Group Blog
All Blog
### วันวิสาขบูชา ###













วันวิสาขบูชา


............วั น นี้ เ ป็ น วั น วิ ส า ข บู ชา
.....ปี นี้ ต ร ง กั บ วั น ขึ้ น ๑ ๕ ค่ำ เ ดื อ น ๗

.....คำว่า "วิสาขบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖

 วิสาขบูชา ย่อมาจาก " วิสาขปุรณมีบูชา "

แปลว่า " การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ "

 ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน

 ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗
.....ความสำคัญ วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา

 เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือเกิด

ได้ตรัสรู้ คือสำเร็จ ได้ปรินิพพาน คือ ดับ

เกิดขึ้นตรงกันทั้ง ๓ คราวคือ

.......๑. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะ ประสูติที่พระราชอุทยานลุมพินีวัน

 ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับเทวทหะ เมื่อเช้าวันศุกร์

ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี

.......๒. เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้ เป็นพระพุทธเจ้า

เมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์

ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม

ในตอนเช้ามืดวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา

 ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี หลังจากออกผนวชได้ ๖ ปี

ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา

 เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย

.......๓. หลังจากตรัสรู้แล้ว ได้ประกาศพระศาสนา

 และโปรดเวไนยสัตว์ ๔๕ ปี พระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา

ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน

เมื่อวันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง

ณ สาลวโนทยาน ของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา

แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเมือง กุสีนคระ)

แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย

.....เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่เหตุการณ์ทั้ง ๓

เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ซึ่งมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี

บังเอิญเกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือน ๖ ดังนั้นเมื่อถึงวันสำคัญ เช่นนี้

ชาวพุทธทั้งคฤหัสถ์ และบรรพชิตได้พร้อมใจกัน

ประกอบพิธีบูชาพระพุทธองค์เป็นการพิเศษ

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ

และพระบริสุทธิคุณ ของพระองค์ท่าน ผู้เป็นดวงประทีปของโลก

..........ประวัติความเป็นมาของวันวิสาขบูชาในประเทศไทย

.....ปรากฏตามหลักฐานว่า วันวิสาขบูชาได้มีมา

ตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี

 ซึ่งสันนิษฐานว่า คงจะได้แบบอย่าง มาจากลังกา

 กล่าวคือ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๔๒๐ พระเจ้าภาติกุราช

กษัตริย์แห่งกรุงลังกา ได้ประกอบพิธีวิสาขบูชาอย่าง มโหฬาร

 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

กษัตริย์ลังกาในรัชกาลต่อ ๆ มา ก็ทรงดำเนินรอยตาม

 แม้ปัจจุบันก็ยังถือปฏิบัติอยู่

.....สมัยสุโขทัยนั้น ประเทศไทยกับประเทศลังกา

มีความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนาใกล้ชิดกันมาก

เพราะพระสงฆ์ชาวลังกา ได้เดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา

 และเชื่อว่าได้นำการประกอบพิธีวิสาขบูชา

มาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย

.....ในหนังสือนางนพมาศได้กล่าวบรรยากาศ

การประกอบพิธีวิสาขบูชาสมัยสุโขทัยไว้ พอสรุปใจความได้ว่า

 " เมื่อถึงวันวิสาขบูชา พระเจ้าแผ่นดิน

ข้าราชบริพารทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน

ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัยทั่วทุกหมู่บ้านทุกตำบล

 ต่างช่วยกันทำความสะอาด ประดับตกแต่ง

พระนครสุโขทัยเป็นการพิเศษ ด้วยดอกไม้ของหอม

จุดประทีปโคมไฟแลดูสว่างไสวไปทั่วพระนคร

เป็นการอุทิศบูชาพระรัตนตรัย เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน

พระมหากษัตริย์ และบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีล

 และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลต่างๆ

ครั้นตกเวลาเย็น ก็เสด็จพระราช ดำเนิน

พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ และนางสนองพระโอษฐ์

ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า และฝ่ายใน

ไปยังพระอารามหลวง เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน

.....ชาวสุโขทัยชวนกันรักษาศีล ฟังธรรมเทศนา

 ถวายสลากภัต ถวายสังฆทาน

ถวายอาหารบิณฑบาต แด่พระภิกษุ สามเณร

บริจาคทรัพย์แจกเป็นทานแก่คนยากจน คนกำพร้า

 คนอนาถา คนแก่ คนพิการ

บางพวกก็ชวนกันสละทรัพย์ ปล่อยสัตว์ ๔ เท้า ๒ เท้า และเต่า ปลา

 เพื่อชีวิตสัตว์ให้เป็นอิสระ โดยเชื่อว่าจะทำให้คนอายุยืนยาวต่อไป "

.....ในสมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

 ด้วยอำนาจอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ เข้าครอบงำ

ประชาชนคนไทย และมีอิทธิพลสูงกว่าอำนาจของพระพุทธศาสนา

 จึงไม่ปรากฎหลักฐานว่า ได้มีการประกอบพิธีบูชาในวันวิสาขบูชา

 จนมาถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ ๒

แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๖๐)

ทรงดำริกับ สมเด็จพระสังฆราช (มี) สำนักวัดราชบูรณะ

มีพระราชประสงค์จะให้ฟื้นฟู การประกอบพระราชพิธี

วันวิสาขบูชาขึ้นใหม่

โดย สมเด็จพระสังฆราช ถวายพระพรให้ทรงทำขึ้น

 เป็นครั้งแรกในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๖

พ.ศ. ๒๓๖๐ และให้จัดทำตามแบบอย่างประเพณีเดิมทุกประการ

 เพื่อมีพระประสงค์ให้ประชาชนประกอบการบุญการกุศล

เป็นหนทางเจริญอายุ และอยู่เย็นเป็นสุข

ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย และอุปัทวันตรายต่างๆ

 โดยทั่วหน้ากัน

.....การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาในประเทศไทย

 จึงได้รื้อฟื้นให้มีขึ้นอีกครั้งหนึ่งในรัชสมัย

 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒

 และถือปฏิบัติมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน

.....การจัดงานเฉลิมฉลองในวันวิสาขบูชา

ที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกยุคทุกสมัย คงได้แก่

การจัดงานเฉลิมฉลอง วันวิสาขบูชา พ.ศ.๒๕๐๐

ซึ่งทางราชการเรียกว่างาน " ฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ "

 ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ถึง ๑๘ พฤษภาคม รวม ๗ วัน

ได้จัดงานส่วนใหญ่ขึ้นที่ท้องสนามหลวง

ส่วนสถานที่ราชการ และวัดอารามต่างๆ

ประดับธงทิวและโคมไฟสว่างไสวไปทั่วพระราชอาณาจักร

 ประชาชนถือศีล ๕ หรือศีล ๘ ตามศรัทธาตลอดเวลา ๗ วัน

 มีการอุปสมบทพระภิกษุสงฆ์รวม ๒,๕๐๐ รูป

ประชาชน งดการฆ่าสัตว์ และงดการดื่มสุรา

ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ถึง ๑๔ พฤษภาคม รวม ๓ วัน

 มีการก่อสร้าง พุทธมณฑล จัดภัตตาหาร เลี้ยงพระภิกษุสงฆ์

วันละ ๒,๕๐๐ รูป ตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารแก่ประชาชน

วันละ ๒๐๐,๐๐๐ คน เป็นเวลา ๓ วัน

ออกกฎหมาย สงวนสัตว์ป่าในบริเวณนั้น

 รวมถึงการฆ่าสัตว์ และจับสัตว์ในบริเวณวัด และหน้าวัดด้วย

และได้มีการปฏิบัติธรรมอันยิ่งใหญ่ อย่างพร้อมเพรียงกัน

 เป็นกรณีพิเศษ ในวันวิสาขบูชาปีนั้นด้วย










ขอบคุณข้อมูลจาก fb. อาจารย์ Chuchart Srisaeng

ขอบคุณเจ้าของภาพทุกภาพค่ะ






Create Date : 01 มิถุนายน 2558
Last Update : 1 มิถุนายน 2558 11:50:47 น.
Counter : 2196 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ