Group Blog
All Blog
### ภัยจากการใช้น้ำมันทอดซ้ำ ###




การใช้น้ำมันทอดซ้ำก่อให้เกิดมะเร็ง









จากการสำรวจพบว่าคนไทยนิยมบริโภคอาหารทอดๆมาเป็นอันดับต้นๆ

แต่น้ำมันที่ใช้ทอดนั้นเป็นน้ำมันทอดซ้ำที่เสื่อมสภาพ พบสารก่อมะเร็ง

มีคำถามว่า “ประชาชนจะทำอย่างไรกับการใช้น้ำมันทอดซ้ำ” ที่มีพิษภัยต่อสุขภาพ

คำถามเช่นนี้ ไม่ตกยุค ถามเมื่อไรก็ได้เรื่องสนทนาวิสาสะกันเมื่อนั้น

เนื่องจากความเร่งรีบของการดำเนินชีวิตประจำวัน จะมีกี่บ้านที่มีผู้ตื่นมาหุงหาอาหารเช้า

 และเตรียมอาหารกลางวัน และอาหารเย็นให้มีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ปลอดสารที่ก่อโรค

ส่วนใหญ่จะพึ่งพาอาหารที่หาซื้อตามข้างทาง หรือตามร้านสะดวกซื้อทั้งหลาย

ซึ่งเราไม่มีทางมั่นใจว่าผู้ขายใช้วัตถุดิบอะไรมาปรุงให้เรา

จากการสำรวจการบริโภคของคนไทย พบว่า

เรานิยมรับประทานอาหารทอดมาเป็นอันดับต้นๆ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือไก่ทอด ลูกชิ้นทอด

ทอดมัน ปาท่องโก๋ กล้วยแขก มันทอด เผือกทอด ข้าวเม่าทอด

แต่ละอย่างอร่อย รับประทานได้ทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

มีรายงานการสำรวจว่าคนไทยบริโภคน้ำมันพืชกว่า 8 แสนตัน

ซึ่งยังต้องมีอีกจำนวนหนึ่งที่ใช้น้ำมันหมู น้ำมันไก่

มีการนำเสนอเรื่องการจัดการน้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภาพ

ในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ.2555 มาแล้ว

โดยใช้ข้อมูลพื้นฐานว่าการกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจ

 ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง และไขมันในหลอดเลือดสูง

แม้แต่โรคมะเร็งก็พบว่าอาหารเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคได้ถึงร้อยละ 35

มีการสังเกตการณ์ว่า ร้านขายของทอดไม่ว่าที่ใดจะใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ

จะเปลี่ยนน้ำมันใหม่ก็ต่อเมื่อน้ำมันเก่าแลดูสกปรก มีสีคล้ำ หนืด เหม็นไหม้ เป็นฟอง

หรือก่อให้เกิดควันดำ เท่านั้น มีรายงานว่าในสภาวะที่ไม่ขาดแคลนน้ำมัน

ยังมีการใช้น้ำมันทอดซ้ำร้อยละ 34 แต่ถ้าน้ำมันทอดขาดแคลน

จะใช้น้ำมันเสื่อมสภาพร้อยละ 60

ในน้ำมันทอดซ้ำมีสารอันตราย 2 ชนิด คือ สารโพลาร์ (Palar compound)

ทำให้เกิด ความดันโลหิตสูง และสารโพลีไซคลิก อะโรมาติค ไฮโดรคาร์บอน PAHs

ซึ่ง เป็นสารก่อมะเร็ง สารพิษทั้ง 2 ตัว ทำให้เซลล์มีอัตราตายเพิ่มขึ้น

และเซลล์มีความผิดปกติด้วยในเวลาเดียวกัน

สำหรับสาร PAHs พบในไอระเหยขณะทอดอาหาร และยังมีผลต่อผู้ทอดอาหารเอง

ที่ต้องสูดดมควันเข้าไป เป็นเหตุให้เกิดมะเร็งปอดได้

เมื่อรู้เช่นนี้ เราจะต้องเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ โดยกระทรวงสาธารณสุข ประกาศว่า

ต้องกำหนดปริมาณสารโพลาร์ในน้ำมันทอดไม่เกินร้อยละ 25

และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาชุดตรวจสอบสารโพลาร์ให้เห็นชัด

 เรียกว่า “ซูเปอร์จิ๋ว” มีความแม่นยำ 99.2% รู้ผลใน 3 นาที ทำไม่ยาก

มีการทดลองให้นักเรียนและอาสาสมัครสาธารณสุขทำได้ ราคาทดสอบครั้งละ 20 บาท

อันดับต่อไป ต้องติดตามว่า น้ำมันทอดซ้ำที่เลิกใช้นำไปกำจัดอย่างไร

 หากผู้ประกอบการเททิ้งในท่อระบายน้ำ จะทำให้ท่อตัน มีกลิ่นเหม็น

แต่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่นำน้ำมันเหล่านี้ไปขายต่อ ผู้ซื้อนำไปทาเส้นก๋วยเตี๋ยว

ย้อนกลับมาให้ผู้บริโภคอีกต่อหนึ่ง

วิธีที่ถูกต้อง ต้องนำน้ำมันเหล่านี้ไปผลิตไบโอดีเซล จะช่วยตัดวงจรออกจากการปรุงอาหาร

และใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ มีการคำนวณว่าสามารถผลิตได้ 100 ล้านลิตรต่อปี

ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอีกประการหนึ่ง คือ ผู้ประกอบการเติมน้ำมันใหม่

ลงในกระทะที่มีน้ำมันทอดซ้ำอยู่ก่อน พบว่ามีอันตราย โดยมีการเร่งให้น้ำมันเก่า

เสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีก วิธีการที่ถูกต้อง คือต้องทิ้งน้ำมันเก่า เปลี่ยนมาใช้น้ำมันใหม่แทน

ท่านควรทราบว่า กระทรวงสาธารณสุข มีประกาศฉบับที่ 283 พ.ศ.2547 มาแล้ว

กำหนดปริมาณสารโพลาร์ในน้ำมันที่ใช้ทอดหรือประกอบอาหารเพื่อจำหน่าย

ให้มีได้ไม่เกินร้อยละ 25 ของน้ำหนักน้ำมัน ผู้ใดฝ่าฝืนถือเป็นการจำหน่ายอาหารผิดมาตรฐาน

ตามมาตรา 25 (3) ของพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท

จะเห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขได้เผยแพร่ความรู้ถึงพิษภัย

มีวิธีการตรวจที่ทำได้ไม่ยาก พร้อมกับมีบทลงโทษไว้ชัดเจน

สิ่งที่ขาดหายไป คือ การติดตาม เฝ้าระวัง ซึ่งประชาชนทั่วไปต้องร่วมมือ

ให้เกิดการตรวจสอบน้ำมันเหล่านี้ เพื่อรักษาสุขภาพของเราเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก พ.ญ.อารยา ทองผิว หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
#RamaChannel






Create Date : 02 มีนาคม 2557
Last Update : 3 มีนาคม 2557 10:01:49 น.
Counter : 777 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ