Group Blog
All Blog
### เมื่อฉันได้สัมผัสเธอเป็นครั้งแรกฉันเกือบตาย เจ้าโรค"กรวยไตอักเสบ"





โรคกรวยไตอักเสบ

เมื่อเธอมาเยี่ยมเยียนฉัน
เธอแสดงความรักกับฉัน
เอาฉันเกือบตายเพราะเธอ
 แต่ด้วยว่าเป็นฉันไม่หลงกลเธอง่ายๆ
ฉันจึงรอดตายมาจนบัดนี้
แต่เธอก็ยังพยายามจะคุกคามฉันอยู่เรื่อยๆ 
 ฉันก็พยายามปกป้องตัวเองอย่างถึงที่สุด
ไม่ยอมให้เธอมาฉุดเอาชีวิตฉันไปง่ายๆหรอก
 อยู่มายังไม่ถึงร้อยปีเธอจะมาพลัดพรากฉัน
ไปจากโลกศิวิไลนี้รึ .....ไม่มีทาง


และฉันจะต้องเผยแพร่เล่ห์กลของเธอ
ให้โลกได้รับรู้ไว้ด้วย    เผื่อเธอจะไปคุกคามใคร
  เขาจะได้เตรียมรับมือกับเธอได้ทันการ


มาพวกเรามานั่งฟังฉันจะเล่าเรื่องเล่ห์กลของเจ้า
 "โรคกรวยไตอักเสบ" ให้พวกเธอฟังกันนะ


ด้วยความเป็นคนเรื่องมากของฉัน 
  เวลาเดินทางไปแห่งหนไหน
ฉันจะไม่ยอมเข้าห้องน้ำสาธารณะ
นอกจากจะทนไม่ไหวจริงๆเท่านั้น
และด้วยความอดทนอดกลั้นของฉันอีกนั่นแหละ
  ฉันจะไม่พยายามดื่มน้ำระหว่างการเดินทาง
 ก็เพราะกลัวปวดปัสสาวะนั่นแหละ
ฉันประพฤติปฏิบัติมานานแล้ว
  ตอนที่ฉันยังอายุพอฟัดพอเหวี่ยงอยู่
  อาการโรคนี้ไม่กล้าแม้แต่จะมาให้ฉันเห็น
แต่มาบัดนี้ พออายุฉันเฉียดใกล้เลขเจ็ดนำหน้า
 เจ้าโรคนี้มันก็ฮึกเหิมเอากับฉัน
 มันคงคิดว่าฉันแก่จนหมดสภาพ
จะต่อสู้กับมันแล้วนั่นแหละ
ก็จริงของเจ้าโรคมันคิด ด้วยความที่แก่แล้ว
ภาระหน้าที่ก็น้อยลง  มีเวลามาพินิจ
พิจารณาตัวเองมากขึ้น
ฉันเหมือนคนเป็นโรคจิต
  จัดการสั่งตัวเองตลอดทั้งวัน 
 ว่าต้องดื่มน้ำวันละกี่แก้ว
 เวลาเข้าห้องน้ำจะสังเกตุตัวเองว่า
ขับถ่ายออกมาเป็นสีอะไร ทั้งปัสสาวะ
 และอุจจาระด้วยความที่อายุมันเดินเร็ว
  กลัวตายว่างั้นเถอะ


และแล้ววันหนึ่งฉันก็พลาดจนได้
   ด้วยเป็นช่วงจะตรุษจีน 
 ฉันผู้ยะโสนึกว่าตัวเองยังแน่
ไม่ยอมให้ใครช่วยจัดการเรื่องไหว้บรรพบุรุษ
 เรียกว่าทำเองทั้งหมด
  เวลาทำมันมีความสุขเพลืดเพลืนเจริญใจ
ทำไปก็คิดแต่เรื่องในอดีตที่พ่อแม่ยังอยู่
คิดเพลิดเพลินจนลืมดื่มน้ำ
ตามที่ตนเองตั้งกฎเกณฑ์ให้ตัวเองไว้
  เมื่อไหว้ตรุษจีนผ่านไป
คืนนั้น เมื่อฉันรู้สึกมีอาการปวดปัสสาวะ
   ฉันลุกไปเข้าห้องน้ำเมื่อถ่ายปัสสาวะออกมา
ฉันรู้สึกว่ามันไม่สุด หรือไม่หมดยังปวดอยู่
ต้องพยายามถ่ายปัสสาวะอีก
 แต่ก็ออกมาเพียงเล็กน้อย 
 และมีอาการรู้สึกเจ็บปลายท่อปัสสาวะ
เมื่อสังเกตุปัสสาวะจะมีสีเหลืองขุ่น 
 และจะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยและถี่กว่าที่เคย
อาการเช่นนี้เกิดกับฉันมาได้สักสองสามวัน
   ฉันก็เริ่มมีอาการปวดเมื่อยเนื้อตัว 
 แต่ก็อีกนั่นแหละฉันคิดไปว่าอายุมาก
มันก็ปวดเมื่อยเนื้อตัวเป็นธรรมดา
  เพราะฉันไม่ใช่คนนิ่งเฉยชอบทำงาน
ไม่เคยพักนอนกลางวันตามประสาคนสูงวัยสักครั้ง 
  หลงตัวเองนึกว่าอายุไม่ใช่สิ่งสำคัญ
เคยทำงานอย่างไรก็ทำมันไปอย่างนั้น
  เวลาพักผ่อนจึงน้อยกว่าคนสูงวัยทั่วไป
  แถมยังนอนดึกอีก


อาการปวดเนื้อ ปวดตัวของฉันเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ
  อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวก็มีขึ้นเรื่อยๆ
ฉันมีความรู้สึกว่า ภายในร่างกายฉันนั้น
ร้อนผ่าวทั้งวันคล้ายๆกับรุมๆภายใน
 เวลาปัสสาวะออกมาน้ำปัสสาวะจะร้อนผ่าว
และสีปัสสาวะก็เริ่มขุ่นขึ้นเรื่อยๆ
 และมีตะกอนออกมาด้วย
  เป็นเช่นนี้อยู่ประมาณอาทิตย์เศษๆ
ในระหว่างนี้ฉันไม่ได้นิ่งนอนใจนะ 
 ฉันค้นตำรายาสมุนไพรอ่าน
 บังเอิญไปเจอว่าน้ำยาอุทัยนำมาผสมน้ำดื่ม
ช่วยลดความร้อนในร่างกายได้
ฉันจึงดื่มน้ำยาอุทัยทุกวัน 
 และพยายามดื่มน้ำให้มากขึ้น
  แต่อาการก็ยังไม่หาย  ยังเป็นอยู่เหมือนเดิม
และเริ่มมีอาการไข้บ้างเล็กน้อยแต่เราก็ทนได้
  เป็นไข้รึ ฉันไม่กลัวหรอก
จัดการรับประทานฟ้าทะลายโจนทันที
  หวังให้หายไข้อาการก็ยังทรงๆอยู่แต่ไม่หายนะ 
 สงสัยสมุนไพรเข้าไปขวางกั้นรบรากับมันอยู่
ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะเวลาผ่านไปอีกสัปดาห์ 
 เราก็คิดไปเองว่าเราชนะแล้ว
 ไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เพราะเรายังทนได้
และยังทำงานได้ตามปกติ
ตอนกลางวันอาการก็พอทนได้
 แต่พอค่ำอาการก็เริ่มปวดเมื่อยตามตัวขึ้นเรื่อยๆ 
 ความร้อนในร่างกายยังไม่หาย
อาการไข้ก็เล็กน้อย ในเวลาต่อมาอีกสัปดาห์
เราเริ่มรู้สึกตัวว่ามีอาการหงุดหงิด
 อาการปวดเนื้อปวดตัวทวีความรุนแรงขึ้นและเริ่มมีไข้
แปลกนะอาการไข้ของเราภายนอกร้อนไม่มาก
  แต่ภายในร้อนผ่าวหนาวสั่นเชียวละ
ความหนาวจากพิษไข้นั้นมันรุนแรงมาก
  เกิดมาก็เพิ่งเป็นครั้งแรกนี่แหละ
มันหนาวจนห่มผ้านวมสองฝืนก็ไม่อยู่
ทั้งๆที่ไม่ได้เปิดแอร์
ฉันเห็นท่าไม่ดีแน่ นี่เราเป็นอะไรกัน
  ตอนนั้นคิดแต่ว่าเส้นโลหิตในสมอง
มันอาจจะแตกด้วยความร้อนได้
อย่ากระนั้นเลยจัดการระดมพลทันที
  เรียกลูกชายสุดที่รักให้รีบเข้ามาดูแล
 ลูกเข้ามาแบบงงๆ เห็นแม่หนาวสั่น
เขาก็เข้ามากอดแม่อีกครั้ง
  เพื่อหวังเพิ่มความอบอุ่นให้
 แต่มัน่ไม่อุ่นเลยอาการหนาวสั่นยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ลูกชายตกใจมากเพราะไม่เคยเห็นแม่ป่วยขนาดนี้ 
 จัดแจงประคองแม่ขึ้นรถนำส่งโรงพยาบาลทันที
ด้วยความตกใจ ขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว
  ลูกนำรถเลี้่ยวเข้าโรงพยาบาลสมเด็จ ณ.ศรีราชา
เข้าไปจอดหน้าตึกฉุกเฉินแล้ว แต่ยังไม่ทันดับเครื่อง 
 ฉันก็พูดเบาๆกับลูกว่า
  แม่อาจจะตายได้หากหมอฝากไข้ไว้กับพยาบาล
เท่านั้นแหละ ลูกชายสะดุ้งโหยง
เหยียบคันเร่งทันทีเลี้ยวออก
พาแม่ไปส่งโรงพยาบาลเอกชนทันที
เพราะคิดว่าถึงอย่างไรก็ต้องมีหมอ
  เพราะเขาเป็นโรงพยาบาลเอกชนอะไรๆมันก็ธุรกิจ
 เงินวิ่งนำไปก่อนการรักษาอยู่แล้ว


จริงดังคาด เมื่อรถเลี้ยวเข้าไปโรงพยาบาลเอกชน 
  มีพยาบาลต้อนรับขับสู้อย่างดี
 พร้อมเรียกหมอมาดูอาการด่วน
พยาบาลวัดไข้ได้ ๔๐ องศา อุแม่จ้าว.....
มันร้อนแข่งกับโลกเชียวรึนี่ 
 หมอสั่้งให้เจาะเลือด และให้นำปัสสาวะไปตรวจ
ฉันไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นอะไร 
  คิดว่าน่าจะเป็นไข้ธรรมดานี่แหละ
 อาจจะเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ
และดื่มน้ำน้อย ฉันลืมไปว่าฉันไม่ใช่หมอ
 คิดเองเออเองเสร็จสรรพ 
 จะว่าไปมันก็ทำให้สบายใจได้ช่วงหนึ่งละ ฮิๆๆ

ระหว่างรอผลพยาบาลก็นำยาลดไข้มาให้กิน
  ก็คงจะเป็นพาราเซตามอลนั่นแหละ
 ยาชนิดนี้เรามักหลีกเลี่ยงมันอยู่เสมอ
ไม่ใช่ไม่ชอบที่ชื่อมันอินเตอร์หรอกนะ
  แต่เราชอบฟ้าทะลายโจรของไทยมากกว่า
  แลชื่อบู๊ๆดี อาจจะทำลายไข้ได้


ในที่สุดหมอก็แจ้งผลการตรวจเลือด
และปัสสาวะให้เราได้ทราบ
  หมอแจ้งว่าเราเป็นโรคกรวยไตอักเสบและติดเชื้อ
และเชื่้อได้เข้าไปในกระแสโลหิตของเราแล้ว
 เม็ดโลหิตขาวของเรากำลังต่อสู้
กับเจ้าเชื้่อโรคอยู่อย่างขมักเขม้น
หมอยังปลอบเราอีกว่า
 ดีนะที่เรามาโรงพยาบาลเร็ว เลยรักษาได้ทันท่วงที
ไม่เป็นมากมายจนรักษายาก
หลังจากนั้นฉันก็ถูกเข็นเข้าไปนอนแอ้งแม้ง
ในห้องส่วนตัวอันหรูหราคืนละสี่พันสอง 
  พอๆกับนอนโรงแรมห้าดาวเลยเชียวละ


การนอนของฉันก็ไม่ปรกติสุขสักเท่าไหร่หรอก
   เพราะพยาบาลเธอจะมาวัดไข้
 เจาะเลือด นำปัสสาวะไปตรวจซ้ำอีก
นอกจากสายน้ำเกลือที่มันห้องโตงเตงน่ารำคาญแล้ว
  ก็ไม่มีอะไรที่น่าอยู่เลยสักนิด 
 ฉันต้องลองนอนโรงพยาบาลแบบทดสอบไว้ก่อน
 ถึงสองคืน หมอถึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้
และจากวันนั้นถึงวันนี้ ฉันก็ยังต้องไปหาหมอ
 แต่ฉันเปลี่ยนที่รักษาใหม่
เป็นโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทยแล้ว
อาจจะเป็นเพราะหมอที่จุฬานั้น ฉันเห็นว่า
นอกจากท่านจะเก่งแล้วยังอารมณ์ดี
  สุภาพเหมือนพวกคุณชายจุฑาเทพไม่มีผิด
เฮ้อ.....คนไข้ไร้สติคนนี้คงจะดีวันดีคืนเป็นแน่แท้
  เพราะหมอบอกว่าอยากจะให้เราอยู่
ได้คุยกับหมอไปนานๆ
ฮ่าๆๆๆๆๆๆ น่าร๊ากกกก จริงๆ 
 คุณชายหมอนี่ ฮิๆๆๆๆ
  เอาละจบแค่นี้ก่อนนะถ้ามีตอนต่อไป
จะนำมาเล่าให้ฟังใหม่นะจ๊ะ

สุดท้ายขอฝากให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน
พิจารณาอาการของตัวเองบ้างนะจ๊ะ
ถ้าไม่ขยันดื่มน้ำสะอาดละก็ .....
คุณจะได้ไปพบคุณชายหมอแน่นอนจ้า.............
อ้อ...เกือบลืม คุณชายหมอฝากมาเตือนนะจ๊ะว่า 
 อย่ากลั้นปัสสาวะเป็นอันขาด
เพราะเมื่อเขาอยากออกมาเที่ยวเล่นแล้ว
เราไม่ยอมให้เขาออกมา
 เขาจะเล่นงานเราเหมือนที่ฉันโดนนั่นแหละจ้า .......
จริงๆนะจ๊ะตะเอง....












ขอขอบคุณดอกไม้สวยๆจากแดนไกล
น้องหญิงไทยนำเสนอจ้า



Create Date : 09 กรกฎาคม 2556
Last Update : 23 พฤษภาคม 2560 18:34:32 น.
Counter : 1360 Pageviews.

1 comments
  
ผมคงต้องเตือนตัวเองเรื่องดื่มน้ำแล้วครับ
โดย: Jak IP: 58.9.75.62 วันที่: 10 กรกฎาคม 2556 เวลา:20:57:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ