Group Blog
 
All Blogs
 

เจ้าชายน้อย - เราจะเห็นอะไรได้ด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นด้วยดวงตา



Le Petit Prince
Little Prince
หรือ เจ้าชายน้อย
เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่รักเสียเหลือเกิน...ไม่ว่าจะหยิบมาอ่านครั้งใดก็ได้แง่คิดดีๆในการใช้ชีวิตกลับไปเสียทุกครั้ง

ไม่น่าเชื่อว่าหนังสือเล่มบางนิดเดียว...มีคำพูดอยู่ไม่กี่ประโยค....แต่กลับจับใจคนไปทั่วโลก....นับถึงวันนี้หนังสือเล่มนี้ก็มีอายุได้ 62 ปีแล้ว...แต่มนต์ขลังของเจ้าชายน้อยก็ยังไม่เสื่อมคลาย....ยังคงได้ยินได้เห็นคนพูดถึงหนังสือเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ...

รู้สึกล่าสุดจะไปปรากฎอยู่ในหนังเรื่องเพื่อนสนิทด้วย...แต่เนื่องจากเรายังไม่ได้ดูเลยไม่รู้ว่าพูดถึงเจ้าชายน้อยว่ายังไงบ้าง.....

ถ้าพูดถึงความ crazy เจ้าชายน้อย สำหรับเราก็คงบ้าในระดับที่เรียกว่าพอประมาณเท่านั้น...แค่ตามเก็บหนังสือฉบับภาษาไทยที่มีคนแปลเอาไว้ครบทั้ง 3 คน อันได้แก่ อริยา ไพฑูรย์, อำพรรณ โอตระกูล และพงาพันธุ์
แล้วก็ตามเก็บของกระจุ๊กกระจิ๊กอีกนิดหน่อย อาทิ สมุดบันทึก ที่ใส่ซีดี นิตยสาร-หนังสือเกี่ยวกับเจ้าชายน้อย สแตมป์ แม้แต่นาฬิกาที่ใส่อยู่ทุกวันนี้ยังเป็นนาฬิกาเจ้าชายน้อยเลยนะเออ....

วันนี้เปิด blog นี้ขึ้นเพื่ออวดรูปที่ทำเองด้วยความรู้ด้านโฟโตช้อประดับเด็กอนุบาล...นั่นคือ....เอารูปวางแล้วพิมพ์ตัวอักษรใส่ลงไป.....

สำหรับคำพูดเอามาจากเดอะ ลิตเติ้ล พรินซ์ ฉบับที่คุณอริยา ไพฑูรย์ แปลเพราะรู้สึกว่าถ้อยคำกระชับดี....

ประเดิมด้วยรูปเจ้าชายน้อยที่แฟนๆคุ้นเคยกันดี
เป็นภาพที่คุณนักบินเครื่องเสียเขียนจากความทรงจำหลังได้พบกับเด็กขี้เหงาจากต่างดาวแล้ว

Image hosted by Photobucket.com

เจ้าชายน้อยเป็นใครน่ะหรือ...
ก็เป็นเด็กชายจากดาวบี 612 น่ะสิ

Image hosted by Photobucket.com

ดาวดวงนี้เล็กมากเสียจนต้องระวังไม่ให้มีต้นไม้ใหญ่ขึ้น

Image hosted by Photobucket.com

ตอนที่อยู่บนดาวบี 612 เจ้าชายน้อยเศร้าถึงขนาดดูพระอาทิตย์ตกดินวันละสี่สิบสามครั้ง

Image hosted by Photobucket.com

ในที่สุดเขาเลยตัดสินใจหนีมาพร้อมกับฝูงนกอพยพ
เพราะเกิดไปทะเลาะกับดอกไม้ที่แสนจะเย่อหยิ่ง และปากแข็งดอกหนึ่งเข้า
Image hosted by Photobucket.com

เจ้าชายน้อยฟูมฟัก และทนุถนอมดอกไม้ดอกนี้มาก...
แต่เธอกลับสร้างแต่ความปวดร้าวให้เจ้าชายน้อยจนเขาต้องหนีออกจากดวงดาว

Image hosted by Photobucket.com

ก่อนจะมายังโลกมนุษย์...เจ้าชายน้อยแวะเวียนไปยังดาวหลายดวง...ดวงแรกเป็นดาวที่ประทับของพระราชา

Image hosted by Photobucket.com

พอมาถึงโลกเจ้าชายน้อยก็ได้เจอกับสุนัขจิ้งจอกที่สอนให้เจ้าชายน้อยรู้จักกับการสร้างความผูกพันธ์

Image hosted by Photobucket.com

Image hosted by Photobucket.com

ความผูกพันธ์ที่ทำให้เจ้าชายน้อยรู้ว่าถึงแม้บนโลกจะมีดอกไม้ชนิดเดียวกับดอกไม้แสนเย่อหยิ่งบนดาวของเจ้าชายน้อยนับพันนับหมื่นดอก....แต่ก็ไม่มีดอกไหนเหมือนดอกนั้นเลย

Image hosted by Photobucket.com

Image hosted by Photobucket.com

เจ้าชายน้อยผู้แสนบริสุทธิ์....มองโลกด้วยสายตาที่สดใจ

Image hosted by Photobucket.com

นอกจากสุนัขจิ้งจอกแล้วเจ้าชายน้อยก็ยังได้พบกับงู

Image hosted by Photobucket.com

งูที่ช่วยพาเจ้าชายน้อยกลับบ้าน

Image hosted by Photobucket.com

กลับไปหาต้นไม้ที่แสนจะเย่อหยิ่ง

Image hosted by Photobucket.com

หากคุณได้มีโอกาสผ่านไปยังที่แห่งนี้....ขอให้หยุดใต้ดวงดาวนั้นซักครู่....
ถ้ามีเด็กน้อยคนหนึ่งออกมาทักทายคุณ....
ถ้าเขาหัวเราะ...มีผมสีทอง....
แล้วไม่ยอมตอบคำถามคุณเลย...
ขอให้รู้ไว้เลยว่า....
เจ้าชายน้อยกลับมาแล้ว

Image hosted by Photobucket.com

ปิดท้ายด้วยคำถามว่า....
คุณเห็นแกะในกล่องใบนี้หรือเปล่าเอ่ย....

Image hosted by Photobucket.com




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2548    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2548 14:03:22 น.
Counter : 1122 Pageviews.  

เจมส์ เฮอร์เรียต – คุณหมอหมาที่รัก




Image hosted by Photobucket.com

ได้รู้จักกับนักเขียนท่านนี้ที่เราขอเรียกว่าคุณลุงเจมส์ตอนอยู่มัธยมปลาย...(กี่ปีมาแล้วอย่าไปรู้มันเลยนะ).....จำได้ว่าตอนนั้นไปหาพี่สาวที่มหาวิทยาลัยแล้วถูกพาไปทิ้งไว้ที่ห้องสมุด...ไม่รู้อะไรดลใจให้ไปหยิบหนังสือของคุณลุงมาอ่าน...อ่านปุ๊บก็โดนปั๊บเพราะเป็นเรื่องของหมอรักษาสัตว์ในมณฑลบ้านนอกของอังกฤษ....ไอ้เราเป็นคนรักสัตว์ทุกชนิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วพอได้อ่านก็โป๊ะเช้ะ....โดนใจมาก...แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคงจะเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างมีชีวิตชีวาของคุณลุงเจมส์นั่นเอง...ตัวหนังสือของคุณลุงทำให้เราหัวเราะ....ร้องไห้....อุ่นวาบทั้งที่ดวงตาและหัวใจ....แถมยังได้ความรู้เรื่องสัตว์ และงานของสัตว์แพทย์ในยุคโบร่ำโบราณไปประดับสมองอีกเยอะมาก....

พอเข้าทำงานได้ไม่นานก็ไปเห็นข่าวการตายของคุณลุงในนิตยสารชั้นดีอย่าง Life (ที่ปัจจุบันนี้เลิกพิมพ์ไปแล้ว) จำได้ว่าดีใจปนเสียใจเพราะตอนนั้นอินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย...หาข้อมูลเกี่ยวกับนักเขียนที่ชื่นชอบได้ยากมาก...ทำให้ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาคุณลุงมาก่อนเลย...พอได้เห็นหน้าคนที่เราชื่นชอบเป็นครั้งแรกก็เลยดีใจมาก....แต่ในขณะเดียวกันก็เสียใจเพราะภาพที่เราเห็นภาพแรกดันเป็นภาพรำลึกถึงการจากไปขอบคุณลุงเสียนี่....แต่ถึงกระนั้นพอได้เห็นแล้วก็รู้สึกไม่ผิดไปจากที่คิดไว้.....เพราะคุณลุงหน้าตาใจดี และดูอบอุ่นเหมือนตัวหนังสือที่ถ่ายทอดออกมาเลย....

วันนี้ฤกษ์ดีมีชัยก็เลยขอเชิญคุณลุงมาประเดิมเปิด section นักเขียนที่รักในบล็อกอันแสนจะอิเหละเขละขละ (เหมือนเจ้าของ) เสียหน่อย....เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับผู้รักหนังสือชุดนี้เหมือนกันค่ะ หรือถ้าใครยังไม่เคยอ่านขอแนะนำว่าสมควรที่จะหามาอ่านเป็นอย่างยิ่ง รับรองว่าไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ

Image hosted by Photobucket.com

- James Herriot เป็นนามปากกา ชื่อจริงของคุณลุง คือ James Alfred Wight สาเหตุที่คุณลุงเลือกใช้ชื่อนี้ก็เพราะคุณลุงเป็นแฟนฟุตบอลตัวยง แล้ว James Herriot ก็เป็นชื่อนักฟุตบอลคนหนึ่งจากเมืองเบอร์มิงแฮมนั่นเอง

- คุณลุงเจมส์เกิดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 1916 ที่เมือง Roker ในซันเดอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ แต่ครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองกลาสโกลว์ในสกอตแลนด์ตั้งแต่ตอนที่คุณลุงอายุได้ 3 เดือนเท่านั้น คุณลุงเจมส์จึงเติบโตมาที่กลาสโกลว์ เข้าเรียนสัตวแพทย์ที่นั่นจนจบในปี 1939 ก่อนจะย้ายไปอยู่เมือง Thirsk ทางตอนเหนือของ Yorkshire ในปี 1940 เพื่อทำงานเป็นผู้ช่วยหมอ Donald Sinclair (ในหนังสือใช้ชื่อว่า Siegfried Farnon)

Image hosted by Photobucket.com

- คุณลุงเจมส์แต่งงานกับ Joan Danbury (ในหนังสือใช้ชื่อ Helen Alderson) มีลูก 2 คน ชื่อ จิม (เกิดปี 1943) กับโรซี (เกิดปี 1947) ลูกของคุณลุงเป็นหมอทั้งคู่ ลูกชายเป็นสัตวแพทย์เหมือนพ่อทำงานที่ Sinclair/Wight ส่วนลูกสาวเป็นหมอรักษาโรคทั่วไป

- คุณลุงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1995 ด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่บ้านพัก Mirebeck ในหมู่บ้าน Thirlby ใกล้เมือง Thirsk มณฑล Yorkshire ขณะมีอายุได้ 78 ปี

- เมืองแดร์โรวบี้ (Darrowby) ที่หนังสือพูดถึงจริงๆแล้วก็คือเมือง Thirsk ในมณฑล Yorkshire นั่นเอง

- บุคคล และสัตว์ที่คุณลุงเล่าเอาไว้ในหนังสือมีตัวตนอยู่จริง แต่ลุงเจมส์เคยบอกเอาไว้ว่าสิ่งที่กลัวที่สุดก็คือการทำให้คนเหล่านั้นได้รับความเสียหาย นั่นคงเป็นเหตุผลที่คุณลุงเลยต้องใช้นามแฝง แต่เราสังเกตนะว่าคุณลุงไม่เคยว่าร้ายใครเลย แม้ว่าจริงๆแล้วคนๆนั้นอาจจะแสบสุดๆ แต่คุณลุงก็จะเขียนถึงเขาด้วยอารมณ์ขัน อ่านแล้วขำก๊าก แต่ถ้าไปเจอเข้าจริงก็คงขำไม่ออกเหมือนกัน

Image hosted by Photobucket.com

- คุณลุงจรดปากกาเขียนหนังสือเอาเมื่อตอนอายุได้ 50 แล้ว เพราะทนการคะยั้นคะยอของภรรยาไม่ไหว อันนี้เราสังเกตเอาเองว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้หนังสือของคุณลุงจับใจคนไปทั่วโลก เพราะการเริ่มช้ากลับกลายเป็นข้อดีที่ทำให้ความคิดตกผลึกแล้ว ตัวหนังสือของคุณลุงจึงแสนจะอบอุ่น อบอวลไปด้วยความรัก ความตลกขบขัน และข้อสังเกตที่คมคาย แถมด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นอย่างยิ่ง อ่านทีไรหัวใจมันอบอุ่นทู้กทีสิเอ้า....

- หนังสือ 3 เล่มแรกของคุณลุงเป็นบันทึกความทรงจำเมื่อครั้งที่คุณลุงเป็นสัตวแพทย์ในเมือง Thirsk มณฑล Yorkshire ในอังกฤษ ประกอบด้วย "All Creatures Great and Small" (1972)

Image hosted by Photobucket.com

"All Things Bright and Beautiful" (1974)

Image hosted by Photobucket.com

"All Things Wise and Wonderful" (1977)

Image hosted by Photobucket.com

- ถึงแม้ว่าคุณลุงจะเริ่มเขียนหนังสือในปี 1966 แต่กว่าเล่มแรก All Creatures Great and Small จะได้พิมพ์ก็ในปี 1972 โน่น

- ตอนแรกคนคิดกันว่า The Lord God Made Them All ที่ออกในปี 1981 คงจะเป็นบันทึกความทรงจำเล่มสุดท้ายของคุณลุงแล้ว แต่คุณลุงก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการปล่อยเรื่อง Every Living Thing ออกมาในปี 1992

Image hosted by Photobucket.com

- งานของคุณลุงฮิตเสียจนถูกหยิบเอาไปสร้างเป็นซีรีส์ทางบีบีซี แถมยังได้รับความนิยมมากเสียด้วย ซีรส์ชุดนี้มีชื่อว่า All Creatures Great And Small ตามชื่อหนังสือเล่มหนึ่งของคุณลุง ได้รับความนิยมมากแค่ไหนวัดได้จากระยะเวลาการฉายที่ยาวนานมาก คือ เริ่มตั้งแต่ปี 1936 ไปจนถึงต้นทศวรรษ 1950 โน่นแน่ะ

- ตัวละครหลักๆในซีรีส์ที่สร้างจากหนังสือของคุณลุงมีรายนามดังนี้
James Herriot เล่นโดย Christopher Timothy
Siegfried Farnon เล่นโดย Robert Hardy
Tristan Farnon เล่นโดย Peter Davison
Helen Herriot เล่นโดย Carol Drinkwater ต่อมาเปลี่ยนตัวเป็น Lynda Bellingham

Image hosted by Photobucket.com

- คุณลุงรับใช้ชาติด้วยการเข้าเป็นทหารในกองทัพอากาศระหว่างปี 1941-1943

- คุณลุงเคยได้รับเครื่องราชฯชั้น โอบีอี (the Order of the British Empire) ในปี 1979 ด้วนะเออ

- ในบั้นปลายของชีวิต คุณลุงได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยกลาสโกวที่เปิดหอสมุด James Herriot Library ขึ้นในปี 1994 แต่น่าเสียดายที่คุณลุงเสียชีวิตก่อนที่จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเพียงวันเดียวเท่านั้น จิม ลูกชายของลุงเลยต้องไปแทน

Skeldale House ที่คุณลุงทำงานอยู่ตั้งอยู่ที่ 23 Kirkgate Thirsk แต่ปัจจุบันสถานที่ดั้งเดิมได้กลายเป็นที่ตั้งของThe World of James Herriot ไปเสียแล้ว...ปีหนึ่งๆมีแฟนหนังสือของคุณลุงแวะไปเยี่ยมชมไม่น้อย....ทางเมืองก็เลยจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญไปเสียเลย

Image hosted by Photobucket.com

หากอยากไปทัวร์ตามลิงค์นี้ไปได้เลยจ้า

//www.hambleton.gov.uk/hambleton/herriot.nsf/pages/virtual.html

อันนี้เป็นภาพห้องนั่งเล่นในบ้านสเกเดลที่เป็นทั้งห้องรับแขก แล้วก็ห้องนั่งรอของเจ้าของสัตว์
Image hosted by Photobucket.com

ส่วนอันนี้เป็นบรรยากาศในห้องครัว

Image hosted by Photobucket.com

ส่วนอันนี้เป็นจุดรับจ่ายยาค่ะ

Image hosted by Photobucket.com




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2548    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2548 14:05:20 น.
Counter : 804 Pageviews.  


จิ้มจุ่ม
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








Friends' blogs
[Add จิ้มจุ่ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.