All Blog
--- Singhakao Mini Marathon 2015 ---
























เช้าวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2015 นี้ มีกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ สิงห์ขาว มินิมาราธอน 10.5 k ครั้งที่ 1 ฉลองครบรอบ 50 ปี รัฐประศาสนศาสตร์ ม.ช.

การเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพในวันนี้ื ฉันไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อนเลย เพราะฉันไม่ได้ซ้อมหรือเตรียมตัวก่อนลงวิ่งเหมือนรายการอื่น ๆ เพราะทุกครั้งที่เราปรารถนาจะวิ่ง หัวใจสำคัญที่สุดคือการเตรียมตัว

คนที่บ้านถามฉันสั้น ๆ ก่อนไปหาลูกว่า วันอาทิตย์ไปวิ่งกันมั้ย ฉันพยักหน้า ไปสิ ไม่ได้วิ่งยาว ๆ เลยตั้งแต่หยุดไปเกือบสองอาทิตย์ ได้วิ่งจริง ๆ แค่ห้ากิโลเท่านั้น แล้วเย็นวันเสาร์ เขาเพิ่งบอกว่า ไปซื้อใบสมัครหน้างานวิ่งก็แล้วกัน วันนี้ไปไม่ทันแล้ว ฉันงง ๆ เพราะกำลังจะถามว่า เช้าวันอาทิตย์เราจะไปวิ่งที่ไหน

กลายเป็นว่า งานวิ่งเพื่อสุขภาพครั้งนี้ ฉันรู้ตัวว่าจะต้องลงแข่งตอนเย็นหมาด ๆ แต่คิดว่า ไม่มีปัญหาอะไร ร่างกายไหว แต่ตกใจนิดหน่อยเพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ บางอย่างฉันต้องใช้เวลาเตรียมตัวมากพอควร อย่างน้อยก็ครึ่งเดือนขึ้นไปเพื่อความปลอดภัยของร่างกาย

เจ้าแฝดก็เพิ่งตกลงใจเหมือนกันว่าจะวิ่งด้วย เราไม่ได้ชวนเพราะพวกเธอไม่ได้ซ้อม แต่เธอว่า สิบกิโล พอวิ่งได้ เราก็ดีใจที่ลูกจะวิ่งด้วย

เช้าวันอาทิตย์ เรามาถึงสนามก่อนหนึ่งชั่วโมงเพื่อซื้อใบสมัครและทำตัวกลมกลืนกับสถานที่ ไม่กระหืดกระหอบเหมือนไปแข่งที่แม่ออนที่ไปก่อนเวลาเฉียดฉิว ไม่ได้วอร์มร่างกาย ตื่นคน ผลที่แย่สุดคือ วิ่งไม่ออกตั้งแต่กิโลแรกและเหนื่อยจนจะก้าวขาไม่ไป เรามานั่งวิเคราะห์กันเล่น ๆ ว่า เราสี่คนเป็นเหมือนกันหรือเปล่าที่วิ่งไม่ออกเพราะเราไปในเวลากระชั้นชิดอย่างนี้ เปรียบเทียบกับเมื่อตื่นเช้า ๆ ไปเป็นกำลังใจตอนปล่อยตัวนักวิ่งมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอนก่อนจะถึงเวลาของเรานั้น แบบไหนดีกว่า เราได้ข้อสรุปตรงกันว่า มาก่อนเวลาสักชั่วโมงน่าจะดี กินอาหารมาให้เรียบร้อยและเดินปะปนนักวิ่ง ทักทายคนรู้จัก เดินดูการแต่งกายแปลก ๆ แฟนซีซึ่งเป็นสีสันของงาน ดูรองเท้าที่เขาใส่กัน งานนี้เรามาเร็วจึงมีเวลาตามกลิ่นอาหารที่เขาเตรียมไว้ให้นักวิ่ง มีน้ำเต้าหู้ กาแฟ ให้กินรองท้อง งานนี้มีข้าวไข่เจียวให้กินด้วย เจียวไข่กระทะร้อนตรงนั้น แต่ฉันกินไม่ได้แล้วเพราะรองท้องมาเรียบร้อยแล้ว จะไม่วิ่งท้องว่างเด็ดขาด ไม่สนุก

ก่อนแข่ง แฝดพี่เกิดปวดหัว ตาลาย เธอบอกว่า คงไม่ไหว ขอไม่วิ่ง เราเข้าใจ เพราะพูดกันตลอดแล้วว่า ใจกับกายไม่พร้อมก็ไม่ต้องดันทุรัง เรายังวิ่งวันอื่นได้ กลายเป็นว่าวันนี้เราวิ่งสามคน แต่สามีฉันบอกว่า ขอวิ่งไปก่อนนะ อยากทำเวลาดู ฉันเข้าใจอารมณ์นี้นะ เลยบอกลูกอีกคนว่า ลูกก็วิ่งไปก่อนเลย วันนี้แม่จะวิ่งตามลำพัง ไม่ต้องห่วง

ไม่น่าเชื่อว่า งานมินิมาราธอนสิงห์ขาวที่จัดเป็นครั้งแรกคนจะมากมายอย่างนี้ ใกล้เวลาปล่อยตัวนักวิ่งตอน 6 โมงตรง คนยังสมัครกันไม่เสร็จ กว่าเจ้าภาพจะเปิดพิธีและปล่อยตัวก็ 6.20 น. ยิ่งสายอากาศจะร้อน เพราะหกโมงนี่ฟ้าสว่างมาก ดูนักวิ่งแต่ละคนคึกคักกันมาก สาว ๆ แต่งหน้าสวย แต่งตัวสวย มีนักวิ่งมาจากหลายชมรม แต่ละชมรมก็คุ้นหน้าคุ้นตากันหมด เป้าหมายของเขาก็ต่างกับเรา ศักยภาพสูงก็หวังสูงได้ แต่สำหรับฉัน คิดในใจว่า วิ่งถึงอยู่แล้ว วิ่งในแบบของฉัน รู้จังหวะหายใจ ก้าวสั้น ๆ มีสติ ระมัดระวังและสำคัญที่สุดคือวิ่งให้สนุก ฉันบอกลูกแบบนี้เช่นกัน

เขาปล่อยตัวตอน 6.20 น. ออกจากคณะรัฐศาสตร์ไปหน้าม.ช. วิ่งตรงไปยังสวนสัตว์และวิ่งอยู่ในสวนสัตว์ ถ้าไม่เคยวิ่งขึ้นดอยสุเทพเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา งานนี้จะตื่นตกใจได้ เราไม่ได้มาสำรวจเส้นทางการวิ่งก่อนจึงไม่ทราบว่าวิ่งไปไหนบ้าง เพิ่งรู้ตอนวิ่งว่ามีทางขึ้นเนินประมาณ 45 องศาถึงสามครั้ง บางคนถึงกับเดิน แต่ฉันตั้งใจแล้วว่าจะจ๊อกกิ้งไปเรื่อย ๆ การวิ่งขึ้นเนินในช่วงกิโลแรกนั้นพอไหว แต่ลูกที่สองและสามนี่ หัวใจเต้นแรง ต้องอึดมาก วิ่งคนเดียวไม่มีหัวลากนี่ดีอย่าง มีสมาธิอยู่กับตัวเอง ใครจะแซงก็แซงไป แต่ไม่เคยมีใครแซงกันช่วงขึ้นเนินเลย ฉันมีโอกาสแซงนักวิ่งที่กำลังเดินขึ้นเนินเหมือนกัน พอขึ้นเนินสูง ก็ต้องเป็นทางวิ่งลง การวิ่งลงก็ยังต้องก้าวสั้น ๆ รักษาเข่า ข้อเท้าไม่ให้พลิก ดูเหมือนง่ายแต่เราจะวิ่งพุ่งไปไม่ได้ หน้าจะคะมำ ฉันคิดว่านักวิ่งส่วนใหญ่มีประสบการณ์ตรงนี้ดีพอ

เราวิ่งออกจากสวนสัตว์มาโผล่ที่หน้าวัดฝายหิน วิ่งเลียบหลังมอผ่านประตูวิศวะฯ ประตูเกษตรฯ นั่นหมายถึงเราวิ่งมา 4 กิโลแล้ว และวิ่งไปเรื่อย ๆ จนถึงคลองชลประทานก่อนที่จะเลี้ยวซ้าย วิ่งตรงไปก่อนที่จะเข้าประตู ปตท. และเริ่มวิ่งในมอชอ เแดดยามสายส่องรำไร อากาศร้อนนิดหน่อย มีน้ำให้กินทุกสองกิโล ไม่เหนื่อยมากเพราะผ่านเนินชันที่สวนสัตว์มาแล้ว วิ่งทางราบค่อนข้างสบาย

ฉันวิ่งไปได้เรื่อย ๆ เพราะสปีดไม่ได้ ไม่ได้ซ้อมมาก่อน ไม่อยากเสี่ยงกับการเจ็บหัวเข่า

งานนี้เขามีเหรียญแจกสำหรับนักวิ่งที่วิ่งข้ามเส้นชัย 300 คนแรกเท่านั้น ฉันเลิกคิดเรื่องเหรียญมานานแล้ว ของอย่างนี้ต้องรู้ตัวเองโดยไม่ต้องมีใครมาบอก ฉันไม่อายที่จะพูดตรง ๆ ว่า เวลาวิ่งของฉันไม่ดี วิ่งเหมือนเต่าคลาน แต่วิ่งเข้าเส้นชัยสบาย ๆ ทุกที แค่นี้ที่ฉันพอใจ ฉันไม่อยากหลงประเด็นในการวิ่งของฉัน ถ้าเพื่อสุขภาพ ก็จะเท่านี้ แต่ก็ตั้งเป้าให้วิ่งได้ไกลกว่านี้ ให้อยู่ในเวลาที่เขากำหนด ที่สำคัญ ฉันต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนแข่งครั้งหน้า เพราะชัยชนะของฉันไม่ได้อยู่ที่อยากชนะคนเก่ง ๆ ทั้งหลาย แต่คือการเตรียมตัวให้ดีก่อนการลงแข่งขันวิ่งต่างหาก นอกจากนี้ ฉันยังมีความสุขกับการได้ชื่นชมนักวิ่งเก่ง ๆ ในงาน เสน่ห์ของทัณฑ์ทรมานก็มีฉะนี้ละนะ


ขอบคุณสุขภาพกายที่ดีและใจพร้อมที่จะวิ่งด้วย

ขอบคุณรองเท้าสเก็ตเชอร์สีส้มคู่ใจ
ที่ทำให้วิ่งไปข้างหน้าโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรองเท้าที่สวมอยู่

ขอบคุณกิจกรรมการวิ่งเพื่อสุขภาพ
ทำให้กระตุ้นหัวใจคนเฉื่อย ๆ ให้รักษาวินัยและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ









ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๘









Create Date : 23 สิงหาคม 2558
Last Update : 24 สิงหาคม 2558 8:22:18 น.
Counter : 570 Pageviews.

1 comment
---- S u k h o t h a i - M a r a t h o n 2 0 1 5 ---

























































เวลา 48 ชั่วโมงสำหรับเสาร์ อาทิตย์นี้กับภารกิจเป้าหมายของเราเพียงหนึ่งชั่วโมงเศษ ๆ สำหรับการวิ่งเพียงเสี้ยวมาราธอนของงาน สุโขทัยมาราธอน 2015 ครั้งนี้

ใช่แล้ว ฉันคือ 1 ใน 906 คนของนักวิ่งมินิมาราธอนที่วิ่งรอบอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยในเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ เอาไว้ค่อยพูดถึงช่วงเวลาก่อนลงวิ่งจริงและอารมณ์ขณะวิ่ง 10.97 k ซึ่งฉันทำเวลาแบบนักวิ่งฟรุ้งฟริ้งไป 1:19 ชั่วโมง (ซึ่งนักวิ่งฝีเท้าดีจะอยู่ราว ๆ 40-50 นาทีประมาณนี้ที่รับรางวัล) ฉันหยุดเดินหนึ่งนาทีถึงสองครั้ง อันนี้จะลองวิ่งตามสูตรที่คิดเอง เวลาไม่ค่อยดีนักแต่ไม่แย่ไปกว่าวิ่งรวดเดียวหรือวิ่งอัดเต็มที่ช่วงห้ากิโลสุดท้าย ถือว่ากำลังเหลืออยู่แม้ไม่เหลือเฟือแต่ไม่บาดเจ็บอะไรเลย สบาย ๆ ตลอดเส้นทางและไม่ติดขัดหรือวิ่งไม่ออก บางงานดูสาหัสเมื่อเริ่มกิโลเมตรแรกอละอยากกลับบ้าน แต่วันนี้อยากวิ่งและวิ่งฉิวบนน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม หุ่นเหมือนนักทุ่มน้ำหนักมากกว่านักวิ่งซะอีก

แต่สิ่งที่ประทับใจและจำไม่ลืมสำหรับการมาสุโขทัยครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ภารกิจ 1:19 ชั่วโมงที่เกริ่นไว้ แต่เป็นเรื่องราวในการพบเพื่อนในเฟซบุ๊กทั้งที่นัดหมายและไม่ได้นัดหมาย ตั้งใจจะแวะทักทายกันอยู่แล้วแต่ไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะได้รับการต้อนรับแบบเป็นกันเองและอบอุ่นอย่างนี้ มากกว่าคำขอบคุณก็คือขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

ฉันบันทึกความทรงจำเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการมาเที่ยวสุโขทัยครั้งนี้ไว้เหมือนทุกครั้ง




































































หลังจากวิ่งเพื่อการกุศลที่แม่ออน 12 k แล้ว เราตกลงกันว่า หากพอมีเวลา เราไปวิ่งสนุก ๆ กันที่งานสุโขทัยมาราธอน เพราะเคยตั้งใจไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วแต่หาวันว่างไม่ได้เท่านั้นเอง

เมื่อตกลงจะไป ก็ต้องเตรียมตัวไว้ด้วยนั่นคือซ้อมวิ่งให้กำลังอยู่ตัว ซ้อมสม่ำเสมอแม้จะไม่ทุกวัน เราปรับเปลี่ยนการซ้อมของเราตามสะดวก เพราะเดือนนี้เกือบทั้งเดือนคนที่บ้านติดประชุม ทำให้ฉันไม่มีเวลาออกไปวิ่งนอกสถานที่ การซ้อมวิ่งจึงอยู่บนสายพาน แต่ฉันไม่ซ้อมทุกวัน อาทิตย์นึงซ้อมสี่่ถึงห้าวัน บางวันซ้อมสั้น บางวันซ้อมยาว บางวันวิ่งเร็ว บางวันเดิน บางวันเดินหนึ่งชั่วโมง บางวันสองชั่วโมง แต่ 7 ใน 10 วันจะต้องพยายามวิ่งให้ถึงระยะทางที่จะวิ่งจริงเพื่อดูความอึดของร่างกายและดูสภาพร่างกายหลังจากการวิ่งด้วย ซ้อมแบบง่าย ๆ แบบฉันเป็นแบบนี้ ไม่ทราบคนอื่นเขาซ้อมยังไง

การเตรียมตัวอีกอย่างคือเรื่องที่พัก เราไม่ได้สมัครวิ่งแบบแพ็คเก็ต นั่นคือ ทางคณะจัดวิ่งงานสุโขทัยมาราธอนนี้ ขายใบสมัครรวมที่พักให้พร้อม สะดวกสบายมาก เราจึงขลุกขลักตั้งแต่ต้นเดือนเมื่อตัดสินใจจะมาสุโขทัย เพราะหาที่พักไม่ได้เลย ที่ไหนก็เต็มเกือบหมด โทรถามเพื่อนของสามีซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เขาแนะนำที่พักรอบ ๆ อุทยานประวัติศาสตร์ เราก็บอกว่าเต็มทุกที่ โดยที่เขาไม่ทราบเช่นกันว่ามีการแข่งขันวิ่งประจำปีที่นี่ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 5 แล้ว เกือบถอดใจเรื่องไม่มีที่พัก ในที่สุด สามีก็เอ่ยถึงเพื่อนของฉันที่เป็นบาริสต้าที่สวรรคโลก ฉันเกรงใจที่จะโทรฯมารบกวนเขา อิดออดอยู่นานเพราะอยากมาวิ่งแบบเงียบ ๆ แต่ตั้งใจว่าจะแวะไปทักทายเขาที่ร้านกาแฟแน่นอน จนกระทั่งหาที่พักไม่ได้แน่แล้ว เลยต้องโทรฯขอคำแนะนำจากเจ้าถิ่นคนนี้อีกที แล้วสักพัก ภรรยาของเขาโทรฯกลับมาบอกว่า

'น้องจัดการเรื่องที่พักให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ที่ ศิลา รีสอร์ท ที่พักจะเป็นบ้านเป็นหลัง ๆ ค่ะ เพียงแต่อยู่ในเมือง พี่จะสะดวกมั้ยคะ -- สะดวกค่ะ สะดวก -- ที่นี่เป็นลูกค้าของทางร้านค่ะ พี่ไม่ต้องเกรงใจ น้องจองให้เรียบร้อยแล้วนะคะ -- ค่ะ ค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ '

นี่คือน้ำใจแรกที่เราได้รับและจะไม่ลืมเลย เพราะทำให้เรามีโอกาสมาเยือนที่นี่สมความตั้งใจ จากนั้น เราก็แทบไม่ได้ติดต่อหรือถามไถ่อะไรกันอีกจนกระทั่งก่อนการเดินทาง ฉันเห็นหน้าเฟซบุ๊กของเขาแจ้งให้ลูกค้าและบรรดาเพื่อน ๆ ทราบว่า ร้านปิด ซึ่งตรงกับวันที่ 27-28 มิถุนายนที่เราจะไปสุโขทัยนี้ ฉันจึงเขียนถามไปหลังข้อความว่า เสียดายที่ไม่ได้เจอกัน และอดไปร้านกาแฟน่ารัก ๆ ของเขา และบอกเขาว่า ไว้เจอกันโอกาสหน้าก็แล้วกัน

แต่เขารีบตอบกลับมาว่า เหตุที่ปิดร้านเพราะต้องยกเครื่องชงกาแฟไปที่งานแต่งงานของน้องอีกคน เป็นงานตอนเช้าวันอาทิตย์ เขาต้องเตรียมตัวเตรียมงานที่นี่ ฉันเข้าใจดีและคงไม่ได้มางานแต่งงานของน้องคนนี้ด้วยแม้จะได้รับบัตรเชิญแล้วก็ตาม บาริสต้าบอกเราว่า กินข้าวมื้อค่ำวันเสาร์ด้วยกันนะครับ ฉันตอบตกลงทั้งสองครั้งที่เขาชวน มั่นใจว่าชวนจริงไม่ได้ชวนไปตามมารยาทไปอย่างนั้น อันนี้เอาความรู้สึกตัวเองล้วน ๆ

ก่อนออกจากเชียงใหม่ ก็โทรฯบอกเขาว่า ราว ๆ บ่ายโมงน่าจะถึง ใกล้ ๆ สวรรคโลกจะโทรฯหาอีกที

การเดินทางวันเสาร์ของเราก็มาเรื่อย ๆ แวะกินก๋วยเตี๋ยวซี่โครงหมูตุ๋นร้านป้าแดง ร้านนี้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวดังร้านหนึ่งที่ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง อร่อยสมชื่อเขา เราอยากชวนน้องที่ยังไม่เคยมาได้กินของอร่อยด้วยกัน เรายังแวะร้านกาแฟ ร้านเซรามิก (ที่แวะทั้งขาไปและกลับ)


ทริปนี้มีน้องอีกคนที่ขอตามมาเที่ยวสุโขทัยด้วย เธอไม่เคยวิ่งมาก่อน แต่อยากตามมาเที่ยวกับเราเหมือนทุกครั้ง เราเลยชวนวิ่งซะเลย เธออยากลงมินิมาราธอนแรกกับเรา จึงตั้งใจจะออกกำลังจริงจังเสียทีด้วยการเริ่มเดินวอร์มร่างกายและซ้อมวิ่งทุกวัน วันละสามกิโล เป็นเวลาหนึ่งเดือนนับแต่รู้ข่าว พอรู้ว่าเธอเอาจริงก็ชักไม่แน่ใจว่า จะไหวหรือเปล่า ก็เลยบอกว่า ลองฟันรันก่อนก็ได้ เพราะถ้าเธอบาดเจ็บจากการวิ่งครั้งแรก คงไม่ดีแน่ แต่เธอบอกเรา่า เธอจะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนับจากนี้ เพราะถ้าตั้งใจว่าทำเพื่อสิ่งนี้มันต้องดีกับตัวเอง การไปวิ่งงานแข่งนั้นจะวิ่งสนุก ๆ ตามพี่ ๆ ไป เมื่อได้ยินอย่างนี้แล้วก็สบายใจกันทุกคน เธอเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีของเรามาหลายงานแล้ว กินเที่ยวด้วยกันจนคุ้นเคย


การเดินทางจากทุ่งสะเหรี่ยมจนถึงสวรรคโลก ฝนตกตลอดทาง อากาศสดชื่น และเส้นทางคุ้นตามากเพราะเหมือนทางกลับบ้านของเรา เป็นถนนแคบ ๆ แต่มีต้นไม้เขียวชอุ่ม สดชื่น

บาริสต้าโทรฯมา บอกว่า เดี๋ยวรอรับที่หน้าโชว์รูมโตโยต้านะครับ ทานอาหารที่บ้านกวีเจ้าของโรงนาบ้านไร่ด้วยกัน ฉันก็โอเคหมด เกรงใจอีกเช่นกันแต่ดีใจที่จะได้พบกันพร้อมหน้าพร้อมตา

เราขับรถฝ่าสายฝนปรอย ๆ จนกระทั่งถึงโรงนาบ้านไร่ ภาพทุกอย่างคุ้นตาเพราะเราเคยเห็นจากหน้าเฟซบุ๊กของเขา บ้านไม้ที่มีต้นไม้ล้อมรอบ เป็นทั้งบ้าน ที่ทำงาน ที่รับรองเพื่อนฝูงที่สนิทและคุ้นเคยและไม่เคยเจอหน้าเจอตากันอย่างพวกเราด้วย นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง

บ่ายวันเสาร์ เรากินข้าวกับเพื่อนและเจ้าของบ้านไร่ด้วย ภรรยาเจ้าของบ้านทำกับข้าวรอเรา เด็กหญิงแก้วยุ้ยยิ้มเก่งที่เป็นนางแบบปกหนังสือของโรงนาฯมาคอยต้อนรับและตักข้าวให้ป้าและลุง อาหารบนโต๊ะอร่อยทุกอย่างทั้งที่เราอิ่มท้องมาพอควรจากร้านก๋วยเตี๋ยวป้าแดง เราชอบแกงขี้เหล็กมากเป็นพิเศษ และตักกับข้าวบนโต๊ะทุกอย่าง ไข่เจียวนี่ขาดไม่ได้เลย น้องกวีบอกเราว่า เดี๋ยวรอต้มยำร้อน ๆ ด้วยนะครับ คุณครู(ภรรยาของเขา)กำลังทำให้พวกเราทานอยู่

เราอร่อยกับมื้อเที่ยงท่ามกลางสายฝน บาริสต้าบอกว่า เรามาพร้อมสายฝนและความชุ่มฉ่ำเลยนะ สุโขทัยไม่มีฝนเลยก่อนหน้านี้ ดีใจจัง

เราคุยกันสัพเพเหระ เรื่องบัวในน้ำที่ดูเหี่ยวแห้งไม่สวยเหมือนในภาพถ่ายนั่นเพราะไม่ใช่ฤดูของมัน เราเองก็เลือกถ่ายภาพยามที่ดอกไม้สวยที่สุดที่บ้านเช่นกัน หลังโรงนาแห่งนี้สามารถสาดสายตาไปได้ไกล ๆ เงียบ สงบ เห็นสีเขียวดูสบาย ๆ ต้นไม้รอบบ้านและมีบ้านต้นไม้ด้วย เราคุยกันถึงเรื่องการทำหนังสือในปัจจุบัน แนวทางการทำหนังสือของเขาน่าสนใจ หนังสือของเขาขายดี สำนักพิมพ์เล็ก ๆ ของเขาอยู่ได้และได้รับการตอบรับจากคนในพื้นที่ ฟังแล้วอบอุ่นใจไปด้วย มันเป็นแนวทางหนึ่งหรือจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการทำหนังสือ ทีมงานก็คือเพื่อน ๆ ที่เขารัก ๆ กันอยู่ ลุยพื้นที่ หาข้อมูลเอง บางพื้นที่ก็ไม่โปรโมตมากนักเพราะก็อยากถนอมไว้ไม่ให้ช้ำเพราะคนอื่นนัก บางครั้งเราก็ไม่อยากให้ใครเข้ามาปู้ยี่ปู้ยำบางพื้นที่ เพราะถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ต้องมีการจัดการที่ดีกว่านี้ อะไรที่เป็นเชิงธุรกิจก็จะมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน บางครั้งเราก็มีความคิดที่สงวนบางมุมไว้ให้คนพื้นที่ดูแลและอนุรักษ์ไว้ ด้วยความตั้งใจดีของพวกเขาทำให้ได้รับการสนับสนุนกลาย ๆ จากคนที่รับรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไร

บาริสต้าถามว่า หนังสือของฉันเป็นอย่างไรบ้าง ฉันก็ตอบตามตรงเท่าที่รู้ว่า ขายได้เพราะเจ้าของสำนักพิมพ์ประกาศขายในเฟซบุ๊ก 100 เล่ม นอกนั้นไม่รู้เลย ตัวฉันเองก็ไม่เคยเห็นหนังสือของตัวเองในร้านหนังสือสักที่ อาจจะไปวันไม่จับจังหวะมากกว่า แต่ลองถามหาหนังสือของฉันที่เคาเตอร์ ก็มีรายชื่อที่สามารถสั่งซื้อได้ถ้าต้องการ ถ้าว่าไปแล้ว หนังสือจัดพิมพ์สองพันเล่ม มีคนซื้อและคนอ่านถึงสองร้อยก็มากแล้วสำหรับฉัน แต่สำหรับสำนักพิมพ์คงไม่ค่อยดีแน่ แล้วเรื่องแบบนี้ ร้องขอใครมาช่วยซื้อมาอ่านก็ไม่ได้ มันจะดูน่าหดหู่มากกว่าทั้งที่งานเขียนไม่ใช่งานที่น่าหดหู่ แต่เรื่องที่ต้องทำความเข้าคือ ถ้าหนังสือเราขายไม่ได้ ใครจะกล้าเสี่ยงพิมพ์งานของเราอีกก็เท่านั้น


บาริสต้าชวนชมสวรรคโลกฉบับย่อ แต่จะพาเราไปเที่ยวบ้านเขาก่อน ดีใจจัง ไม่คิดเลยว่าเขาจะพาไป เขาเป็นคนน่ารัก พูดเก่งมาก ดวงตาขี้เล่น หัวใจร่าเริง คนอยู่ใกล้รู้สึกสบายใจไม่ต้องปรับตัวหรือพยายามสร้างบทสนทนา


ร้านกาแฟของเขาอยู่ในบริเวณบ้านและธุรกิจของบ้านที่ภรรยาของเขาดูแลอยู่ ร้านกาแฟคือตัวเขานั่นล่ะ มีความโปร่งสบาย เป็นกันเอง มีภาพวาดตามผนังเป็นเรื่องราวของเครื่องดีด สี ตี เป่า สักพัก เขาก็มีอย่างอื่นภูมิใจมานำเสนออีก ในเนื้อหาของร้านกาแฟ เขาออกแบบให้ดูโปร่งตาด้วยไม้ระแนงและบานเฟี้ยมกระจกยาวถึงพื้น ทาขอบประตูสีขาว ผนังบ้านแกะสลักลายเอง ดูแลร้านเอง ชงกาแฟ เสริฟลูกค้า เอนเตอร์เทนลูกค้าจนกระทั่งปิดร้าน เก็บกวาดเช็ดถูร้านเอง คือทำเองทุกขั้นตอน เขาบอกว่าถ้าร้านเปิดล่ะก็ จะได้ยินลูกค้าคุยกัน เสียงสนทนามีทุกอารมณ์ ไม่ได้นิ่งเงียบแบบวันนี้ที่ฉันว่าโชคดีนะที่เขาปิด เพราะเรามีเวลาคุยกันและถ่ายรูปแต่ละมุมในร้านได้สบายไม่ต้องเกรงสายตาใคร เขานำเสนอแม้แต่ห้องน้ำ มุมไหน ๆ ก็น่ารักไปหมด ฉันแอบคิดในใจว่า ฉันน่าจะทำอะไรแบบนี้ได้นะ ที่ทางก็มี ร้านกาแฟกับหนังสือที่ฉันลุยเอง คงต้องดูแลสุขภาพกายให้ดี จะได้มีแรงชงกาแฟเผื่อจะมีลูกค้าขาประจำดี ๆ น่ารัก ๆ อย่างร้านเขาบ้าง อันนี้ฝันไปพลาง ๆ ก่อนนะ ว่าแต่เสียดายที่มัวแต่เพลินชมนั่นนี่จนลืมกินน้ำและยาคูลท์ที่เขามารับรองเราเลย ขอบคุณมาก ๆ นะ


บาริสต้า กวีและหลานกวีพาเราสามคนไปที่สถานีรถไฟสวรรคโลก โชคดีอีกแล้วที่มีโอกาสชมของเก่าเก็บและมีคุณค่าให้ย้อนรำลึกเรื่องราวเกี่ยวกับรถไฟไทยที่ชั้นสองของสถานี ย้อนวัยเด็กที่เราเคยอยากเป็นตะแล็บแก๊บหนีบตั๋วรถไฟที่เป็นการ์ดแข็ง ๆ ใบเล็ก ๆ ซึ่งเลิกใช้ไปกว่าสิบปีแล้ว เด็กรุ่นลูกของเราไม่เคยเห็นและไม่รู้จัก ในเมื่อสมัยก่อนไม่มีคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์สะดวกสบายอย่างนี้ การให้รหัสสัญญาณจึงเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้สำหรับคนทำงานการรถไฟ เราจะเห็นสัญญาณไฟแดง เขียว เวลารถไฟจะจอดเทียบท่า เราจะได้ยินการเคาะระฆังเมื่อรถไฟถึงสถานีและเคาะเพียงแก๊งเดียวเป็นสัญญาณรถไฟจะออกจากท่า เด็กประจำรถไฟชั้นสามที่นั่งเป็นไม้หันหน้าเข้าหากันจะฝังใจกับทุกวันปิดเทอมใหญ่มาก เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีไปไกล การจองตั๋วผ่านคอมพิวเตอร์ง่ายมาก ไม่เหมือนการซื้อตั๋วรถไฟสมัยก่อนที่ต้องมารอซื้อ รอลุ้นว่าตั๋วจะเต็มหรือเปล่า ไม่มีการจองล่วงหน้าต้องมาที่สถานีและซื้อกันตรงนั้น คิดถึงอากัปรกิริยาของพ่อและพวกเราได้ทุกคน ทั้งพะรุงพะรังไปด้ยกระเป๋าและกล่องลังที่มัดเชือกปอ ทำหูหิ้วไว้ถือง่าย ๆ เราไม่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หรอก ความทรงจำเก่า ๆ มีค่าสำหรับบางคน เป็นเรื่องของใครของมันที่จะเลือกจำ เหมือนกับบรรยากาศที่สถานีรถไฟแห่งนี้ที่ฉันมากับเพื่อนที่คุ้นเคยกันจากตัวหนังสือนั่นเอง

เราขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เปิดให้เราได้ชมสิ่งมีค่าของเมืองสวรรคโลก แต่เราได้ใบผ่านทางจากบาริสต้าและกวีแน่เลย พวกเขาเป็นคนพื้นที่ที่สามารถพาเราชมของดีเหล่านี้ได้ เป็นสิทธิพิเศษที่เราประทับใจอีกอย่างหนึ่ง เรายังพูดกันเลยว่า ถ้าเขามาบ้านเรา เราจะพาเขาไปชมอะไรดีนะ เราต่างพอรับรู้กันมาแล้วว่าแถวบ้านฉันมักตีข่าวแต่เรื่องไม่ดีซึ่งน่าเบื่อหน่ายที่สุก เรื่องดี ๆ คือมีดอกไม้บนดอยสวย ๆ มีที่ดูนกชื่อดังข้ามโลกที่ชักชวนให้นักดูนกจากทุกสารทิศมาเฝ้านกอพยพกัน แต่ใกล้ ๆ บ้านเราบ้านเราได้ข่าวดีอีกอย่างหนึ่งว่า นายอำเภอจะปลูกทุ่งปอเทืองแทนทิวลิปในไม่ช้านี้

บาริสต้า เป็นคนรอบรู้ อัธยาศัยดีและเป็นที่รู้จักของคนมากมาย ไม่ใช่แค่เขารู้จักใคร ๆ แต่ใคร ๆ ก็รู้จักเขา คงด้วยลักษณะเป็นมิตรของเขาด้วยที่ใครอยู่ใกล้ก็รู้สึกสบายใจ เรารับรู้ถึงความมีน้ำใจของเขา แต่เราไม่มีเวลาที่จะเที่ยวสวรรคโลกอย่างละเอียดในชั่วโมงเดียวาและอาจจะดูตัดรอนน้ำใจที่ต้องขอตัวไปตามนัดและกิจธุระของเราที่ยังไม่เรียบร้อย ฉันคิดว่าเขาเข้าใจเพราะเรายังนัดเพื่อนไว้อีกคนก่อนจะไปรับเสื้อสำหรับวิ่งเช้าวันอาทิตย์

ขอบคุณบาริสต้าที่สละเวลาส่วนตัวมาหาเรา พาเราไปเที่ยวบ้าน ยินดีที่จะพาเรารู้จักเมืองที่เขาอยู่ด้วยความยินดี ขอบคุณกวีจากโรงนาบ้านไร่มาก ๆ ที่ให้การต้อนรับที่บ้านของเขาพร้อมอาหารมื้ออร่อย เราไม่ค่อยกล้านัดใครเพราะเกรงใจ ไม่กล้าไปรบกวนใครแม้ทราบว่าเขาอยู่ตรงไหน

เราล่ำลากันที่หน้าสถานีสวรรคโลกแบบง่าย ๆ เพราะเชื่อว่าเราคงได้พบกันอีก ขอบคุณจากใจเราเลยค่ะ พวกเรายังพูดถึงพวกเขากันอยู่ บางสิ่งบางอย่างก็มีพลังส่งต่อความเชื่อมายังพวกเราหลายอย่าง ดีใจที่ได้พบกัน

































































































































คนที่บ้านมีนัดกับเพื่อนเภสัชกร เพื่อนร่วมรุ่นและเป็นคนสุโขทัย ปัจจุบันเขาทำงานที่โรงพยาบาลของจังหวัด นาน ๆ จะเจอกับสามีฉันตามการประชุมในเชียงใหม่ เสาร์อาทิตย์นี้เขามาบ้านแม่ ร้านของแม่เป็นร้านเก่าแก่ขายอาหารเจ เรากะจะแวะเอาลิ้นจี่มาฝากเท่านั้นและจะไปรับเสื้อวิ่ง เขาชวนเข้าไปสวัสดีแม่และพี่สาวในบ้านก่อนและบอกว่า วันนี้มีหมอกระดูกมาจัดกระดูกให้พี่สาวด้วย ฉันมีปัญหาเรื่องปวดไหล่และปวดนิ้วกลางมือซ้าย ปวดจนเหมือนกิ่งไม้แห้งที่เกี่ยวอะไรอีกนิดก็จะแตกออกหรือหักจากขั้ว จะด้วยความที่เขาเข้าใจอาการของฉันเร็ว เขาเลยบอกว่า น่าจะเกิดจากสะบักจมและเป็นพังผืด อยากให้หมอดูแลให้ พอมีเวลามั้ย ถามความสะดวกใจทั้งหมด ทุกคนตกลงยินดีที่จะรอฉันและลัดคิวพี่สาวของเพื่อนก่อน

แต่พอเข้าบ้าน แม่ของเพื่อนซึ่งอายุ 90 แล้ว ดวงตาเล็ก ๆ หน้าตาใจบุญ ท่านยิ้มแย้มแจ่มใสและกำลังทำกับข้าว พี่สาวกับแม่ทำกับข้าวเต็มโต๊ะเลย ชวนพวกเรากินข้าวเย็นอีกต่างหาก แต่สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้คือ พี่สาวทั้งสามคนของเพื่อนเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก ใจดี เป็นครอบครัวคนจีนที่อยู่เป็นครอบครัวใหญ่ อบอุ่น เพื่อนของสามีเป็นที่รักของพี่น้องและแม่ แม่เล่าให้ฟังว่าเคยมาเที่ยวหนองบัว(ตำบลหนึ่งที่ไชยปราการ)เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน พี่สาวเพื่อนเป็นคนชงเรื่องให้แม่เล่าความอย่างต่อเนื่อง ข้อดีอย่างหนึ่งคือคนสูงวัยมีคนคุยด้วย การกระตุ้นให้ได้พูดคุยทำให้สมองทำงาน ไม่เฉาเพราะคนสูงวัยที่เคยเห็นจะอยู่คนเดียว บางทีไม่รู้จะทำอะไร ร่างกายและจิตใจก็ถอยหลังลงทุกวัน ได้ยินแม่เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างสนุกสนาน ดูแม่มีความสุขเมื่อเพื่อนลูกมาเที่ยวบ้าน คุยกันอย่างถูกคอ

ส่วนฉันก็เตรียมตัวนอนให้หมอจัดกระดูก ฉันกรอกแบบฟอร์มถึงสาเหตุความเจ็บป่วย ยกไหล่ไม่ได้ ไพล่หลังไม่ได้ กางแขนก็ปวดร้าวจนถึงต้นคอและปวดหัวมาก อธิบายถึงความเจ็บปวด ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่เคยใช้ยาใด ๆ นอกจากพยายามยืดแขนและไปออกกำลังกายแทน

แต่ละท่าที่หมอจับจุดและไล่เส้นไปตามไหล่ หมอบอกสะบักจม บางส่วนที่กดลงไปก็อธิบายว่า ตรงนี้บวมมากเมื่อกดสะบักขวาให้รับรู้เปรียบเทียบ ฉันเกร็งนิด ๆ เพราะกลัวว่าวันรุ่งขึ้นจะสะบักสะบอมลงวื่งไม่ได้ เพราะไม่เคยให้ใครนวดหรือจับเส้นสักครั้งเดียว สามีฉันบอกว่า เพื่อนคนนี้แหละที่พาเขาไปหาหมอกระดูที่เชียงใหม่เมื่อครั้งที่กระดูกหลังเคลื่อนและหายเป็นปลิดทิ้ง เพื่อนเขารู้จักหมอกระดูกเก่ง ๆ หลายคน และหมอคนนี้ก็ลูกศิษย์อาจารย์ที่เคยดึงกระดูกให้เขาจนหาย ฉันพยักหน้า

ระหว่างนอนให้หมอจัดกระดูกนั้น ฟังสามีและครอบครัวเพื่อนคุยกันออกรส แม่ของเพื่อนน่ารักที่สุด การได้ยินได้ฟังเรื่องดี ๆ จากผู้ใหญ่นับเป็นพรอย่างหนึ่ง การเข้ามาอยู่ในวงล้อมคนที่คิดดี พูดดีเป็นความสบายใจ เสียงหัวเราะเหมือนเสียงดนตรี

ทุกคนได้ยินเสียงร้องโอ้กของฉันหลายยก ทั้งดึงคอเหมือนได้ยินกระดูกสองสามท่อนแยกออกจากกัน กลัวหัวหลุดจากบ่า แต่หมอเปลี่ยนท่าเร็ว อธิบายทุกขั้นตอนที่จัดกระดูกอยู่ ฉันสงสัยว่าทำไมฉันไม่เป็นมือขวา ไหล่ขวา นิ้วกลางด้านขวา หมอว่า มือขวาทำงานตลอดจนชิน เหมือนร่างกายไม่สมดุล ใช้งานข้างเดียวจนอีกข้างไม่มีกำลัง หมอกดไล่ความเจ็บปวดของไหล่ให้ฉันและวิธีชกออกกำลังแขน ชกบน ชกกลาง ชกลงล่าง บางขณะให้ชกแรง ๆ เพราะเส้นบวม ฉันกังวลเล็ก ๆ ว่า พรุ่งนี้ฉันจะลุกจากที่นอนได้ไหม เพราะมีช่วงหนึ่งที่หมอดึงนิ้วทั้งห้ามือขวา แต่มือซ้ายฉันขอว่าอย่าดึงนิ้วที่เจ็บนะ หมอคงอยากบอกว่า รู้แล้ว เธอไม่ต้องย้ำเตือนฉันหรอก อืม..ฉันคิดไปเองทั้งนั้น

ก่อนจบท่าสุดท้าย หมอจัดเรียงกระดูกหลังด้วยท่านอนตะแคง ได้ยินเสียงกระดูกเหมือนตีระนาดเลย หมอทำให้ทั้งสองข้าง ฉันร้องโอ้กส่งท้ายอีกสองครั้ง ทุกคนหัวเราะกัน คงเป็นเรื่องธรรมดานะ ก่อนจะลุกจากเตียงเล็ก ๆ เหมือนม้านั่งยาว (ขนาดเท่าลำตัวของเรา) มันเหลือเชื่อมากที่ฉันยกแขนขึ้นตรง ๆ ได้จนสุดแขน ไพล่มือไปด้านหลังได้ รวมถึงอาการบาดเจ็บน้อยลง อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลย ฉันรอดูวันรุ่งขึ้นอีกที

พอจัดกระดูกเสร็จ เราต้องขอตัวลากลับเลยเพราะยังไม่ได้ไปรับเสื้อที่งาน ถ้าไม่มีธุระอาจจะได้ฝากท้องที่นี่แล้ว แม่ดูมีความสุขมาก เพื่อนของสามีเป็นชายหนุ่มที่แม่รักมากและเขาก็น่ารักกับแม่และพี่สาว ดูเป็นธรรมชาติของเขาจากอากัปรกิริยาทั่ว ๆ ไปแถมเป็นคนคุยสนุก รู้จักฟัง ทุกคนอยากให้อยู่กินข้าวด้วยกัน แต่เราต้องไปแล้ว รอลาแม่ซึ่งท่านกำลังล้างมือหลังจากคุยกับพวกเราด้วย เด็ดผักกองโตไปด้วย แต่เพื่อนสามีบอกว่า ไม่ต้องรีบ แม่เขาต้องออกไปส่งทุกคนที่หน้าบ้าน เขาช่วยประคองแม่ออกมาส่งเรา ภาพนี้เห็นแล้วต้องยิ้มชื่นใจกันทุกคน แม่สอนฉันว่า แม่ออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขวนขึ้นสูง ๆ และมาไพล่หลังอย่างนี้ทุกเช้า จะแกว่งอย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องแกว่งลงมาจับมือกันด้านหลังด้วย แม่น่ารักจังเลย เราไม่มีบรรยากาศในการไปเยี่ยมหาญาติผู้ใหญ่อย่างนี้นานมาก แม่ฝากขนมผิงและบะจ่างให้เราอีกหลายลูกและบอกให้เราแวะมาหาอีกนะ











เราดิ่งไปที่งานเลย หาที่จอดรถยากพอควร ช่วงเวลานี้น่าจะมีนักวิ่งมาวิ่งจากทั่วสารทิศ มารับเสื้อและมางานเลี้ยงรับนักกีฬาด้วย ในงานก็มีเครื่องดื่ม 100 plus คาดว่าจะเป็นสปอนเซอร์งานวิ่ง มีอาหารรองท้องซึ่งไม่ทราบว่าอะไรบ้างเพราะยังอิ่มอยู่ ไม่อยากกินอะไรตอนนี้ เดินเก็บภาพในงานกันเพราะเราไม่เคยมาที่นี่ช่วงพระอาทิตย์ตกและตอนมีไฟสวยงามแบบนี้ ก็เป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง หากให้มากันตามลำพัง คงต้องคิดดูอีกที ฉันขี้กลัว ฉันชอบความเงียบสงบแต่คงไม่ใช่โบราณสถานซึ่งเป็นมรดกโลกหรอก อาจจะวังเวงใจไปนิดนึง นะ อันนี้เป็นเรื่องของความคิด

เราออกจากงานไปหา ศิลา รีสอร์ทที่บาริสต้าจองไว้ให้ ต้องเปิดจีเนียสหานะ ทางไปรีสอร์ททุลักทุเลพอควรเพราะฝนตกใหม่และมีน้ำขัง ทางค่อนข้างมืด แต่ก็มาถึงที่พักสบาย ๆ และสามารถออกอีกทางหนึ่งได้ คืนนี้เรากินพิซซ่า อร่อยมากเพราะไม่ได้กินนาน แถวบ้านไม่มีซะด้วย ตลกดีนะ อยากกินพิซซ่าที่สุโขทัย

อิ่มแล้วก็รีบกลับที่พักเพราะจะตื่นตีสาม อยากไปดูการปล่อยตัวนักกีฬามาราธอนตอนตีสี่























เช้าวันอาทิตย์ เราตื่นตีสาม

ฉันเช็คสภาพร่างกายของตัวเองหลังจากที่เจอหมอจัดกระดูกเมื่อวาน ปรากฎว่า กล้ามเนื้อหัวไหล่ผ่อนคลาย ไม่ระบมอย่างที่กังวล โชคดีที่สุดเลย เพราะตามปกติแล้ว ฉันจะเมื่อไหล่มากหลังจากซ้อมวิ่งทุกครั้งหรือแม้แต่ละเช้าก็รู้สึกว่ายกไหล่ไม่ขึ้นและไพล่หลังไม่ได้

เราออกจากที่พักตีสามครึ่งมาหาที่จอดรถก่อน จะเห็นนักกีฬามาราธอนกำลังวอร์มร่างกายอยู่ประปราย ใกล้ตีสี่ เรามาดักรอเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก มองจากสายตา น่าจะมีนักวิ่งกว่าสองร้อยคน ไม่มากเท่าที่เชียงใหม่แต่ก็ไม่น้อย

เรามากินบะจ่างกับกาแฟ ถึงไม่รู้สึกหิว เราก็ต้องกินเพราะเราจะต้องใช้พลังงานในการวิ่ง จากประสบการณ์ส่วนตัวบอกฉันว่า อย่าปล่อยให้ท้องว่าง หิวเกินไปมันระโหย วิ่งไม่สนุก อิ่มเกินไปก็จะจุก กินให้พอดีท้อง และกินก่อนวิ่งสักสองชั่วโมง แต่ก่อนนี้ฉันวิ่งสิบกิโลรวดเดียวไม่แวะจิบน้ำ ช่วงหลังจะจิบบ้าง มันไม่ได้เสียเวลาสักเท่าไหร่ เคยคิดว่าดื่มน้ำมากจะปวดฉี่กลางทางหรือจุกเสียด และวิ่งไม่ได้ แต่อาการนี้ยังไม่เกิด โชคดีไปเพราะจะทำให้กล้าจิบน้ำตามจุดต่าง ๆ

เรามารอดูเขาปล่อยตัวนักกีฬาฮาล์ฟมาราธอนตอนตีห้าครึ่ง นักวิ่งราว ๆ 400 กว่าคน จากนั้นก็พวกเรา นักวิ่งมินิมาราธอน 906 ชีวิตเตรียมเช็คอิน รอวิ่งแล้ว อารมณ์อยากวิ่งของฉันไม่ค่อยมี เฉื่อย ๆ ไม่ตื่นเต้นเหมือนบางครั้งที่จะวิ่ง ไม่ได้วอร์มร่างกาย เพียงยืดแข้งยืดขา พอใกล้เวลา น้องปาล์มนักวิ่งคนเก่งมาทักทาย เธอวอร์มร่างกายซะเหงื่อชุ่มเลย อย่างนี้ดีกว่าแน่เพราะสามารถเร่งเครื่องจากจุดสตาร์ทไปได้เลย ของเรากว่าเครื่องจะติดก็เลยกิโลเมตรที่ห้านั่นแหละ เราอาจจะต้องทบทวนเรื่องการวอร์มร่างกายอีกสักนิดนะ ต้องซ้อมเผื่อสัก 12-13 กิโลเผื่อวอร์มลงไปด้วย การเสียเหงื่อมากอาจเป็นตะคริวได้ เรากลัวแค่วิ่งไม่ถึงเท่านั้น ไม่สนเรื่องเวลาสักเท่าไหร่


ถึงเวลาของเราแล้ว บอกน้องที่มาวิ่งมินิมาราธอนแรกว่า ให้วิ่งให้สนุก ค่อย ๆ ไปไม่ต้องวิตกกังวล ดูใครสักคนไว้ จะได้วิ่งตามเขาไป ข้ามเส้นชัยก็เก่งมากแล้ว

เราสองคนก็ไปเรื่อย ๆ ของเรา สองกิโลเมตรแรกวิ่งเรื่อย ๆ ไม่เหนื่อยเลย แสดงว่าวันนี้ฉลุยแล้ว ไม่เกิดอาการวิ่งไม่ออกเหมือนงานวิ่งที่แม่ออน ทางวิ่งในอุทยานประวัติศาสตร์ร่มรื่นมาก ฝนตกเมื่อวานทำให้พื้นถนนคลายร้อน ต้นไม้เขียวสะพรั่งจนเช้าวันนี้ เราผ่านกิโลเมตรที่ห้า หยุดจิบน้ำและเดินหนึ่งนาทีตามสูตรที่เราตั้งใจจะลองวิ่งดู อยากรู้ว่าจะต่างจากการวิ่งอึดรวดเดียวโดยไม่หยุดเลยนั้นต่างกันอย่างไร สรุปว่า เวลาต่างกันนิดเดียว แต่ที่ต่างคือความเหนื่อย แบบเดินนั้นไม่เหนื่อยเท่าวิ่งรวดเดียว ถ้าวิ่งระยะยาวกว่านี้คิดว่า วิธีนี้ใช้ได้แน่ คิดในใจว่า เราน่าจะวิ่งฮาล์ฟปลายปีนี้ได้นะ อยากลองที่เชียงใหม่นี่แหละ แต่เราต้องวางแผนเรื่องการซ้อมสักหน่อย ชีวิตเรามันเต็มที่กับงาน การออกกำลังกายคือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้วจริง ๆ

เราถึงเส้นชัยที่ 1:19 ชม. 1.97 กม. เผาผลาญไป 890 แคลเลอรี่ เหนื่อยไม่มาก นั่นเพราะซ้อมมาด้วย สุขภาพดีทั้งคู่ ไม่เจ็บเข่า สะโพก ส้นเท้า โอเคหมด เรามาจิบน้ำรอน้อง จะไลน์ถามก็เกรงใจ อยากให้เธอมีสมาธิอยู่กับตัวเอง แต่รอไม่นาน เธอก็ข้ามเส้นชัยด้วยเวลา 1:34 ชม. เก่งมาก ๆ สำหรับมินิมาราธอนแรกของเธอ

และเจอน้องปาล์ม นักวิ่งฝีเท้าดีที่คอยแนะนำให้เราอ่านหนังสือ ไทย จ๊อกกิ้ง และคอยชวนเราไปวิ่งตามงานต่าง ๆ งานนี้เธอเข้าที่ 5 ในรุ่น 40 เก่งมาก ๆ

เรากลับไปอาบน้ำและเตรียมตัวกลับบ้าน นัดเพื่อนอีกสองคนที่ศิลา รีสอร์ทก่อนออกมาหาอะไรกินที่ร้านเจ๊แฮซึ่งเป็นร้าก๋วยเตี๋ยวขึ้นชื่อร้านหนึ่งของที่นี่ เราอยากกินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยต้นตำรับ ร้านเจ๊แฮมีจุดเด่นคือทำเส้นก๋วยเตี๋ยวเอง น้ำซุปอร่อย มีผัดไทยได้รางวัล เราก็สั่งมาชิม กินรองท้องก่อนออกเดินทาง







































พาเพื่อนมาไหว้พระอจนะที่วัดศรีชุมก่อนกลับบ้าน


























































เรามาไหว้พระอจนะที่วัดศรีชุมเป็นครั้งที่สอง
รอบแรกมากับลูก ๆ
รอบนี้พาเพื่อนมาไหว้พระด้วยกัน เธอเพิ่งเคยมาสุโขทัยเป็นครั้งแรก
ฉันยังเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกอีกมากมายเหมือนเดิม





















คนที่บ้านบอกว่า จะพามากินกาแฟอร่อย ห้องน้ำสะอาดระดับห้าดาวแถวลำปาง ฉันแทบไม่เชื่อเลยว่าจะมีร้านที่เขาออกปากว่าดีขนาดนี้ เพราะเราผ่านร้านกาแฟมาตลอดทาง ฉันก็ถามตลอดทางว่าถึงหรือยัง เขาก็ว่า ยัง ถามกันมาตลอดทาง ทั้งที่แต่ละร้านก็สวยน่านั่งทั้งนั้น กว่าจะเลี้ยวเข้าไปจอด เห็นป้ายชื่อร้านนำเสนออาหารและเครื่องดื่มที่ปักอยู่บนรถจิ๊ปดาวแดง โฆษณาห้องน้ำระดับห้าดาวบนป้ายซะด้วย นึกในใจว่า ห้องน้ำสะอาดนี่คือหัวใจของร้านอาหารหรือกาแฟที่ละเลยไม่ได้จริง ๆ ฉันยังย้ำถามเขาว่า มีกาแฟแน่นะ เขายังยืนยันว่า อาหารอร่อย กาแฟดีจริง ๆ

เราชอบตั้งแต่เสาไม้หน้าร้านเป็นหน้าคนแล้วล่ะ แกะสลักสวยดี เราเลือกนั่งด้านนอกของร้านกาแฟถิ่นไทย ชื่อร้านกาแฟไท๊ยไทย สวนกระแสชื่อกาแฟชื่อฝรั่งทั้งหลาย เห็นหน้าร้านครั้งแรกเหมือนร้านอาหารไทยมากกว่าจะเป็นร้านกาแฟหรู (เขารู้เขาจะโกรธเรามั้ยเนี่ย) นึกไม่ออกว่าข้างในร้านจะเป็นยังไง

ข้างในก็ไม่หรูหราเท่าไหร่ แต่ใหญ่และกว้างขวาง ที่สำคัญไม่ทำให้คนเข้าไปเก้อเขินแต่กลับรู้สึกสบายใจเป็นกันเองทั้งที่คนขายดูไฮโซมาก โต๊ะ เก้าอี้ทำด้วยไม้แผ่นใหญ่ ตกแต่งด้วยโทนสีไม้ เก้าอี้สีเขียววืนเทจตัดกับโทนสีส้มได้สวยงาม ทุกซอกทุกมุมมีที่นั่งกินกาแฟสบาย ๆ เป็นส่วนตัว มีต้นไม้ร่มรื่น หน้าฝนไม่รู้ว่ายุงจะเยอะหรือเปล่า แต่ด้านในติดแอร์ นอกจากกาแฟยังมีอาหารตามสั่งมากมาย

ขนมเค้กหลากหลายมาก ขนมปังอื่น ๆ ก็น่ากินไปทุกอย่าง อยากจะชิมเสียทุกอย่าง ถ้าอยู่แถวนี้คงมีโอกาสมาบ่อยครั้ง กาแฟขมเข้ม อร่อยใช้ได้

การบริการดี ไม่มองป้าแบบหัวจดเท้าพร้อมคำถามดูถูกในดวงตาว่าอย่างป้ากินกาแฟเป็นด้วยเหรอ ข้อนี้ถือว่าผ่าน เพราะถ้าเจอสายตาแบบนี้ ไม่กินก็ได้ คราวหน้าก็มาแวะซ้ำได้อีกนะ

อดไม่ได้ที่จะสำรวจห้องน้ำซึ่งตกแต่งได้สวยงาม ชอบตั้งแต่โลโก้หน้าห้องน้ำ และห้องน้ำสะอาดสมคำโฆษณาว่า 5 ดาว

ราคากาแฟอยู่ที่ 75 น่าจะพอ ๆ กับแบล็คแคนย่อน พี่โน้สไม่ต้องค่อนแคะนะฮะเพราะสองวันนี้ ข้าพเจ้าและเพื่อนใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์มาก เริ่มตั้งแต่เป็นนักแวะ นักชิม นักช้อป มาตลอดทางทั้งขาไปและขากลับ








































เรายังแวะพาเพื่อนชิมเมลอนปั่นที่ร้านเดลิเซีย เขาปลูกเมลอนเอง หวานธรรมชาติ ก่อนจะมาตบท้ายด้วยอาหารอีสานร้านพิกุล ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอีสานหลายอย่าง มีไส้ทอดอร่อยมาก เราสั่งปลาเผา ไส้ทอด ส้มตำ ต้มแซ่บ ลาบดิบ เห็ดชุบแป้งทอด รู้สึกจะเจริญอาหารกันทุกคน

เราสามคนคุยกันสนุกสนานมาตลอดทาง เราเที่ยวที่ไหนก็หอบความสุขไปด้วย ฉันสนใจเรื่องไปกับใครมากกว่าไปที่ไหน และใส่ใจเรื่องเพื่อนร่วมทางมากกว่าสถานที่เที่ยวเสมอซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเรื่องโชคดีของเราหรือเปล่าที่การเดินทางราบรื่น ไม่ติดขัดอะไรเลย เจอเพื่อนดี กินอาหารอร่อย ได้ที่พักซึ่งเพื่อนจองไว้ให้ เพื่อนพามาชมบ้านและร้านกาแฟของเขา อบอุ่นใจและอิ่มท้องกับมื้อกลางวัน เจอหมอกระดูกเก่งที่สามารถบอกต้นเหตุความเจ็บปวดที่ไหล่ซ้ายของฉันได้ ที่สำคัญพบเพื่อนของสามีและครอบครัวที่น่ารัก ได้ยินเรื่องดี ๆ รู้สึกเจริญหูเจริญใจเหมือนเรามีบุญมาก ๆ ที่เจอแต่คนดี ๆ ได้แวะร้านกาแฟชื่อดังของเมืองลำปางระหว่างกลับบ้าน เราไม่ได้ใช้ชีวิตปกติแบบนี้หรอก วันพักเราก็อยากกินอร่อยที่แถวบ้านไม่มี เติมความสุขใจให้ชีวิตเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนกลับบ้านดอยและเข้าสู่วิถีปกติของเรา











ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ขอบคุณมิตรภาพดี ๆ ที่เรามีโอกาสได้พบกัน
ขอบคุณครอบครัวดี ๆ ของเพื่อน เห็นความรักความอบอุ่นและการให้ความสำคัญของคนในครอบครัว เผื่อแผ่มายังคนใกล้และรอบข้าง โลกจึงน่าอยู่ขึ้น
ขอบคุณสุขภาพดีที่ทำให้เรามีโอกาสตะลอน ๆ เปิดโลกใบใหม่ให้เรา
ขอบคุณ ขอบคุณและขอบคุณ

ภูพเยีย
๒๗-๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๘












Create Date : 30 มิถุนายน 2558
Last Update : 30 มิถุนายน 2558 11:57:04 น.
Counter : 614 Pageviews.

3 comment
--- วิ่ ง มิ นิ ม า ร า ธ อ น ก า ร กุ ศ ล ที่ แ ม่ อ อ น ---














เช้าวันอาทิตย์

เราสี่คน พ่อแม่ ลูก คุยกันหลังจากวิ่งขึ้นดอยสุเทพเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาแล้วว่า ถ้าว่างตรงกัน เราจะมาวิ่งด้วยกันที่แม่ออน ลูก ๆ บอกว่า ถ้าไม่ติดกิจกรรมที่โรงเรียนจะมาวิ่งด้วย แต่นั่นไม่สำคัญเท่าการต้องจัดเวลาไปวิ่งยืดเส้นยืดสายเอง เพราะถ้าไม่วิ่งเลย เราจะไม่ให้ลงสนามแข่งเด็ดขาด เราสองคนก็เหมือนกัน จัดเวลาวิ่งของเราเพื่อจะได้ลงสนามโดยไม่บาดเจ็บ

งานวิ่งมินิมาราธอน 12 k และเดิน 5 k ที่แม่ออนนั้น เป็นการรวมญาตินักวิ่ง มาวิ่งเพื่อการกุศล รายได้ซื้ออุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์สร้างเสริมสุขภาพ ไม่มีเงินรางวัลที่ 1 2 3 ในทุกรุ่นทุกวัย ไปวิ่งเพื่อสุขภาพ สนุกสนานและพบปะครอบครัวนักวิ่งกันเสียมากกว่า และไม่น่าเชื่อเลยว่า จะมีนักวิ่งมาร่วมงานครั้งนี้มากมาย ทุกรุ่นทุกวัย แค่เห็นคนรักการออกกำลังกายเราก็มีความสุขแล้ว


หลายคนอาจสงสัยว่าเราไปวิ่งกันทำไม ครอบครัวเราไม่ใช่ครอบครัวนักวิ่ง ไม่มีใครวิ่งหรือเข้าคอร์สวิ่งจริงจังเพื่อถีบตัวเองให้อยู่แนวหน้าและทำสถิติ จนกระทั่งหวังจับถ้วยรางวัล ความคิดแบบนั้นไกลเกินความเป็นจริง ไกลจนเป็นความฝัน เราวิ่งได้ขนาดนี้ก็ดีมากแล้วจากคนที่ไม่เคยสนใจเรื่องวิ่งมาก่อนเลยในชีวิต มันเหนื่อยมากก็จริงแต่เราเห็นว่า นี่คือการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ง่ายที่สุดและน่าจะอยู่กับเราได้นาน

เราไม่ใช่นักวิ่งอาชีพ แต่เราวิ่งเพราะสนุกกับมันอยู่

แต่สิ่งหนึ่งที่นักวิ่งทุกคนควรตอบคำถามสำคัญนี้ให้ได้ทุกคน คือ
เราไปแข่งขันสนามเช้าวันอาทิตย์เพื่ออะไร

คำตอบของนักวิ่งอื่น ๆ ฉันไม่รู้ รู้แต่ของตัวเอง

หนึ่ง คือ พร้อมเพราะซ้อมมา ไม่พร้อมไม่วิ่งเด็ดขาด

ครั้งหนึ่งเมื่อเริ่มวิ่งใหม่ ๆ ฉันอยากลงวิ่งมาก ตอนนั้นอยากได้เหรียญสวย ๆ ในรายการที่เข้าร่วม เห่อจะลงสนามแข่งเพราะตื่นเต้นกับเหรียญที่เคยได้มา หรืออยากมีสถิติในการผ่านสนามแข่งหลาย ๆ สนาม อยากเขียนเล่าความรู้สึกจริง ๆ ที่ลง แต่วันนั้นป่วยก่อนลงสนามด้วยจึงทำให้ซ้อมไม่พอ ไม่มีเวลาซ้อม ไม่มีกำลัง แถวิ่งไปด้วยใจ เข้าเส้นชัยด้วยอาการเหนื่อยแทบจะเป็นลม นั่งดมยา หมดสภาพ แต่ที่สุดแล้ว ต้องขอบคุณที่เกิดเหตุการณ์นั้นจริงเพราะหลังรายการวิ่งครั้งนี้ ข้อเข่าอักเสบ เจ็บสะโพกจนคิดว่าตัวเองวิ่งท่าผิด ไม่ยอมใช้ยาใแก้ปวดใด ๆ แต่พอนั่งลงแล้วไม่มีแรงจะยกตัวขึ้นยืนด้วยกำลังเข่าทั้งสองข้างต้องใช้มือยันหรือสาวราวเพื่อดึงตัวให้ยืนขึ้น เศร้าและเสียใจมาก เจ็บมาตั้งสี่เดือน ย้อนคิดว่าทำไมต้องดันทุรังวิ่ง วิ่งเพียงแค่เอาเหรียญไปอวดคนอื่นน่ะหรือ โง่จริง ๆ จะไม่โง่แบบนี้อีกแล้ว (แต่อาจจะโง่แบบอื่นที่ยังไม่เจอกับตัวจริง ๆ นะ โง่แล้วจะเล่าให้ฟังอีก )

สอง พักผ่อนและหาเวลาว่างได้พอดี

เพราะถือว่าการที่ได้ซ้อมสม่ำเสมอสำคัญกว่าการได้ลงสนามแข่งจริงหรือต้องลงทุกสนาม ประเด็นนี้ตัดไปแล้ว ไม่ค่อยสนใจเรื่องการลงสนามแข่งเท่ากับหาเวลาออกกำลังกาย สนใจเรื่องการจัดตารางซ้อมเอง ซ้อมสั้น ซ้อมยาว สลับวิ่งเร็ว วิ่งช้า วิ่งดูกำลัง วิ่งในเวลาที่เรากำหนดเอง และสร้างวินัยในการออกไปวิ่งตามกำหนดได้ อยากพักก็พัก ไม่เครียด ไม่กดดันตัวเองเกินความจำเป็น เราอยากวิ่งยาว ๆ ไม่อยากดับเพราะมัวแต่อยากได้เหรียญ ถ้วยรางวัลหรือทำสถิติเอาชนะตัวเอง อย่างหลังถึงจะทำ แต่ก็ต้องสนุกและดูศักยภาพของตัวเองอยู่ดี

สาม เพื่อความสุขเฉพาะหน้าและมีความสุขกับการวิ่งไปนาน ๆ เราอยู่กับปัจจุบันขณะและใช้ชีวิตไปแต่ละขณะ ต้องดูแลตัวเองตามกำลังของเรา ไม่มีอะไรอยู่กับเราอย่างยั่งยืนแม้แต่เรื่องที่เราชอบวิ่งในวันนี้ พรุ่งนี้เราอาจจะไม่อยากวิ่งหรือวิ่งไม่ได้ ถ้าเห็นความสำคัญของการใช้ชีวิตแบบนี้แล้ว เราจะไม่ประมาทกับชีวิต



แล้วเช้าวันอาทิตย์ตีห้่าครึ่ง เราก็พร้อมกันที่ โรงเรียนแม่ออนวิทยาลัย

ค่าสมัครคนละ 100 บาท ติดเบอร์กันเรียบร้อย อบอุ่นร่างกายกันพอประมาณ และเตรียมตัวตรงจุดสตาร์ท ฉันดีใจที่คนมาเยอะ อย่างน้อยลงวิ่งได้ก็ต้องผ่านการซ้อมมาบ้างล่ะ เอาเถอะ เป้าหมายเดิมของเราคือ วิ่งให้สนุกและพยายามให้ถึงเส้นชัยก็นับว่าชนะแล้ว

ลูกสาวทั้งสอง ออกวิ่งคู่กันและล่วงหน้าไปก่อนเหมือนเดิม เธอเล่าว่า งานที่วิ่งขึ้นดอยเมื่อเดือนเมษาครั้งล่าสุดนั้น ขาลงเธอวิ่งไม่ออกเพราะจุก และเป็นงานวิ่งงานแรกที่เดินสลับวิ่งเพราะขาขึ้นดอยนั้นเหนื่อยมาก แต่งานนี้ เราบอกลูกว่า วิ่งทางราบและค่อย ๆ ไปตามกำลัง

ส่วนเราสองคนนั้น ไม่คิดอะไรมาก นอนพักผ่อนมาเต็มที่ กายพร้อม ใจพร้อม ไม่มีเรื่องต้องวิตกกังวล คิดว่าคงวิ่งไปเรื่อย ๆ เหมือนเดิม วิ่งให้สนุก

เราสองคนเกือบทิ้งท้าย สองกิโลเมตรก็ไปได้เรื่อย ๆ จะมีนักเรียนนักวิ่งวิ่งผ่านเราไป ถ้าเสียงดังตั้บ ตั้บ มาข้างหลังเรา เดาได้เลยว่าต้องเป็นเด็กนักเรียนแล้วก็ไม่พลาด เด็กหญิง เด็กชายมาวิ่ง 5 k กันเป็นส่วนใหญ่ วิ่งก้าวยาวเพราะวิ่งระยะสั้น ฉันเคยเป็นแบบเด็กพวกนี้เมื่อลงวิ่งสนามแรกมินิมาราธอน มีคนใจดีวิ่งมาข้าง ๆ และบอกฉันว่า วิ่งระยะไกล วิ่งก้าวสั้น ๆ ก็พอและค่อย ๆ ไปครับ ตอนนั้นฉันไม่ค่อยเข้าใจและไม่รู้ตัวเองว่า วิ่งก้าวยาว ฉันเพียงแต่พยายามวิ่งไปให้ถึงเส้นชัยไม่ว่าวิธีไหนก็ตาม หยุดเดินแล้วก็วิ่ง

แต่ระยะหลังเมื่อเริ่มอ่านตำราและเกร็ดความรู้จากคนอื่นเพื่อมาปรับใช้กับการวิ่งของตัวเอง ก็พอรู้เบื้องต้นว่า ควรก้าวสั้น ๆ และรักษาระดับการวิ่งในช่วงแรกและค่อยฝึกซ้อมเร่งฝีเท้าหลังกิโลเมตรที่ห้า

ฉันลองจัดตารางวิ่งตามความเหมาะสมของร่างกายตัวเอง โดยไม่วิ่งทุกวัน บางวันวิ่งช้า บางวันวิ่งเร็ว วิ่งสั้น วิ่งยาว เพราะแต่ละวันเราวิ่งได้ไม่เหมือนกัน เพื่อให้ร่างกายได้ใช้พลังงานแตกต่างกันไป หากวิ่งเหมือนเดิมทุกวัน ๆ ร่างกายจะเป็นอัตโนมัติและไม่ดึงพลังงานมาใช้ เราจะเหนื่อยและเนือย ๆ เรากำลังอยู่ในช่วงทดลองทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าอะไรดีที่สุด แต่จะเอาที่มันเข้ากับตัวเอง

เหมือนกับเรื่องรองเท้าวิ่งที่เลือกใส่ ชอบคำตอบของคุณกฤตย์ ทองคงที่สุดเกี่ยวกับรองเท้าวิ่ง เขาบอกว่า

-- รองเท้าวิ่งที่ดี......อย่างตรงเป้าที่สุดคือลองใส่คู่ไหนแล้วรู้สึกใส่สบาย ก็คู่นั้นแหละ
หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า ขณะเมื่อคุณวิ่งอยู่กลางทาง หรือกลางการแข่งขัน
ใจคุณไม่อยู่ที่รองเท้า แต่ไปจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น ไม่ว่ายุทธศาสตร์การวิ่ง
การเกลี่ยกำลังงาน หรือคู่ประกบ อะไรก็ตามแต่ ไม่ใช่ที่รองเท้า นั่นคือรองเท้าวิ่งที่ดี

รองเท้าวิ่งที่ดีคือรองเท้าที่ทำให้คุณลืมรองเท้าไปเลย นั่นคือรองเท้าที่ดีที่สุด
แม้จะไม่กัด และไม่ทำให้คุณรู้สึกเจ็บอะไร แต่ตราบใดที่คุณวิ่งอยู่
ใจยังไม่ไปไหน ใจยังวนเวียนอยู่ที่รองเท้า ถือว่า ยังไม่ป็นรองเท้าที่ดีครับ --

พวกเราก็เลยจบเรื่องการมองหารองเท้าดีที่สุดตั้งแต่นั้นมา แต่มาสนใจเรื่องวิธีฝึกตามแบบของเรา

งานนี้เราเจอเพื่อนนักวิ่งคนหนึ่ง เขาบอกว่า อยากวิ่งให้ดีกว่าเดิม เลยไปลองฝึกวิ่งกับนักวิ่งทีมชาติท่านหนึ่ง แต่ฝึกไม่รอดเพราะระบบ กฎและร่างกายของเราปรับไม่ทัน จากการวิ่งเพื่อสุขภาพและพักผ่อนกลายเป็นภาระและกดดัน เราเองก็น่าจะเป็นแบบนี้นะ เพราะเวลาเราไม่พอ ร่างกายเราไม่พร้อม อาจจะไปไม่ได้ไกลแบบนักวิ่งอาชีพเหล่านั้น ไม่อยากให้การวิ่งคือการทรมานร่างกาย จึงต้องหาอ่านและฝึกเอาเอง ถูกบ้างผิดบ้างก็ต้องลองต่อไป

6 กิโลเมตรแรก เป็นระยะที่เราซ้อมอย่างคุ้นเคย แต่ก็เหนื่อยเร็วกว่าปกติ เราหยุดดื่มน้ำทุกจุดเลยก็ว่าได้ น้ำเย็นมั่งไม่เย็นมั่งก็ดีกว่าไม่มี แต่ก็นั่นแหละ ถ้าจิบน้ำเย็นดูเหมือนจะวิ่งพุ่งไปได้อีกหลายกิโล เราไม่ได้รักษาความเป็นเต่าไขลานของเราหรอก แต่ก้าวไม่ค่อยออก มีนักวิ่งผ่านหน้าเราคนแล้วคนเล่า เราก็ยิ้มไปได้เรื่อย ๆ ไม่กดดันตัวเองเกินเหตุ

เจอสองหนุ่มสาวหนึ่งคู่ที่วิ่งไปไล่เรี่ยกัน พูดคุย หัวเราะกันไป เราวิ่งไปแค่ห้ากิโล แต่เราเห็นนักวิ่งกลับตัวมาแล้ว และได้โบกไม้โบกมือให้เพื่อนนักวิ่งสาวคนเก่งอีกคนหนึ่ง เธอได้รางวัลที่หนึ่งในรุ่น 40 - 45 ปีด้วย แต่เรายังเป็นเต่าคลานไปเรื่อย ๆ ถนนที่เราวิ่งขอบถนนด้านซ้ายขรุขระ เป็นตะปุ่มตะป่ำ ทางไม่ค่อยเรียบ ฉันต้องวิ่งชิดซ้ายเพราะวิ่งช้า คิดเหมือนเวลาขับรถ ขับช้าก็ต้อง keep left ไว้ก่อน แต่วิ่งแบบฉันคือความช้าที่ให้เวลากับการดูวิว ดูวัวข้างทาง หมอกเรี่ยดอยทั้งที่นี่เพิ่งเริ่มต้นฤดูฝน หน้าหนาวบรรยากาศต้องสวยกว่านี้แน่ ๆ แต่ที่วิ่งช้าเพราะเราก้าวไม่ออกมากกว่า ทั้งที่ร่างกายพร้อมแล้ว

ใกล้ถึงหน้าวัดที่จะกลับตัว เราเห็นลูกของเราวิ่งกลับมาแล้ว ค่อยยังชั่วที่ยังเห็นหน้าตาแจ่มใสกันอยู่ ตอนนี้ก็มองเราสองคนว่าต้องเอาให้รอดก่อน เหลืออีกครึ่งทางขากลับนี่แหละและก็เป็นทางราบไม่ใช่ทางลงเหมือนวิ่งขึ้นดอยสุเทพนะ แต่ทางราบที่แม่ออนวันนี้ก็มีขึ้นเนินเล็ก ๆ และวิ่งลงพอให้ตื่นเต้นและวัดกำลังใจเหมือนกัน เราสองคนก็คุยกันไปเพราะเราก็เหมือนทุกครั้งไม่ได้หวังทำเวลาหรือถ้วยรางวัล มันเกินฝันและก็ไม่มีทางจะเป็นจริงได้

บางคนเตือนเราเสมอว่า พูดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น หรือใช้คำพูดของนโปเลียน ฮิลล์ที่ควรเชื่อมั่นในสิ่งที่กำลังอยู่ สำหรับฉันสำหรับบางอย่างนะ มันคือการใช้ศรัทธาอย่างเต็มแรง แต่สุขภาพฉันมีครึ่งหนึ่ง ใจมีเกินร้อย กายกับใจไปด้วยกันได้บ้าง แต่ก็สุดกำลังอยู่ดี

ปกติวิ่ง 10 k เราจะไม่แวะจิบน้ำเลย แต่งานนี้เหมือนกับเช็คจุดดื่มน้ำไงไม่รู้ จิบน้ำทุกจุดราวกับกลังว่าเขาจะเสียน้ำใจ จิบแล้วก็วิ่งต่อ หาที่หมายใหม่ในการจิบน้ำ อากาศร้อนเกินไปหรือเปล่า หรือเพราะอะไร เรานึกไม่ออก แต่เราบังคับขาสองข้างไม่ได้ ขาไม่อยากวิ่งเลย ก็ได้แต่ปะเหลาะประโลมใจพูดกับขาว่า ช่วยวิ่งหน่อยเถอะนะ เหมือนวันที่เราซ้อมมาด้วยกันไง อย่าเพิ่งขี้เกียจหรือง่วงนอน ระหว่างทางเราหยุดเดินก่อนจะวิ่งต่อ รายการนี้บอกอย่างไม่อายเลยว่า เดิน ๆ วิ่ง ๆ กว่าจะถึงเส้นชัย

และที่น่าประหลาดใจกว่านั้น ลูกสองคนได้รางวัลที่หนึ่งและสอง ส่วนฉันก็ฟลุ้คได้รางวัลหนึ่งในห้าอีกด้วย ประหลาดใจมากแต่ก็ดีใจมากเช่นกัน มันไม่ได้ฮึกเหิมและจะทำให้ฉันบ้าเป็นนักล่ารางวัลหรอกนะ แต่มันคือรางวัลของความไม่คาดหวังอะไรนอกจากทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดคือการวิ่งให้ถึงเส้นชัยโดยไม่เจ็บ ด้วยความสนุกและมีความสุขขณะวิ่งเท่านั้นเอง

ขอบคุณคณะจัดงานวิ่งการกุศลที่แม่ออนทุกท่านที่จัดงานได้อย่างดี รู้สึกเรียบง่าย เป็นกันเอง มีอาหาร กาแฟและน้ำดื่มเพียงพอ แม้ฉันจะไม่ได้ร่วมรับประทานอาหารด้วย ขอบคุณทีมงานที่จัดน้ำให้ดื่มจนจุใจทุกจุด บางจุดก็ดื่มจนจุก งงตัวเองว่าทำไมถึงดื่มน้ำมากขนาดนั้น ขอบคุณทุกภาคส่วนที่สนับสนุนรายวิ่งครั้งนี้ ดีใจที่ได้มาร่วมวิ่งงานนี้ค่ะ

ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘












Create Date : 01 มิถุนายน 2558
Last Update : 1 มิถุนายน 2558 10:50:04 น.
Counter : 808 Pageviews.

1 comment
--- NIGHT RUN 2015 ---









































วิ่งมินิมาราธอนต้อนรับสงกรานต์ปีนี้ก็ผ่านไปด้วยดี
ครอบครัวเราก็วิ่งข้ามเส้นชัยได้เหรียญกันทุกคน
ที่สำคัญและโชคดีมากคือ
ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างการวิ่งใด ๆ



แต่สำหรับฉัน พอนึกถึงบรรยากาศคร่าว ๆ ของการวิ่งครั้งนี้ได้
เพราะตอนออกสตาร์ทนั้น ดูเหมือนร่างกายและใจจะพร้อมแล้ว
แต่วิ่งยังไม่ทันพ้นครูบาศรีวิชัย ออกอาการหมาหอบแดดทั้งที่อากาศเย็น
เหนื่อยโฮกกกก... เริ่มสับสนตัวเองและกล้าบอกอย่างไม่อายว่า
อยากหยุดแล้ว ไม่ไหวแน่
ที่พยายามตุนกำลังมาตลอดนั้น จะเสียท่าตอนนี้แล้ว
ก้าวไม่ออกเลย ยิ่งวิ่งยิ่งหนืด เหมือนไปไม่ถึงไหน
ฉันมองหัวลากหรือเพซเซอร์ประจำตัวคือสามีของฉันและบอกเขาว่า
ไม่ไหวแล้ว ทำไมเหนื่อยอย่างนี้ วิ่งไม่ออก
วิ่งไม่ไหว ถอดใจแล้ว
แต่ก็บอกเขาว่า ไปเลย วิ่งไปก่อนเลย ไม่ต้องห่วง
ในใจฉันนั้น อยากจะหันหลังกลับเดี๋ยวนั้น แต่ก็ทนจ๊อกกิ้งอีกหน่อย
อายก็อาย และวันนี้ต้องวิ่งเพียงลำพัง
ลูกสองคนไปข้างหน้าแล้ว สามีไปล่วงหน้าก่อนแล้ว
ฉันอยู่ทิ้งท้ายของครอบครัว



กิโลเมตรแรก -- แทบตาย เดินก้าวยาว ๆ และจ๊อกกิ้งไปเรื่อย ๆ

กิโลเมตรที่ 2 -- เริ่มอยากหันหลังกลับอีกรอบ แต่หันไปมองข้างหลัง เห็นแสงวิบวับทิ้งท้ายเป็นเพื่อนอีกเยอะ เลยคิดว่า พยายามไปอีกหน่อยก็แล้วกัน



แวะจิบน้ำกิโลเมตรที่สอง ---เหนื่อยโฮกกกก



กิโลเมตรที่ 3 -- ไฟข้างหน้าก็ยังเห็นอยู่เป็นเส้นสาย เพราะฉันพยายามเกาะกลุ่มเขาไว้ มีไฟอีกหลายดวงซึ่งแรงดีกว่าเริ่มแซงหน้าคนแล้วคนเล่า



กิโลเมตรที่ 4 -- หายใจทางจมูก ทางปาก ทางหู ทางผิวหนัง ทางจินตนาการ ทางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง และตั้งใจแน่วแน่ว่า ยังไงจะวิ่งให้จบ



แวะจิบน้ำกิโลเมตรที่สี่



กิโลเมตรที่ 5 -- ขณะที่ตั้งใจจะวิ่งให้ถึงกิโลเมตรที่ห้าเพื่อจะกลับตัว ได้ยินเสียงสามีกำลังวิ่งลงไปก่อนแล้วตะโกนทัก ดีใจจัง ดีใจที่เห็นเขาไปล่วงหน้าแล้ว แต่มองหาลูก ๆ ไม่เจอ



บอกตัวเองว่า อย่าหยุดเดินนะ พยายามจ๊อกกิ้ง ก้าวสั้น ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงโค้งกลับตัว



ตอนวิ่งนึกถึงคำว่า ขึ้นสวรรค์กับลงนรก ทั้งที่มันไม่เกี่ยวกับการวิ่งสักนิด



แต่วันนี้ตอนวิ่งขาขึ้นน่ะ ตรงกันข้ามเพราะอาการเหมือนอยู่ในนรก ไม่ใช่ร้อนหรอกแต่เหนื่อยสาหัส
ต้องใช้ความอึดและอดทนมากพอควร แต่ความพร้อมและการเตรียมตัวที่ผ่านมาบอกเราตรงนี้เลยว่า เรามาถูกทางแล้ว โชคดีที่เราซ้อมมาก่อนและไม่ดันทุรังวิ่งหากสภาพร่างกายไม่พร้อม



ไม่มีการเริ่มต้นอะไรที่ง่ายดายไปเสียทุกอย่าง บางอย่างก็เหมือนการวิ่งขึ้นภูเขานี่แหละ บางครั้งการขึ้นเขาของบางคนอีกยาวไกลซึ่งแต่ละคนมีจุดหมายไม่เหมือนกัน เราก็วิ่งไปตามความฝันของเรา อาจพบอุปสรรคหนักหน่วงภายในใจและเกิดอาการท้อถอยได้ถ้าหมดศรัทธากับมัน



ตอนวิ่งขาลง ตัวเบา สบายเหมือนติดปีกบินจริง ๆ แต่ฉันยังรักษาจังหวะการวิ่งเหมือนเดิมคือก้าวสั้น ๆ ไปเรื่อย ๆ หัวใจไม่กระโดดออกมา ไม่หอบ ไม่เหนื่อย หายใจปกติและวิ่งสนุกไปเรื่อย ๆ หอมกลิ่นอากาศบนดอยสุเทพยามค่ำคืน ลมพัดแรง เริ่มมองวิวข้างทางและย้อนรำลึกถึงวันเวลาเก่า ๆ ที่เคยขึ้น-ลงบนถนนสายนี้ทุกวันเกือบสิบปี สุข ๆ ทุกข์ ๆ ฉันก็ผ่านมันไปได้ ถ้าไม่มีตรงนั้นคงไม่มีฉันในวันนี้ วันที่ฉันได้อยู่กับครอบครัวที่ฉันรัก ได้วิ่งกับทุกคนในครอบครัว ทุกคนมีสุขภาพดีใช้ได้ ฉันเองก็หวังว่าตัวเองจะดูแลสุขภาพให้ดีสมวัยของฉัน หัวใจที่แข็งแรงก็เนื่องสุขภาพแข็งแรงด้วย ขอบคุณขาทั้งสองข้าง กำลังกาย กำลังใจที่ดีสำหรับวันนี้ ขอบคุณกิจกรรมดี ๆ ที่ทำให้พวกเราได้มาอยู่ตรงนี้ด้วยกัน






NIGHT RUN 2015
มินิมาราธอนที่วิ่งกันจริง ๆ 11 k
ขอบคุณวันดี ๆ อีกวัน
วันที่หัวใจเต้นแรง
สุขสันต์วันสงกรานต์ทุกท่านค่ะ
ภูเพยีย










Create Date : 13 เมษายน 2558
Last Update : 13 เมษายน 2558 7:56:15 น.
Counter : 781 Pageviews.

2 comment
--- Happy Morning ---








สวัสดียามเช้าค่ะ

เช้านี้มีนัดกับสุดหล่อ วันนี้เขาวิ่งด้วยแต่ไม่ทุกรอบหรอก อยากเล่นกับฉันมากกว่า วิ่งครบ 10k แล้วก็ทักทายกันหน่อย รู้สึกเหมือนเล่นกับพี่หมอกมากเลย น่ารัก ๆ

สุขสันต์วันเสาร์นะคะ
ภูเพยีย







Create Date : 21 มีนาคม 2558
Last Update : 18 เมษายน 2558 19:08:39 น.
Counter : 442 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  

BlogGang Popular Award#13



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]