Group Blog
All Blog
### บูชาบุคคลที่สมควรแก่การบูชา ###


















“บูชาบุคคลที่สมควรแก่การบูชา”

วันนี้เป็นวันสำคัญอย่างยิ่งอีกวันหนึ่ง

ในชีวิตจิตใจของชาวไทยทั้งปวง

เนื่องจากเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา

ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผู้ทรงปกครองแผ่นดินด้วยธรรมอันเลิศ

อันประเสริฐของพระพุทธเจ้าและเป็นปีที่สำคัญ

พวกเราทั้งหลายชาวไทยที่มีความจงรักภักดีมีความเลื่อมใสศรัทธา

ในพระบุญบารมี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จึงได้มาร่วมกันประกอบคุณงามความดีเป็นการถวาย

เป็นพระราชสักการะ เป็นการถวายพระพร

ด้วยการสวดสรรเสริฐพระบารมีด้วยการกราบไหว้

และด้วยการประพฤติดี ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

 ซึ่งเป็นการบูชาบุคคลที่สมควรแก่การบูชาอย่างยิ่ง

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และแก่พวกเราทั้งหลายดังที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ว่า

 ปูชา จ ปูชนียานัง เอตัมมัง คะละมุตตะมัง

การบูชาบุคคลที่สมควรแก่การบูชาเป็นมงคลอย่างยิ่งแก่ชีวิต

 บุคคลที่เป็นบุคคลที่ควรบูชานั้นก็คือบุคคลที่ทำประโยชน์ให้กับสังคม

 ให้กับโลกนั่นเอง เช่นพระบรมศาสดาพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่พวกเรากราบไหว้บูชา หรือพระอรหันตสาวกทั้งหลาย

 และพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม

และครูบาอาจารย์ พ่อแม่ที่มีพระคุณทั้งหลายเหล่านี้

เป็นบุคคลที่เราพึงบูชาอยู่เสมอ ด้วยอามิสบูชาและปฏิบัติบูชา

อามิสบูชา ก็คือการบูชาด้วยการกราบไหว้

ด้วยเครื่องสักการะต่างๆเช่นดอกไม้ ธูปเทียน

ปฏิบัติบูชา ก็คือการประพฤติตนให้อยู่ในโอวาทของท่าน

และให้ปฏิบัติตนให้เป็นคนดี ให้อยู่ร่วมกันด้วยความรัก

 ด้วยความสามัคคีกันนี่คือการบูชาที่แท้จริง อยู่ที่ปฏิบัติบูชา

เพราะการกราบไหว้บูชาด้วยเครื่องสักการะต่างๆ นั้น

ยังไม่เกิดประโยชน์เต็มที่ไม่เหมือนกับการปฏิบัติบูชา

ประพฤติตนให้เป็นคนดีให้อยู่ในสังคม

ด้วยความรักด้วยความสามัคคี

 เพื่อสังคมของเราจะได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข

การที่เรามีผู้นำที่ดี เช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น

ก็เป็นเหมือนกับมีคนขับรถที่ดี

ถ้าเรามีคนขับรถที่ดีก็จะสามารถขับรถไปสู่จุดหมายปลายทาง

ได้อย่างปลอดภัย ได้อย่างรวดเร็ว

 ถ้าเรามีคนขับรถไม่ดีก็อาจจะไปอย่างทุลักทุเล

และอาจจะหลงทางไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง ที่เราต้องการจะไปกัน

 หรือไม่เช่นนั้นก็อาจจะประสบกับอุบัติเหตุต่างๆ กลางทาง

ทำให้ต้องเกิดความเสียหาย เกิดการเสียชีวิตไปได้

 นี่คือตัวอย่างของผู้นำที่ดีและผู้นำที่ไม่ดี

ถ้ามีผู้นำที่ดีก็จะพาให้ประเทศชาติอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข

เจริญก้าวหน้า ไม่มีปัญหา ไม่มีเรื่องราวต่างๆ

มาคอยทำลายประชาชน

 ถ้ามีผู้นำไม่ดีบ้านเมืองก็จะวุ่นวายจะเดือดร้อน

จะมีแต่การทำร้ายทำลายกัน ดังที่เราเห็นกันอยู่เนืองๆ

ในประเทศที่มีผู้นำไม่ดี มีการเข่นฆ่าประชาชนของตนเอง

นับจำนวนเป็นแสนเป็นล้านได้

 หรือไม่เช่นนั้นก็ไปสร้างเหตุ

ทำให้ผู้อื่นต้องมาเข่นฆ่าประชาชนของตน

เช่นในอดีตที่มีสงครามโลก ก็เป็นเพราะมีผู้นำไม่ดีนั่นเอง

เป็นผู้นำที่ไม่มีศีลธรรม คิดแต่เอาการทำร้ายกันเป็นการตัดสินปัญหา

 แล้วก็ต้องทำให้ประชาชนของประเทศชาติทั้งของประเทศของตนเอง

และประเทศของผู้อื่นนั้นต้องเสียชีวิตล้มตายไปเป็นจำนวนมาก

 แต่ประเทศไทยของเรานี้ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน

มีกษัตริย์ที่ทรงธรรม คือมีความเคารพในพระธรรมคำสอน

ของพระพุทธเจ้าตั้งอยู่ในศีลธรรมคือ ไม่เบียดเบียน ไม่ทำร้ายผู้อื่น

 ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นที่จะต้องป้องกันตัวป้องกันประเทศชาติเท่านั้น

 แต่จะไม่รุกรานไม่ไปทำศึกสงคราม เพื่อให้ได้มาซึ่งดินแดน

 หรือทรัพย์สมบัติต่างๆ

 ประเทศไทยจึงอยู่มาได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขมาตลอด

 ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรต่างๆในโลก

 จะมีสงครามโลกถึง ๒ ครั้งด้วยกัน และมีสงครามรอบประเทศ

แต่ประเทศไทยของเราก็อยู่กันมาได้อย่างสงบสุข

นี่เป็นเพราะว่าเรามีผู้นำที่ดีนั่นเองเป็นผู้นำที่มีปัญญา

 คือเป็นผู้ได้ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

และได้นำเอาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านี้มาใช้

ในการปกครองประเทศ จึงทำให้ประเทศของเรานั้น

อยู่กันอย่างสุขอย่างสบายไม่มีปัญหามากมายเหมือนกับประเทศอื่นๆ

 ไม่มีการล้มตายไปเป็นจำนวนหมื่นจำนวนแสน

นี่คือบารมีของพระเจ้าอยู่หัวทุกๆพระองค์

 ที่ได้ทรงปกครองประเทศชาติมาจนมาถึงปัจจุบันนี้

 พวกเราที่เป็นเหมือนกับลูกหลานของท่าน

เราก็สำนึกในพระคุณอันยิ่งใหญ่นี้

จึงได้น้อมเอาพระดำรัสต่างๆที่ได้ทรงตรัสสอนให้ประชาชนไว้

นำไปปฏิบัติ เพื่อจะทำให้เราอยู่กันอย่างเจริญรุ่งเรือง

 อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข วันนี้เราเห็นว่าเป็นวันสำคัญ

 เราจึงได้สละเวลาของเรานี้ มาบำเพ็ญคุณมาบำเพ็ญประโยชน์

 มาทำบุญ มาสร้างกุศลแล้วก็ถวายเป็นราชสักการะ

เพื่อให้พระองค์ได้ทรงอยู่เป็นมิ่งขวัญเป็นที่พึ่ง

 เป็นผู้นำแก่พวกเราไปเป็นเวลาอันยาวนาน

การกระทำของเรานี้จะทำให้พระองค์ทรงมีพระกำลังใจ

ที่จะอยู่เพื่อนำพาประเทศให้อยู่ไปอย่างร่มเย็นเป็นสุข

ไปเท่าที่จะสามารถที่จะทำได้

ดังนั้นขอให้พวกเราจงสำนึกในพระราชดำรัสที่ทรงตรัสสอนพวกเรา

ที่ให้รักสามัคคีกัน ให้เรารักกัน สามัคคีกัน ช่วยเหลือกัน

อย่ามองว่าเราเป็นคนต่างจากกัน คือให้มองว่าเราเป็นเหมือนพี่น้องกัน

 ไม่ได้เป็นคนมาจากคนละทิศคนละทาง

ประเทศของเราก็เป็นเหมือนบ้านของเรา

 เรามาเกิดในประเทศนี้ คนไทยทุกคนก็เป็นเหมือนพี่

เป็นเหมือนน้องกัน เราควรที่จะรักกัน สามัคคีกัน ช่วยเหลือกัน

 มีปัญหาอะไรก็ขอให้เราพูดคุยกันทำความเข้าใจกัน

 ถ้าไม่เข้าใจกันก็ต่างคนก็ต่างสงบคือให้สงวนความต่างเอาไว้

อย่าเอาความต่างมาเป็นเหตุให้เป็นปัญหา ให้เป็นความแตกแยก

 เช่นคนสองคน คนหนึ่งอยากจะรับประทานอาหารไทย

 อีกคนอยากจะรับประทานอาหารฝรั่งก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทะเลาะกัน

 ไม่จำเป็นที่จะต้องฆ่ากันหรือบังคับให้อีกคนหนึ่งนั้น

รับประทานอาหารตามที่เราต้องการจะรับประทาน

เขาชอบรับประทานอย่างนั้นก็ให้เขารับประทานอย่างนั้นไป

 เรารับประทานอย่างนี้เราชอบรับประทานอย่างนี้

เราก็รับประทานอย่างนี้ไป

 ไม่จำเป็นที่จะต้องมาทะเลาะวิวาทกัน

 ขอให้เราเคารพในสิทธิ์ของกันและกัน

 ในสิทธิเสรีภาพที่จะมีความรู้สึกนึกคิดต่างกัน

แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเคารพในสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น

คือไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามที่เราชอบ

ขอให้เราทำโดยที่ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น

 ไม่สร้างความวุ่นวาย สร้างปัญหา สร้างความทุกข์ให้กับผู้อื่น

 เช่น เราชอบดื่มสุรายาเมาก็ขอให้ดื่มที่บ้าน

 ดื่มที่บ้านแล้วก็มัดตัวเองไว้กับเตียงนอน

พอดื่มไปจนเมาไม่ได้สติก็จะได้ขึ้นเตียงนอน

จะได้ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น

 อย่าไปดื่มที่นอกบ้านแล้วต้องขับรถกลับบ้าน

 เพราะเมื่อเมาสุราแล้วเวลาขับรถกลับบ้าน

ก็จะไม่สามารถขับรถได้อย่างปลอดภัยก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุ

ทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อนเสียหายถึงกับชีวิต

ก็มีมาเป็นจำนวนมากแล้ว

 นี่คือความหมายของการเคารพในความต่างกัน

ใครอยากจะกินเหล้าก็กินไป ถ้าไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น

 แต่ถ้าอยากจะทำให้ตัวเองดีขึ้น ไม่เป็นทาสของพิษสุรา

ก็ไม่ควรที่จะไปดื่มสุรา เพราะการดื่มสุรานี้มันไม่มีประโยชน์อะไร

มีแต่ความเสียหาย เสียทั้งทรัพย์เสียทั้งสุขภาพ

เสียทั้งเวลาและเสียทั้งความปลอดภัยของผู้อื่น

ถ้าเราเลิกสุราได้เราก็จะได้ประหยัดทรัพย์

เราจะได้มีเวลาทำความดี เราจะมีสุขภาพที่สมบรูณ์แข็งแรง

นี่คือความหมายของการดำรงอยู่ในสังคม

ทุกคนนั้นมีสิทธิเสรีภาพที่จะอยู่จะทำอะไรก็ได้

แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฏหมายและศีลธรรมอันดีงาม

คือไม่ไปสร้างความเดือดร้อน สร้างความเสียหาย ให้กับผู้อื่นเท่านั้นเอง

 ดังนั้นถ้าพวกเรามีธรรมะพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

และน้อมเอามาปฏิบัติแล้ว เราจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

ท่ามกลางความรู้สึกนึกคิดที่มีความแตกต่างกัน

ความแตกต่างกันนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเหตุ

ให้พวกเราต้องมาเกิดความแตกสามัคคี

เกิดการเกลียดแค้นโกรธแค้นกัน

ขอให้เราเคารพความต่างของกันและกัน

คนหนึ่งชอบสีแดงก็ให้เขาชอบสีแดง

 คนหนึ่งชอบสีเหลืองก็ให้เขาชอบสีเหลือง

ม่จำเป็นที่จะต้องไปเกลียดชังคนที่เขาไม่ชอบสีเดียวกับเรา

หรือมีการกระทำที่ไม่เหมือนเราเป็นต้น

 ถ้าเรามีความเห็นอกเห็นใจกัน เราก็จะสามารถอยู่ร่วมกัน

ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุข

 เมื่อเราไม่ทะเลาะวิวาทกันปัญหาต่างๆก็จะไม่มีตามมา

 ทุกข์ภัยต่างๆก็จะไม่มีตามมาจะมีแต่ความสงบสุข

มีแต่ความเจริญโดยถ่ายเดียวแล้วเราจะอยู่กันได้อย่างปลอดภัย

 เวลามีภัยคุกคามมาพวกเราก็จะพร้อมที่จะร่วมใจกันต่อสู้กับภัยต่างๆ

 ที่มาคุกคามได้ เราก็จะสามารถดำเนินชีวิตไปได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะเรามีผู้นำที่ดีเป็นตัวอย่างให้เราได้นำไปปฏิบัติ

 ถ้าเรามีผู้นำที่ไม่ดีเราก็จะปฏิบัติตามผู้นำที่ไม่ดี

เช่นถ้ามีผู้นำที่เห็นแก่ตัวไม่คำนึงถึงประโยชน์สุขของผู้อื่น

ทุกคนก็จะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน ก็จะมีความเห็นแก่ตัว

และจะไม่เห็นความสำคัญ เห็นประโยชน์สุขของผู้อื่น

เท่ากับประโยชน์สุขของตน ถ้าเป็นอย่างนั้น

ก็จะเกิดการแก่งแย่งชิงดี เกิดการเข่นฆ่ากันทำลายกัน

 ดังที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ ในประเทศที่ขาดผู้นำที่ดี

ขาดธรรมะปกครองประชาชน ก็จะมีแต่การเข่นฆ่ากันทุกวัน

เปิดข่าว ฟังข่าว อ่านหนังสือพิมพ์ก็จะมีการฆ่ากันอยู่เสมอ

นี่ก็ไม่ได้มาจากอะไรมาจากการขาดผู้นำที่ดีนั่นเอง

 ผู้นำที่ดีนั้นจึงเป็นบุคคลสำคัญอย่างยิ่ง

 เพราะเป็นเหมือนกับคนขับรถนั่นเอง

ถ้าคนขับรถไม่เมามีสติครบถ้วนบริบรูณ์

มีความสามารถในการขับรถ รู้จักทาง

ที่จะไปก็จะพาให้ไปได้อย่างปลอดภัย

ไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็วโดยสวัสดิภาพ

ถ้าผู้ขับเป็นคนเมาสุราไม่รู้จักทาง ขับรถไม่เป็นก็ไม่ไปถึงไหน

จะไปไม่ถึงไหนจะต้องลงไปข้างคูข้างคลอง

ที่ไหนสักแห่งอย่างแน่นอน นี่แหละคือตัวอย่างของผู้นำที่ดี

และไม่ดีเป็นอย่างนี้

พวกเราถือว่าโชคดีได้มาเกิดในประเทศที่มีผู้นำที่ดี

 เราได้รับประโยชน์จากท่านเราก็ควรที่จะตอบแทนท่าน

ด้วยการน้อมเอาพระดำรัสของท่านนี้มาประพฤติปฏิบัติ

 ที่ทรงตรัสให้รู้รักสามัคคี ขอให้พวกเรารักกันมีความเมตตาต่อกัน

สามัคคีกันให้อภัยต่อกันอย่าไปคิดว่าเป็นคนอื่น

ขอให้คิดว่าเราเป็นเหมือนพี่เป็นเหมือนน้องกัน

 แล้วเราจะอยู่กันได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขปลอดภัยจากปัญหาต่างๆ.

.....................................

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ธรรมะในศาลา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ (ธรรมะในศาลา ๒)

“บูชาบุคคลที่สมควรแก่การบูชา”


หมายเหตุ : เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๒๖ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๘ ปีกุน

 เวลา ๑๔.๐๐ - ๒๑.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

 พร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี

เสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขาชีโอน อันเป็นเขตของพระภิกษุสามเณร

ผู้มุ่งปฏิบัติ ได้ทอดพระเนตรบริเวณวัดฯตลอดทั้งโครงการพระราชดำริ

ที่มา : หนังสือวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์












ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 05 ธันวาคม 2558
Last Update : 5 ธันวาคม 2558 12:33:51 น.
Counter : 396 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....