Group Blog
All Blog
### ความทุกข์ทรมานที่คุ้มค่าแก่การลงทุน ###














“ความทุกข์ทรมานที่คุ้มค่าแก่การลงทุน”

การที่จะทำใจให้สงบได้ก็ต้องยุติกิจกรรมทางร่างกาย

กิจกรรมที่จะใช้ร่างกายหาความสุขก็จะยุติไป

 เช่นไม่ร่วมหลับนอนกับคู่ครองของตนหรือกับใครก็ตาม

ไม่รับประทานอาหารมากจนเกินไป

 ไม่ไปหาความสุขจากการไปงานเลี้ยง

งานสังสรรค์อะไรต่างๆในยามค่ำ

ไม่ออกไปตามแหล่งบันเทิงต่างๆ ไม่ไปดูไปฟังสิ่งต่างๆ

 ที่จะทำให้เกิดความเพลิดเพลินเกิดความสุขขึ้นมา

ให้ละเว้นสิ่งเหล่านี้

 ไม่หาความสุขจากการเสริมความงามของร่างกาย

ด้วยการแต่งกายเสื้อผ้าที่สวยๆงามๆ

 ใช้เครื่องสำอางต่างๆ

แต่งเผ้าแต่งผมแต่งหน้าแต่งตา

ใช้น้ำมันใช้น้ำหอมอะไรต่างๆเหล่านี้

เป็นความสุขชั่วประเดี๋ยวประด๋าว

และเป็นความสุขตื้นๆ

ไม่ได้ทำให้ใจนั้นมีความสุขมากเลย

ไม่เหมือนกับความสุขที่จะได้จากการมาทำใจให้สงบ

แล้วก็นอนไม่ให้มากจนเกินไป

 นอนพอประมาณพอต่อความต้องการของร่างกาย

ร่างกายนี้ต้องการพักคืนหนึ่ง

ก็ไม่เกิน ๔ -๕ ชั่วโมงก็พอ

 ถ้าอยากจะนอนไม่นานก็ต้องนอนบนพื้นแข็งๆ

 ถ้าไปนอนบนฟูกหนาๆ เวลาร่างกายได้พักผ่อนพอ

คือได้นอน ๔ -๕ ชั่วโมงก็จะตื่นขึ้นมา

 แต่ถ้านอนบนฟูกหนาๆก็มีความรู้สึกสบาย

ใจก็จะไม่อยากจะลุกอยากจะนอนต่อ

ก็จะเสียเวลากับการหลับนอนไปอีกหลายชั่วโมง

 แทนที่จะลุกขึ้นมานั่งสมาธิมาทำใจให้สงบ

 มาหาความสุขที่เป็นความสุขที่ดีกว่า

เป็นความสุขที่จะสามารถหาได้ ตลอดเวลา

ไม่ว่าร่างกายจะเป็นอะไร

เราต้องพยายามคิดเสมอว่า

ร่างกายของเรานี้มันจะแก่ลงไปเรื่อยๆ

 มันจะหมดความสามารถ

ที่จะหาความสุขให้กับเราได้ไปเรื่อยๆ

ความสามารถของมันจะน้อยลงไปเรื่อยๆ

 แล้วต่อไปมันจะไม่สามารถหาความสุขให้กับเราได้

ถ้าเราไม่รู้จักวิธีหาความสุขจากการทำใจให้สงบ

 เราจะเดือดร้อนมาก เวลาที่ร่างกายไม่สามารถทำหน้าที่

หาความสุขให้กับเราได้

เราจึงต้องมาฝึกทำใจให้สงบกัน มาถือศีล ๘ กัน

 ด้วยการเริ่มต้นในวันพระ

หรือวันที่เราว่างจากภารกิจการงานต่างๆ

 เราเอาวันนั้นมาฝึก สร้างความสุขทางใจ

 มาหยุดการหาความสุขผ่านทางร่างกาย

 เวลาที่เราเริ่มทำนี้เราจะรู้สึกว่ามันยาก และทรมานใจ

เพราะว่ามันเป็นการฝืน

เราเคยมีความสุขกับกิจกรรมทางร่างกาย

พอเราไม่ได้ทำนี้ เราจะรู้สึกทรมานใจ

แต่ก็ขอให้คิดว่ามันเป็นความทรมานใจ

ที่จะนำไปสู่ความสุขใจต่อไป

 ดีกว่าการที่จะมีความสุขใจ

กับการหาความสุขทางร่างกาย

แล้วก็จะต้องไปทรมานใจในบั้นปลาย

ในเวลาที่ร่างกายไม่สามารถที่จะทำหน้าที่

หาความสุขให้กับเราได้ เวลานั้นความทุกข์ทรมานใจนี้

 จะยิ่งใหญ่มากกว่าความทุกข์ทรมานใจ

ที่เกิดจากการละเว้นการหาความสุข ทางร่างกาย

ในขณะที่เรายังสามารถที่จะใช้ร่างกายนี้หาความสุขได้

 เพราะว่าเราก็ไม่ได้ทำแบบทุกวัน

ตอนต้นเราก็เพียงทำอาทิตย์ละ ๑ วันเท่านั้นเอง

แล้วพอเราทำไปแล้วเราได้สัมผัสกับความสุขทางใจ

มันก็จะทำให้เรานี้สามารถระงับความทุกข์ทรมานใจ

จากการไม่ได้หาความสุขทางร่างกายได้

 ความสุขที่ได้จากความสงบนี้

จะสามารถดับความทุกข์ทรมานใจ

ที่เกิดจากการไม่หาความสุขทางร่างกายได้

แล้วก็จะทำให้เรามีกำลังใจที่จะหยุด

การหาความสุขทางร่างกายเพิ่มมากขึ้นไป

เพราะจะเห็นว่าอาจจะทุกข์ตอนเบื้องต้น

แต่พอทำใจให้สงบได้เมื่อไร

ความทุกข์ที่เกิดจากการไม่ได้หาความสุข ทางร่างกาย

มันก็จะหายไป แล้วความสุขที่เกิดจาก

ความสงบใจก็จะโผล่ขึ้นมา

 อันนี้ผู้ที่ต้องการความสุขที่แท้จริง

และความสุขที่จะอยู่กับเราไปตลอดนี้

จำเป็นจะต้องกล้าหาญ

ต่อความทุกข์ทรมานใจที่จะเกิดขึ้น

ในช่วงระยะที่ เราปฏิบัติสร้างความสงบทางใจ

 เพราะเวลานั้นเราจะต้องปลีกวิเวก ไปอยู่คนเดียว

 อยู่ห่างไกลจากสิ่งต่างๆ ที่เคยให้ความสุขกับเรา

 เวลานั้นเราจะรู้สึกว่ามีความทุกข์ทรมานใจ

แต่พอเราควบคุมใจ ทำใจให้สงบได้แล้ว

ความทุกข์ทรมานใจเหล่านั้นก็จะหายไป

 แล้วเราก็จะได้ความสุขใจ

ที่เกิดจากความสงบที่เป็นความสุข

 ที่เหนือกว่าความสุขที่ได้จากการใช้ร่างกายหาความสุข

นี่แหละคือการดำเนินของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้

พระองค์ก็ทรงสละความสุขทางร่างกาย

 สละความสุขของพระราชโอรสที่มีปราสาท ๓ ฤดู

 มีบริษัทมีบริวารมาคอยรับใช้ มาคอยให้ความสุข

 มีอาหารมีเครื่องดื่มทุกแบบทุกรส

ทุกชนิดมาให้เสพให้สัมผัส

 แต่ทรงเห็นว่ามันเป็นความสุขปลอม

เป็นความสุขที่มีความทุกข์คอยรออยู่ข้างหน้า

พระองค์จึงมีความกล้าหาญตัดสินสละความสุขแบบนี้

 แล้วมุ่งไปสู่ความสุขที่ถาวร ความสุขที่ดีกว่า

 แต่จะต้องผ่านความทุกข์ทรมานใจ

ในขณะที่ยังไม่สามารถทำใจให้สงบได้

ในขณะนั้นต้องใช้ขันติความอดทน

ต้องใช้วิริยะความอุตสาหะ

 พยายามที่จะเจริญสติอย่างต่อเนื่อง

 เพื่อที่จะได้ควบคุมความคิดความอยากต่างๆ

ที่สร้างความทุกข์ทรมานให้แก่ใจนั่นเอง

พอถ้ามีสติอย่างต่อเนื่องและสามารถควบคุมความคิด

 ไม่ให้คิดไปในทางความอยากได้ ใจก็จะเข้าสู่ความสงบ

พอใจสงบแล้วทีนี้ก็จะมีแต่ความสุขใจ

ความทุกข์ทรมานใจที่เกิดจาก

ขณะที่ทำความเพียรนั้นก็จะหายไป

จะไม่มีความหมายจะเห็นว่าความทุกข์แบบนั้น

เป็นความทุกข์ที่นำไปสู่ความสุขเป็นเหมือนกับการลงทุน

ก่อนที่เราจะได้สิ่งของมา เราก็ต้องเสียเงินเสียทอง

จ่ายเงินก่อนเราถึงจะได้ของที่เราต้องการ ฉันใด

ถ้าเราต้องการความสุขที่เกิดจากความสงบ

เราก็ต้องยอมทุกข์ และสละการหาความสุขทางร่างกายไป

ถ้าเราไม่ยอมเราจะไม่มีวันที่จะเข้าสู่ความสงบ

 เข้าสู่ความสุขที่ได้จากความสงบได้เลย

เราต้องผ่านความทุกข์อันนี้ไปก่อน

ความทุกข์ที่เกิดจากการรักษาศีล ๘

ความทุกข์ที่เกิดจากการไปอยู่ตามลำพังในสถานที่สงบ

ที่วิเวกที่ห่างไกลจากเเสงสีเสียงต่างๆ

ความทุกข์ที่เกิดจากการคอยควบคุมใจ

ไม่ให้คิดไปในเรื่องราวต่างๆ

ให้ใจหยุดคิดให้ใจรวมเข้าสู่สมาธิ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทรมานใจอย่างมาก

แต่ถ้ามีความอดทนมีความเข้มเเข็ง

มีความพากเพียรพยายาม เจริญสติไปเรื่อยๆ

 รับรองได้ว่าไม่ช้าก็เร็ว

ก็จะต้องเข้าสู่ความสงบได้อย่างแน่นอน

แล้วพอได้เข้าสู่ความสงบแล้ว

ทีนี้จะไม่รู้สึกทุกข์ทรมานใจเลย

จะไม่กลัวความทุกข์ทรมานใจแบบนี้อีกต่อไป

 จะกล้าที่จะเผชิญกับความทุกข์ทรมานใจแบบนี้

อย่างไม่สะทกสะท้านอยากจะไปอยู่คนเดียว

 อยากจะไปถือศีล ๘ อยากจะไปเจริญสติ

ควบคุมความคิดให้มากขึ้น เพราะเห็นผลที่จะได้รับ

จากการทำใจให้สงบนี้ มันคุ้มค่าคุ้มเหนื่อย

 เหมือนกับลงทุนเพียงไม่กี่บาท ซื้อลอตเตอรี่ใบเดียว

 ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ คนจึงทุ่มเทซื้อลอตเตอรี่กัน

เพราะเห็นว่าถ้าได้ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ แล้วมันคุ้มค่ามาก.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต


..................................

ธรรมะบนเขา วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

“โชคลาภที่ดีกว่าการถูกรางวัลที่ ๑”









ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 02 มีนาคม 2559
Last Update : 2 มีนาคม 2559 11:15:18 น.
Counter : 980 Pageviews.

1 comments
  
สาธุค่ะ
โดย: น้ำใจ IP: 1.179.170.73 วันที่: 3 มีนาคม 2559 เวลา:9:53:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....