All Blog
--- Running Journal ---










บันทึกการวิ่ง (running journal หรือ running log ) ก็เป็นสิ่งที่ดี
นักวิ่งบันทึกอะไรหรือ

โดยหลักทั่วไปไม่พ้นเวลาและระยะทางที่วิ่งแต่ละครั้งแต่ละวัน ปลีกย่อยลงไปแล้วแต่ใครจะชอบ -- วิ่งที่ไหน สวมรองเท้าอะไร วิ่งกับใคร รู้สึกอย่างไร อากาศร้อน(หรือทำไมร้อนอย่างนี้) ฯลฯ ว่ากันว่า บันทึกจะช่วยนักวิ่งให้มีแผนชัดเจนขึ้น มีวินัย เป็นเครื่องมือที่ดีไว้ติดตามความก้าวหน้า(หรือถอยหลัง) ของตัวเอง

สำหรับผมชอบเครื่องมือนี้เป็นพิเศษ บันทึกการวิ่งของผมอาจเหยียดยาวกว่านักวิ่งคนใด สารภาพว่า ...ถึงทุกวันนี้มันยังเป็นงานเขียนชิ้นเดียวที่ผมทำอย่างต่อเนื่อง บางวันอาจยาวเป็นหน้า ๆ โดยเฉพาะถ้าวันไหนกลับมาพร้อมบทเรียนใหม่

เย็นวันเสาร์ เช้าวันอาทิตย์
คามิน คมนีย์
::
::




ดูบันทึกเก่าวันนี้ปีที่แล้ว เราออกวิ่งเช่นกัน แต่วิ่ง 50 นาที ได้ 6 กิโล วิ่งเพซ 8.27
ปีนี้วิ่ง 1:15 ชั่วโมง 10 กิโล เพซ 7:30 อืม..นะ ว่าไปแล้วมันดีขึ้นทั้งที่เราเพิ่งวิ่งมินิฯ 10.5 กิโล เพซ 7 เป๊ะ เช้าวันอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านแล้วนี่เอง

ปีที่แล้วชีวิตไม่หวือหวาอะไร ซ้อมวิ่งได้ขนาดนี้ดีใจแทบตาย ชื่นชมตัวเองอยู่นั่นแล้ว ไม่คิดว่าตัวเองจะวิ่งได้ทุกวันแม้ระยะไม่ไกลเท่าไรและลงวิ่งงานมินิมาราธอน เฉลี่ยแล้วเดือนละครั้งเท่านั้น ไม่เคยสนใจเรื่องเวลา นอกจากวิ่งให้สนุก จบแบบไม่เจ็บ

แต่เหตุการณ์เปลี่ยนไปมากพอควรเมื่อตัดสินใจลงวิ่งฮาล์ฟมาราธอนปลายปี ระยะทางเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่า ไกลมาก เพราะ 10 k นี่ก็ไม่ใช่ธรรมดา แม้ว่าซ้อมไม่เคยถึงระยะจริงสักครั้งแต่ก็ต้องพยายามอย่างมากทุกครั้ง

การตัดสินใจแต่ละครั้งนั้น ทำให้เกิดเป้าหมาย เมื่อเป้าหมายเปลี่ยน การฝึกซ้อมก็ต้องเปลี่ยน เราลองใช้โปรแกรมวิ่งฮาล์ฟมาราธอนของครูดินมาใช้ แต่ทำได้เพียง 70 % เท่านั้นคือการวิ่งแบบ LSD (คือการวิ่งระยะไกลขึ้น วิ่งไปเรื่อย ๆ ไม่เร่งความเร็ว ฝึกกล้ามเนื้อหัวใจ ฝึกระบบการหายใจและความอดทนของร่างกาย )

เราวิ่งเพิ่มระยะทางในการซ้อมให้ยาวขึ้น มีการวิ่งยาวทุกอาทิตย์ตามโปรแกรม แต่ยังไม่เข้าใจเรื่องการลงคอร์ท ฟาร์ทเลก การอินเทอร์วัลหรือการวิ่งแบบสปีดเวิร์กนั่นเอง นั่นเพราะร่างกายเรายังไม่แกร่งพอ ก็เหมือนการสร้างบ้าน หากรากฐานไม่แน่น บ้านคงไม่แข็งแรงสักเท่าไหร่

บางสนาม สตาร์ทก้าวแรกไปได้ดี ก็จะวิ่งดีไปตลอดเส้นทาง

บางสนาม มีทีท่าว่าจะดี แต่แรงตกหลังกิโลเมตรที่ 6

บางสนาม ก้าวไม่ไป เจอปีศาจตั้งแต่กิโลแรก พานจะวิ่งไม่จบ ถกเถียงกับตัวเอง ว้าวุ่นใจ กังวลว่าจะไปถึงไหน ไม่อยาก DNF เลย ทนทู่ซี้วิ่งจนจบแล้วมานั่งทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น อาจจะวอร์มน้อย อาจจะหิว อาจจะมาถึงสนามกระชั้นชิด ไม่มีเวลาซึมซับบรรยากาศก่อนลงสนาม อาจจะพักผ่อนน้อย ซ้อมน้อย แรงตก ตกฟิต สารพัดเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ ฉันจำเป็นต้องใส่ใจและจดจำไว้จะได้ไม่เกิดซ้ำ

แต่ลงสนามแล้ว แม้ว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมมาอย่างดี ก็มีอะไรคาดไม่ถึงอยู่เหมือนกัน ประสบการณ์ที่ผ่านมาช่วยให้ไม่วิตกจนเกินไปและสามารถฝ่าฟันไปได้ ที่สาหัสสุดอาจจะเป็นรอบเดือนในวันที่ต้องวิ่ง จำต้องตัดสินใจว่าจะทิ้งงานหรือลองสภาพตัวเองในวันนั้นเลยว่าจะไปได้แค่ไหน

ปีที่แล้ววิ่งมินิมาราธอนเป็นหลัก ไม่มีปัญหาเรื่องเส้นทางเพราะเป็นวิ่งระยะสั้น
แต่ปีนี้วิ่งยาวขึ้นและคู่วิ่งเริ่มวิ่งทำเวลาของเขา ฉันวิ่งคนละเพซกับเขา ขอติดหนึบไปได้สักครึ่งทางเท่านั้น จากนั้นก็ต้องไปด้วยเพซของตัวเองตามที่ซ้อมมา ไม่งั้นวิ่งไม่จบ
บางงาน วิ่งเทรลในป่าด้วย ฉันผู้มีฉายาว่าเป็นคนทิศเสีย ไปไหนเองไม่ได้ ไม่รู้เส้นทาง ไม่เป็นคนช่างสังเกต ปากหนักและโง่มาก สองงานมาแล้วที่วิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอนแล้วหลงทาง

งานแรก ร้องไห้ เสียกำลังใจเกือบจะทิ้งทุกอย่างกลางทาง โชคดีที่ตั้งสติได้และไปจนจบ เป็นบทเรียนที่ดีแล้ว แต่ก็ยังเกิดซ้ำอีกครั้งบนดอยสามหงก เข้าเส้นชัยกับน้องผู้หญิงอีกคนเป็นสองคนสุดท้ายเพราะพากันหลงทางจนขาจะเป็นตะคริว

หรุบตาดูที่ข้อมือ มีนาฬิกาฉลาด ๆ อยู่กับตัว
เสียแต่คนใส่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย


มันคงเหมือนเรื่องราวของชีวิต บทเรียนยังเป็นบทเรียนอยู่
รู้แล้ว ระวังแล้วยังมีโอกาสผิดซ้ำ
เพียงแต่ต่างเวลาและสถานที่เท่านั้น

สองงานที่วิ่งหลงทางนั้น ยอมรับลึก ๆ ว่าท้อและอายค่ะ แต่ระหว่างที่วิ่งถึงเส้นชัยนั้น ได้รับกำลังใจจากเพื่อนนักวิ่ง เขาปรบมือให้และเชียร์ให้สู้ ๆ ตลอดทาง ดังมากและเป็นที่จดจำมากกว่าเป็นที่หนึ่งหรือวิ่งหนีรถพยาบาลเสียอีก

ปีนี้มีกัลยาณมิตรในวงการวิ่งเพิ่มมาอีกหนึ่งคน แก๊งเราเป็นแก๊งวิ่งใต้ฝุ่น แข่งกับตัวเองเป็นหลัก (เพราะถึงจะบอกว่าไม่แข่งกับใครเลยก็ตาม แต่เราก็มีความตั้งใจจะทำให้ได้ตามที่เราหวังเมื่อลงสนาม)

รวมถึงหนังสือวิ่งดี ๆ อีกหลายเล่มที่ฉันเพิ่งค้นหามาอ่านนอกเหนือไปจากตามเพจวิ่งในโลกโซเชี่ยล อ่านไป ลองวิ่งไป รู้สึกตัวเองเป็นคนโชคดีพอสมควร แม้จะไม่ได้เพื่อนเยอะแยะมากมาย แต่ดีใจที่น้องในก๊วนสมัยเรียนมาร่วมวิ่งอีกคน ใคร ๆ ก็รู้ว่าวิ่งมันเหนื่อยมาก ไม่เพียงแต่พูดแต่ลงมือทำ ทำอย่างต่อเนื่องและมีวินัย ถึงไม่ออกงานวิ่งบ่อย แต่เราก็เจอกันตามงานวิ่งบ้างแล้ว

ขอเพียงแต่ทำทุกอย่างอย่างค่อยเป็นค่อยไป เราได้แต่คอยให้กำลังใจ แนะนำบางอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ขอให้เธออดทนต่อสิ่งที่กำลังเริ่มต้นอยู่ แล้วจะรู้ว่ามันคุ้มค่าในที่สุด

ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
23 สิงหาคม 2559



::
::



ออกไปยืดเหยียดร่างกายมาสักหน่อยค่ะ โชคดีที่ไม่เจ็บกล้ามเนื้ออะไร กลับมาทันได้ดูเฮียกระทิง ยกกันมาทุกหล่อมาช่วยอาหลงกับอาหงส์ ...

23 สิงหา 2015
(บันทึกเก่า)

ปีที่แล้วติดละครซีรี่ส์
ปีนี้ไม่มีเวลาดูละครจึงต้องหาเวลาไปดูละครย้อนหลัง ที่เพิ่งดูไปคือเรื่อง เกมริษยา
ครั้งแรกไม่ชอบชื่อเรื่อง ไม่ค่อยอยากดู แต่ะเริ่มดูตั้งแต่เริ่มต้น เห็นความเปลี่ยนแปลงของปัทมนซึ่งแสดงโดยคุณป๊อก ปิยะธิดาแล้ว เข้าใจเลยว่า ทุกอย่างมีที่มา
มีมืออาชีพในบริษัทหลายคนที่เก่งมาก แต่คนเก่งก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเลว ๆ เพื่อห้ำหั่นกัน (คำจากละครนะ)
ที่เห็นชัดเลยคือความเครียดในออฟฟิศของคนทุกระดับ แก่งแย่งชิงดี สร้างภาพ สร้างผลงาน ที่ไหนคนมาก เรื่องก็มากไปตามคน และหนีไม่พ้นเรื่องชู้สาว หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง เขาอยู่กันอย่างไรนะ

ชอบวลีชีวิตดี ๆ ในทุก ๆ ตอนเลย มันสอนอะไรได้เยอะแยะมากมาย ฉันยังคิดว่า เรื่องนี้มีดีมากมายหรือเพราะเราอยู่วงนอก มองความเป็นไปของคนอื่น ชื่นชมคนที่เข้มแข็ง หยัดยืนในวันที่ล้มทั้งกายและใจโดยไม่ทิ้งลมหายใจและยังก้าวต่อไปอย่างมีความหวัง

คนดีโดนดีดกระเด็นออกนอกสาระบบ ปล่อยให้เสือสิงห์กระทิงแรดแย่งชิงความเป็นหนึ่ง

ยังเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมอยู่ เชื่อว่า เรื่องของปัทมนจะจบลงไม่ดี ไม่คิดว่าตัวเองจะสมน้ำหน้าเมื่อเห็นความหายนะ หวังแต่ให้คิดได้เร็ว ๆ และเลิกเอาชนะและทำร้าย ทำลายคนอื่นเสียที

เป็นเรื่องแต่งเกี่ยวกับออฟฟิศ ซินโดรมที่ดูสมจริง ...

24 สิงหาคม 2559


::
::


วันนี้วิ่งไม่ออกเพราะจุก
จุกเพราะกินข้าวเหนียวกับแกงเห็ดห้าตอน 6 โมง
อร่อยแบบลืมโลกไปเลย
แต่อาหารไม่ย่อยเพราะไม่เคยกินข้าวเวลานี้

สองทุ่ม ที่เก่าเวลาเดิม
เริ่มวิ่งกิโลแรกก็ออกอาการ จุกขึ้นลิ้นปี่
ทนวิ่งไป วิ่งแบบกินบุญเก่าจน 6 กิโล
ต้องขอหยุด ไม่ไหวจริง ๆ ซ้อมไม่ถึงที่ตั้งใจ
เอาไว้ค่อยวิ่งชดเชยวันพรุ่งนี้
จำไว้เลยว่า
อย่ากินข้าวเหนียวก่อนวิ่งสองชั่วโมง

25 สิงหาคม 2559




::
::


เช้าวันอาทิตย์ ตื่นตีสี่เพื่อมาซ้อมวิ่งยาว ความตั้งใจคือ วิ่งไปเรื่อย ๆ สักสามชั่วโมง ระยะทางแค่ไหนแค่นั้น ฝึกความอึดให้ร่างกาย ฝึกท่าวิ่งและระบบการหายใจ และที่สำคัญ พยายามให้ร่างกายรับรู้ว่าเราจะต้องไปให้ไกลกว่าปกติแล้วนะ
ก่อนหน้านี้ ซ้อมวิ่งวันละหนึ่งชั่วโมงแล้วก็กลับบ้าน แต่ไม่เคยซ้อมวิ่งนานกว่าสองชั่วโมงเลยสักครั้ง อาการตอนซ้อมก็ไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่ หรือมันคือความสมบูรณ์แบบอย่างหนึ่งก็ได้ นั่นคือ บางวันเราวิ่งดีมาก ไม่เหนื่อย แต่อีกวัน เราหอบเหนื่อยตั้งแต่ออกสตาร์ท วิ่งทู่ซี้ไป zone 5 ต้องการออกซิเจนมาก ได้ยินเสียงดังฟี้ ๆ เหมือนคนเป็นโรคหอบหืด ตกใจมากที่เกิดอาการแบบนั้น

ช่วงหลัง ฉันใช้นาฬิกาจับเวลา ไม่ได้หวังให้มันพาให้เท้าวิ่งเร็วหรอก แต่มันดีตรงที่ช่วยกำหนดการวิ่งของเราได้ แต่ละกิโลที่ผ่านไป เรารู้เองระดับหนึ่งว่า รอบนี้วิ่งเร็วกว่ารอบที่แล้ว รอบนี้วิ่งช้ากว่ารอบที่แล้ว ประมาณการได้แต่ไม่เป๊ะ
ส่วนสำคัญคือเรื่องการเต้นของหัวใจ ฉันคิดง่าย ๆ คือ เอา 220 ลบกับอายุตัวเอง การเต้นของหัวใจควรอยู่ระดับ 170 ถ้าเกินกว่านี้มาก ๆ ค่อนข้างอันตราย

มีช่วงแรก ๆ ที่วิ่ง การเต้นของหัวใจขึ้นสูงถึง 192 และมากกว่านั้น ตกใจมาก คิดแต่ว่านาฬิกาผิดพลาด เพราะฉันเคยวิ่งได้ขนาดนี้และไม่เป็นอะไร แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า เราประมาทไม่ได้นะ สิ่งที่เป็นความเคยชินนั้นอาจทำให้หัวใจวายก็ได้

ฉันกังวลอยู่หลายวัน ไม่ค่อยสบายใจ เห็นทีชีวิตการวิ่งของฉันจะจบลงแค่นี้ล่ะหรือ ความรู้สึกนี้ส่งถึงกัน สามีฉันก็คิดมากเหมือนกัน ถึงเราไม่ได้วิ่งคู่กันทุกงานก็จริง แต่เราก็วิ่งด้วยกันเสมอมา หากคนหนึ่งไม่ได้วิ่ง เขาก็ต้องสนุกคนเดียว แต่ฉันอาจจะเฉา ถ้าถึงเวลานั้นจริง ฉันก็ขอให้อย่าเฉานาน มีอะไรทำใหม่ ๆ ได้อีกก็แล้วกัน

แต่ปรากฎว่า หลังจากนี้ไม่กี่วัน การเต้นของหัวใจอยู่ในโซน 3-4 ที่เป็นไปได้ ไม่เกิน 170 แล้ว รู้สึกเองว่า นี่ล่ะใช่แล้ว ความอึดของร่างกายฉันประมาณนี้แหละ วิ่งไม่เร็วก็ไม่ควรเหนื่อยจนถึงโซน 5 เหมือนตอนวิ่งขึ้นดอยสามหงก มีความผิดพลาดมาก ๆ เพราะกินไม่ดีและนอนดึกมาก ฉันนอกเกือบเที่ยวคืน ทรมานร่างกาย พยายามวิ่งให้ถึงเส้นชัยในเวลาห่วยแสนห่วยแถมยังหลงทางอีกสองครั้งด้วย

บางอย่างต้องเด็ดขาดกับคู่วิ่งเหมือนกันว่า ถ้าเช้าไหนมีวิ่ง ฉันต้องรีบนอนแต่หัววัน ไม่ประมาทอีกแล้ว ต้องช่วยเข้าใจด้วยว่าร่างกายเราไม่เหมือนกัน เขาจะเอาตัวเองเป็นที่ตั้งไม่ได้ว่า ทีเขายังทำได้ มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีมาก ๆ เหมือนเห็นแก่ตัว ศักยภาพเราไม่เท่ากัน มาคิดว่าซ้อมเท่ากัน จะทนเท่ากันได้ยังไง

เช้านี้ ฉันสิ้นฤทธิ์กิโลที่ 15 เริ่มเดินแล้ว แต่ตั้งใจว่าจะซ้อมให้ถึงเวลาที่กำหนดไว้ แล้วก็จบลงที่ 2 ชั่วโมง 50 นาที วิ่งได้แค่ 20 กิโล แย่กว่าวิ่งฮาล์ฟมาราธอนครั้งแรกเสียอีก แต่ร่างกายไม่สะบักสะบอม ตลอดการวิ่งนั้น จิบน้ำทุกสามชั่วโมงใน 10 กิโลแรก และจิบทุกสองกิโลหลังจากนั้น

ระหว่างการวิ่ง หัวใจก็เปิดรับฟังเสียงสรรพสิ่งบ้าง รับรู้ถึงกลิ่นอากาศยามเช้า รับรู้การมาถึงของนกอพยพถึงสองตัว ตัวหนึ่งคือนกอีเสือสีน้ำตาลที่ส่งเสียงร้องเหมือนปืนกลอยู่ริมรั้วรวดหนามของโรงพยาบาล แต่ตัวที่ทำให้ตื่นเต้นเป็นพิเศษคือ นกกะเต็นน้อยธรรมดา ปีกสีฟ้าเด่นชัด เขาถลาตัวลงมาริมบ่อรอปลาอยู่เงียบ ๆ ทำให้ฉันนึกถึงอากาศหนาวที่จะมาเยือนในไม่ช้านี้ และนึกถึงริมสระน้ำหน้าบ้านเช่นกัน เขาจะมาหรือยังหนอ

เรายืดเหยียดหลังวิ่งจนพอใจก่อนกลับบ้าน ตั้งใจ่าจะไปดูนกปีกแพรสีเขียวกันบนดอยอ่างขาง เขามาไม่กี่วันหรอก ได้ข่าวว่าเป็นนกลึกลับและพบยากมาก มันดึงดูดเราและมีเสน่ห์ขึ้นมา แต่ความจริงแล้ว เรามีเวลาว่างวันนี้พอดี

ก่อนขึ้นดอยก็ไม่ได้คาดหวังอะไร เจอก็ดี ไม่เจอก็แล้วไป ตื่นมาซ้อมวิ่งแล้วก็หมดภาระกิจหลักของเราแล้ว


20 k
2:50 ชั่วโมง
pace 8:32

28 สิงหาคม 2559








::
::




คืนนี้ออกวิ่งตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ หัวใจเต้นแรง อยู่ในโซน 5 และฮาร์ทเรตอยู่ที่ 192 สูงมากอีกนั่นแหละ ไม่น่าเชื่อเพราะวัดจากความรู้สึกและความพร้อมของร่างกายแล้ว เราโอเคมาก วิ่งเพซ 7 ค่อนข้างสบายแม้ว่าเช้าวันอาทิตย์จะวิ่งยาวไปหน่อย

::
6.07 k
44:49 นที
pace 7:23
29 สิงหา 2559



::
::






คืนนี้ออกวิ่งตามเวลาปกติ และตามโปรแกรมซ้อมคือต้องวิ่ง 12 k
รู้ล่วงหน้าแล้วก็พยายามดื่มน้ำทั้งวัน พยายามกินเพื่อจะได้มีแรงวิ่งเย็นนี้ ไม่ได้คิดอิดออดว่าจะไม่วิ่งแต่อย่างใด

ถึงเวลาสองทุ่ม อาการปวดท้องเพราะท้องเสียเนื่องจากกินมาม่ารสต้มโคล้งนั่นแหละ ด้วยว่าจืดปากจืดคอ อยากกินอะไรมีรสชาติบ้าง เรื่องนี้รู้อยู่แล้วว่า กินอาหารรสจัดอาจวิ่งไม่ได้ แต่กิเลสความอยากกินมากกว่า นี่ถ้าต้องลงวิ่งจริง ๆ จะไม่ทำเด็ดขาด เป็นเพราะประมาทไปนิด คิดว่าซ้อม ทั้งที่ซ้อม ฉันวิ่งเต็มที่และจะไม่งอแง ทำเหมือนลงวิ่งจริง

แต่ก็ทำไปแล้ว จึงต้องวิ่งทั้งมวนท้องและระโหย โชคดีที่วิ่งช้ามาก ๆ เกาะเพซ 8 จนจบ

การวิ่งสามวันติดนั้น ( 20 k - 6 k - 10 k ) เมื่อก่อนอาจจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ตอนนี้พอทำได้และไม่ถึงกับทรมานมาก นั่นเพราะเรามีเป้าหมายใหญ่รออยู่ เราไม่อยากวิ่งมาราธอนดิบ ๆ หมายถึงการไม่ซ้อมและเอาแต่ใจว่า ทั้งที่ดูคลิปนักวิ่งระดับเทพมาหลายคน ส่วนใหญ่ก็บอกว่าใจ 90 % ร่างกายเพียง 10 %

ฟังดูเกินจริงนะ แต่เราเชื่อว่าจริงเพราะ นักวิ่งเหล่านี้ซ้อมอย่างหนักเป็นปกติ มีวันซ้อมหนักยาว ๆ ทุก 10 วันเป็นปกติ เมื่อลงสนามแล้วเขามักถูกถามว่า เคยคิดหรือไม่ว่าจะวิ่งไม่จบ เขาจะบอกว่า ไม่คิดเพราะคิดแต่ว่า จะจบแบบไหน ความท้อหรือถอยไม่มีเพราะรู้ว่านี่คือทางที่เลือกแล้วและจะทำให้ดีที่สุด

ฟังแล้วมีกำลังใจโดยไม่ต้องรอการยอมรับหรือต้องการให้คนอื่นมาเข้าใจหรือเห็นความสำคัญของสิ่งที่เรากำลังทำอยู่
เมื่อลงมือทำอะไรก็ทำให้เต็มแรงและดีที่สุดเท่านั้น ผลงานมันคือความภูมิใจของเรา สิ่งที่เราอาจไม่รู้เลยนั่นคือ สิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคนที่แอบชื่นชม นั่นคือความพิเศษของความพยายามของคน ๆ หนึ่งมีผลต่อใครอีกคนหรือหลาย ๆ คนโดยไม่รู้ตัว ถึงกระนั้น เราต่างเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน

ฉันชอบการวิ่งตรงนี้ ตัวนักวิ่งมีประสบการณ์มาแบ่งปัน ต่างคนต่างวิ่ง เป็นการแข่งขันกับใจตัวเองจริง ๆ มาวิ่งแล้วสบายใจถึงแม้ฝีเท้าเราจะขี้ไก่มากก็ตามแต่ไม่รู้สึกเปรียบเทียบ ทับถมหรืออับอายเวลาวิ่งช้าหรือเป็นคนไม่เก่งในวงการ

เรื่องเหล่านี้คนเก่งอาจไม่เข้าใจ...

คืนนี้วิ่งจบมาได้แม้เวลาไม่ดีนัก แต่ไม่ซีเรียส ร่างกายไม่บอบช้ำแต่เหนื่อย ดูไม่ได้ประโยชน์จากการเหนื่อยในวันนี้สักเท่าไหร่ แต่ดีที่ได้ออกวิ่งและหลับสนิทจนถึงเช้าเพราะช่วงนี้ใกล้จะมีรอบเดือน ปัญหาคือการนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท จะรู้สึกเพลียมาก เพลียเพราะวิ่งแล้วหลับสนิทดีกว่าเพลียเพราะนอนไม่หลับ

วิ่ง 10 k
1.20 ชั่วโมง
เพซ 8

30 สิงหาคม 2559




Create Date : 24 สิงหาคม 2559
Last Update : 31 สิงหาคม 2559 9:33:33 น.
Counter : 360 Pageviews.

1 comment
--- สิ ง ห์ ข า ว มิ นิ ม า ร า ธ อ น ค รั้ ง ที่ ๒---


















งานวิ่งสิงห์ขาวมินิมาราธอนครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ ๒

ปีที่แล้ว ยังไม่มีเสื้อโลโก้งาน และแจกเหรียญสำหรับนักวิ่งแนวหน้า 200 คนแรกที่เข้าเส้นชัยเท่านั้น

วันที่ไปวิ่งก็ไม่ทราบมาก่อนว่าจะต้องมาวิ่ง คนที่บ้านบอกแค่ว่า วันอาทิตย์ไปวิ่งนะ แล้วก็พาไปสมัครหน้างาน ไม่น่าเชื่อว่าจะมีนักวิ่งสนใจมาวิ่งกันมากขนาดนี้หรือว่าเป็นการจัดครัี้งแรกด้วยหรือเปล่า ต่างคนต่างมาช่วยกันวิ่ง

เช้านั้นมีการตั้งกระทะทอดไข่เจียวราดข้าว มีกาแฟ น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ และข้าวต้มให้นักวิ่งรองท้องกันด้วย แต่เราไม่ค่อยกินอะไรก่อนวิ่ง ตอนนั้นเหมือนจะไม่ค่อยเตรียมตัวมากกับการวิ่งมินิฯ ไม่กินอาหารก่อนวิ่ง ไม่ฝึกดื่มน้ำระหว่างทางทุกสองกิโล จะวิ่งยาวรวดเดียวจบเลย #วิธีการนี้ไม่ถูกต้องนะคะ อันนี้มาเรียนรู้ภายหลังเรื่องรับน้ำเมื่อถึงเวลารับน้ำ อย่ารอให้กระหาย 

ครั้งที่แล้วปล่อยตัวที่หน้าคณะรัฐศาสตร์ฯ วิ่งออกประตูหน้ามอชอ เลี้ยวไปที่สวนสัตว์ วิ่งบนทางเนินประมาณ 45 องศาประมาณสามสี่เนินและทะลุออกไปหลังมอ เลี้ยวซ้ายตรงไปคันคลองก่อนเข้าตรงประตูปั๊ม ปตท. วิ่งอ้อมเส้นทางในมอชอจนถึงคณะรัฐศาสตร์ สนุกสนานกันพอสมควร หนักหนาก็ตอนที่ขึ้นเนินในสวนสัตว์เท่านั้น ปีนี้ก็ทำใจว่าจะต้องวิ่งขึ้นเนิน ไหน ๆ ก็ผ่านดอยสุเทพและดอยสามหงกมาแล้ว เจอเส้นทางแบบนี้ก็ได้แต่ทำใจ มีก็สนุกดี

แต่ปีนี้เปลี่ยนเส้นทางวิ่ง เขาปล่อยตัวที่หน้าคณะรัฐศาสตร์เหมือนเดิม แต่วิ่งเข้าไปในมอ ไปวนตรงหอนาฬิกาและออกทางประตูปั๊ม ปตท ก่อนเลี้ยวขวาไปวนหน้าสวนดอกและเลี้ยวซ้ายไปยังถนนห้วยแก้ว วิ่งตรงไปยังหน้ามอชอ เลี้ยวเข้าหน้ามอและวนสนามรักบี้ ผ่านหน้าศาลาธรรม วิ่งไปบนอ่างแก้วก่อนวิ่งวนลงไปยังหน้าคณะรัฐศาสตร์ ก่อนถึงเส้นชัน เนินสุดท้ายจะมีนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์มาคอยปรบมือให้กำลังนักวิ่งทุกคน

ก่อนปล่อยตัว -- ฉันแหงนดูพระจันทร์เต็มดวง สวยงามมากโชคดีที่เช้านี้ไม่มีฝนเหมือนเช้าวันเสาร์ที่สามีไปร่วมวิ่งงานกาวิละมินิมาราธอน งานนั้นเปียกปอนกันถ้วนหน้า

เสียงแตรดัง ฉันและน้อง ๆ ทยอยซอยเท้ากันออกเพราะก๊วนเราตั้งหลักกันไกลพอควร คอยระวังไม่ให้เหยียบเท้ากัน แต่สามีฉันหายวับไปเลย ทิ้งกันตั้งแต่สตาร์ทเลยเชียว ก็..นะ..กว่าจะมาเล่าให้ฟังทีหลังว่า เขาออกตัวแรงไปนิด แต่ก็คุมเพซได้ทีหลัง ส่วนฉันก็สะดุ้งตามเขาไปกิโลแรก วิ่งเข้าไปได้ยังไงเพซ 6 ไม่เคยซ้อมมาก่อนเลย ดีที่รู้ตัวเร็ว จึงวิ่งช้าเหมือนที่ซ้อม แต่มองไม่เห็นน้อง ๆ เสียแล้วสิ มัวแต่อยู่กับตัวเอง ดูเท้า ดูทาง วิ่งสบาย ๆ เพราะวอร์มก่อนลงอย่างดีและก็วิ่งดี สบาย ๆ

พอถึงกิโลที่ 4 เจอน้องณี อุ๊ย ..นี่น้องใหม่ของทีมวิ่งเรา วิ่งเร็วมากนะเนี่ย ดีใจที่เงยหน้ามาเจอพรรคพวก ได้โอบบ่าแป๊บนึงและบอกน้องว่า เก่งมาก ๆ ค่อย ๆ ไปนะ แล้วกฉันก็ค่อย ๆ จ็อก ๆ ๆ ไปต่อ สักพัก เจอน้องไก่ เย้ เย้ ได้ทักทายน้องไก่ด้วย แล้วก็ค่อย ๆ จ็อก ๆ ๆ ไปข้างหน้า ฉันไม่เจอน้องน็อตและน้องออย ส่วนคุณสามีและน้องปาล์มไปไกลไม่เห็นฝุ่นแล้ว

เป็นเพราะคุ้นเส้นทาง จึงรู้สึกว่ามันไม่ไกล โค้งออกจากฝั่งสวนสักมายังสวนดอก วนมายังถนนห้วยแก้ว เป็นเส้นทางที่คุ้นเคยมากแม้ไม่เคยซ้อมวิ่งแถวนี้เลยก็ตาม จากนั้นก็วิ่งตรงไปหน้ามอ ยิ่งเป็นสถานที่คุ้นเคยกว่าเดิม ผ่านป้ายรถเมล์ก่อนเลี้ยวเข้ามอ เป็นสถานที่เคยมารอรถตู้ไปทำงานบนดอยสุเทพเกือบ 9 ปี ถนนหนทางหน้ามอและหลังมออบอุ่นเสมอสำหรับฉัน

ก่อนวิ่งขึ้นไปบนอ่างแก้วนั้น ผ่านกิโลที่ 9 ไปแล้ว ฉันไม่รู้สึกเหนื่อย หรือเพราะก่อนมาวิ่งไม่ได้ซ้อมเลย นอนพักอย่างเดียวเอาความ'สด' อันที่จริง มันคือการทดลองของฉันหรอกนะ ไม่รู้ว่าความสดที่ว่านี่ จะต้องหยุดพักจริง ๆ กี่วัน แต่ก็ต้องลองดู กินอิ่มนอนหลับแต่หัววัน ตื่นเช้า กินอาหารและวอร์มดี ๆ มันก็น่าจะดี

ฉันยังวิ่งสนุกมากอยู่ หรือเพราะมันไม่ไกลมาก ระยะสิบกิโลนี่วิ่งสนุกเพราะจบเร็ว ระยะฮาล์ฟนั้น เห็นอะไรมากขึ้นอีกนิด ใช้กำลังใจมากกว่าเดิม สงบและใช้สมาธิมากขึ้นเพราะหนทางยังอีกไกล ทำให้ต้องควบคุมใจ ระมัดระวัง เกลี่ยกำลังงานที่มีอยู่ให้ดี

ฉันเพิ่งมาดูภาพบนอ่างแก้ว เป็นภาพที่ช่างภาพไม่ได้จับภาพมาที่ฉันหรอก แต่เป็นคุณพี่เสื้อม่วงรุ่น 60 คนนั้นนั่นเอง ฉันวิ่งเกาะหลังคุณพี่ตั้งแต่กิโลที่ 7 เป้นต้นมา และถูกขนาบด้วยน้องนักวิ่งหญิงชายรุ่น 20 เราเกาะกลุ่มกันมาจนเข้าเส้นชัยด้วยกันเลยนะคะ

ดีใจนะนั่นที่วิ่งได้ดีและมีแรงสปีดตอนขึ้นเนินสุดท้ายก่อนเลี้ยวซ้ายอีก 100 เมตรข้ามเส้นชัย

สนุกดีค่ะ เห็นสามียืนรอที่ข้างเส้นชัยนะ ถามถึงน้อง ๆ ก็ยังไม่มีใครเข้า เราเลยไปเอาน้ำมาดื่มรอน้อง ๆ เกือบลืมไปเอาเหรียญแน่ะถ้าสามีไม่เตือน

ปรากฎว่า คุณพี่เสื้อสีม่วงรุ่น 60 คนนั้น รับถ้วยรางวัลด้วยค่ะ ส่วนฉันได้ถ้วยข้าวต้มและเหรียญสวยงาม

สักพักก็ทยอยกันเข้าเส้นตาม ๆ กันมา ไม่มีใครหล่นหายระหว่างทาง ไม่มีใครบาดเจ็บแม้ว่าจะเพิ่งทราบว่าน้องน็อตเจ็บขาตั้งแต่ช่วงกิโลที่สอง

งานนี้จัดได้ดี (เสื้องานวิ่งสวยดี แบบเหมือนเวื้อวิ่ง CMU Winter Love Run เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเลย เพียงแต่โลโก้สิงห์ขาวด้านหลังสกรีนสวย) หรือเป็นเพราะเราไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักก็ได้ เป็นที่พอเข้าใจว่า เป็นเรื่องยากที่จะให้ใครมาเข้าใจกิจกรรมการวิ่งของเรา มีเรื่องจุกจิกที่พูดถึงกันทุกงาน คิดเสียว่า ไม่มีงานไหนสมบูรณ์แบบหรอก ขอผู้จัดตั้งใจทำงานเต็มที่แล้วเราก็เข้าใจได้ เดาจากสายตาคาดว่ามีนักวิ่งมาร่วมงานค่อนข้างเยอะ มีแต่งแฟนซีสวยงามหลายกลุ่มหลายคณะเป็นสีสันของงาน น้ำดื่ม แตงโม ข้าวต้ม น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋มีให้กินเหลือเฟือ เราได้ถ้วย(ข้าวต้ม)กันทุกคน อิ่มท้องและสนุกสนาน

ดีใจที่ได้เจอน้อง ๆ ตามงานวิ่งบ้าง อย่างน้อย พวกเราไม่ต้องเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตาเฉพาะงานขาวดำ เจอกันวันสุขภาพดีบ้างก็ได้

ขอบคุณวันดี ๆ อีกวันค่ะ
ติสต์ตู
21 สิงหาคม 2559















Create Date : 22 สิงหาคม 2559
Last Update : 22 สิงหาคม 2559 20:26:14 น.
Counter : 335 Pageviews.

1 comment
--- ทำ ไ ม ต้ อ ง เ ป็ น ที่ ห นึ่ ง ? ? ? ---












มีเพื่อนนักวิ่งตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า
ทำไมนักวิ่งที่วิ่งระยะไกลขึ้นจึงไม่วิ่งระยะสั้นให้เร็วขึ้นเพื่อเอาที่หนึ่ง ???


ความเป็นหนึ่ง เป็นที่หนึ่ง หมายถึงความสามารถยอดเยี่ยม
เป็นที่ยอมรับและเป็นที่รู้จัก
อาจเป็นไอดอลหรือแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลาย ๆ คน
เขาย่อมไม่ธรรมดาและมีการฝึกซ้อมที่หนักหนาสาหัสแน่นอน
คุ้มค่ากับความภาคภูมิใจ
ถามว่า เราอยากเป็นที่หนึ่งบ้างมั้ย
และอยากรู้มั้ยว่า เขาต้องผ่านอะไรมากบ้าง
มีคำตอบที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับกระทู้นี้

ฉันเองก็มีคำตอบเช่นกัน
ในเมื่อเป้าหมายของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน
ศักยภาพและต้นทุนของคนเราไม่เท่ากัน
แล้วทำไมทุกคนต้องอยากเป็นที่หนึ่งเหมือนกัน


ดูการแข่งขันวิ่งโอลิมปิกรอบคัดเลือกเมื่อเช้านี้ เห็น Bolt วิ่งแบบสบาย ๆ แล้วทึ่ง มีนักวิ่งชาติอื่น ๆ ที่อยากเอาชนะโบลต์ แต่ฝีเท้ายังดูห่างไกลจากราชาลมกรดคนนี้ มีนักวิ่งที่ถูกจับฟาล์วแล้วอยากร้องไห้แทน ซ้อมมาสี่ปีเพื่อวันนี้แต่กลับไม่ได้วิ่ง

วิ่งระดับนี้ เป้าหมายไม่ธรรมดา เมื่อเป้าหมายไม่ธรรมดาก็ต้องมีโปรแกรมซ้อมที่ไม่ธรรมดา การซ้อมวิ่งระยะสั้นกับการวิ่งระยะยาวนั้นใช้แรงวิ่งไม่เหมือนกัน

หากนักวิ่งระยะสั้นมาวิ่งมาราธอนด้วยความเร็วระดับโบลต์ คำนวนชั่วโมงแล้วก็คงเป็นที่หนึ่งของโลกอีกเช่นกัน แต่การวิ่งมาราธอนคือการเกลี่ยพลังงาน มีเรื่องราวทางเวชศาสตร์ให้ศึกษาและการฝึกซ้อมมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับเป้าหมายและศักยภาพของแต่ละคนด้วย

เราต่างมีอารมณ์ท้าทายในตัวเองกันอยู่แล้ว
ไม่แข่งกับคนอื่นก็แข่งกับตัวเอง

การแข่งขันในการกีฬานั้น การเป็นที่หนึ่งนั้นยากยิ่ง ต้องทุ่มแทแรงกาย แรงใจเพื่อพัฒนาตัวเองให้เอาชนะทั้งหมดทั้งมวล เป็นความภาคภูมิใจในการเป็นผู้ชนะ ทำลายสถิติเก่า สร้างสถิติใหม่

ถามว่า เราอยากทำได้มั้ย

อยากทำได้สิ แต่ต้นทุนมีน้อย ศักยภาพเรามีขีดจำกัด ถึงจะทะลุขีดจำกัดของตัวเองได้แต่ไม่มีทางที่จะเอาชนะคนอื่น ๆ ได้ กระดูกมันคนละเบอร์ เราไม่ใช่พวกองุ่นเปรี้ยว เราสามารถยินดีกับความสำเร็จและความเป็นหนึ่งของคนอื่นได้อย่างจริงใจ และเราก็ภูมิใจที่เราทำได้อีกด้วย

ในขณะที่เราเองก็มองหาวิถีทางที่เหมาะกับตัวเอง เราฝึกซ้อมเพื่อจะดีขึ้น เชื่อว่าต่างคนต่างมีเป้าหมายเล็ก ๆ ในใจที่จะไปให้ถึง แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ได้ทำให้ความสุขในการวิ่งของเราน้อยลง เหมือนกับที่ เราทำเวลาของการวิ่งระยะสั้นเป็นที่หนึ่งไม่ได้ ก็ไม่ทำให้เราต้องดูถูกตนเองเพราะทำไม่ได้ ไม่เก่ง

โดยทั่วไปนั้น คนวิ่งระยะไกลได้ดี ระยะสั้นก็ดีด้วยเช่นกัน

หากเราข้ามเรื่องสถิติกันได้ เราน่าจะมีความสุขง่ายขึ้น
เราตวรตอบตัวเองให้ชัดเจนแต่แรกแล้วว่า เราลุกขึ้นมาวิ่งเพราะอะไร
หมั่นทบทวนเป้าหมายของเราในแต่ละช่วงเวลาก็จะดีมาก

ครั้งหนึ่งเราเคยคิดว่าวิ่งเพื่อสุขภาพ

เมื่อเราผ่านคำว่าเพื่อสุขภาพโดยวิ่งทุกวัน ๆ ละ 2-5 กิโลได้
อาการหวัดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเราก็ห่างไป

เราอาจจะมีเป้าหมายใหม่ว่าเพื่อมินิมาราธอน

เมื่อสนุกกับมินิมาราธอนสักปีก็เพิ่มระยะและฝันถึงฮาล์ฟมาราธอน/มาราธอน /ไตรกีฬาและอัลตร้าฯ

เพราะคิดว่า ระยะไกลขึ้น มีเวลาท้าทายตัวเองมากขึ้น เอาชนะอุปสรรคระหว่างทางมากขึ้น สนุกกับเรื่องราวระหว่างทางมากขึ้น ได้ทักทายเพื่อนนักวิ่งระหว่างทาง ได้ให้กำลังใจเพื่อนร่วมทาง ได้ขอบคุณคนที่ส่งเสียงเชียร์ข้างทาง ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ดูวัวกินหญ้า เห็นพระให้พร ฉีดสเปรย์ให้เพื่อนที่เป็นตะคริวและเชียร์ให้เขาไปให้จบ เพียงเราข้ามเส้นชัยเราก็เอาชนะตัวเองได้ ได้เพื่อน ได้สุขภาพที่ดี

และนักวิ่งกลุ่มหนึ่งที่มีความสุขกับการซ้อมหนัก หวังที่หนึ่งถึงห้าเสมอ ก็ต้องยอมเขาเพราะเขามีปีกการซ้อมที่หนักกว่าเราจนเทียบไม่ได้ เขามีความสุขของเขาแบบนี้ ความสุขที่ไม่เหมือนกับเราไม่ได้หมายความว่าผิด

โลกนี้มีที่หนึ่งได้คนเดียว

แล้วเรามีความสุขได้ไหมโดยไม่เคยเป็นที่หนึ่งสักรายการ
เราอาจทำลายเป้าหมายของเราที่ตั้งไว้ไม่ได้ก็จริง
แต่ชีวิตมีเรื่องให้ยินดีไม่แพ้การเป็นที่หนึ่งมากมาย
และความสวยงามของการวิ่งมาราธอนคือ
การทำให้ทุกคนเป็นผู้ชนะ


ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
17 สิงหาคม 2559














Create Date : 17 สิงหาคม 2559
Last Update : 17 สิงหาคม 2559 8:30:00 น.
Counter : 332 Pageviews.

3 comment
--- ซ้ อ ม วิ่ ง เ ท ม โ ป้ ---












ด้วยความที่เวลากระชั้นชิด โปรแกรมการฝึกซ้อมจึงดูเหมือนโหดร้าย แต่ถ้าไม่เตรียมร่างกายให้พร้อมและเชื่อความแข็งแรงของร่างกายคนอื่นที่ว่า ซ้อมวันละ 4-5 กิโล 3 วันต่อสัปดาห์ก็วิ่งมาราธอนได้

สำหรับฉัน เ ป็ น ไ ป ไ ม่ ไ ด้ . . . แ น่ น อ น

อย่าว่าแต่มาราธอนเลย จะวิ่งมินิมาราธอนยังต้องซ้อมให้ถึง 10 หรือไม่ก็ 15 กิโล จึงจะผ่านเส้นชัย สิบกิโลนี่ไกลไม่ใช่เล่น ไม่ซ้อมก็เจ็บและอาจวิ่งไม่ได้อีกนาน

ก า ร วิ่ ง ใ ห้ ดี ไ ม่ มี ท า ง ลั ด
เ พ ร า ะ ท า ง ลั ด ก็ คื อ ท า ง ต ร ง
(ท า ง ต ร ง ก็ คื อ ต้ อ ง ซ้ อ ม นั่ น เ อ ง )


คืนนี้ เราวิ่งเทมโป้ 8 กิโล 58 นาที

เพื่อนบางคนที่เคยอ่านบันทึกวิ่งของฉัน อาจสงสัยว่า เ ท ม โ ป้ รั น ( tempo run) คืออะไร ฟังดูคล้าย ๆ จังหวะแทงโก้หรือจังหวะเต้นรำอย่างหนึ่ง ออกเสียงใกล้ ๆ กัน แต่ความหมายต่างกันสิ้นเชิง

เทมโป้รันคือการวิ่งใน ' จั ง ห ว ะ ค ง ที่ ' ตลอดการวิ่ง
โดยที่ แรงต้นกับแรงปลายเท่า ๆ กัน

การซ้อมวิ่งเทมโป้นั้น ส่วนใหญ่จะวิ่งให้อยู่ภายใน 20 นาทีหรือไม่เกินหนึ่งชั่วโมง

เพื่อน ๆ อาจสงสัย(หรือไม่สงสัย)อีกว่า ซ้อมแบบนี้ไปเพื่ออะไร แค่วิ่งจบ ๆ ไปได้ก็เก่งแล้ว

ครั้งหนึ่ง เมื่อเริ่มวิ่งใหม่ ๆ ฉันก็เป็นแบบนี้ ขออย่างเดียวคือ ขอวิ่งให้ถึงเส้นชัยเป็นพอ
จากนั้นก็พยายามซ้อมเพิ่มระยะให้ไกลขึ้นเรื่อย ๆ หรือที่เรียกว่า LSD (Long Slow Distance) ดูความอดทนของร่างกาย ไม่เร่งความเร็ว วิ่งไปเรื่อย ๆ ฝึกกล้ามเนื้อหัวใจ ฝึกระบบหายใจ ฝึกการมองในระยะไม่ไกลเกินไปนัก เพราะการมองไกลเกินไปก็กลายเป็นเสียพลังงานเหมือนกัน (เหลือเชื่อมั้ยคะ แต่มันจริงนะ) พยายามซ้อมให้อยู่ตัวเพื่อให้วิ่งจบแบบไม่เจ็บและสามารถวิ่งได้อีกหลาย ๆ งาน

แต่เมื่อผ่านมาหนึ่งปีเต็ม ๆ ยังวิ่งได้สบาย ๆ แต่ความเร็วคงที่ จะว่าความเร็วก็ไม่ถูกต้องนัก มันคือความช้าคงที่ เวลาไม่ค่อยดีเพราะวิ่งแบบมีศิลปะในหัวใจ เอ้อระเหยลอยชาย มองซ้ายมองขวาไม่ได้ดูว่าใครจะแซงเราได้เหมือนพี่โบลต์หรอกนะ แต่เพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศ ดูนก ชมไม้ ดูวัว ดูวิว ถ่ายรูปสารพัด แต่ต่อให้เลิกทำกิจกรรมข้างทางแบบนี้ เวลาก็ไม่ดีขึ้นกว่าเดิมสักเท่าไหร่ ก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่า เธอจะช้าไปอีกนานมั้ย จะช้าอย่างนี้จริง ๆ เหรอ ลองวิ่งให้ดีขึ้นอีกนิดจะไหวมั้ย ลองดูกันมั้ย

อาการพูดกับตัวเองนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกนักสำหรับนักวิ่งระยะไกล ไม่มีคำว่าโดดเดี่ยวเพราะเราพูดกับตัวเอง เป็นเพื่อนกับตัวเองได้ตลอดเวลา ยิ่งทิ้งห่างผู้คน อาการยิ่งออก

ภู แกเหนื่อยหรือยัง
แกหิวน้ำมั้ย ร้อนมั้ย
แกคิดว่าแกจะวิ่งทันพี่เสื้อแดงข้างหน้ามั้ย

ภู แกเห็นวิวสวย ๆ นั่นมั้ย
แกถ่ายรูปหน่อยสิ

ภู แกหิวมั้ย
อยากเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าหน่อยมั้ย
ไหน ๆ คู่วิ่งก็ทิ้งแกวิ่งคนเดียวตั้งนานแล้วนี่

ภู แกเก่งมากเลยนะ ที่วิ่งได้ขนาดนี้
อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว

ภู แกดูสาวสวยคนนั้นสิ ขาส๊วยสวย ก้นโคตรสวยเลย O]O
และอีกมากมายที่ไม่เคยต้องพึ่งเสียงเพลง

หากอยากร้องเพลงก็ร้องไปเลยเพราะวิ่งระยะไกลที่ห่างผู้คนอยู่คนเดียวบ่อยไป เป็นความสามารถพิเศษที่ใคร ๆ ก็ทำได้เช่นกัน ฯลฯ

ย้อนกลับมาทบทวนการวิ่งจริงจังอีกครั้ง ก็ต้องมีการ speed work หรือต้องลงคอร์ทกันบ้าง

การลงคอร์ทนั้นเพื่อให้เวลาที่วิ่งดีขึ้น เวลาที่ว่าคือเวลาของตัวเอง วัดจากตัวเอง มีการฝึกซ้อมดาหน้ามาท้าทายอยู่ทุกขณะ ก็ต้องลองดูสักตั้ง เพราะเป็นเต่าที่ขาสั้นที่อยากแข็งแรงและเร็วขึ้นในระดับเต่าตัวหนึ่งซึ่งมีความพยายามสูงแต่ไม่อาจเทียบชั้นกับกระต่ายได้ มันคนละสปีชี่ส์กัน ไปเทียบได้ยังไงนะ

ปัจจุบันนี้ ฉันยังเป็นนักวิ่งเต่า คลานอยู่ที่ pace 7 (อายนะเนี่ยที่ต้องเผยความจริง) การวิ่งยังต๊อกต๋อยอยู่ แต่ความอึด ถึก ทนนี่ไม่เป็นรองใคร ยังไงเสีย ก็พยายามวิ่งให้จบทุกงาน ไม่อ่อนข้อต่อแรงโน้มน้าวให้ขึ้นรถพยาบาลที่คอยตามเก็บนักวิ่งแรงน้อยห้อยท้ายขบวนทุกงานก็ดีใจแล้วล่ะ




ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย (บันทึกนักวิ่งเต่า)
15 สิงหาคม 2559













Create Date : 16 สิงหาคม 2559
Last Update : 16 สิงหาคม 2559 11:04:32 น.
Counter : 269 Pageviews.

3 comment
--- วิ่ ง วั น ร พี มิ นิ ม า ร า ธ อ น ค รั้ ง ที่ ๑ ๖ ---









✽ ชีวิตก็เหมือนการวิ่งมาราธอน... แต่ละช่วงตอนอะไรก็เกิดขึ้นได้
ตั้งใจจะทำอะไรทำไมไม่ทำเสีย
ยิ่งเราลังเล...(ก็ยิ่งไม่ต้องสงสัย)
ระยะทางยิ่งห่างไกลไปทุกที ๆ




✽ ทุกเส้นทางของนักวิ่งเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ถามดูสิ ... ลุงผอม ๆ คนนั้นเคยหนักตั้งร้อยกว่า(ก.ก) ป้าคนนั้นเป็นเบาหวานมาก่อน ปู่นักวิ่งที่ใคร ๆ รู้จักอายุ 80(ปี) ยังสบายกับการวิ่งทุกงาน เอ๊ะ.. นั่นนักวิ่งตาบอดนี่ อุ๊ย.. คนนี้ก็แขนพิการข้างหนึ่ง(เขาวิ่งมาราธอนเวลาดีกว่าเราครึ่งชั่วโมงแน่ะ) ฯลฯ
และอย่าสงสัยเลย หากมาราธอนแรก(และแม้แต่ครั้งต่อไป) ของใครบางคนจะกลายเป็นสิ่งบันดาลใจให้เขาบรรลุเป้าหมายยากลำบากเรื่องอื่นในชีวิตด้วย




✽ ชัยชนะหาได้เกี่ยวกับการแข่งขันไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้น คืนวันส่วนใหญ่ในชีวิตเรามิได้ลงสนามแข่ง ชัยชนะคือการต่อสู้ คือความพยายาม คือความพึงพอใจ ที่สุดคือวิญญาณแห่งการไม่ยอมแพ้






✽ เจฟฟ์ แกลโลเวย์ อดีตนักวิ่งแนวหน้าของอเมริกา เชื่อหนักแน่นว่าเราอาจวิ่งระยะทางไกลได้ดีขึ้นด้วยการตัดทอนเส้นทางเป็นช่วงสั้น ๆ เพียงพอจะไม่รู้สึกเป็นภาระหนักไป หากแต่น่าท้าทายกำลังดี การหยุดดื่มและเดินเป็นการปลุกขวัญให้รางวัลตัวเอง ทั้งสอดคล้องกับการให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายบ้าง สุดท้ายปลายทางเขายืนยันว่านักวิ่งจะไม่บอบช้ำ ทั้งหมดรวมแล้วคือการวิ่งที่ดี





✽ หลักการของการยืดเหยียดคือ การเสริมสร้างการยืดหยุ่น สร้างความแข็งแกร่งและขยายกล้ามเนื้อเพื่อให้สามารถทำงานได้ดีที่สุด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด บรรเทาอาการระบมและป้องกันการบาดเจ็บได้ชะงัดนัก
ผมชอบการยืดเหยียดเพราะมันฟังดูเป็นมิตร เช่นเดียวกับคำว่ายืดหยุ่น มันทำให้ผมรู้สึกว่า ร่างกายตัวเองไม่ใช่เครื่องคอมพิวเตอร์





✽ มีคำขวัญของบริษัทรองเท้าวิ่ง New Balance
สิ่งเดียวที่ยากกว่าการวิ่ง คือการไม่วิ่ง





✽ ผมรักนักวิ่งเท้าเปลือยเหล่านี้ อยากให้พวกเขาเรียนดีเท่าฝีเท้าวิ่งแข่ง ภาวนาให้เขาเติบโตมาเป็นคนฉลาด รู้เท่าทันจิตวิทยานักโฆษณาสินค้า อยากให้คนรุ่นผมเป็นรุ่นสุดท้ายที่เชื่อว่ารองเท้าแบบใหม่ทำให้วิ่งไวขึ้น คอมพิวเตอร์โมเดลใหม่ทำให้เราฉลาดขึ้น รังนกซุปไก่สูตรใหม่ทำให้เราสุขภาพแข็งแรงเป็นเลิศ ฯลฯ
และสำหรับคนรุ่นต่อไปอาจจำเป็นต้องปลูกฝังกันเสียใหม่ว่าคำตอบอยู่ที่ภายใน ไม่ใช่ภายนอก




✽ อย่ายอมเป็นเหยื่อความพ่ายแพ้
จนไม่กล้าพยายามอีกครั้ง






✽ รองเท้าไม่ได้ทำให้ใครเป็นนักวิ่งขึ้นมา





✽ ในชีวิต
กี่ครั้งที่เราลังเล รีรอ
บางทีพานย่อท้อก่อนจะทันได้เริ่มต้น





✽ โลกวัตถุก้าวหน้าพาชีวิตเราสบาย เราอาจมีช่องทางพูดและสื่อสารกันได้มากขึ้น ทว่าจริงหรือไม่... เรารับฟังกันน้อยลง ๆ ...
ร่างกายและจิตใจเราเอง จะสัมพันธ์และสนิทกันเพียงใด หากเราไม่มีเวลารับฟังเสียงภายในของตน





✽ หากทบทวนชีวิตหนึ่งขวบปีที่ผ่านไป ภายใต้นามนักวิ่งทาง
มากมายเหลือเกินที่ได้เรียนรู้
(หลายอย่างต้องเรียนซ้ำ ๆ ก็ยังไม่เคยซึ้ง)
ยังมีอีกมากมายรอให้เรียนรู้

เย็นวันเสาร์-เช้าวันอาทิตย์
คามิน คมนีย์












✿ ฉันอ่านเล่มนี้ซ้ำอีกครั้ง
ยังเป็นหนังสือที่ให้แรงบันดาลใจไม่รู้จบ ✿


เช้าวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม เรามีนัดกันที่หน้าศาลจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้มาขึ้นศาลแต่อย่างใด แต่มาร่วมงานเดิน-วิ่งการกุศลวันรพี เป็นวันรำลึกพระบิดาแห่งกฎหมายไทย (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์) และจุดสตาร์ทและฟินิชอยู่ที่นี่

ปีก่อน ๆ นั้น งานวิ่งวันรพีจะติดกับงานวิ่งที่แม่เมาะ ทำให้นักวิ่งต้องเลือกวิ่งหรือถ้าเป็นไปได้ก็วิ่งทั้งสองงานติดกันเลย แต่ปีนี้ ผู้จัดงานบอกว่ามีเหรียญสำหรับนักวิ่งถึง 800 เหรียญ ถือว่าไม่น้อยเลยสำหรับงานนี้

ปรากฎว่า อะไรไม่ได้เหมือนที่เราคิดไว้ งานที่ไม่คิดว่าจะมีนักวิ่งมากนัก คะเนจากสายตากลับกลายเป็นนักวิ่งล้นหลาม อากาศครึ้ม ๆ หน่อย มีฝนปรอย ๆ ภาวนาว่าอย่าตกหนักเลย จะวิ่งไม่สนุก แล้วคำภาวนาก็เป็นจริง

กว่าจะปล่อยตัวก็เลยเวลาไปสิบกว่านาที แต่เราไม่คิดอะไรมากหรอก ค่อย ๆ ไปเหมือนเดิม แต่วันนี้ตั้งแถวยาวเหยียด เราอยู่แถวหลัง ๆ ได้ยินเสียงแตรปล่อยตัวดังแล้ว เรายังค่อย ๆ ไหลไปตามนักวิ่งข้างหน้า ต้องดูเท้าดี ๆ เดี๋ยวจะเหยียบกันล้มแต่เริ่ม

ความที่คนเยอะ เขากรูกันออกไป เราก็วิ่งตามเขาไปจนครบหนึ่งกิโลแรก ดูนาฬิกาโชว์ว่าวิ่งเพซ 6 อยู่ ตกใจมาก นี่แหละความตกใจและวิ่งไปตามความคึกคักและฝีเท้าคนอื่น พอรู้ตัวก็เริ่มวิ่งช้าลงให้อยู่ราว ๆ เพซ 7 แบบที่เคยซ้อมไว้ ต้องไปช้า ๆ ก่อนแล้วค่อยเร่ง ถ้าฉันเร่งแต่แรก จะหมดแรงช่วงกิโลที่ 7 เป็นต้นไป อาจไม่ค่อยสนุก

เราวิ่งออกจากศาลากลางจังหวัดไปทางห้วยตึงเฒ่า เส้นทางนี้เมื่อปลายปีที่แล้วเคยมาซ้อมวิ่งครั้งหนึ่ง ตอนนั้นวิ่งตอนตีสี่ อากาศหนาวมาก มองทางไม่ค่อยเห็น ได้ยินเสียงหมาคำรามตามเส้นทางพร้อมเสียงรำคาญของคู่วิ่ง ประหนึ่งว่าเราจะไปกลัวอะไรมันนักหนา

แต่ความกลัวหมามันน่ากลัวพอ ๆ กับกลัวผี หมาไม่ได้คิดว่าเห็นผีหรอกแต่มันรับรู้กระแสความกลัวจากเรา ฉันทั้งโกรธคน ทั้งกลัวหมา ทำไมไม่เข้าใจความกลัวแบบนี้นะ คนไม่เคยโดนหมากัดนั้นไม่รู้รสหรอกว่าความกลัวบางอย่างมันฝังลึกและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เคยคิดกล้าสู้กับมันซึ่ง ๆ หน้าให้หายกลัว

แต่เช้านี้ หมากลัวนักวิ่งหรือเลือกไม่ถูกว่าจะงับน่องไหนดี หรือไม่ก็เสียขวัญที่เสียงขู่คำรามไม่สามารถเขย่าขวัญใครได้ ฉันแอบสะใจเล็กน้อย (ฮา -- กับหมาก็ไม่เว้นนะ)

ฉันกับคู่หูวิ่งคนละเพซ เขาทิ้งฉันตั้งแต่จุดสตาร์ทแล้ว เป็นอันรู้กันว่า วิ่งระยะสั้น (มินิและฮาล์ฟ) ตัวใครตัวมันแม้จะซ้อมด้วยกันก็ตาม เป็นข้อดีมากเพราะไม่ควรเป็นตัวถ่วง กำลังใครกำลังมัน ฉันก็พยายามวิ่งให้ได้เหมือนซ้อมหรือควรวิ่งดีกว่านี้นิดหน่อยก็ได้

บรรยากาศการวิ่งดีมาก เจอหน้าเก่าที่คุ้นหน้าคุ้นตาหลากหลาย และได้เห็นนักวิ่งฝีเท้าดีตอนกลับตัว เจอนักวิ่งใส่กางเกงนอน ความจริงใครใส่ชุดอะไรก็ไม่ผิดกติกาหรอก ขอให้สะดวกสบายสำหรับเขา แต่ถ้าวิ่งยาว ๆ กางเกงจะเปียก ระบายความชื้นจากเหงื่อยาก อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ใครออกมาวิ่งได้ก็ดีที่สุดแล้ว

เช้านี้ ฉันวิ่งคุมเพซไปได้สบาย ๆ จบที่เพซ 7 เป๊ะ (เพซนี้ช้ามากสำหรับแนวหน้า แต่แนวหลังอย่างฉันถือว่าปกติ) หากต้องการให้อยู่ในหนึ่งชั่วโมงต้องวิ่งเพซ 6 ซึ่งยังอยู่ในความฝันและความตั้งใจจะทำให้ได้ในสักวัน

เหรียญ 800 เหรียญไม่พอแจกสำหรับนักวิ่งทุกคน มีนักวิ่งเกือบ 1,500 คน มากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว น้ำไม่พอตั้งแต่กิโลที่ 7 โชคดีเป็นวิ่งระยะสั้นแต่เห็นใจคนที่วิ่งตามมาข้างหลัง ฉันเริ่มฝึกจิบน้ำทุกกิโลที่ 2 หรือ 3 เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของร่างกาย ไม่รับน้ำเวลาที่กระหายเพราะมันเอาไปใช้ไหลเวียนไม่ทัน ได้แต่หวังว่า เขาคงเอาน้ำมาเติมให้อีกนะ

หลยคนไม่ซีเรียสอะไร ออกมาวิ่งสนุก ๆ เจอะเจอเพื่อนนักวิ่งกัน บางคนมีความสุขที่มีรูปวิ่งมากกว่าเหรียญหรือถ้วยรางวัล ฉันสนุกกับการได้ตื่นมาวิ่งตอนเช้า มีสมาธิอยู่กับตัวเอง พยายามจะวิ่งให้ดีขึ้นกว่าเดิม ระยะมินิมาราธอนนั้นยังไม่ทันได้สำเหนียกถึงการใช้ชีวิตมากนักนอกจากระมัดระวังก้าววิ่งไม่ให้สะดุดล้ม ดูทางข้างหน้าที่ไม่ยาวไกลนัก ไม่ทดท้อเพราะเป้าหมายไม่ไกลจนเลือนรางและจับต้องได้ แต่หากวิ่งยังไม่จบก็ยังพูดอะไรไม่ได้ เพราะเกิดเหตุอะไรก็ได้ระหว่างนั้น

การวิ่งระยะสั้นเหมือนเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองระดับหนึ่ง สิ่งที่เคยทำได้ เราสามารถทำให้ดีขึ้นกว่านี้อีกได้และให้เวลาชื่นชม ดื่มด่ำความสำเร็จของเราแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม

ฉันกำลังหลงใหลการวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอน เหมือนโลกกว้างไกลขึ้นอีกนิด เป็นระยะที่ท้าทายความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจมากพอสมควร ชีวิตจริงฉันยังอยู่ในระยะนี้แหละ กำลังแกร่งและกลมกล่อม มีความหวังที่ไม่ไกลนัก รับได้กับทุกสถานการณ์ชีวิต สุขใจง่าย ๆ กับสิ่งรอบตัว ความทะเยอทะยานลดน้อยลง มีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัวง่ายขึ้น



ขอบคุณสุขภาพที่ดีสมวัย
ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
6 สิงหาคม 2559















Create Date : 08 สิงหาคม 2559
Last Update : 8 สิงหาคม 2559 9:50:10 น.
Counter : 330 Pageviews.

3 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  

BlogGang Popular Award#13



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]