาธรรมกับลูกศิษย์ น้ำเสียงชัดเจน

 สติสัมปชัญญะสมบูรณ์

ตอบคำถามเกี่ยวกับปฏิบัติขั้นปรมัตถ์ได้เป็นอย่างดี

คณะศิษย์จึงคิดว่าหลวงปู่คงไม่เป็นอะไร

มีช่วงหนึ่งท่านปรารภว่า

 “ในทางโลกเขามีสิ่งที่มี แต่ในทางธรรมมีสิ่งที่ไม่มี”

 เมื่อมีผู้ถามถึงความหมาย ท่านก็ขยายความว่า

 “คนในโลกนี้ต้องมีสิ่งที่มี เพื่ออาศัยสิ่งนั้นเป็นอยู่

ส่วนผู้ปฏิบัติธรรมต้องปฏิบัติจนถึงสิ่งที่ไม่มี และอยู่กับสิ่งที่ไม่มี”

วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันเริ่มงานฉลองอายุหลวงปู่

แต่เช้าท่านมีอาการกระสับกระส่ายเล็กน้อย

และปวดเท้าซ้ายขึ้นมาถึงบั้นเอว อีกทั้งมีไข้ขึ้นเล็กน้อย

ชีพจรมีอาการเต้นผิดปกติ อาการเปลี่ยนไปมาแบบทรง ๆ ทรุด ๆ

 เมื่อหมอมาตรวจอาการ พบว่าความดันอยู่ในระดับปกติ

ครั้นหมอจะถวายน้ำเกลือเข้าเส้น หลวงปู่ปฏิเสธ

 สั่งให้เอาสายออก ท่านบอกว่าขออยู่เฉย ๆ ดีกว่า

ครั้นพระครูนันทปัญญาภรณ์ผู้เป็นศิษย์กราบเรียนว่า

 จะพาหลวงปู่ไปรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพ ฯ

ท่านรีบตอบปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า “ถึงไปก็ไม่หาย”

ท่านพระครู ฯ เรียนว่า “ครั้งก่อนหลวงปู่หนักกว่านี้ยังหายได้

 ครั้งนี้ไม่หนักเหมือนแต่ก่อน ต้องหายแน่ ๆ”

ท่านตอบว่า “นั่นมันครั้งก่อน นี่ไม่ใช่ครั้งก่อน”

ตอนบ่ายหลวงปู่หลับตาอยู่ในอาการสงบ

 หายใจเป็นปกติแต่แผ่วเบามาก เมื่อลืมตาขึ้นมา

 มีอาการผ่องใสสดชื่นมาก ท่านพระครู ฯ เรียนถามท่านว่า

 “หลวงปู่หลับหรือเข้าสมาธิขอรับ” หลวงปู่ตอบว่า

 “พิจารณาลำดับฌานอยู่”

สี่โมงเย็นหลวงปู่ออกมานั่งรับแขกข้างนอก

หลังจากนั้นได้กลับเข้าห้อง นอนนิ่งเฉย

 ศิษย์สังเกตว่า ผิวของท่านเปล่งปลั่งผิดธรรมดา

ประมาณหนึ่งทุ่ม หลวงปู่ลืมตาขึ้น

จากนั้นได้สั่งให้พระที่คอยดูแลรับใช้ท่าน

ซึ่งมีประมาณ ๘-๙ รูปสวดมนต์ให้ท่านฟัง

 พระเหล่านั้นเริ่มฉงนสงสัย

 แต่ก็พร้อมใจกันสวดมนต์เจ็ดตำนานจนจบ

จากนั้นหลวงปู่บอกให้สวดเฉพาะโพชฌงคสูตรรวม ๓ จบ

แล้วสวดปฏิจจสมุปบาท อีก ๓ จบ

คืนนั้นบทสุดท้ายที่ท่านให้สวดคือ มหาสติปัฏฐานสูตร

เมื่อสวดจบหลวงปู่ยังอยู่ในอาการปกติ

มีช่วงหนึ่งท่านให้พาออกไปนอกกุฏิเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์

หลวงปู่เพ่งมองไปที่ศาลาหน้ากุฏิของท่าน

 ซึ่งมีพระเณรและฆราวาสจำนวนมาก ชุมนุมปฏิบัติธรรมอยู่

จากนั้นท่านได้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ วัด

 ราวกับจะให้ศีลให้พรและอำลาลูกศิษย์ของท่าน

ตีสองของวันที่ ๓๐ ตุลาคม

หลวงปู่แสดงธรรมให้แก่ลูกศิษย์ในห้องเรื่อง

 “ลักษณาการแห่งพุทธปรินิพพาน”

โดยอยู่ในอิริยาบถนอนหงาย น้ำเสียงปกติธรรมดา

 ท่านได้บรรยายอย่างเป็นขั้นตอน สุดท้ายได้กล่าวว่า

“พระองค์ไม่ได้เข้าสู่พระนิพพานในฌานสมาบัติอะไรที่ไหนหรอก

 เมื่อพระองค์ออกจากจตตุตถฌานแล้ว

จิตขันธ์หรือนามขันธ์ก็ดับพร้อมไม่มีอะไรเหลือ

ไม่ถูกภาวะอื่นใดมาครอบงำอำพรางให้หลงใหลใด ๆ ทั้งสิ้น

 เป็นภาวะแห่งตนเองอย่างบริบูรณ์

ภาวะอันนั้นจะเรียกว่า “มหาสุญญตา” หรือ “จักรวาลเดิม”

หรือเรียกว่า “พระนิพพาน” อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้”

แล้วท่านก็สรุปว่า “เราปฏิบัติมาก็เพื่อถึงภาวะอันนี้”

หลังจากนั้นท่านก็ไม่พูดอะไรอีกเลย ประมาณตีสาม

หลวงปู่นอนสงบนิ่ง หายใจเบา ๆ คล้ายนอนหลับปกติ

 ศิษย์ทุกคนรู้ดีว่าท่านใกล้จะละสังขารแล้ว จึงไม่รบกวนท่าน

 เพื่อให้ท่านปล่อยวางสังขารตามสบาย

ไม่มีใครทราบว่าหลวงปู่ละสังขารตอนไหน

ผู้ที่พยาบาลด้านซ้ายเชื่อว่าหลวงปู่หยุดหายใจเวลา ๔.๑๓ น.

 ส่วนผู้ที่เฝ้าด้านขวา เข้าใจว่าลมหายใจของหลวงปู่

สิ้นสุดเวลา ๔.๔๓ น. นับเป็นการละสังขารที่นุ่มนวลแผ่วเบามาก

ราวกับใบไม้แห้งที่ค่อย ๆ ร่อนสู่พื้น

“นับเป็นลักษณาการมรณภาพที่ไม่ปรากฏร่องรอย

เป็นความงดงามบริสุทธิ์และสงบเย็นอย่างสิ้นเชิง”

พระครูนันปัญญาภรณ์ตั้งข้อสังเกต

หลายปีก่อนหน้านั้นหลวงปู่ได้เคยไปเยี่ยมศิษย์รูปหนึ่ง

ซึ่งใกล้จะมรณภาพ ท่านได้กล่าวแนะนำสั้น ๆ ว่า

 “การปฏิบัติทั้งหลายที่เราพยายามปฏิบัติมา

ก็เพื่อจะใช้ในเวลานี้เท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่จะตาย

 ให้ทำจิตเป็นหนึ่ง แล้วหยุดเพ่ง ปล่อยวางทั้งหมด”

เมื่อถึงวาระของหลวงปู่ ท่านได้ปฏิบัติ

ให้เป็นแบบอย่างอันงดงามแก่ลูกศิษย์ ที่ยากจะลืมเลือนได้



................................







ขอบคุณที่มา fb. วัดป่าสุคะโตธรรมชาติที่พักใจ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2559 10:45:43 น.
Counter : 195 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....