Group Blog
All Blog
### ความตาย ###


















“ความตาย”

สิ่งหนึ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไม่ให้พวกเราลืมกัน

 สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ไม่ให้พวกเราลืมกันคืออะไร

 ก็คือความตายนี่เอง แต่พวกเรากลับชอบลืมกัน

ไม่ชอบคิดถึงความตายกัน กลับชอบคิดถึงวันเกิดกัน

พอถึงวันเกิดทีก็ทำบุญกันที ถ้าคิดถึงวันตายแล้วรับรองได้ว่า

จะทำทุกวันเลย ไม่ทำเพียงวันเดียว

ที่ท่านสอนให้เราระลึกถึงความตายอยู่เรื่อยๆ

 เพื่อที่เราจะได้รีบทำบุญกัน

แล้วเราจะได้หลุดพ้นจากความทุกข์กัน

 แต่พวกเรากลับชอบคิดถึงแต่วันเกิด

พอวันเกิดมาครั้งหนึ่ง พวกเราก็ทำบุญกันสักครั้งหนึ่ง

 ถ้าการทำบุญเหมือนกับการรับประทานอาหาร

เราก็รับประทานอาหารปีละ ๑ ครั้ง ใจของเราจึงซูบผอม

เป็นเหมือนขอทาน เป็นเหมือนคนขาดอาหาร

 แต่ถ้าเราระลึกถึงความตายอยู่เรื่อยๆ ไม่ลืมความตาย

เราก็จะทำบุญอยู่เรื่อยๆ

การระลึกถึงความตายนี้ไม่ได้หมายถึง

เฉพาะการระลึกถึงความตายของร่างกายของเราเพียงเท่านั้น

 การระลึกถึงความตายนี้ให้ระลึกถึงร่างกายของทุกๆคน

และของทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้

 ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ก็มีวันตายเหมือนกัน

โลกใบนี้สักวันหนึ่งก็ต้องมีวันจบสิ้นไปเหมือนกัน

 ไม่ว่าจะเป็นอะไร เมื่อมีการเกิดแล้ว

ต้องมีความตายตามมาด้วยกันทั้งนั้น

 ถ้าเราระลึกถึงความตาย ไม่ลืมความตาย

ในความรู้สึกนึกคิดของเรา

 เราจะไม่โลภไม่อยากได้อะไร เราจะไม่ยึดไม่ติดกับอะไร

เราจะไม่หวง เราจะไม่ห่วงอะไร

 เราจะไม่ต้องทำบาปเพื่อที่จะรักษาสิ่งนั้นสิ่งนี้

 รักษาคนนั้นคนนี้ไว้ เราจะมีแต่ทำบุญเพียงอย่างเดียว

คนที่รู้ว่าตัวเองจะต้องตายภายในเวลาอันใกล้นี้

มักจะเข้าวัดกัน ไม่เชื่อไปดูที่วัดพระพุทธบาทน้ำพุ นั้นแหละ

 คนไปวัดกันเพราะเขารู้ว่าเขาต้องตายกัน

เขารู้ว่าเขาเป็นโรคเอชไอวีกัน ติดโรคเอดส์กัน

 ไม่มีวันที่จะรักษาหายได้

ถ้าเราอยากจะเข้าวัดแล้วเรามีปัญหากับทางบ้าน

 ทางสามีทางภรรยา ก็บอกเขาว่าเป็นเอชไอวีดู

 แล้วดูว่าเขาอยากจะให้เราอยู่กับเขาต่อไปหรือเปล่า

 อยากจะบวชนี้ง่ายเหลือเกิน ถ้าภรรยาไม่อยากให้บวช

 ก็บอกว่าเป็นเอชไอวี แล้วภรรยาก็จะอนุญาตให้ไปบวชได้

 ถ้าเป็นสามีก็เช่นเดียวกัน ถ้าอยากจะไปบวชชี

สามีไม่ให้บวชก็บอกว่าเป็นเอชไอวี แล้วรับรองได้ว่า

เขาจะไม่รักไม่หวงเราอีกต่อไป

นี่แหละประโยชน์ของการที่เราระลึกถึงความตายอยู่เรื่อยๆ

เพราะว่าจะทำให้เราไม่หลงนั่นเอง

ทุกวันนี้ที่เราโลภ เราโกรธกัน ก็เพราะว่าเราหลงกัน

หลงก็คือมองไม่เห็นความตายกัน ลืมความตายกัน

คิดว่าเราจะอยู่กันไปเรื่อยๆ ไม่มีวันตาย

 อายุ ๗๐ - ๘๐ ก็ยังคิดว่าตัวเองจะอยู่ไปเรื่อยๆ

ไม่ยอมคิดถึงความตายกัน อายุ ๗๐ - ๘๐

ก็ยังหวงเรื่องนั้นหวงเรื่องนี้

 ห่วงเรื่องนั้นห่วงเรื่องนี้ ทั้งๆที่ตัวเองนี้ใกล้จะตายอยู่แล้ว

แต่ใจมันไม่คิดถึงความตาย มันก็เหมือนกับตอนที่มีอายุน้อยๆ

 ตอนที่เป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ดี เวลาที่เราไม่คิดถึงความตายแล้ว

เราก็จะไม่รู้สึกว่าเราแก่ เราก็จะรู้สึกว่าเรายังหนุ่มยังสาว

ยังจะอยู่ไปนานๆอยู่ ก็จะทำให้เรายังโลภ

 ยังอยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้อยู่

 แล้วเวลาที่เราไม่ได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ตามความโลภของเรา

เราก็จะเกิดความโกรธ เกิดความทุกข์เกิดความไม่สบายใจต่างๆ

อานิสงส์ของการระลึกถึงความตายไม่ลืมความตายนี้

เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้หลุดพ้นจากความทุกข์

พระพุทธเจ้าทรงสอนพระอานนท์

ให้ระลึกถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออก

ก็คือทุกความรู้สึกนึกคิด ไม่ว่าเราคิดจะทำอะไร

เราอยากจะได้อะไร อยากจะเป็นอะไร

ถ้าเราระลึกถึงความตายแล้วเราก็อาจจะเปลี่ยนใจได้

 ไม่รู้ว่าจะเป็นทำไม ไม่รู้ว่าจะเอามาทำไม

 ได้มาแล้วตายไปก็เอาไปไม่ได้ เป็นแล้วตายไปก็ต้องหมดไป

แล้วมาทุกข์กับการอยากเป็นอยากได้ทำไม

 แล้วพอได้แล้วก็ต้องทุกข์กับการดูแลรักษา

กับความหวงความห่วง

 และในที่สุดก็ต้องมาทุกข์กับการสูญเสีย

เวลาที่เขาจะต้องจากเราไป หรือเราจะต้องจากเขาไป

 นี่แหละคือหัวใจสำคัญของการปฏิบัติธรรม

ของการหลุดพ้นจากความทุกข์ก็คือการเจริญมรณานุสตินี่เอง

ให้เราระลึกถึงความตายอยู่เรื่อยๆ

แต่ผู้ที่จะสามารถระลึกถึงความตายอยู่เรื่อยๆ นี้

จะต้องผู้เป็นผู้ที่มีจิตใจกล้าหาญ

เป็นจิตใจที่ไม่หวันไหว กับความจริง

 ถ้ายังอ่อนไหวกับความจริงอยู่จะไม่กล้าระลึกถึงความตาย

 เพราะเวลาระลึกถึงความตายแล้ว จะเกิดความรู้สึกหดหู่ใจ

จะไม่มีกำลังจิตกำลังใจที่จะทำอะไรต่อไป

ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงต้องให้ เจริญอย่างอื่นแทน

ถ้าจิตใจยังอ่อนแออยู่ ยังอ่อนไหวอยู่

ยังไม่ระลึกถึงความตายได้ ก็ให้ระลึกถึงพระพุทธคุณไปก่อน

 เช่นให้เจริญพุทธานุสติไปก่อน

ไม่ว่าจะเป็นการสวดบทพุทธคุณ

 หรือจะเป็นการบริกรรมพุทโธๆไปแทนก่อน

จนกว่าใจจะมีความสงบพอที่จะรับความจริงได้

แล้วก็ให้ระลึกถึงความตายแทนต่อไป

 เพราะถ้าเราระลึกถึงความตายได้

เราจะไม่คิดอยากจะทำอะไรต่อไป

 เราจะอยากจะทำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ก็คือรักษาใจให้อยู่ในความสงบ

ให้ใจปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้

 เพราะถ้าปล่อยวางไม่ได้

 เวลาที่จะต้องพลัดพรากจากสิ่งต่างๆไป

เวลานั้นจะมีแต่ความทุกข์ทรมานใจ

และเวลาที่ยังไม่ได้จากกันก็จะมีแต่ความวิตกกังวล

ห่วงใยกับสิ่งต่างๆ ไป

แต่ถ้าเราสามารถระลึกถึงความตายได้อยู่ตลอดเวลา

ไม่ว่าเราจะทำอะไร คิดจะทำอะไร เราคิดถึงความตาย

 คิดถึงความไม่แน่นอนของสิ่งต่างๆ

 เราก็จะทำอย่างสบายใจ เราจะไม่เครียดกับสิ่งต่างๆ

 เช่นเราอยากได้อะไร ถ้าจำเป็นที่จะต้องหามาเราก็หามา

 แต่ในใจเราก็รู้อยู่ว่ามันไม่แน่นอน

มันอาจจะได้มันอาจจะไม่ได้ ได้ก็ดีไม่ได้ก็ดี

แต่ถ้าเราไม่ระลึกถึงความตายนี้ เวลาเราอยากจะได้อะไร

 เราก็ต้องได้อย่างเดียว ถ้าไม่ได้แล้วเราจะเสียใจ

เราจะโกรธ บางทีถึงกลับฆ่าตัวตายไปก็มี

 เพราะความเสียใจที่ไม่ได้สิ่งที่ตนอยากได้

การระลึกถึงความตายจึงไม่ได้เป็นการฆ่าตัวตาย

 แต่เป็นการป้องกันการฆ่าตัวตาย

 เพราะว่าเราจะไม่เสียอกเสียใจถึงกับต้องฆ่าตัวตาย

 เช่นเวลาเราสูญเสียสิ่งที่เรารักไปหรือบุคคลที่เรารักไป

ถ้าเราไม่ได้ระลึกถึงความตายอยู่เรื่อยๆ

ว่าเขาจะต้องตายจากเราไปหรือเราจะต้องตายจากเขาไป

 เวลาเขาตายจากเราไป บางทีเราก็ไม่อยากจะอยู่ต่อไป

 เราก็จะฆ่าตัวตายตามเขาไป

นี่แหละขอให้เราเห็นคุณอย่าไปเห็นโทษ

ของการระลึกถึงความตาย

เพราะว่าการระลึกถึงความตายนี้

ไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่จิตใจแต่เป็นพิษเป็นภัยกับกิเลสตัณหา

 กับความโลภ กับความโกรธ กับความหลง

เพราะมันจะทำให้เราไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ไม่อยากนั่นเอง

 แต่ถ้าเราไม่ระลึกถึงความตายนี้

เราจะหลง เราจะโลภ เราจะโกรธ เราจะอยากอยู่เรื่อยๆ

 แล้วเราจะมีแต่ความว้าวุ่นขุ่น

มันมีอารมณ์ที่ไม่สบายอกไม่สบายใจ

กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามาสัมผัสรับรู้

ที่เรามาเป็นเจ้าของครอบครอง

เพราะว่ามันจะไม่เป็นไปตามความอยาก ความต้องการของเรา

ความอยากความต้องการของเรา

 คืออยากจะให้มันอยู่กับเราไปนานๆ

อยากจะให้มันดีกับเราไปนานๆ อยากจะไม่ให้มันจากเราไป

แต่ของทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องจากเราไป มันต้องเปลี่ยนไป

มันจะต้องเสื่อมไป ไม่ช้าก็เร็ว

มันก็เลยทำให้เรามีอาการวุ่นวายใจ

เพราะจะต้องมาคอยดูแลรักษามาคอยซ่อมบำรุงสิ่งต่างๆ

 เช่นมีทรัพย์สมบัติ เช่นรถยนต์ใช้ไปมันต้องเสีย

ต้องเปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่เปลี่ยนยาง เปลี่ยนอะไรต่างๆ

 พอถึงเวลาต้องเปลี่ยนก็ทำให้เราหงุดหงิดรำคาญใจ

 เพราะเราต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นอีก เสียเวลา

บางทีจะใช้รถก็ใช้ไม่ได้ เพราะรถมันเสีย

 แต่ถ้าเราคิดอยู่เรื่อยๆว่า สักวันหนึ่งมันจะต้องเสีย

วันนี้ก็ได้ วันพรุ่งนี้ก็ได้ พอเวลาเราขึ้นรถ

เราก็จะได้เตรียมตัวเตรียมใจ ถ้าสตาร์ทไม่ติดก็รู้แล้วว่า

อ๋อ...ถึงเวลาของมันแล้ว เราก็จะคิดล่วงหน้าไว้ก่อน

สำรองเหตุการณ์ไว้ก่อน เตรียมเรียกรถแท็กซี่

หรือเตรียมใช้รถคันอื่น

หรือว่าถ้าไม่สามารถที่จะเรียกรถคันไหนมาได้ก็เตรียมเดินไป

 ถ้าเดินไปไม่ได้ก็ไม่ต้องไปไหน อยู่บ้านนั่งสมาธิ

ระลึกถึงความตายต่อไป เพราะยังไงๆมันก็ต้องตายอยู่ดี

ไม่ว่าจะไปทำอะไรมากน้อยเพียงไร

 จะได้อะไรมามากน้อยเพียงไร

จะเป็นใหญ่เป็นโตขนาดไหนก็ตาม

ก็หนีความตายไม่พ้นสักคนหนึ่ง

 นี่แหละความตายจึงเป็นของที่มีคุณประโยชน์

กับการดำรงชีวิตที่สงบสุขนี่เอง.

...........................

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ธรรมะบนเขา วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๗

“ความตาย”











ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 09 ธันวาคม 2558
Last Update : 9 ธันวาคม 2558 10:31:42 น.
Counter : 405 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....