Potojae
Group Blog
 
All blogs
 

เมื่อเวลาผ่านไป

  ไม่ได้กลับมาเขียน blog นี้หลายปีล่ะ เข้ามาเก็บความทรงจำสักหน่อย

ผ่านมา 4 ปีกว่า ประสบการณ์การลงทุนในตลาดขาขึ้น ได้ให้อะไรหลายๆ อย่าง ทั้งความสุขและความทุกข์

ได้เงินและเสียเงิน พอสมควร ได้รู้่จักตลาดหุ้นมากขึ้น และได้รู้จักความโหดร้ายของตลาดหุ้นมากขึ้น

เคยมีคนบอกว่า ไม่ต้องเล่นให้ได้กำไร แต่ขอให้อยู่รอดในตลาดให้ได้ก่อน อันนี้ท่าจะจริง 

กระแสเงินทุนไหลออกรอบนี้ คิดว่าก็น่าจะประคองตัวได้ พอดีว่าเลือกหุ้นบริษัทที่น่าจะต้านทานกระแสนี้ได้พอสมควร 

สิ่งที่เปลี่ยนไปใน 4 ปีนี้ นอกจากลงทุนในหุ้นแล้ว ยังมีการกระจายการลงทุนไปในหุ้นกู้ พันธบัตร และทำธุรกิจส่วนตัว 

รายได้มากขึ้น ชีวิตที่มากขึ้น ความคิดที่มากขึ้น

นี่เราโตขึ้นแล้วจริงๆ 




 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2557 22:17:49 น.
Counter : 233 Pageviews.  

228 วัน กับการลงทุนในหุ้น

ผ่านไปแล้วครับ 228 วันหลังจากการเริ่มลงทุนซื้อหุ้นตัวแรกในชีวิตของผม

7 เดือนนิดๆ หลังจากที่แอบซุ่มดู ซุ่มติดตามหาความรู้เกี่ยวกับหุ้นอยู่เกือบ 6 เดือน

วันที่ไปเปิดบัญชีวันแรก มาร์เกตติ้งถามว่สนใจจะ"เล่น" หุ้นตัวไหน เอ่อ ทำไมต้องเล่น (คิดในใจ) ไม่ได้อยากเล่นนา

ตอนนั้นตอบไปว่าอยากลงทุนในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก

ตอนนั้นคิดแค่ว่า เรารู้จักบริษัทไหน เคยใช้ผลิตภัณฑ์ของที่ไหน แล้วค่อยดูงบการเงิน ดู ROA ดู ROE จากใน settrade

แบบว่าตัวเลขทางการเงินตัวไหนที่สำคัญๆ ก็ดูประกอบเอากับความคุ้นเคยที่ใช้บริการของบริษัทที่เราเลือกตอนแรก

เบ็ดเสร็จตอนแรก กับวันแรก อยากซื้อ SE-ED ด้วยความที่ชอบเข้าร้านหนังสือ คิดแล้วแนวโน้มน่าจะมีคนอ่านหนังสือเพิ่มขึ้น (งานวิจัยที่ไหนไม่รุ้บอกคนไทยอ่านหนังสือปีละไม่กี่บรรทัด)

งบก็ดี ปันผล 7% กว่าๆ ตอนนั้น ถือว่าเหมาะสำหรับการลงทุนนักเชียว

พอบอกพี่มาร์เกตติ้งไป "เอ่อ น้องมันไม่มีสภาพคล่องนะ"

แป่ววววววววว

สุดท้าย เงินเรา เราต้องตัดสินใจเอง เลยตั้งซื้อ SE-ED ตัวแรก และทยอยสะสมไว้เรื่อยๆ

เวลาผ่านไป 228 วัน ไม่น่าเชื่อว่าพอร์ทหุ้นของผมไม่เคยขายหุ้นสักตัวเพียว มีแต่ซื้อสะสมเข้ามาเรื่อยๆ และเรื่อยๆ

เคยคิดเหมือนกันว่า แล้วเมื่อไรจะได้ขายทำกำไรกับเขาซะที(วะ)

ก็ในเมื่อมูลค่าที่คิดไว้ มันยังไปไม่ถึง เลยไม่มีโอกาสได้ขายซะทีนะสิ...





 

Create Date : 15 มิถุนายน 2553    
Last Update : 15 มิถุนายน 2553 21:37:16 น.
Counter : 256 Pageviews.  

First Step

ว่ากันว่า การลงทุนที่สำคัญที่สุด คือการลงทุนในความรู้

ความเสี่ยงที่สุด คือการลงทุนโดยไม่มีความรู้ เช่นกัน

ตั้งแต่เด็ก นอกเหนือจากกิจการเล็กๆ น้อยๆ ที่เอาทอฟฟี่แพคใส่ถุงแล้วไปขายเพื่อนที่โรงเรียนแล้วกับการขายสติกเกอร์ที่เล่นได้มาให้กับเพื่อน รายได้นอกเหนือจากนั้นก็มาจากเงินที่พ่อกับแม่ให้ไปทุกวันๆ

ตอนนั้น การปลูกฝังเรื่องการออมของเด็กในชนบทห่างไกลอย่างผม มีเพียงแค่การฝากเงินกับธนาคารออมสินทุกวันอังคาร ทุกวันนี้ย้อนมองกลับไป ไม่น่าเชื่อว่า เมื่อก่อนจะฝากเงินกันแค่ครั้งละห้าบาท สิบบาท

สัปดาห์ไหนมีเงินฝากยี่สิบบาท ถือว่าค่อนข้างหรูเลยทีเดียว

และเป็นความเชื่อแบบเด็กๆ ในสมัยนั้นว่า เมื่อฝากเงินแล้ว ก็จะไม่ถอนออกมาใช้ (ผิดกับปัจจุบัน ฮา)

และทุกปีเมื่อมีเงินแปลกปลอมที่เรียกว่า "ดอกเบี้ย" เข้ามา เหมือนราวกับว่ามีน้ำทิพย์มาชะโลมใจเด็กชายตัวน้อยๆ ในสมัยนั้น

แต่นั่นก็ไม่ได้ปลูกฝังอะไรนอกเหนือไปจากแค่ "การฝากเงิน" เพราะรายได้หลักยังอยู่ที่

การแบมือของเงินในตอนเช้าอยู่นั่นเอง

น่าเหลือเชื่อที่ว่าเมื่อเวลาผ่านไป ผ่านล่วงเลยไปอีก 6 ปีในชั้นมัธยม ชีวิตผมแทบไม่มีการออมที่เพิ่มจากตอนเด็กเลย

แถมในบางครั้งยังต้องบากหน้าไปเขียนใบถอนออกจากสมุดบัญชีที่เก็บมาตั้งแต่เด็กเสียด้วย

สุดท้ายจำได้ว่า เมื่อมีแฟนคนแรก เงินในบัญชีที่มีอยู่อันน้อยนิด ก็เริ่มหมดไปกับการพาหญิงไปเที่ยว ไปดูหนัง ฯลฯ

จำได้ว่าในปีหนึ่งก่อนจบการศึกษาระดับมัธยม แอบเคยเห็นบัญชีเงินฝากของเพื่อนในห้อง และน่าประหลาดใจทำไมของเพื่อนมีตั้งหกหลัก แต่เอ่อ

ของเราแค่หลักพันยังจะแย่เลยหว่า

จวบจนเวลาล่วงเลยผ่านไป เมื่อเงินออมร่อยหรอ รายได้หลักของผมจึงขึ้นอยู่กับการแบมือต่อไป

เพียงแต่ หลังจากผ่านชีวิตวัยเรียนช่วงประถมและมัธยม การได้มานั้น มาจากการแบมือขอ

แต่หลังจากนั้นอีก 4 ปีต่อมา รายได้หลักผมมาจาก ATM ต่างหาก




 

Create Date : 23 เมษายน 2553    
Last Update : 23 เมษายน 2553 22:50:45 น.
Counter : 151 Pageviews.  


potojae
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




<*script>document.images[0].src = "http://www.rakball.net/Rakballthai/pics/20090703155_05.jpg"
Friends' blogs
[Add potojae's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.