Group Blog
All Blog
### การเสียสละ ###


















“การเสียสละ”

พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พุทธศาสนิกชนรู้จักการเสียสละ

จาคะ แปลว่าการเสียสละ

การเสียสละนี้จะทำให้เราได้สิ่งที่มีคุณค่ากว่าชีวิตจิตใจก็คือธรรม

ธรรมก็คือการเสียสละ ถ้าเราเสียสละเราก็จะได้ธรรม

ธรรมในที่นี้ก็คือ ความสงบนั่นเอง ความสงบของใจ

ที่เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่า ความสุขทั้งปวง

ถ้าเราอยากจะได้ความสงบ อยากจะได้ความสุข

ที่ยิ่งใหญ่กว่าความสุขทั้งปวง เราก็ต้องรู้จักการเสียสละ

 เพราะว่าสิ่งที่เราต้องเสียสละนั้น

เป็นสิ่งที่ทำให้เราเกิดความทุกข์ขึ้นมานั่นเอง

เพราะสิ่งที่เรารักเราหวง ที่เราไม่อยากจะเสียสละ

เป็นสิ่งที่จะต้องจากเราไปในที่สุด เพราะเป็นของชั่วคราว

 เช่นทรัพย์สมบัติ ข้าวของเงินทองต่างๆ อวัยวะของเรา ชีวิตของเรา

 ของเหล่านี้เป็นของที่เรารักมากหวงมาก

แต่เป็นของที่จะทำให้เราต้องทุกข์มากเช่นเดียวกัน

แต่ถ้าเรารู้จักเสียสละรู้จักปล่อยวาง ไม่ยึดไม่ติดกับทรัพย์สมบัติ

 ไม่ยึดไม่ติดกับอวัยวะ ไม่ยึดไม่ติดกับชีวิต

เราก็จะไม่ต้องทุกข์กับมันแล้ว เราก็จะได้ความสงบ

 ได้ความสุข ที่เกิดจากการปล่อยวาง

ความสุขและความทุกข์ของใจเรานี้อยู่ที่การปล่อยวาง

หรือยึดติดนี่เอง ถ้าเรารู้จักปล่อยวาง เราจะไม่ทุกข์กับสิ่งต่างๆ

 ถ้าเรายึดติดกับสิ่งต่างๆ เราก็จะเกิดความทุกข์

เกิดความวุ่นวายใจขึ้นมา เพราะสิ่งต่างๆ ในโลกนี้

เป็นสิ่งที่ไม่สามารถที่จะตอบสนองความต้องการของเราได้

คือ ความปรารถนาที่จะให้เขานั้นอยู่กับเราไปตลอด

ให้ความสุขกับเราไปตลอด เพราะเขาเป็นสิ่งที่ไม่ถาวร

เป็นสิ่งที่ต้องเสื่อมไป ต้องหมดไปเป็นธรรมดา

 ถ้าเราไปยึดไปติดกับสิ่งที่ต้องสูญสิ้นต้องหมดไปเป็นธรรมดา

เราก็จะต้องเสียอกเสียใจ เวลาที่เกิดจาการพลัดพรากจากกัน

 แต่ถ้าเรารู้จักการเสียสละ รู้จักการปล่อยวาง รู้จักการทำใจให้สงบ

 เราก็จะไม่เสียใจ เราจะไม่เดือดร้อน จะไม่วุ่นวายใจ

กับการสูญเสียสิ่งต่างๆ ที่เรารักที่เราหวงไป

การปฏิบัติของพวกเรานี้ก็เป็นการปฏิบัติเพื่อปล่อยวางสิ่งต่างๆ

 ที่เรารักเราหวงนั่นเอง สิ่งที่เรารักเราหวงกัน ก็คือ

ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทอง อวัยวะของร่างกาย

 และชีวิตของร่างกายนี้เป็นสิ่งที่เรารักเราหวงมาก

แต่เป็นสิ่งที่จะทำให้เราทุกข์มาก

สิ่งที่เราควรจะรักควรจะหวงไม่ควรเป็นทรัพย์ ไม่ควรเป็นอวัยวะ

ไม่ควรเป็นชีวิต แต่ควรเป็นธรรม ธรรมก็คือความสงบ

 ที่เรียกว่า อุเบกขาธรรม

อุเบกขาธรรมนี้ เป็นธรรมที่จะทำให้ใจเรามีความสุข

ไม่ทุกข์ไม่วุ่นวายไปกับการพลัดพรากจากสิ่งต่างๆ ไป

 ถ้าเรามีอุเบกขาธรรมมีความสงบ เราจะไม่ทุกข์

จะไม่วุ่นวายใจไปกับการพลัดพรากจากทรัพย์สมบัติ

ข้าวของเงินทองจากอวัยวะของร่างกาย จากชีวิตของร่างกาย

ที่จะต้องมีวันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในอนาคตข้างหน้า

ที่จะตามมานี้ เราจะต้องมีการพลัดพรากจากทรัพย์ จากอวัยวะ

 และจากชีวิตของร่างกายนี้ไป พระพุทธเจ้าจึงทรงสอน

ให้พวกเรามาฝึกฝนกัน ฝึกฝนการเสียสละกัน ให้เสียสละทรัพย์

 เพื่อรักษาอวัยวะ สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต

และสละชีวิตเพื่อรักษาธรรม ธรรมก็คือความสงบนั่นเอง

 การเสียสละทรัพย์ก็คือการไม่ไปหาทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทอง

มาให้มันมากเกินความต้องการเกินความจำเป็นต่อการรักษาอวัยวะ

 ต่อการรักษาชีวิตนั่นเอง เพื่อที่เราจะได้มีเวลามารักษาธรรม

 มารักษาความสงบของใจ ถ้าเรามัวแต่ไปหาทรัพย์มามากๆ

เพื่อที่จะมาซื้อมาความสุขทางร่างกาย

มาซื้อความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กาย เราก็จะไม่มีเวลา

ที่จะมารักษาความสงบของใจ มาสร้างความสงบของใจให้เกิดขึ้น

 สร้างอุเบกขาธรรมให้เกิดขึ้น

ดังนั้นเราจึงต้องสละทรัพย์

ด้วยการไม่หาทรัพย์มากเกินกว่าที่เราต้องมีไว้

สำหรับในการดูแลรักษาอวัยวะ ดูแลรักษาชีวิตของร่างกายนี้

เพื่อที่เราจะได้มีเวลามารักษาธรรม มารักษาอุเบกขา

มารักษาความสงบ มารักษาความสุขที่เกิดจากความสงบนี้

ถ้าเราไม่ต้องเสียเวลากับการไปหาทรัพย์ เราก็จะมีเวลา

ที่จะมาหาความสงบกัน มาหาความสุขที่เกิดจากความสงบกัน

 เราจะได้ไปอยู่ตามสถานที่สงบสงัดวิเวก เพื่อที่เราจะได้เจริญสติ

 ที่เป็นธรรมที่จะดึงใจให้เข้าสู่ความสงบ ให้เข้าสู่อุเบกขาธรรม

 ถ้าเราไม่มีเวลาไปปลีกวิเวกไปอยู่ตามลำพัง ไปเจริญสติ

 มัวแต่หาทรัพย์แล้วก็มัวแต่ใช้ทรัพย์ที่ได้มา

เราก็จะไม่มีเวลาที่จะมาหาความสงบสุขทางใจได้

ดังนั้นการสละทรัพย์นี้ความหมายก็คือ

ถ้าเรามีทรัพย์มากจนเกินไป ก็อย่าใช้ทรัพย์เหล่านั้น

ไปกับการหาความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ทางร่างกาย

เพราะมันไม่ได้เป็นการสร้างอุเบกขาให้เกิดขึ้น

ไม่ได้สร้างความสงบสุขให้แก่จิตใจ

แต่เป็นการสร้างตัณหาความอยาก ให้มีมากขึ้น

การสร้างตัณหาก็เท่ากับการสร้างความทุกข์นั่นเอง

 เพราะตัณหานี้แหละคือต้นเหตุของความทุกข์ใจ

ของความวุ่นวายใจ ของความไม่สบายใจต่างๆ

เราจึงไม่ควรที่จะใช้ทรัพย์ที่เรามีมากเกินความจำเป็น

ที่เราจะต้องมีไว้สำหรับดูแลรักษาร่างกายของเรา

ถ้าเรามีมากเกินไป เราก็ควรที่จะบริจาคเสียสละให้แก่ผู้อื่นไป

 เพื่อเราจะได้ไม่ต้องมาคอยดูแลรักษา

การดูแลรักษาทรัพย์ก็เป็นการสร้างความความทุกข์ให้แก่ใจ

เพราะการดูแลรักษานี้ก็หมายความว่า เรายังรัก ยังหวง

ในทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองอยู่นั่นเอง

ถ้าเรายังมีความรักความหวงอยู่

เวลาที่เราจะต้องจากทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองไป

ก็จะเป็นเวลาที่เราจะมีความทุกข์

แต่ถ้าเราไม่รักไม่หวง เวลาเราจากทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองไป

 เราจะจากด้วยความสงบ จากด้วยความสุข

 จะไม่รู้สึกเดือดร้อนวุ่นวายไปกับการพลัดพราก

จากทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทอง นี่คือการสละทรัพย์

 สละด้วยการแบ่งปันทรัพย์ที่เรามีมากเกินไปให้แก่ผู้อื่น

 แล้วก็สละด้วยการไม่หาทรัพย์มาเพิ่มขึ้นอีก

 สละทรัพย์ด้วยการไม่ใช้ทรัพย์ไปซื้อความสุขต่างๆ

เพราะการซื้อความสุขต่างๆ ด้วยทรัพย์นี้เป็นการซื้อความทุกข์

 เพราะว่าการซื้อความสุขต่างๆ นี้ไม่ได้ทำเกิดอุเบกขา

ไม่ได้ทำให้เกิดความสงบสุขทางใจ

แต่กลับให้เกิดตัณหาความอยากที่จะซื้อความสุขต่างๆ

มากขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วเวลาที่ไม่สามารถซื้อความสุขต่างๆ

ด้วยทรัพย์ได้ ก็จะเป็นความทุกข์

แต่ถ้าเราเอาทรัพย์ที่เราไปซื้อความสุขต่างๆ

นี้เอามาบริจาคให้แก่ผู้อื่น สิ่งที่เราจะได้รับก็คือความสงบสุขของใจ

 เราจะไม่เสียดาย เราจะไม่หวงทรัพย์ที่เรามีอยู่

หรือทรัพย์ที่เราเสียไปแต่เรากลับจะมีความสุข

มีอุเบกขาเกิดขึ้นมา

นี่คือเรื่องของการเสียสละ เราต้องเสียสละความสุขทางร่างกายไป

 ถ้าเราอยากจะได้ความสุขทางใจ

เพราะว่าความสุขทางร่างกายกับความสุขทางใจนี้

เป็นคนละทิศทางกัน เป็นคนละแบบกัน

ไม่สามารถที่จะมีความสุขทั้งสองแบบได้

เราต้องเลือกเอาแบบใดแบบหนึ่ง

 ถ้าเราเอาความสุขทางทรัพย์ทางร่างกาย เราก็จะต้องทุกข์

 เพราะว่าทรัพย์ก็ดี ร่างกายของเราก็ดี จะต้องมีวันเสื่อม

มีวันหมดไป มีวันที่เราจะไม่สามารถใช้ทรัพย์ใช้ร่างกาย

 หาความสุขให้กับเราได้แต่ถ้าเรามาหาความสุขทางใจ

เราจะได้ความสุขไปตลอด เพราะใจของเรานี้ไม่มีวันเสื่อม

ไม่มีวันสลาย ไม่มีวันสิ้นสุด

 ความสุขความสงบที่เราได้จากใจก็จะไม่มีวันสิ้นสุด

 เช่นเดียวกัน จะอยู่คู่กันไปตลอด

เช่น ความสุขของพระพุทธเจ้า

และความสุขของพระอรหันตสาวกทั้งหลาย

ที่เราเรียกว่า บรมสุขนี้ เป็นความสุขที่จะอยู่คู่กับใจไปตลอด

ถึงแม้ว่าร่างกายของพระพุทธเจ้าจะดับไป

นานถึง ๒,๕๐๐ กว่าปีแล้วก็ตาม

แต่ความสุขใจของพระพุทธเจ้านั้นก็ยังอยู่

คู่กับใจของพระพุทธเจ้าจนบัดนี้

และจะอยู่ต่อไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

......................................

ธรรมะบนเขา วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๘

“การเสียสละ”












ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 14 มกราคม 2559
Last Update : 14 มกราคม 2559 13:12:49 น.
Counter : 396 Pageviews.

1 comments
  
สาธุเจ้าค่ะ
โดย: ข้าวโพดต้ม IP: 202.176.172.132 วันที่: 14 มกราคม 2559 เวลา:15:07:23 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....