Group Blog
All Blog
### วันอาสาฬหะบูชา ###














...............วั น นี้ เ ป็ น วั น อ า ส า ฬ ห บู ช า
..............ต ร ง กั บ วั น ขึ้ น ๑ ๕ ค่ำ เ ดื อ น ๘

.....วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์

แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนา

หรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้ เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕

ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี

ในชมพูทวีปสมัยโบราณซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย

ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดังผู้ทรงเป็นธรรมราชา

ก็ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้า

เริ่มต้นแผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรม นำความร่มเย็น

และความสงบสุขมาให้แก่หมู่ประชา

ดังนั้น ธรรมเทศนาที่ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า

 ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม

หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร กล่าวคือดินแดนแห่งธรรม

.....เมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีมาแล้วนั้นชมพูทวีปในสมัยโบราณ

กำลังย่างเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความเจริญก้าวหน้า

รุ่งเรืองเฟื่องฟูทุกด้านและมีคนหลายประเภท

ทั้งชนผู้มั่งคั่งร่ำรวย นักบวชที่พัฒนาความเชื่อ

และ ข้อปฏิบัติทางศาสนา เพื่อให้ผู้ร่ำรวย

ได้ประกอบพิธีกรรมแก่ตนเต็มที่ ผู้เบื่อหน่ายชีวิตที่วนเวียน

 ในอำนาจและโภคสมบัติที่ออกบวช

 หรือบางพวกก็แสวงหาคำตอบ

ที่เป็นทางรอดพ้นด้วยการคิดปรัชญาต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เหลือวิสัย

และไม่อาจพิสูจน์ได้บ้าง พระพุทธเจ้าจึงทรงอุบัติในสภาพเช่นนี้

และดำเนินชีพเช่นนี้ด้วย

แต่เมื่อทรงพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นขาดแก่นสาร

 ไม่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง แก่ตนเองและผู้อื่น

จึงทรงคิดหาวิธีแก้ไขด้วยการทดลองต่าง ๆ โดยละทิ้งราชสมบัติ

และอิสริยศแล้วออกผนวช บำเพ็ญตนนานถึง ๖ ปี

ก็ไม่อาจพบทางแก้ได้ ต่อมาจึงได้ทางค้นพบ มัชฌิมาปฏิปทา

หรือทางสายกลาง เมื่อทรงปฏิบัติตามมรรคนี้ก็ได้ค้นพบสัจธรรม

ที่นำคุณค่า แท้จริงมาสู่ชีวิต อันเรียกว่า อริยสัจ ๔ ประการ

ในวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศก ๔๔ ปี

ที่เรียกว่า การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

จากนั้นทรงงานประกาศศาสนาโดยทรงดำริหาทางที่ได้ผลดี

และรวดเร็ว คือ เริ่มสอนแก่ผู้มีพื้นฐานภูมิปัญญาดี

ที่รู้แจ้งคำสอนได้อย่างรวดเร็ว

และสามารถนำไปชี้แจงอธิบาย ให้ผู้อื่นเข้ามาได้อย่างกว้างขวาง

จึงมุ่งไปพบนักบวช ๕ รูป หรือเบญจวัคคีย์

ที่ได้ออกบวชติดตามรับใช้พระองค์มาก่อน

และได้แสดงธรรมเทศนาเป็นครั้งแรกในวันเพ็ญ เดือน ๘

.....ใ จ ค ว า ม สำ คั ญ ข อ ง ป ฐ ม เ ท ศ น า

ในการแสดงแสดงปฐมเทศนาครั้งแรกของพระพุทธเจ้า

ทรงแสดงหลักธรรมสำคัญ ๒ ประการคือ

.....ก. มัชฌิมาปฏิปทาหรือทางสายกลาง

 เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลาง ๆ ถูกต้องและเหมาะสม

ที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายได้

มิใช่การดำเนินชีวิตที่เอียงสุด ๒ อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด

คือ..........๑. การหมกหมุ่นในความสุขทางกาย

มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่า

เป็นการหลงเพลิดเพลินหมกหมุ่นในกามสุข

 หรือ กามสุขัลลิกานุโยค

..........๒. การสร้างความลำบากแก่ตนดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย

เช่น บำเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น

การดำเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย

 แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค

.....ดังนั้นเพื่อละเว้นห่างจากการปฏิบัติทางสุดเหล่านี้

 ต้องใช้ทางสายกลาง ซึ่งเป็นการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา

โดยมีหลักปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ ๘ ประการ

เรียกว่า อริยอัฏฐังคิกมัคค์ หรือ มรรคมีองค์ ๘ ได้แก่

..........๑. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็นจริง

..........๒. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม

..........๓. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวคำสุจริต

..........๔. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ คือ ทำการที่สุจริต

..........๕. สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ

 ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพที่สุจริต
.

.........๖. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบำเพ็ญดี

..........๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ

ทำการด้วยจิตสำนึกเสมอ ไม่เผลอพลาด
.

.........๘. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ

คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน

.....ข. อริยสัจ ๔ แปลว่า ความจริงอันประเสริฐของอริยะ

ซึ่งคือ บุคคลที่ห่างไกลจากกิเลส ได้แก่

..........๑. ทุกข์ ได้แก่ ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับมนุษย์

บุคคลต้องกำหนดรู้ให้เท่าทันตามความเป็นจริงว่ามันคืออะไร

 ต้องยอมรับรู้กล้าสู้หน้าปัญหา กล้าเผชิญความจริง

ต้องเข้าใจในสภาวะโลกว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง

 มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ไม่ยึดติด

..........๒. สมุทัย ได้แก่ เหตุเกิดแห่งทุกข์

หรือสาเหตุของปัญหา ตัวการสำคัญของทุกข์ คือ

ตัณหาหรือเส้นเชือกแห่งความอยากซึ่งสัมพันธ์กับปัจจัยอื่น ๆ

..........๓. นิโรธ ได้แก่ ความดับทุกข์ เริ่มด้วยชีวิตที่อิสระ

อยู่อย่างรู้เท่าทันโลกและชีวิต ดำเนินชีวิตด้วยการใช้ปัญญา

..........๔. มรรค ได้แก่ กระบวนวิธีแห้งการแก้ปัญหา

อันได้แก่ มรรคมีองค์ ๘ ประการดังกล่าวข้างต้น

.....ผ ล จ า ก ก า ร แ ส ด ง ป ฐ ม เท ศ น า

..........เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแล้ว

ปรากฏว่าโกณฑัญญะผู้เป็นหัวหน้าเบญจวัคคีย์ได้เกิดเข้าใจธรรม

 เรียกว่า เกิดดวงตาแห่งธรรมหรือธรรมจักษุ บรรลุเป็นโสดาบัน

จึงทูลขอบรรพชาและถือเป็นพระภิกษุสาวก รูปแรกในพระพุทธศาสนา

 มีชื่อว่า อัญญาโกณฑัญญะ

.....ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง อ า ส า ฬ ห บู ช า

..........“อาสาฬหบูชา” (อา-สาน-หะ-บู-ชา/อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา)

ประกอบด้วยคำ ๒ คำ คือ อาสาฬห (เดือน ๘ ทางจันทรคติ)

 กับบูชา (การบูชา) เมื่อรวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน ๘

หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน ๘

หรือเรียกให้เต็มว่า อาสาฬหบูรณมีบูชา

.....โดยสรุป วันอาสาฬหบูชา แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญ เดือน ๘

หรือ การบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในวันเพ็ญ เดือน ๘ คือ

..........๑. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา

..........๒. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเริ่มประกาศพระศาสนา

..........๓. เป็นวันที่เกิดอริยสงฆ์ครั้งแรกคือการที่ท่านโกณฑัญญะ

รู้แจ้งเห็นธรรม เป็นพระโสดาบัน

จัดเป็นอริยบุคคลท่านแรกในอริยสงฆ์

..........๔. เป็นวันที่เกิดพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา

 คือ การที่ท่านโกณฑัญญะขอบรรพชาและ ได้บวชเป็นพระภิกษุ

 หลังจากฟังปฐมเทศนาและบรรลุธรรมแล้ว
.

.........๕. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงได้ปฐมสาวกคือ

การที่ท่านโกณฑัญญะนั้น ได้บรรลุธรรม และบวชเป็นพระภิกษุ

จึงเป็นสาวกรูปแรกของพระพุทธเจ้า

.....เมื่อเปรียบกับวันสำคัญอื่น ๆ ในพระพุทธศาสนา

บางทีเรียกวันอาสาฬหบูชา นี้ว่า

วันพระสงฆ์ (คือวันที่เริ่มเกิดมีพระสงฆ์)

..... พิธีกรรมที่กระทำในวันนี้ โดยทั่วไป คือ

ทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล เวียนเทียน

ฟังพระธรรมเทศนา (ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร) และสวดมนต์

ดังนั้นในวันนี้จึงถือว่า พุทธศาสนิกชนควรได้รับประโยชน์

ที่เป็นสาระสำคัญจากอาสาฬหบูชา กล่าวคือ

ควรทบทวนระลึกเตือนใจสำรวจตนว่า

ชีวิตเราได้เจริญงอกงามขึ้นด้วยความเป็นอยู่อย่างผู้รู้เท่าทันโลก

และชีวิตนี้บ้างแล้วเพียงใด เรายังดำเนินชีวิตอยู่อย่างลุ่มหลงมัวเมา

หรือมีจิตใจอิสระปลอดโปร่งผ่องใสบ้างแล้วเพียงใด

..........เรียบเรียงจาก ความรู้เกี่ยวกับวันสำคัญไทย

โดย เสฐียรโกเศศ และ พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต)


ขอขอบคุณ fb. Chuchart Srisaeng







Create Date : 11 กรกฎาคม 2557
Last Update : 11 กรกฎาคม 2557 12:27:26 น.
Counter : 715 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ