Group Blog
All Blog
### มารู้จักโรคช็อกโกแลตซีสต์กันนะสาวๆ ###




โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

หรือ โรคช็อกโกแลตซีสต์










หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของโรค

ช็อกโกแลตซีสต์

หรือโรคที่ทางการแพทย์เรียกว่า

โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ซึ่งหมายถึงโรคที่มีภาวการณ์เจริญเติบโต

ของเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นผิดที่

ลักษณะอาการ โดยปกติแล้ว

เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูก

จะเจริญเติบโตภายในโพรงมดลูก

แต่ถ้ามีการเจริญของเยื่อบุโพรงมดลูกผิดที่

จะทำให้เกิดอาการ ซึ่งอาการแสดงของโรคนี้

แบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ ชนิดที่พบภายนอกมดลูก

 เป็นชนิดที่พบได้บ่อย

ส่วนใหญ่มักพบบริเวณอุ้งเชิงกราน

ได้แก่ รังไข่ ท่อนำไข่ เยื่อบุช่องท้อง

รวมถึงอวัยวะใกล้เคียง

 เช่น กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ใหญ่

นอกจากนี้ยังพบได้ที่ท่อไต ลำไส้เล็ก

ปอด สมอง และบริเวณผิวหนัง

หรือแผลผ่าตัด เป็นต้น

อีกชนิดพบได้ในกล้ามเนื้อมดลูก

อันเกิดจากเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูก

ไปเจริญแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อมดลูก

ทำให้มีอาการปวดประจำเดือน

และตรวจพบว่ามดลูกมีขนาดโตขึ้น

โดยทั่วไปโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

จะหมายถึง ชนิดที่พบภายนอกมดลูก

ช็อกโกแลตซีสต์ และคำว่า ซีสต์ หมายถึง ถุงน้ำ

ช็อกโกแลตซีสต์ จึงเป็นอาการแสดงหนึ่ง

ของโรคเยื่อบุโพรงมดเจริญผิดที่

โดยตัวโรคไปเกิดขึ้นที่รังไข่ในลักษณะของถุงน้ำ

 ที่เราเรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์

 เพราะลักษณะของถุงน้ำในโรคนี้

ภายในมีของเหลวที่มีลักษณะคล้ายกับช็อกโกแลต

สำหรับสาเหตุของการเกิดถุงน้ำช็อกโกแลต

เชื่อว่าเกิดจากการที่เลือดระดู

หรือประจำเดือนมีการไหลย้อนกลับ

เข้าไปในอุ้งเชิงกราน ผ่านทางท่อนำไข่

ซึ่งโดยปกติแล้วเวลาผู้หญิงมีประจำเดือน

นอกจากเลือดประจำเดือน

จะไหลออกมาทางช่องคลอดแล้ว

จะมีเลือดบางส่วนไหลผ่านท่อนำไข่

เข้าไปในอุ้งเชิงกราน

โดยเลือดประจำเดือนนี้จะมีเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกอยู่

ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายคนเราจะมีกลไก

ในการกำจัดเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกเหล่านี้

แต่ในผู้หญิงบางคนมีความผิดปกติข

องกลไกในการกำจัดเซลล์เหล่านี้

ทำให้เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดออกมานั้น

 ไปฝังตัวตามจุดต่าง ๆ ในอุ้งเชิงกราน

รวมถึงรังไข่ และเจริญเติบโตจนทำให้เกิดถุงน้ำขึ้น

 เวลาที่เรามีประจำเดือน

เซลล์ของเยื่อบุโพรงมดลูกที่อยู่ในถุงน้ำ

ก็จะมีเลือดออกเข้าไปในถุงน้ำนั้นด้วย เมื่อเวลาผ่านไป

น้ำซึ่งเป็นส่วนประกอบในถุงเลือดนั้นจะถูกดูดซึมกลับ 

ทำให้เลือดในถุงมีลักษณะเข้มขึ้น

และเมื่อค้างอยู่นาน ๆ ก็จะกลายเป็นสีน้ำตาล

มีลักษณะเหมือนช็อกโกแลต เราจึงเรียกว่า

 ถุงน้ำช็อกโกแลต หรือ ช็อกโกแลตซีสต์

ดังนั้นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นโรคนี้สูง

จะสัมพันธ์กับการมีประจำเดือน

พบว่าสตรีที่เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกก่อนเพื่อน ๆ

สตรีที่เข้าสู่ภาวะวัยหมดประจำเดือน (วัยทอง) ช้ากว่าปกติ

สตรีที่มีประจำเดือนออกมากและออกนานหลายวัน

สตรีที่รอบเดือนมาถี่หรือระยะห่าง

ระหว่างที่เป็นประจำเดือนแต่ละรอบสั้น

สตรีที่มีแม่ พี่สาว หรือน้องสาวเป็นโรคนี้

สตรีที่มีลูกคนแรกตอนอายุมาก

ก็จะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้สูงขึ้น

นอกจากนี้ยังพบว่าสตรีที่ดื่มแอลกอฮอล์

 และกาแฟมาก ๆ ก็จะมีความเสี่ยง

ที่จะเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่สูงขึ้น

สำหรับอาการที่น่าสงสัย

ว่าจะเป็นถุงน้ำช็อกโกแลต ได้แก่

อาการปวดประจำเดือน

ซึ่งเป็นอาการส่วนใหญ่ที่มาพบแพทย์

นอกจากนี้อาจมีอาการปวดท้องน้อยขณะมีเพศสัมพันธ์

ปวดท้องน้อยเรื้อรัง

 (มีอาการปวดท้องน้อยนานกว่า 6 เดือน)

มีบุตรยาก  ในบางคนคลำได้ก้อนที่ท้องน้อย

 หรือบางคนอาจมีอาการเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด 

ส่วนน้อยอาจมีอาการอื่น ๆ ที่สัมพันธ์กับตำแหน่งของโรค

เช่น มีก้อนโตขึ้นและปวดในช่วงที่เป็นประจำเดือน

หรือมีอาการไอเป็นเลือดในช่วงเป็นประจำเดือน

 เนื่องจากมีเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญที่ปอด เป็นต้น

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการปวดประจำเดือนนั้น

เป็นอาการปวดประจำเดือนตามปกติที่ผู้หญิงเป็นกัน

หรือเป็นจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ในเรื่องนี้แนะนำให้ดูที่อายุ

 และลักษณะอาการปวดประจำเดือนที่เป็น

 ถ้าอายุยังไม่มากแล้วมีอาการปวดท้องน้อย

เวลามีประจำเดือน

โดยเริ่มมีอาการปวดประจำเดือน

ตั้งแต่เริ่มเป็นประจำเดือนครั้งแรก

อาการปวดเป็นเท่า ๆ เดิมไม่ได้ปวดรุนแรงขึ้น

ส่วนใหญ่จะเป็นอาการปวดประจำเดือนธรรมดา

แต่ถ้าอายุมากขึ้น แล้ว

อยู่ ๆ มาเริ่มมีอาการปวดประจำเดือน

หรืออาการปวดประจำเดือนเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ

 เช่น เดิมมีอาการปวดประจำเดือนไม่มาก

พอทนได้ หรือทานเพียงยาพาราเซตามอลก็หาย

 แต่ต่อมาอาการปวดประจำเดือนเป็นมากขึ้น

 ต้องทานยาแก้ปวดปริมาณมากขึ้น

หรือต้องทานยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์แรงขึ้น

มีอาการปวดจนต้องหยุดเรียน หยุดงาน

หรือปวดจนรบกวนชีวิตประจำวัน

หรือบางคนถึงขั้นต้องไปฉีดยาแก้ปวด

ที่คลินิกหรือโรงพยาบาล

อาการดังกล่าวค่อนข้างบ่งชี้ว่า

น่าจะเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าโรคช็อกโกแลตซีสต์นี้

เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างไร

ภาวะนี้เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดประจำเดือน

ทำให้เราต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการปวด

ส่งผลทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง

บางครั้งส่งผลทางด้านการงานและสังคม

ทำให้เราต้องหยุดเรียน

หรือหยุดงานเนื่องจากอาการปวด

ในบางคนเกิดการแตกของถุงน้ำ

จะทำให้เกิดอาการปวดท้องแบบเฉียบพลัน

ซึ่งอาจต้องได้รับการผ่าตัดแบบฉุกเฉิน

 นอกจากนั้นโรคนี้อาจทำให้เกิดปัญหาภาวะมีบุตรยาก

เนื่องจากโรคนี้มักจะทำให้เกิดพังผืดในอุ้งเชิงกราน

บางราย เป็นมากจนทำให้เกิดการอุดตันของท่อนำไข่

ซึ่งอาจมีความจำเป็นต้องรักษา

โดยการผ่าตัด หรือต้องใช้เทคโนโลยีช่วย

ในการเจริญพันธุ์ เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว

สำหรับบางท่านกังวลว่าช็อกโกแลตซีสต์นี้

สามารถกลายเป็นมะเร็งได้ไหม

ซึ่งจากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า

 โอกาสที่โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นั้น

จะกลายเป็นมะเร็ง มีโอกาสเกิดน้อยกว่า 1%

ในกรณีที่สงสัยว่าเป็นโรคนี้

แนะนำให้พบสูตินรีแพทย์

 ซึ่งแพทย์จะทำการซักประวัติ

ตรวจร่างกาย และตรวจภายใน

ในกรณีที่สงสัยว่าจะเป็นช็อกโกแลตซีสต์

 แพทย์จะทำการตรวจอัลตราซาวด์

 หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

ซึ่งการตรวจอัลตราซาวด์นั้น

อาจทำการตรวจทางหน้าท้อง

 หรือตรวจทางช่องคลอด

ซึ่งแพทย์จะเลือกตรวจตามความเหมาะสม

แต่สำหรับการวินิจฉัยที่แน่นอนที่สุดคือ

 การส่องกล้องเข้าไปในช่องท้อง

ร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อเล็ก ๆ

 เอามาตรวจทางพยาธิวิทยา

ซึ่งการตรวจโดยวิธีส่องกล้องนี้

ไม่จำเป็นต้องทำในผู้ป่วยทุกคน

แพทย์จะทำเมื่อเห็นว่ามีความเหมาะสม

การรักษาโรคนี้ หลัก ๆ มี 3 วิธี คือ

การใช้ยา การผ่าตัด หรือใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน

โดยวิธีการรักษาจะคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ของผู้ป่วย

ได้แก่ อาการของผู้ป่วย อายุ

ความต้องการมีบุตร และความรุนแรงของโรค

 โดยการรักษาแบบใช้ยา

มีทั้งการใช้ยาในกลุ่มที่มีฮอร์โมน และไม่มีฮอร์โมน

ส่วนการผ่าตัดก็มีทั้งวิธีการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง

หรือวิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้อง

ซึ่งวิธีการผ่าตัดส่องกล้องจะมีข้อดีคือ

แผลเล็ก ปวดแผลน้อย

ใช้เวลานอนรักษาในโรงพยาบาล

หรือการพักฟื้นหลังผ่าตัด

สั้นกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง

 แต่ว่าวิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้องนั้น

มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า

และต้องอาศัยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ

ซึ่งวิธีการรักษานั้น แพทย์จะเลือกตามความเหมาะสม

สำหรับผู้ป่วยในแต่ละราย

สุดท้ายนี้ ขอแนะนำว่า

 ในกรณีที่เรามีอาการปวดประจำเดือน 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดนั้นรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

หรือมีอาการอื่น ๆ ดังกล่าวข้างต้น

ขอให้ท่านรีบไปปรึกษาสูตินรีแพทย์

ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน

................................ 

ขอบคุณข้อมูลจาก อาจารย์นายแพทย์ศรีเธียร เลิศวิกูล

ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

#RamaChannel










Create Date : 12 มีนาคม 2557
Last Update : 1 ตุลาคม 2561 18:20:47 น.
Counter : 1583 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ