Group Blog
All Blog
### อะไรเป็นเหตุให้วัดร้าง ###




















นิทานสะกิดใจเรื่อง...

อะไร? เป็นเหตุให้วัดร้าง

..............

ณ.วัดป่าแห่งหนึ่งอดีตเคยเจริญรุ่งเรือง

 มีเจ้าอาวาสเป็นนักเทศน์นักคิดนักเขียนชื่อดัง

 ท่านได้มรณภาพไปนานหลายสิบปีแล้ว

ตอนนี้...หญ้าและวัชพืชต่างๆขยายพันธุ์ปกคลุมไปทั่ววัด

 ที่ศาลาหน้าพระประธาน และพระพุทธรูปอีกหลายองค์

ล้วนมีแต่คราบฝุ่นหนาแน่นใยแมงมุมเกาะเต็มไปหมด

 สิ่งของและเครื่องใช้ต่างๆล้วนเก่าชำรุดทรุดโทรม

 ที่พักสงฆ์-แม่ชีและญาติโยม ล้วนเป็นที่อยู่ของสัตว์ต่างๆ

เช่น หนู ค้างคาว ตุ๊กแก มด ปลวก

 โรงครัวที่ครั้งหนึ่งเคยทำอาหารรองรับผู้มาเยือน

จำนวนหลายร้อยคน บัดนี้ ...เหลือเพียงแค่ความทรงจำในอดีต

บรรยากาศชวนเงียบเหงาวังเวงยิ่งนัก


พระสามรูป เดินทางผ่านมาและพบกันโดยบังเอิญที่วัดนี้

 “อะไรเป็นสาเหตุให้วัดที่อดีตเคยรุ่งเรืองร้างได้”

ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้เริ่มถาม

“คงเป็นเพราะพระในวัดไม่มีความศรัทธา

ไม่ไหว้พระสวดมนต์แผ่เมตตา

 จึงทำให้เทวดาพรหมไม่ยอมดูแลช่วยเหลือ”

 พระ ก.กล่าว

“คงเป็นเพราะพระในวัดขี้เกียจ มั้ง วัดจึงดูไม่น่าอยู่อาศัย”

พระ ข.กล่าว

“คงเป็นเพราะพระในวัดไม่สำรวม

ไม่ปฎิบัติธรรมญาติโยมจึงไม่เลื่อมใส”

พระ ค.กล่าว

พระทั้งสามต่างถกเถียงกันอยู่พักใหญ่

ต่างคนก็ว่าความคิดของตนถูกกว่า และหาข้อสรุปไม่ได้

 ทั้งสามจึงตัดสินใจที่จะพักอยู่วัดนี้ เพื่อช่วยกันบูรณะวัด

ตามความสามารถของตน และเพื่อพิสูจน์ว่า

ใครจะประสบผลสำเร็จมากที่สุด

พระ ก.สวดมนต์เก่ง จึงเริ่มกราบไหว้พระสวดมนต์

พระ ข. เก่งด้านช่าง จึงเริ่มซ่อมแซมวัด ให้กลับสู่สภาพเดิม

พระ ค.เก่งด้านปฏิบัติเจริญสติสร้างความรู้สึกตัว

 จึงชักชวนญาติโยมเข้าวัดมาเจริญสติและฟังธรรม

ในเวลาไม่นานวัดป่าแห่งนี้ก็กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง

ญาติโยม แม่ชี ก็เริ่มหลั่งไหลมาถือศีล ภาวนา อย่างไม่ขาดสาย

จากที่ใกล้และมาจากแดนไกล ผ่านมาหลายเดือน

และแล้วอยู่มาวันหนึ่ง

“เป็นเพราะฉันต่างหาก ที่สวดมนต์กราบไหว้ด้วยจิตศรัทธา

เทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงเมตตาแสดงปาฎิหาริย์

ดลใจให้ผู้คนศรัทธาพากันมาวัดอย่างมากมาย”

พระ ก.กล่าว

“เป็นเพราะฉันต่างหากที่ขยันดูแลบริหารงาน

ทำให้วัดสะอาดร่มรื่นน่าอยู่ น้ำไหล ไฟสว่าง ห้องน้ำสะอาด

 ใครมาเยือนก็ประใจ วัดจึงบริบูรณ์เพียบพร้อม”

พระ ข.กล่าว

“เป็นเพราะฉันต่างหากที่ชักชวนโยมมาฝึกสติสร้างความรู้สึกตัว

 และพูดธรรมะสอนโยม ทำให้โยมรู้จักบาปบุญคุณโทษ

และเกิดศรัทธา ทำให้ผู้คนมาวัดมากมาย”

พระ ค.กล่าว

พระทั้งสามต่างถกเถียงกันคอเป็นเอ็น ไม่มีใครยอมใคร

 ต่อมาญาติโยมก็รู้สึกเริ่มเอือมระอาพระทั้งสาม

และเริ่มลดจำนวนเข้าวัดลงเรื่อยๆ ความเจริญรุ่งเรืองก็หายไป

 ความเสื่อมก็เข้ามาแทน

ในวันที่พระทั้งสามตัดสินใจแยกย้ายไปคนละทิศละทางนั้น

พวกเขาได้ข้อสรุปที่เหมือนกันว่า....

สาเหตุที่วัดร้างนั้น ไม่ใช่เพราะพระไร้ความศรัทธา

 และไม่ใช่ขี้เกียจ หรือไม่สำรวม

 แต่เป็นเพราะ( พระสงฆ์ไม่สมานฉันท์ต่างหาก )

นิทานเรื่อง สอนให้เราสามัคคีกัน ตั้งแต่..ครอบครัว,

วัด,หมู่บ้าน, ตำบล, อำเภอ, จังหวัด, ชาติ, โลก,

ทีใดมีความสามัคคีที่นั้นเจริญรุ่งเรือง และอยู่กันแบบผาสุก

ที่ใดขาดความสามัคคี ที่นั้นมีแต่ความเสื่อม

และอยู่กันแบบขัดแย้ง แย่งผลงาน

อิจฉาริษยาซึ่งกันและกัน เป็นต้น

( ความสามัคคีของหมู่คณะนำมาซึ่งความสุข )

เขียนเล่าเรื่องพระสุรินทร์ ก่อนการคิด













ขอบคุณที่มา fb.วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
ขอบคุณเจ้าของภาพวาดค่ะ




Create Date : 10 สิงหาคม 2558
Last Update : 10 สิงหาคม 2558 18:30:06 น.
Counter : 500 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....