All Blog
--- run 16 km -- enough for tonight ---

















ไม่ออกเหงื่อเห็นจะนอนไม่หลับนะ ^^

เป็นเพราะอากาศเย็นลงเหมือนฝนตกไกล ๆ ลมเย็นสบาย เราตกลงกันใหม่ว่า วิ่งยาวเย็นนี้กันเถอะ อากาศดีมาก ๆ ทั้งที่ตอนเช้าควันหนาทึบจนไม่เห็นสีท้องฟ้าเลย อากาศร้อนเกือบทั้งวัน กินอาหารไม่อร่อยแต่ต้องพยายามกินเพื่อจะวิ่ง

คืนนี้ฉันคิดโน่นนี่ไปสารพัดขณะวิ่ง คิดเรื่องทำปกหนังสือเล่มหนึ่ง คิดถึงภาพที่จะวาดและสีที่จะใช้ ชื่อหนังสือพอใจแล้ว แต่มาถึงบันทึกเรื่องการวิ่ง ฉันชอบคิดโน่นนี่ว่าหนังสือวิ่งของฉันควรชื่อว่าอะไรดี คิดมาตลอดแต่มันก็ซ้ำคนนั้นคนนี้ทั้งที่คอนเส็ปเดียวกัน
ฉันชอบชื่อ 'ไปด้วยกัน ไปได้ไกล' นั่นเพราะเราวิ่งด้วยกันตลอด แต่กลับกลายเป็นชื่อไม่ใหม่ มันเพียงย่อมาจากชื่อเต็ม ๆ ว่า 'ไปคนเดียว ไปได้ไว ไปได้ไกล ไปด้วยกัน' อะไรทำนองนี้

ครั้นจะชื่อ 'เพราะโลกมันกว้าง คนข้าง ๆ จึงสำคัญ' อันนี้ก็ชอบ แต่ก็ยังไม่ชอบมาก
หรือ ไปด้วยใจ ไปด้วยกัน มันก็ไม่ใช่อีก เพราะใจอย่างเดียว ไปได้ไม่ไกล

'อยู่บ้านดี ๆ ไม่ชอบ' วลีนี้ก็ชอบแต่ยังไม่ใช่

ฉันก็คิดไปเรื่อย ๆ คิดถึง นางสำลี ของคุณขจรฤทธิ์เพราะเธอเป็นสาวใหญ่วัยทอง วัยเดียวกับฉัน ชื่อสามพยางค์สั้น ๆ คนจดจำ งั้นใช้ นางภูพเยีย ไปเลยเป็นไง ไหน ๆ นางก็เริ่มวิ่งเมื่อเข้าวัยทองเหมือนกัน

เพราะไม่รู้จะตั้งชื่อหนังสือว่าอะไร บางทีแค่คิดก็สนุกหรือเพราะวิ่งสนุก สบาย ๆ เพราะวันนี้ ไม่ตั้งเป้าเรื่องเวลา กลับทำเวลาได้ดีกว่าเดิม

สรุปเวลาวิ่งจากแอพฯ 10 km แรก นาฬิกาแสนฉลาดบอกเราว่า วันนี้เราซ้อมดีขึ้นกว่าเดิมหนึ่งนาที เวลาอยู่ที่ 1:02 ชั่วโมง ปรบมือให้ตัวเอง แต่เราต้องวิ่งต่อจนครบ 16 กิโล รวดเดียว 1:41:18 ชั่วโมง แบบสบาย ๆ ดีใจจัง

เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จก็จะอ่าน หอมกลิ่นสะนาคา สาวพม่าเมืองทวาย เล่มนี้ให้จบ เล่มนี้ผู้เขียนและพรรคพวกเดินทางจากเมียตต้าไปเมืองทวาย ไม่น่าเชื่อว่าสภาพสวนเกษตรและหมู่บ้านในทวายจะเป็นถิ่นอารยธรรมและเป็นเมืองปิดมานับร้อยปี ไม่ทราบมาก่อนว่าที่นี่มีหลายชาติพันธุ์และรายได้เป็นกอบเป็นกำคือหมากและยางพารา เห็นวิธีขึ้นต้นหมากของเขาที่ไม่ใช้พะองเหมือนเรา แต่ที่น่าทึ่งที่สุดคือเขาให้ความสำคัญเรื่องการศึกษามาก...




run 16:03 km
1:41:18 hr
1046 kcal
pace 6'19

#whenpoopayiaruns
#ayearofrunning
#บันทึกนักวิ่งแนวหลัง
#ภูพเยีย
25032016










Create Date : 26 มีนาคม 2559
Last Update : 29 มีนาคม 2559 13:25:49 น.
Counter : 403 Pageviews.

1 comment
--- อ ยู่ บ้ า น ดี ๆ ไ ม่ ช อ บ ---










เช้าวันเสาร์ เป็นวันที่เราจะซ้อมวิ่งระยะยาว ฉันตื่นตีสี่ตามที่นัดกัน ลงมาเพื่อจะกินอาหารก่อนออกวิ่ง แต่ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดกล้ามเนื้อมาก จึงขอตัวว่า ไม่สบาย ไม่น่าจะวิ่งได้ ขอเลื่อนไปเช้าวันอาทิตย์นะ อยากนอนพักให้หายก่อน สมมุติว่า วันนี้ต้องลงวิ่งจริง ๆ แล้วเจออาการนี้ ฉันจะไม่ฝืนวิ่งเด็ดขาด มีงานวิ่งอื่น ๆ อีกตั้งเยอะ ร่างกายไม่พร้อมก็ไม่อยากวิ่ง เสียดายไม่เท่าเสียใจภายหลัง

วันทั้งวัน ฉันนอนซมไข้ ตกเย็นก็ยังไม่ดีขึ้น จึงเริ่มนอนต่อตั้งแต่สองทุ่มจนรุ่งเช้า แต่ยังวิ่งเช้าวันอาทิตย์ไม่ไหว รอให้หายดีก่อน แต่สบายตัวกว่าเมื่อวาน แม้เจ็บคอเพราะอากาศร้อนจัดแต่กินอาหารได้มากขึ้น บ่าย ๆ ยังมีแก่ใจไปเฝ้านกเค้าที่ฝางกัน กลับบ้านก็นอนเล่น อากาศร้อนมาก ๆ ในที่สุดก็ตัดสินใจไปสำรวจเส้นทางใหม่เพื่อซ้อมวิ่งดับร้อน (แหะ แหะ ความจริง อยากวิ่งมาก)

เมื่อวานเป็นวันแรกที่เราออกวิ่งตอนเย็น พบเจอผู้คนระหว่างทางตั้งแต่โรงพยาบาล เลาะไปตามหมู่บ้าน ไปทางหนองบัว หนองควายตกฯลฯ มอเตอร์ไซค์ที่ผ่านเราต่างชะลอดูว่าใครวิ่ง พอเห็นเป็นเรา เขาก็ว่าเยี่ยมเลย นึกไม่ถึงว่าเราจะวิ่งว่างั้นเถอะ ก็แน่ล่ะ..เราไม่เคยวิ่งเวลาปกตินี่ ไม่ก่อนตะวันขึ้นก็หลังตะวันตกดินไปแล้ว หลังสองทุ่ม คนชนบทก็เข้าบ้านเตรียมตัวนอนกันหมดแล้ว เหลือแต่เราสองคนที่ออกมาซ้อมวิ่ง เราทำแบบนี้มาเป็นปีแล้ว เพียงแต่ไม่เคยบอกใครและไม่เคยมีใครรู้ แต่ละคนก็ชวนเราไปออกกำลังกายบ้าง เต้นแอโรบิกหรือไม่ก็รำวงเพราะช่วงหลังไม่เห็นฉันไปฟิตเนสเลย

ระหว่างทาง จะก้มหน้าก้มตาวิ่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูรถราที่ผ่านไปมาและคอยหลบเขาด้วย เราจะเห็นคนงานเก็บกระเทียมหลังรถกระบะที่ผ่านเราไปไม่ว่าคันไหนต่างก็หันมามองเราสองคน ฉันยิ้มให้พวกเขาด้วยนะ

ชาวสวนที่กำลังมัดกระเทียมก็หยุดมองเรา ยังคุุยกันว่าเป็นปรากฏการณ์เล็ก ๆ ที่ออกวิ่งให้ชาวบ้านรู้เห็นความเป็นไปของเรา ผ่านร้านรวงขายครัวย่อยเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านในซอยออกมาซื้อกับข้าวกับปลากลับบ้าน ต่างหันมามอง หลายคนจำได้ ตะโกนมา เก่งมากหมอ เด็กเล็กเด็กน้อยสะกิดกันดูป้ากะลุงตอนวิ่งผ่าน หมาเห่าเขย่าปอดนิดหน่อย ไม่มาแบบหมาหมู่นี่ไม่กลัวหรอก แต่มีหมาทุกที่ สงสัยว่าทำไมหมาแถวนี้หุ่นเดียวกันหมด ส่วนใหญ่เป็นหมาพันทาง ตัวยาว ขาสั้นทั้งนั้น ไม่น่าเกรงขาม เหมือนจะกัดคนไม่เป็น

วิ่งไปข้างหน้าเจอตำรวจตั้งด่าน งงว่าพวกเขามาทำอะไรแถวนี้ เขารู้จักเราเลยทักทายกันสักหน่อย พอรู้ว่าวิ่งตั้งต้นมาจากโรงพยาบาลก็ทำตาโตกันใหญ่ อืมนะ มันก็ไกลแต่ไม่มากนักสำหรับคนที่วิ่งเป็นประจำอย่างเรา จะว่าวิ่งสร้างภาพก็จะมาวิ่งให้เห็นกันบ่อย ๆ เปิดตัวบ้างก็ดี วิ่งมาปีกว่าแล้วเขาไม่รู้เพราะเราไม่เคยบอกใคร ตอนซ้อมก็ซ้อมหลังปิดร้านแล้ว ไม่มีใครเห็นเราสองคนหรอกนอกจากพรรคพวกไม่กี่คน

ผ่านหนองควายตกก็วิ่งเข้าไปถ่ายรูปเล่น น้ำในหนองแห้งขอด ปีนี้แล้งมากจนเกือบลืมว่าที่นี่เราเคยมาเล่นบานาน่าโบ้ตกัน คว่ำเรือกันสนุกสนาน มีอาหารร้านประจำตั้งอยู่ข้าง ๆ นั่งกินลมชมวิวพระอาทิตย์ตกกัน ไม่คิดฝันว่าวันหนึ่งจะมาปักหลักอยู่อำเภอห่างไกลแบบนี้

เราวิ่งไปเรื่อย ๆ ราวกับเส้นทางนี้ไร้ผู้คน มันไม่น่ากลัวหรอกแต่ที่ไม่ไปจนสุดสายนั้น เราเกรงว่าขากลับมันจะมืดเพราะเราไม่เคยวิ่งตอนกลางคืนนอกจากในโรงพยาบาล
แต่ขาวิ่งกลับ ลมไม่ร้อนเหมือนตอนออกสตาร์ท ฉันไม่กลัวแดดกลัวฝ้าหรอกเพียงแต่ร้อนแล้ววิ่งไม่ออก สนามต่อไปนี้ต้องเจอแดด จึงต้องมาซ้อมให้ใกล้เคียงของจริงหน่อย

การเริ่มต้นที่ว่ายากแล้ว สิ่งที่ยากกว่านั้นคือความต่อเนื่อง ฉันยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่า ทำไมจึงรักษาความรู้สึกอยากวิ่งได้เป็นปี ๆ ทั้งที่มันเหนื่อยมาก วันไหนไม่ได้วิ่งก็เหมือนมันขาดอะไรไปสักอย่าง ฉันหลงเสน่ห์การวิ่งตรงไหนกันนะ ยังหาคำตอบถูกใจตัวเองไม่ได้เลย

ครั้งนี้เราคุยกันไปตลอดทาง คุยเรื่องรองเท้า (สำหรับเรื่องการวิ่งด้วยใจหรือทุกอย่างเริ่มที่ใจ อันนี้ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจตรงกันว่า ฉันเริ่มต้นจะทำอะไรนั้นจากการมีใจ มีแรงบันดาลใจ แต่อุปกรณ์ในการวิ่งฉันต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่ม ฉันยังไม่แน่พอที่จะวิ่งเท้าเปล่า จึงพูดถึงเรื่องรองเท้ากันบ่อยครั้ง ) โตอ่านมาว่า รองเท้าที่ใส่วิ่งอาจจะคนละคู่กับที่ใส่ลงสนามจริง ควรเป็นคู่ที่นุ่มและซัพพอร์ทเท้า แต่ฉันว่า ซ้อมคู่ไหน แข่งคู่นั้น ก่อนแข่งไม่จำเป็นไม่ต้องซักรองเท้าเลย ถุงเท้าถ้าไม่เน่าเกินก็น่าจะคู่ที่ใส่ซ้อมนั่นแหละ ยังไม่รู้ว่าแบบไหนถูกที่สุด แต่ฉันเป็นแบบนี้ จะไม่ใส่รองเท้าที่ไม่เคยใส่ซ้อมลงสนามเด็ดขาด อย่างน้อยต้องเอามาย่ำให้เชื่องก่อน

น้องที่กล้า ๆ กลัว ๆ การวิ่งอดที่จะถามเรื่องรองเท้าไม่ได้ว่าจะซื้อยี่ห้อไหนดี
ตอบยากนะเพราะรองเท้ามีความลึกลับซับซ้อนพอ ๆ กับเท้าเรา เท้าสองข้างก็ใช่ว่าจะเท่ากัน ท่าเดินส่งผลต่อท่าวิ่ง ฉันนี่ตัวมีปัญหาเลย เดินแบบนักเลง ปลายเท้าซ้ายไปทางซ้าย ปลายเท้าขวาไปทางขวา เวลาวิ่งมีปัญหามาก นึกขึ้นได้เมื่อไรก็ต้องปรับเท้าไปทางหน้าให้เท้าบิดน้อยลง ยิ่งวิ่งยาว ๆ รองเท้าต้องเปลี่ยน เท้าโตขึ้นหรือไรไม่ทราบ คู่ที่ใส่มาตลอดกลับใส่วิ่งไม่ได้แล้ว แน่นเท้า แปลกจริง ๆ

แนะนำบางยี่ห้อให้น้องไปแล้วก็ต้องลองเองว่าใส่สบายมั้ย ตอนใส่ก็ยังบอกอะไรไม่ได้มาก ใส่วิ่งจริง ๆ จึงจะรู้ ขอให้ใส่มันออกมาวิ่งจริง ๆ ทีเถอะ รองเท้าสวยไม่ทำให้วิ่งเร็วขึ้นแต่อาจทำให้อยากออกมาวิ่ง หรือบางทีจ่ายแพงอาจจะเสียดายเงินบ้างก็ได้ ออกวิ่งบ่อย ๆ จึงจะคุ้มนะ วิ่งแล้วจะค่อย ๆ เรียนรู้ไปเองว่า รองเท้าที่ดีคือรองเท้าที่เราใส่แล้วไม่ต้องกังวลถึงมัน

'อย่าอายที่เป็นคนวิ่งช้า
อย่าอายที่จะบอกใครว่าเราเป็นนักวิ่งถ้าเราสามารถตื่นเช้ามาวิ่งได้ทุกวัน'

เรากลับตัวตอนหกกิโลครึ่ง ขาไปนี่วิ่งช้าและถ่ายรูปข้างทางเยอะมาก สนุกสนานไปเรื่อย ๆ พอพระอาทิตย์ตก ลมโชยมา อากาศสดชื่น (โชคดีของเราที่ได้มาอยู่ที่นี่ ฉันรักที่นี่จริง ๆ) ฉันเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว หายป่วยหายไข้หรือไร หลังจากนี้ก็วิ่งดีขึ้น สนุกมากขึ้น ไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเลยเวลาวิ่ง ความท้อไม่มี รู้ว่าไปได้เรื่อย ๆ

นึกถึงช่วงทำงานเป็นลูกจ้างเขา ฉันเหมือนคนที่วิ่งตลอดเวลา จริงจังกับชีวิต ฉันจมอยู่กับชีวิตที่แข่งขัน เร่งรีบ ช่วงชิงความเป็นหนึ่งเพื่อความอยู่รอด กดดันตัวเองสารพัด อยากเก่ง ไม่อยากโง่ อยากดีกว่านี้ ล้วนแล้วแต่กำหนดเป้าหมายในใจไปเอง ผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ รู้สึกผ่อนคลาย

นึกไม่ถึงว่าจะต้องมาผูกเชือกรองเท้าและออกวิ่งอีกครั้ง ครั้งนี้จริงจังเหมือนเดิมต่างในรายละเอียดของชีวิต เลือกที่จะมีความสุขและเน้นสุขภาพเป็นหลัก

ฉันสร้างวินัยให้ตัวเองเข้มข้นขึ้น แม้ยังบอกไม่ได้ว่าจะยั่งยืนยาวนานแค่ไหนแต่วันนี้รู้สึกดีมาก ไม่ต้องวิ่งแข่งขันกับใคร ฉันเหนื่อยมามากแล้วและไม่สนุก ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้ฉันเข้มแข็งขึ้นไม่รู้ตัวและมีบทเรียนของการใช้ชีวิตมากพอควร


วิ่งครั้งนี้สนุก สบายใจ สูดลมหายใจได้เต็มปอด หัวเราะเสียงดัง วิ่งกับคนที่เรารัก ดูแลกันและกัน และยังสามารถให้รางวัลตัวเองที่ออกมาวิ่งได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอได้รับจากงานวิ่งอย่างเดียว 

อยากชวนเพื่อนมาวิ่งด้วยกันแต่ก็รู้ว่ามันเหนื่อย จึงได้แต่เล่าให้ฟังตามประสาคนขี้เล่า  


ขอบคุณค่ะ
#whenpoopayiaruns
#บันทึกนักวิ่งแนวหลัง
#ภูพเยีย
13032016












Create Date : 14 มีนาคม 2559
Last Update : 15 มีนาคม 2559 8:12:10 น.
Counter : 436 Pageviews.

7 comment
--- รู้ ตั ว แ ล ะ มี ส ติ ใ น ก า ร วิ่ ง ---






Anything done with focus,
awareness or mindfulness is
a meditation.
--David Harp--
ทุกสิ่งที่ทำด้วยความตั้งใจ
รู้ตัวและมีสติ
ล้วนคือการปฏิบัติธรรม
เดวิด ฮาร์ป




เมื่อนึกถึงคำว่าการปฏิบัติธรรม ดูเป็นคำโต เหมือนเราแก่วัดแก่วา ความจริงไม่ใช่ เพียงแต่ผ่านตากับคำข้างต้นแล้วนึกถึงคำสอนของท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า การทำงานคือการปฏิบัติธรรม
การปฏิบัติธรรมในความหมายของท่านพุทธทาสนั้นคือการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ คงไม่เพียงแต่การงานเท่านั้น การวิ่งก็น่าจะรวมถึงด้วย

การวิ่งเป็นการปฏิบัติธรรมตรงไหน สภาวะและเป้าหมายในการวิ่งของแต่ละคนไม่เหมือนกันนั่นคือทัศนะและท่าทีต่อการออกไปวิ่ง บางคนซ้อมวิ่งเพื่อแข่งขัน มาตรฐานและต้นทุนของเขาสูงมาก โปรแกรมการฝึกซ้อมต้องเข้มแข็งและเข้มข้น บางคนวิ่งเพื่อคลายเครียดจากการงาน บางคนวิ่งเพื่อเอาชนะความขี้เกียจ เปลี่ยนความเคยชินเดิม ๆ และเพื่อสุขภาพที่ดีสมวัย

ฉันอยู่ในแนวความคิดแบบหลังคืออยากทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ไม่คิดว่าจะชอบวิ่ง แม้เคยเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลและซอฟต์บอล นอกเหนือจากทักษะเราก็ต้องวิ่ง แต่วิ่งระยะไกลไม่เคยอยู่ในสมองมาก่อนเลย ไม่เคยคิดจะวิ่งด้วย เมื่อเปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยนจริง ๆ เพราะทำความรู้จักกับการวิ่งในมุมมองใหม่ การวิ่งต้องต่อสู้ความเหน็ดเหนื่อย ท้อและอาจถอดใจ ในการฝึกซ้อมเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น บางวันก็ต้องฝืนใจ เอาชนะปีศาจหลายตัวมารุมเร้า อยากจะนอนต่อแต่เพราะมีเป้าหมายว่าจะวิ่งมินิมาราธอนให้สำเร็จ ก็ต้องตัดใจออกจากที่นอนก่อนฟ้าสว่าง ขโมยเวลาของตัวเองอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงเพื่อออกวิ่งแต่เช้า ยิ่งฤดูหนาวนี่ทรมานมาก ฉันทำแบบนั้นมาเป็นปี เผชิญกับสายตาและเสียงของคนรอบข้างที่เป็นห่วงว่าหักโหมเกินไปหรือเปล่า หรือคำเหน็บแนมเล็ก ๆ ว่า มาวิ่งอะไรเอาป่านนี้ วิ่งเอาถ้วยหรือไง ฉันฟังผ่าน ๆ ไม่เอาคำเหล่านี้มากดดันตัวเอง ไม่กดดันตัวเองเกินความจำเป็นเพราะโลกนี้กดดันเรามากอยู่แล้ว ฉันสนใจแต่ว่า ฉันจะฝึกซ้อมวิ่งระยะยาวได้อีกเท่าไร ฉันจะวิ่งได้ไกลกว่า 10 กิโลเมตรหรือเปล่า

ขณะวิ่ง แม้จะเหนื่อยมากแต่ใจอยู่กับทุกก้าววิ่ง นึกถึงคำว่าสติที่เป็นสภาวะทางจิต ทำไมฉันไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อวิ่งระยะไกลมาก ๆ นั่นเพราะสติมากำกับใช่หรือไม่

โดดเดี่ยว บวกด้วยสติคือความเบิกบาน ฉันรู้สึกถึงสภาวะนี้ได้ ไม่เหงาหรือเศร้า เป็นการฝึกตัวเองอยู่กับสิ่งที่ทำตรงหน้า

ย้อนคิดเมื่อฉันวิ่งอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้า ดูปลอดภัยจากอุบัติเหตุภายนอกได้ สิ่งที่ระวังเหมือนกันคือข้อพลิกหากใจลอยดูแต่ดีวีดีที่ฟิตเนสเปิดให้ชม หรือไฟฟ้าดับกะทันหัน ทำให้หน้าคะมำได้

ฉันเคยวิ่งเทรล หมายถึงเส้นทางที่เป็นทางดินต้นไม้ รากไม้ สายน้ำเล็ก ๆ ที่อาจมีหินลื่น ๆ ตามเส้นทาง ยังต้องตั้งสติตลอดเวลานั่นเพราะเราอาจเพลิดเพลินกับกิเลสรอบด้าน สูดอากาศดี ๆ แหงนดูฟ้าอากาศอาจลืมมองเท้าเจอตอข้อเท้าพลิก จึงต้องระมัดระวังไม่ต่างกับวิ่งบนฟุตบาธหรือข้างทางถนนที่นอกจากมองเท้าแล้วยังต้องมองทาง หากออกวิ่งตอนค่ำคืน ต้องเตรียมไฟโดยเฉพาะสถานที่นั้น ๆ ไฟแสงสว่างมีไม่เพียงพอ ทางวิ่งอาจจะเป็นหลุมบ่อหรือวิ่งเหยียบก้อนหินทำให้ข้อเท้าพลิกอีก เป็นอันตรายได้ทั้งนั้น ไฟสะท้อนแสงติดที่ตัวรวมถึงรองเท้าสะท้อนแสงก็ช่วยให้ผู้ใช้ถนนรับรู้ว่ามีเราอยู่ตรงนี้

ในทางพุทธศาสนา ไม่เพียงการงานเท่านั้น แม้แต่เรื่องวิ่งที่ดูเหมือนไม่มีอะไรก็ยังต้องใช้สติ ขณะวิ่งคือภาวะที่เราอยู่กับตัวเอง อยู่กับปัจจุบันขณะ ช่วงนี้แหละเป็นการปฏิบัติธรรมในแบบของเราทางหนึ่งและ(บังเอิญ)สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของเราด้วย










#whenpoopayiaruns
#บันทึกนักวิ่งแนวหลัง
ขอบคุณค่ะ
#ภูพเยีย
10 มีนาคม 2559

















' เ รื่ อ ง เ ธ อ เ ป็ น ห ลั ก
ข า ย ผั ก เ ป็ น ร อ ง '


ฉันเคยอ่านป้ายแรงบันดาลใจหลังเสื้อของนักวิ่งบางคน เป็นวลีบอกเล่าความรู้สึกในการวิ่งให้เพื่อนร่วมวิ่งฟังประมาณนี้ ทำนองที่เข้าใจตรงกันว่า ฉันทุ่มเวลาทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์และหัวใจให้เธอ(วิ่ง) ส่วนเรื่องปากท้องหรือการงานประจำนั้นมาทีหลัง อ่านแล้วก็มีแรงดีนะ แต่สำหรับฉัน ยังขายผักเป็นหลัก เรื่องรักการวิ่งก็ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
มันตรงกันข้ามกับแรงบันดาลใจของเขา สาเหตุหลักเพราะสังขารและอาจจะเลยความรู้สึกที่ฉันอยากขึ้นโพเดี้ยมรับรางวัลใหญ่ไปแล้ว ไม่มีพลังและความสามารถพอด้วย เราคุยกันอยู่เรื่อย ๆ ว่าเราพอใจในการเป็นนักวิ่งขาจรของเราแค่ไหน ถึงเวลามีงาน ถ้าว่างก็ไป รู้สึกเป็นมิตร คุ้นหน้าคุ้นตาเพื่อนนักวิ่งแต่ไม่ถึงกับสนิทสนมจนต่อยอด แข่งจบก็ทักทายเพื่อนฝูงที่คุ้นเคยก่อนลากลับบ้าน แต่สิ่งที่อยากทำคือซ้อมวิ่งอยู่เสมอ อาจจะเพิ่มเรื่องการเล่นเวทและบริหารลำตัวที่ไม่แกร่งพอ การวิ่งไม่ใช่เพียงสองขา หนึ่งใจ แต่มันทั้งหมดของร่างกายสัมพันธ์กัน

หลังวิ่งมาราธอน ฉันเก็บข้อมูลความรู้จากคุณกฤตย์ ทองคง มาว่า ให้พักเต็มที่หนึ่งอาทิตย์ แม้จะกระหายการวิ่งหรืออยากวิ่งแค่สามกิโลก็ตาม เราผ่านเส้นชัยแบบไม่มีปัญหาได้นั่นก็เยี่ยมแล้ว หากรั้น ร่างกายมันเครียดและล้าอยู่แล้วโดยที่เราไม่รู้ อาจจะมีการกระฉอกเมื่อเราไปแตะเส้นนั้นพอดี เจ็บแบบนี้ไม่คุ้ม

ฉันเชื่อข้อมูลของเขา ยกให้เป็นโค้ชในการซ้อมวิ่งประกอบกับโปรแกรมการฝึกซ้อมของครูดิน ด้วยหลักที่ว่า เราวิ่งเพื่อการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ ไม่ใช่การวิ่งเป็นงานหลัก ยิ่งสนใจมากขึ้นเมื่อคุณกฤตย์เอาแผนฟื้นตัวหลังมาราธอนแบบบ้าน ๆ มาให้นักวิ่งแนวหลังฝึก เพราะเราจะรีบกลับเข้าสนามซ้อมเร็วไปเพื่ออะไร เพื่อรีบไปแข่งมาราธอนอีกครั้งเร็ว ๆ นี้หรือ ก็ไม่ใช่ ร่างกายจะพัง มีรายการดี ๆ ที่เราอยากไป แต่เราต้องหักห้ามใจไว้ก่อน นี่เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนในการวิ่งระยะไกลให้ยืนยาวเท่ากับชีิวิตของเราจริง ๆ

เป้าหมายและสภาพร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอยากวิ่งเก็บเหรียญมาราธอนให้ได้มากที่สุดในปีหนึ่ง เพราะเชื่อว่าทำได้ อันนี้ก็เป็นความสามารถเฉพาะตัว เราเลียนแบบไม่ได้

ส่วนเป้าหมายของฉันในปีนี้คือ วิ่งมินิมาราธอนให้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง ฉันอุ่นร่างกายให้พร้อมเพื่อลงสนามอาทิตย์ที่จะถึงนี้ แต่นึกไม่ถึงว่าจะสมัครไม่ทัน ทั้งที่เป็นงานการกุศลเล็ก ๆ ในเชียงใหม่ ( เศร้า แพร๊พ) ฉันคิดแบบสบาย ๆ ว่า งานวิ่งบ้านเราไม่น่าจะบูมเหมือนที่อื่น ๆ ไปสมัครหน้างานก็ได้เหมือนปีที่แล้วทั้งปี ที่ไหนได้ เราต้องมาตั้งหน้าตั้งตาแข่งกันสมัครให้ทัน แข่งกันตั้งแต่ยังไม่ลงสนามทั้งที่ในสนามเราไม่ได้แข่งกับใครนอกจากแข่งกับตัวเอง ตอนนี้ทำใจได้แล้วว่า วิ่งเก็บระยะไปก่อน รองานแข่งใหญ่ปลายปี ก็ไม่รู้ว่าจะสมัครทันหรือเปล่า ก็นั่งขายผักไปพลาง ๆ ก่อนก็แล้วกันนะ -_-"




ช่วงนี้เริ่มวอร์มร่างกายบ้างแล้วหลังจากพัก
เรามีเพื่อนรุ่นน้องมาซ้อมวิ่งด้วยกันทุกคืน
เพราะรายการต่อไปเป็นการวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอนครั้งแรกของเธอ
เราผ่านระยะนี้มาแล้วและนึกสภาพตัวเองตอนที่พยายามซ้อมให้ถึง 20 กิโลนั้นเป็นอย่างไร
ใช้เวลาสามชั่วโมงเต็ม หน้าซีดจนเกือบจะเป็นลม
แต่ความที่อยากรู้ว่าจะวิ่งถึงหรือเปล่าก็ต้องลองวิ่งเอง
เหนื่อยมากแต่ก็ผ่านไปได้

หลังจากนั้นก็ลองซ้อมวิ่งห้ถึงระยะฮาล์ฟมาราธอนอีก
เวลาดีขึ้นกว่าเดิมคือ ภายในสามชั่วโมง
เพื่อไม่ให้ถูก cut off ในการแข่งขัน

แต่เมื่อน้องยังไม่เคยวิ่งถึง จึงต้องคอยเป็นเพื่อนข้าง ๆ ให้กำลังใจกัน
ค่อย ๆ เพิ่มระยะทางในการวิ่งจนใกล้เคียงระยะจริง
เพราะเราจะไม่วิ่งหากไม่ซ้อม
เวลาลงสนามจริงจะได้ลดการบาดเจ็บได้




#whenpoopayiaruns
#ayearofrunning
#บันทึกนักวิ่งแนวหลัง
#ภูพเยีย
07032016



















Create Date : 10 มีนาคม 2559
Last Update : 10 มีนาคม 2559 11:12:51 น.
Counter : 495 Pageviews.

2 comment
--- บั น ทึ ก วิ่ ง เ ก็ บ ร ะ ย ะ เ ดื อ น กุ ม ภ า พั น ธ์ ---



















1.

ตื่นตีสี่ อยากจ็อกกิ้งตอนเช้าเพราะสองวันที่ผ่านมา ฝนตกหนัก ทำให้ไปวิ่งหลังเลิกงานไม่ได้เหมือนเดิม

เช้านี้ยังปรับตัวไม่เข้าที่ กินอาหารไม่ค่อยลง ดื่มกาแฟหนึ่งแก้ว ท้องไส้เจอกาแฟก็เหมือนเจอยาระบายเข้าไป โชคดีที่ระบายก่อนออกวิ่ง ตัวโล่ง ๆ ไงไม่รู้

จ็อกกิ้งได้แค่สิบกิโล ใช้เวลาไป 1:09 ชั่วโมง แต่หิวจัด ไม่ได้กินขนมปังมาสักแผ่น ใครเคยเจออาการหิวระหว่างวิ่งจะรู้ว่า ไม่สนุก เช้านี้ก็แบบนั้น ตั้งใจว่าจะวิ่ง 15 กิโล เลยต้องขอพอแค่นั้น แต่บอกคู่วิ่งว่า วิ่งใหม่พรุ่งนี้ก็ได้นะ เช้านี้ไม่พร้อมจริง ๆ

เดือนนี้วิ่งเก็บระยะไม่มากนักเพราะเตรียมตัววิ่งมาราธอนอย่างเดียวเลย มีคั่นรายการตอนไปวิ่งมินิฯที่มหาวิทยาลัยพายัพ หนึ่งอาทิตย์ก่อนมาราธอนนั้นต้องพัก ตามโปรแกรมให้วิ่ง 12 กิโล -> 8 -> 5 -> 5 -> 3 กิโล วันรุ่งขึ้นก็แข่ง แต่เราไม่เอาด้วย วิ่งแค่ 5-5-5 แล้วพักสามวันก่อนวิ่ง กำลังเราน้อย จากนั้นก็อ่านการเตรียมตัวของเพื่อน ๆ ในเพจวิ่ง มือใหม่ก็ถามกันว่า ก่อนวิ่งต้องเตรียมตัวนอนอย่างไร เราเคยอ่านมาว่า ให้นอนตั้งแต่หนึ่งทุ่มเพื่อจะตื่นตี 1 เตรียมตัว อ่านที่เขาถามก่อนหนึ่งอาทิตย์ มีนักวิ่งมาตอบกันเยอะ มีตัวฮา ๆ อยู่ไม่น้อย เขาตอบกันว่า นอนตั้งแต่วันนี้เลย นอนก่อนสักอาทิตย์

ครั้นพอถามเรื่องโหลดคาร์บหรือกินแป้งเพื่อใช้พลังงานในการวิ่ง ต้องกินอะไร อย่างไรบ้าง หลายคำตอบเป็นประโยชน์ แต่ก็มีนิวแซนให้เฮฮาอีก คาดว่าเป็นเพื่อนสนิท ตอบว่า กูก็เห็นมึงโหลดแป้งมาตลอดชีวิต มึงจะถามไปทำไม คอมเม้นต์สีสันแบบนี้จะเยอะในกลุ่มเพื่อนของเขา พอเราผ่านมันด้วยประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว เราจะค่อย ๆ รู้และปรับได้เอง บางทีคนอื่นบอกก็ไม่ชัดเท่ากับรู้เอง บางเรื่องที่เขาเตือนให้ระวัง ก็อาจจดันทุรังทำเพราะอยากรู้ เราไม่ฉลาดพอที่เรียนรู้เรื่องที่คนอื่นผิดพลาดได้ไปทุกเรื่อง แต่พลาดแล้วก็ไม่กั๊กที่จะบอกเล่า




2.

สองสามวันนี้ เฟซบุ๊กมีอะไรแปลกใหม่มาให้กดเล่น นอกจากกดไลค์แล้วยังมีอารมณ์อื่น เช่น รักเลย ฮ่า ๆ ว้าว เศร้า โกรธ มันก็สนุกดี ให้ไลค์ให้ใจไปด้วย แล้วก็มีคำถามวนเวียนมากกว่านั้นคือ เตือนและบังคับกลาย ๆ ให้เราอธิบายว่า เธอเป็นใคร -- แหม่ มันอธิบายยากนะ แต่มันก็เพียรถามจนเราต้องกลับมาคิดนิดนึงว่า เขียนอะไรที่บอกว่าเป็นเรา

ฉัน เตี้ย ล่ำ ขาสั้น ก่อนเป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊ก ฉันจะมีโลกส่วนตัวสูง ให้รู้จักแค่หนังกำพร้า แต่รับมาเป็นเพื่อน ก็จะรู้เองว่า โลกส่วนตัวฉันต่ำลงเรื่อย ๆ ไม่มีกั๊ก เล่าเรื่องส่วนตัวจนไม่มีอะไรให้ใครค้นหา บางคนก็แค่โผล่หน้ามาดูว่า บ้านฉันขายอะไร พอเห็นว่ามีแต่อาหารจืด ๆ ทำกับข้าวไม่อร่อย ผิดหวังที่ฉันไม่มีอะไรเจ๋ง ๆ ก็เลิกเป็นเพื่อน แต่บางคนมาคลุกคลีอยู่นาน และนานพอที่ฉันสนิทใจชวนกินไข่ต้ม เหยาะน้ำปลากับข้าวสวยร้อน ๆ อยู่นานกว่านั้นก็ควักเอากุ้งแห้งเมืองจันท์มาให้แกล้มกินกับกาแฟ นานกว่านั้นคือมาหามารู้จักและเห็นความธรรมดาแบบที่ฉันเป็น สนิทพอที่จะเอาข้าวหลามหรือข้าวเหนียวสังขยามาให้กินกับกาแฟ คุยกันไม่มากนัก แต่นัดเจอได้เมื่อฉันว่าง ไปไหนไปกัน ฉันไม่ได้หวังว่าคนที่อยากเป็นเพื่อนจะอยู่เป็นเพื่อนกันนาน ๆ แต่ระหว่างที่คบหากันนั้น เราต่างแบ่งปันความสบายใจ ...ยาวไปแล้ว จอบอ



3.
วันนี้อ่านหนังสืออะไรดีนะ
::
::
เช้านี้ เวลานี้ ฟ้ามืดครึ้ม ฝนทำท่าจะตก
บ้านนี้ไม่มีดอกไม้สวย ๆ เลย
ดอกไม้หายไปไหนกันนะ
สุขสันต์วันหยุดทุกท่านค่ะ


ภูพเยีย
27022016
#whenpoopayiaruns
#ayearofrunning



























1.

ตื่นตีห้า อากาศเย็นมากเพราะเมื่อคืนฝนตกหนักทั้งคืน หลับสบายแต่ก็มีนัดกับสนามวิ่งที่ รพช. เป็นถนนสายหนองควายตก มีสวนหอมของชาวบ้านตลอดสาย สมัยก่อนที่นี่มีเรือบานาน่าโบ๊ตให้เราเล่นด้วย หากตั้งต้นวิ่งออกจากเส้นหนองบัวไปจนถึงด่านตำรวจ ระยะทาง 10 กิโล วิ่งไป-กลับก็ระยะเกือบฮาล์ฟมาราธอน

เราวิ่งเกือบฟ้าสว่าง อากาศดีมาก ๆ ยังไม่ค่อยมีคนตื่นนอน ไม่มีหมามาเห่าไล่เหมือนที่คิดหรือว่ายังไม่ทันไหวตัว หลังฝนตกเป็นเวลาที่นกชอบออกมาผึ่งแดดผึ่งลม นกกระจอกที่นี่ตัวอ้วนมาก ดูดี ๆ ก็เหมือนนกติ๊ดหรือนกกะรางเพราะมีแก้มแต้มสีดำ และที่คอนกกระจอกก็เหมือนมีผ้ากันเปื้อน สีปีกเรียบ ๆ สวยเรียบ ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่า คำว่ากระจอกนั้นมีก่อนนกกระจอกหรือนกกระจอกมีมาก่อนแล้ว นกกระจอกก็เลยดูต๊อกต๋อย เป็นนกที่คนไม่ค่อยให้ความสำคัญ

คิดต่ออีกนิดเรื่องการวิ่งด้วยใจนั้น ใจอย่างเดียวมันพาเราไปได้แค่ไหน นึกไม่ออก เราไม่ใช่กัมพ์ในฟอร์เรสต์ กัมพ์ เรายังไม่รู้ว่าเหงื่อมันซึมออกจากร่างกายไปพร้อมความเศร้าได้ มันน่าจะมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์นะ (ว่าง ๆ ฉันจะวิ่งไปหาเหตุผลนั้น) ที่แน่ ๆ กัมพ์คงไม่ได้วิ่งเก็บบรรยากาศตามงานเหมือนเราหรอก เขาวิ่งข้ามทวีปไปโน่น คนเราจะเสียใจอะไรนานขนาดนั้น เราจะรักใครได้มากขนาดนั้น

เช้านี้ฉันวิ่งทิ้งช่วงคู่วิ่งของฉัน จากนี้เราจะซ้อมวิ่งคนละ pace ไม่ต้องกดดันกัน
เคยพยายามใส่ความคิดว่า ตอนนี้เราซ้อมอยู่ ฉันก็พยายามซ้อมให้เหมือนจริง แต่ใจก็รู้ว่านี่ไม่ใช่สนามจริง ใจจึงสบาย
ครั้นพอลงสนามจริง ให้ทำใจว่ากำลังซ้อมอยู่ ใจจะได้สบาย ๆ แต่มันไม่ได้ซ้อมนี่ ฉันติ๊ต่างไม่ค่อยได้ วันจริงก็จะมีการเตรียมตัวเตรียมใจอีกอย่าง วันซ้อมนั้น ฉันมักทำเวลาได้ดีกว่าลงสนามจริงเสมอ ไม่ทราบว่าทำไมเป็นแบบนั้น
เลยมานึกเรื่องของใจ ใจเป็นใหญ่เพราะมีใจจึงทำให้เราฝึกซ้อมร่างกายให้แกร่งไปด้วย ใจอย่างเดียวไปไม่ได้ ไม่ซ้อมก็วิ่งไม่ถึง

ช่วงนี้ งานวิ่งกำลังบูมเหมือนดอกไม้บาน เราไม่ได้ไปแข่งวิ่งกับใครก็จริง แต่เรากลับมาแข่งชิงความเร็วในการสมัครซึ่งเปิดไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็เต็ม มันเหลือเชื่อมาก ๆ ว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เราพลาดหลายงานจนทำให้เรามาวิ่งเก็บระยะกันเอง ยังคิดว่า งานยิ่งใหญ่อย่างจอมบึงนั้น เราจะสมัครทันหรือ มีแนวโน้มว่าจะพลาดตามเคย

นึกถึงนักวิ่งอาวุโสที่ผ่านสนามวิ่งตั้งแต่วิ่งยังไม่บูมขนาดนี้ เขาไม่ใช้เฟซบุ๊ก ไม่เคยสมัครวิ่งออนไลน์ บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะโอนเงินอย่างไร เคยแต่ไปสมัครหน้างานและลงวิ่ง จากนี้ไป งานใหญ่ ๆ อาจไม่มีนักวิ่งอาวุโสเหล่านั้น เรื่องนี้ฉันซีเรียสอยู่เหมือนกัน อย่างฉัน ถ้าสามีไม่สมัครหรือจัดการให้ก็ไม่มีแก่ใจมานั่งเฝ้าจอรอสมัครหรอก ดูยุ่งยากกว่าจัดสรรวันว่างไปวิ่ง ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย แถมยังแว่ว ๆ มาว่า มีขายตั๋วผีอีก จริงหรือเปล่าไม่รู้เพราะอย่างเรา สมัครไม่ทันก็ไม่ไป ไม่ดิ้นรนสักเท่าไหร่

เราซ้อมวิ่งเพราะมีเป้าหมายมาราธอนปลายปีนี้ เราคงวิ่งด้วยกันแต่ไม่วิ่งคู่กันเหมือนเดิม ฉันอาจจะรู้จักความโดดเดี่ยวในการวิ่งระยะไกลคนเดียวบ้าง ที่ผ่านมา ไม่ว่าลงสนามไหน ฉันไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเลย บางทีการวิ่งตามลำพังพร้อมสติ ใจเราก็เบิกบานได้ ปกติก็เบิกบานนะ ไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับสถิติหรืออะไรมากมาย วิ่งจบก็ปลื้มปริ่มเป็นงาน ๆ ไป




3.

เมื่อวาน นั่งระบายสีเล่นที่บ้าน เพื่อนนักวิ่งส่งข่าวมาทางข้อความว่า หมอติ่งนักวิ่งอาวุโสและเป็นตากล้องจิตอาสาเสียชีวิตเพราะประสบอุบัติเหตุตอนเช้าขณะวิ่งออกกำลังกาย รู้สึกใจหาย เสียใจเพราะเราจะเห็นคุณหมอมาช่วยเก็บภาพสวย ๆ ให้บรรดานักวิ่งแทบทุกงาน งานล่าสุดที่เพิ่งเจอก็ CMU Marathon นี่เอง แม้ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแต่รู้สึกเศร้าใจ เสียดายมาก ชีวิตเราช่างเปราะบางเหลือเกิน ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวคุณหมอนะคะ





2.

รวมวิ่งเก็บระยะเดือนกุมภาพันธ์

วิ่งมินิมาราธอน 3 ครั้ง
10.5 km -- 7 กุมภาพันธ์
10 km -- 27 กุมภาพันธ์
12 km -- 28 กุมภาพันธ์
วิ่งมาราธอน 1 ครั้ง 42.2 -- 14 กุมภาพันธ์
จ็อกกิ้งบ่อย ๆ ตามแต่จะว่าง

เดือนหน้าว่ากันใหม่
ดีใจที่หาที่ซ้อมวิ่งยาว ๆ ได้แล้ว
::
::
ภูพเยีย
28 กุมภาพันธ์ 2559
#whenpoopayiaruns
#ayearofrunning











Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2559 14:06:49 น.
Counter : 506 Pageviews.

1 comment
--- ก ฏ ข อ ง นั ก วิ่ ง โดย ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี ---





















กฏของนักวิ่ง
กฏข้อที่ 1 ประเมินต้นทุนตัวเอง
ผู้ที่เริ่มต้นวิ่งหรือนักวิ่งท ี่วิ่งเป็นประจำอยู่แล้ว
ควรที่จะทราบถึงต้นทุนที่มีอยู่ของตนเอง
อาทิ ข้อจำกัดในการออกกำลังกายสำหรับคนที่มีภาวะความผิดปกติทางร่างก าย
ความอดทนในการวิ่ง ความเร็วที่มีอยู่ความพร้อมของร่างกายและจิตใจในช่วงเวลานั้นๆ
รวมเป็นความสามารถที่ร่างกายจะปฏิบัติได้ในแผนการฝึกแต่ละอย่างให้เหมาะส ม
ไม่รวมปัจจัยรอบ ๆ ข้างที่มีผลกระทบกับการฝึกซ้อมหนักเกินไป
ร่างกายก็จะช้ำน้อยเกินไปร่างกายก็ไม่สร้างเสริม
ฝืนข้อจำกัดที่มีอยู่ก็เป็นอันตราย
การลงซ้อมวิ่งซ้ำ ๆ ในภาวะการบาดเจ็บก็จะยิ่งทำให้ชีวิตของการวิ่งสั้นลง
กฏข้อนี้จึงสำคัญมากที่สุดในชีวิตการเป็นนักวิ่ง
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
18 กุมภาพันธ์ 2557
::
::
กฏของนักวิ่ง
กฏข้อที่ 2 เตรียมอุปกรณ์
ก่อนการวิ่งต้องเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นดังนี้
รองเท้าที่สวมใส่ ควรเป็นรองเท้าที่ผลิตสำหรับใช้ในการวิ่งเท่านั้น
เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้จากการกระแทก
การลงน้ำหนักการไม่ยืดหยุ่นที่เหมาะสม การเสียดสี การสัมผัสกับพื้นสนาม
การพลิกหรือการไม่มั่นคงจากสภาพ
รองเท้าถุงเท้าที่ไม่ลื่นไหล ไม่ร้อนไม่เสียดสีในขณะสวมใส่
ชุดวิ่งที่ระบายความร้อนได้ดี ไม่รัดหรือคับจนหายใจอึดอัด
ยกเว้นในกรณีที่มีรูปแบบผลิตมาอย่างเฉพาะเจาะจง
บางคนใส่หลวมจนเกรงว่าจะสะดุดหกล้มใส่แบบพอดี ๆ สบาย ๆ ให้คล่องตัวตาม
สภาวะอากาศที่เหมาะสมถ้ามีที่เก็บหรือฝากของ
ควรติดเสื้อผ้าสำรองเพื่อเปลี่ยนหลังจาก การวิ่งด้วยผ้าเช็ดหน้าแบบนุ่ม ๆ
สำหรับคนที่มีเหงื่อออกเยอะหรือจะใช้ที่คาดผมแบบนักเทนนิสเพื่อกันเหงื่อเข้าตาก็ได้ถ้าไม่อึดอัด
บางคนอาจสวมหมวกเพื่อกันแสงแดด ก็เป็นสิ่งที่ดีครับในกรณีที่มีสถานที่อาบน้ำรองรับอย่างปลอดภัย
การอาบน้ำหลังการคลูดาวน์จะทำให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า
เตรียมอุปกรณ์ชุดเล็กในการอาบน้ำก็จะดีอย่างยิ่งครับ
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
19 กุมภาพันธ์ 2557
::
::
กฏของนักวิ่ง
กฏข้อที่ 3 สะสาง ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง
นำตารางชีวิตที่ดำรงอยู่โดยปกติมาสะสางสิ่งที่คั่งค้าง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานเรื่องของกิจวัตรประจำวัน
ที่ทำให้ยุ่งวุ่นวายจนดูเหมือนทุกเวลาในชีวิต
มีแต่เรื่องราวมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต
เพื่อสุขภาพจัดสรรเวลาให้ลงตัว
แบ่งเวลาให้เหมาะสมเปลี่ยนแปลงให้แตกต่างไปจากชีวิตเดิม ๆ
เพื่อให้มีเวลาที่แน่นอนและไม่สร้างความกังวลใจ
สร้างโปรแกรมของชีวิตใหม่ ๆ ที่สดชื่น แจ่มใส
จัดบรรจุไว้ในตารางชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้
งานสำคัญ กิจกรรมครอบครัวก็สำคัญ
แต่สุขภาพของคุณและครอบครัวก็สำคัญเช่นกัน
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
20 กุมภาพันธ์ 2557
::
::
กฏของนักวิ่งกฏข้อที่ 4 สนามฝึกซ้อม
วันนี้ไม่ได้วิ่ง หาสนามวิ่งไม่ได้ สนามไกลเกินไปเดินทางลำบาก
พื้นสนามแข็งมากเป็นคอนกรีต เป็นหินตัวหนอนวิ่งแล้วเจ็บเข่า
ต่างๆอีกมากมายที่ดูเหมือนจะเป็นอุปสรรคไปเสียหมด
จนทำให้ต้องเสียเวลาในการพัฒนาของร่างกายไปอีกหนึ่งวันหรืออีกหลาย ๆ วัน
จนกว่าจะได้สนามที่ถูกใจวิ่งตรงไหนก็ได้ครับ
ขอเพียงยึดหลักดังต่อไปนี้
1. พื้นราบเรียบ ไม่ขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อมากนัก
2. ในหมู่บ้านหรือบนถนนที่มีการสัญจรและยวดยานไม่พลุกพล่าน
3. ปลอดภัยจากสุนัขและภัยจากผู้ไม่หวังดี
4. ไม่มีทางเลี้ยวที่หักมุมในระยะสั้น ๆ มากจนเกินไป
5. เส้นทางวิ่งในระยะทางสั้นๆหรือรอบบริเวณบ้านก็สามารถวิ่งได้
6. มีความร่มรื่น อากาศถ่ายเทได้ดี
7. ถ้าวิ่งบนถนน ควรวิ่งด้านขวาชิดขอบทาง ระวังทางแยก ทางซอย
8. ฝนตก เวลาน้อย ก็สามารถที่จะวิ่งเหยาะชดเชยในห้องนอนได้
9. สนามที่มีบรรยากาศที่ดีจะทำให้วิ่งได้อย่างเพลิดเพลินและวิ่งได้มากขึ้น
10. ทุกสถานที่ไร้อุปสรรค สามารถวิ่งได้อย่างระมัดระวัง
ถ้าใจคุณรักวิ่งพอสนามวิ่งจึงไม่ใช่เหตุผลหลักในการที่จะทำให้คุณหยุดวิ่งในวันนั้น
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
21 กุมภาพันธ์ 2557
::
::
กฏของนักวิ่ง
กฏข้อที่ 5 อย่าใจร้อน
ช้า ช้า ได้พร้าเล่มงาม
คตินี้ยังใช้ได้ในบางเรื่องเสมอ
ผู้ที่มาเริ่มวิ่งส่วนใหญ่มักจะ ใจร้อน รีบเร่ง อยากเห็นผลไวไว
บางคนยังไม่ทันฝึกซ้อม ก็ตั้งเป้าเตรียมไปวิ่งมาราธอนปลายปีแล้วอั้ยย่ะ !
นักวิ่งแก่พรรษาบางคนยังใช้เวลา ตั้งหลายปีก่อนที่จะวิ่ง
ควรที่จะเรียนรู้เ กี่ยวกับการอบอุ่นร่างกายการเล่นกายบริหาร
การยืดเหยียดร่างกายในท่าทางต่างถูกต้องเหมาะสม
เรียนรู้การผ่อนคลายด้วยการคูลดาวน์
การฟื้นสภาพหลังการฝึกซ้อมวางแผนการวิ่งอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เปรียบกับการเรียนหนังสือเริ่มจากชั้นเตรียมอนุบาลก่อนเข ้าอนุบาล
ต่อไปประถมถึงมัธยมค่อยเรียนไปเรียนระดับมหาวิทยาลัย
อย่าคิดเรียนลัดกระโดดข้ามชั้นทีเดียว 2 - 3 ขั้น จะช้ำใจ
บาดเจ็บแล้วต้องมานั่งดูคนอื่นวิ่ง เป็นอะไรที่โหดร้ายสำหรับนักวิ่งที่สุด
ถ้ายังไม่เคยวิ่งมาก่อน แนะนำให้เริ่มจากการเดินช้าสลับ เดินเร็ว
เพิ่มการเดินเร็วมากขึ้นจนสามารถเดินเร็วได้ตลอด
ทำอย่างนี้ให้ได้ต่อเนื่อง 20 นาทีอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน
แล้วค่อย ๆ เพิ่มสัปดาห์ละ 2 นาทีจนต่อเนื่องได้ 40 นาที
หลังจากนั้นให้ปรับเป็นเดินเร็ว สลับกับการวิ่งเหยาะ ๆ
ค่อยปรับวิ่งเหยาะมากขึ้นลดเดิน เร็วให้น้อยลงจนสามารถวิ่งเหยาะได้อย่างต่อเน ื่อง
ตลอดระยะเวลาสำหรับนักวิ่งที่แก่พรรษาแล้ว
กา รรีบเร่งเพิ่มความหนักของแผนการซ้อม
ก็ต้องคำนึงถึงการที่ร่างกายจะปรับรับกับความหนักของงานได้
โดยไม่บอบช้ำ บาดเจ็บและมีการชดเชยสร้างเสริม
เพื่อฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพการวิ่งที่เริ่มจากวิ่งเร็ว ๆ
วิ่งมาก ๆ นอกจากจะสุ่มเสี่ยงต่อการบาดเจ็บแล้ว
ยังทำให้ระบบภายในร่างกายทำงานหนัก
เกินขีดความสามารถร่างกายจะเหนื่อยล้า
การฟื้นสภาพหลังการซ้อมไม่สมบูรณ์
ทำให้จิตใจห่อเหี่ยว ย่อท้อ เบื่อหน่าย
เข็ดขยาดกับความเหนื่อยสุดท้ายก็จะพาลเลิกลาก่อนที่จะวิ่งได้จริง ๆ
และมีทัศนคติในการวิ่งที่ติดลบอยากวิ่งให้สนุก
วิ่งได้อย่างยั่งยืน ยาวนาน
ต้องท่องบ่นไว้ในใจเสมอว่า ใจเย็น ๆ นะจ๊ะ
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่อง
ศรี23 กุมภาพันธ์ 2557
::
::
กฏของนักวิ่ง
กฏข้อที่ 6 จงรับฟังและเชื่อในเสียงการเตือ นของร่างกาย
เช้านี้ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ล้า
ตามข้อต่อต่าง ๆ ไม่ค่อยสดชื่น
หรือตอนนี้มีอาการเจ็บตามกล้ามเนื้อ ปวดในข้อ
เดินและวิ่งจะเจ็บเป็นจุด ๆ
มีอาการอ่อนเพลีย ไม่อยากทานอาหาร
เข็ดขยาดการซ้อม นอนไม่หลับ
เวียนศีรษะ มึนงง คลื่นใส้ อยากอาเจียน
รู้สึกขาจะเบา ๆ เหมือนลอยจากพื้นหัวใจเต้นรัว ๆ เร็ว ๆ ไม่เป็นจังหวะ
เหนื่อยเร็วกว่าปกติ มีแสงวิบวับในสายตา เจ็บหน้าอก
หายใจติดขัด ไม่สะดวกหลายอาการนี้ของนักวิ่ง
เป็นการเตือนของร่างกายที่จะสื่อให้เรารับรู้อะไรบางอย่าง
ดังนั้น เสียงสัญญานที่เราได้รับมีความสำคัญยิ่ง
ที่เราจะต้องรับฟังและนำมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น
เพื่อป้องกัน ปรับปรุง แก้ไข บำบัด รักษา
หรือเพื่อพัฒนาเราต้องเรียนรู้การแยกแยะ
ถึงความแตกต่างของสัญญานที่เกิดขึ้นว่า
เป็นอาการในทางบวกหรือเป็นการเตือนในทางลบ
อาการไหนที่ซ้อมวิ่งต่อไปได้
อาการไหนที่ต้องลดความเข้มข้น
ของการซ้อมลงอาการไหน
ที่ต้องเปลี่ยนแปลงแผนการซ้อม
อาการไหนที่ควรหยุดพักและหรือควรไปพบแพทย์
เพื่ิอวินิจฉัยเสียงที่ดังเพียงเล็กน้อย
อย่ามองข้ามหรือละเลยความสำคัญ
เพราะอาจสร้างปัญหาที่ใหญ่ยิ่งในอนาคตของชีวิตเราได้ครับ
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
25 กุมภาพันธ์ 2557
::
::
กฏของนักวิ่งกฏข้อที่ 7 ตารางซ้อมที่ดีไม่มีสูตรสำเร็จ
เริ่มย่างก้าวเข้าสู่ยุทธจักรของนักวิ่งสิ่งแรกที่นักวิ่งทั่วไปถวิลหาก็็คือ
ตารางซ้อมระดับเทพที่ขวนขวายหากันทั้งในเน็ต ในตำราต่าง ๆ ที่ว่อนอยู่ทั่วไป
ประจวบเหมาะโชคดีมีเทพประทานให้ เหมาะสมกับจริตและต้นทุน
แต่มากรายที่ต้องประสบพบพานกับมารร้ายในชีวิตของการวิ่ง
ถ้าตารางซ้อมเป็นเลิศจริงก็คงมีเหรียญทองโอลิมปิคทุกหย่อมหญ้า
ความสำคัญอยู่ที่การประเมินต้นทุนที่มีอยู่อย่างเที่ยงตรง
พัฒนาจากรากฐานที่มีอยู่ไปตามลำดับขั้นตอน
ไปสู่ความสุดยอดรูปแบบการฝึกซ้อมต้องส่งเสริมให้
เพิ่มประสิทธิภาพครบทุกด้านฝึกซ้อมด้วยแผนการซ้อมที่เหมาะสม
กับเป้าหมายของระยะทางแข่งขันตารางและแผนการฝึกซ้อมต้องมีวัน
หนักสลับกับเบาเพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาในการพักฟื้น
และสร้างชดเชยฝึกหนักเกินไปร่างกายก็ช้ำ
ฝึกน้อยไปร่างกายก็ไม่สร้างเสริมฟื้นสภาพเป็นก็วิ่งดีได้
ไม่ว่าจะระหว่างการฝึกซ้อมหรือหลังการฝึกซ้อม
การฟื้นสภาพจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกับการฝึกซ้อมเรียนรู้การรุกเพื่อสร้าง
การถอยเพื่อปรับกลยุทธ์
รูปแบบการฝึกซ้อมที่ชอบ สนุก และมีความสุข
จะมีส่วนในการส่งเสริมที่ดียิ่งตารางซ้อมที่ดี
สำหรับคนหนึ่งอาจจะเป็นตารางซ้อมที่ยอดแย่ของอีกคน
ดังนั้นจึงควรระมัดระวังในการนำตารางซ้อม
มาบงการชีวิตการวิ่ง
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
25 กุมภาพันธ์ 2557
::
::
กฏของนักวิ่งกฏข้อที่ 8
สนามซ้อมไม่ใช่สนามแข่ง สนามแข่งไม่ใช่สนามซ้อม
อาทิตย์นี้ไปวิ่งที่งานนี้ดีกว่ า คิดว่าไปซ้อมแล้วกันครูค่ะ
หนูมีตารางซ้อม 10 โล หนูไปวิ่งซ้อมที่งานนี้นะคะหรือวันนี้
มีเพื่อนมาซ้อมด้วย อัดให้เต็มที่เลยดีกว่าเป็นโอกาสที่ดีแซงเราได้ยังไง !
เสียชื่อเจ้าถิ่นอัดกลับคืนให้ไ ด้วิ่งให้เร็วที่สุดเพื่อทำเวลาให ดีขึ้นทุก ๆ วัน
และก็มีอะไรอีกหลากหลายทัศนะของ แต่ละคนสนามซ้อมก็คือสนามซ้อม
แผนการซ้อมก็ระบุอย่างชัดเจนมีการวางรูปแบบหนักสลับเบา
เพื่อให้โอกาสร่างกายได้พักฟื้นมีการวางแผนให้มีการกระตุ้นร่างกายอย่างเหมาะสม
การฝึกซ้อมแต่ละครั้งจะต้องได้รับการกำหนดตามต้นทุนตามขีดความสามารถของนักวิ่งแต่ละคน
ระยะเวลาของการฝึกซ้อมและอัตราส่วนที่เหมาะที่สุดระห่างปริมาณ
และความหนักในการซ้อมซึ่งจะไม่ได้มีผลเฉพาะทางร่างกายเท่านั้น
แต่จะส่งผลถึงสภาวะทางจิตใจด้วย
ถ้าเรายังใช้สนามซ้อมให้เป็นเสม ือนสนามแข่งขันร่างกายและจิตใจ
จะถูกบีบเค้นอย่างหนักติดต่อกันนำไปสู่ภาวะการซ้อมที่หนักเกินปกติ
และมีช่วงเวลาในการฟื้นสภาพไม่พอเพียงการฝึกซ้อมในวันต่อไป
ก็ไม่สามารถทำได้เต็มประสิทธิภาพเท่าที่คว ร
อาจเป็นสาเหตุุให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายการซ้อมไม่ส่งผลดีในการพัฒนา
ที่สำคัญเป็นการทำลายแผนการซ้อมที่กำหนดไว้อย่างสิ้นเชิง
สนามแข่งขันมีบรรยากาศที่กระตุ้นให้นักวิ่งมีความคึกคัก กระฉับกระเฉง
เป็นสิ่งเร้าที่ทำให้ปฏิกริยาเคมีในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง
การที่นักวิ่งจะบอกว่าแค่ไปวิ่งเล่นๆ
ถ้าเป็นนักวิ่งที่ไม่ได้มีเป้าหมายในการแข่งขัน
หรือมีเป้าหมายในการสร้างสถิติใหม่ๆของตัวเองในสนามต่อไป
ก็เป็นสิ่งที่ทำได้โดยไม่มีผลกร ะทบต่อการฝึกซ้อม
แต่ถ้าเป็นนักวิ่งที่อยู่ในโปรแกรมการซ้อม มีเป้าหมายที่รออยู่
การลงวิ่งที่ไม่เหมาะสมกับช่วงเวลา
ก็จะทำให้ร่างกายมีการพัฒนาที่ผิดขั้นตอนตามที่ได้มีการวางแผนระยะเวลาไว ้
ตั้งแต่เริ่มต้นการได้รับแรงกระตุ้นจากภายนอกบรรยากาศ
เพื่อน ๆ นักวิ่ง ร่างกายมีปฏิกริยาจากภายใน
ขบวนการทางเคมีในร่างกายมีการตอบสนอง
และเป็นสิ่งเร้าที่ทำให้การวิ่งในวันนั้น
ไม่เหมือนการซ้อมปกติจะส่งผลกระทบถึงแผนการซ้อมในวัน ต่อไป
ถ้าทำติดกันอยู่บ่อยๆการพัฒนาก็จะไม่เกิดขึ้น
ร่างกายขาดโอกาสที่จะพักฟื้นเพื่อปรับปรุง สร้างเสริม
และชดเชยอย่างเพียงพอจิตใจจะเกิดความห่อเหี่ยว
ท้อแท้และหมดพลังขับดันที่จะพุ่งสูงขึ้นต่อไป
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
27 กุมภาพันธ์ 2557
::
::
กฏของนักวิ่ง
กฏข้อที่ 9 วอร์มอัพกับคูลดาวน์ เรื่องสำคัญที่ต้องทำ
เวลามีน้อย ไม่ทันไปทำงาน ดึกแล้วไม่ทันสนามปิดเลิกงาน
เลิกเรียนช้าไปหน่อย ขอข้ามการวอร์มอัพและคูลดาวน์แล้วกันมาวิ่งได้ก็ดีแล้ว
อย่ามากเรื่องนักเลยวิ่งไปก็เหมือนวอร์มในตัวอยู่แล้วคูลดาวน์อีกทำไม
ที่วิ่งมาเหนื่อยแทบตายเหตุผลมีอีกมากมาย
ที่จะทำให้นัก วิ่งกระโดดข้ามสิ่งสำคัญไป
การวอร์มอัพหรือการอบอุ่นร่างกายมีประโยชน์มาก
เพราะจะช่วยให้นักวิ่งมีการเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ
เป็นการกระตุ้นให้อวัยวะระบบต่าง ๆ ของร่างกาย
ให้เตรียมพร้อมที่จะรับการทำงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการทำงานในกิจวัตรประจำวัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบประสาทกล้ามเนื้อ ระบบการหายใจ
ระบบไหลเวียนเลือดเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเอ็นกล้ามเนื้อ
การทำงานของข้อต่อต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยป้องกันการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญที่สุดคือการกระตุ้นให้ร่างกายทำงานในระบบแอโรบิคได้อย่างรวดเร็ว
การคูลดาวน์หรือคลายอุ่น ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกัน
นักวิ่งไทยส่วนใหญ่จะละเลยหรือปฏิบัติพอเป็นพิธี
ให้ผ่าน ๆ ไปน่าเสียดายมาก ๆ ร่างกาย
ต้องการความช่วยเหลือเป็นอย่างมากในการส่งเลือดจากกล้ามเนื้อคืนสู่หัวใจ
ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจคืนสู่ภาวะปกติเป็นผลดี
สำหรับการขจัดของเสีย การผ่อนคลายและการฟื้นสภาพให้เร็วยิ่งขึ้น
เปิดโอกาสให้กับร่างกายในการซ่อมแซม ชดเชย
สร้างเสริมเพื่อปรับปรุง หลายคนมักจะบ่นทุกเช้าว่า
มีอาการเมื่อยล้า ไม่สดชื่น ปวดเนื้อ ปวดตัว
ลองหัดคูลดาวน์ซะบ้าง
จะเห็นสวรรค์บนทางวิ่งมีจริง
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
1 มีนาคม 2557
::
::
กฏของนักวิ่งกฏข้อที่ 10 ซ้อมต้องไม่เหนื่อยฟรี
วิ่งก็ต้องเหนื่อย ทำไมถึงไม่ต้องเหนื่อยฟรีครูดิน ! อย่ามาเขียนมั่วๆ ไร้สาระ เสียเวลาอ่านไม่อ่านก็ได้นะครับ ถ้าคิดว่าไม่เป็นประโยชน์นักวิ่งจำนวนมากที่มีเวลาซ้อมอย่างเต็มที่ทุก ๆ วัน
บางคนก็มีการพัฒนาอย่างดีเลิศ สุดยอดบางคนก็ทรง ๆ วิ่งยังไงก็อย่างนั้นทุกวันบางคนยิ่งวิ่งยิ่งแย่ แย่ลงทุกวันจนเกิดความท้อแท้น่าประหลาดใจมั้ยล่ะครับ ในเมื่อซ้อมทุกวันเหมือนกันเหนื่อยแทบทุกวัน แต่เหนื่อยอาจไม่เหมือนกันคุณอาจจะเหนื่อยมากกว่าหรืออาจเหนื่อยน้อยกว่าถ้าคุณเป็นหนึ่งในนักวิ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จลองกลับมานั่งทบทวนแผนการซ้อมที่ผ่านมาว่ามีสิ่งใดบ้างที่ควรได้รับการเปลี่ยนแปลง แก้ไข ปรับปรุงในหนึ่งสัปดาห์ มีการซ้อมหนักระดับเหนื่อยที่ตึงเครียดมีการบีบเค้นในความพยายามเกินกว่า 3 วันหรือไม่ข้อนี้แย่แน่นอน เหนื่อยฟรีเห็นชัด ๆ ร่างกายจะไม่ได้รับโอกาสในการปรับปรุง ซ่อมแซมสร้างชดเชยที่ถูกใช้ไปกลับคืนอย่างเพียงพอนานเข้าก็จะมีอาการอ่อนเพลีย เมื่อยล้า สารอาหารไม่พอวิ่งระยะทางเท่าเดิมเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอร่างกายมีการปรับปรุงให้สามารถรับกับการฝึกซ้อมที่มีอยู่ได้อย่างเป็นปกติแล้ว ก็จะไม่มีการปรับปรุงมากขึ้นขีดความสามารถก็จะไม่เพิ่มขึ้นเช่นกันวิ่งหนักๆติดกันทุกวัน
โถ !แค่ 3 วันก็แย่แล้วดังนั้นข้อนี้ก็มีคำอธิบายอยู่ข้างบนแล้ววิ่งเร็วทุกวัน ไม่เคยฝึกวิ่งระยะทางไกลบ้างเลยง่ายๆก็วิ่งได้เร็ว แต่ก็คงวิ่งได้ไม่นานวิ่งเร็วไม่เป็น กลัวเหนื่อยวิ่งช้าทุกวันวิ่งช้าจนชิน หัวใจไม่เคยเต้นแรง ๆ กล้ามเนื้อหดเร็วไม่ดี ไม่ฝึกความสัมพันธ์ของร่างกายการจะวิ่งให้เร็วขึ้นก็คงเป็นไปได้ยากมีอาการบาดเจ็บแต่ไม่ยอมหยุดพัก รักษาหรือบำบัดไปวันๆไม่ชอบการยืดเหยียดหรือเล่นกายบริหารทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่พัฒนาทั้งสิ้นลองมาปรับแผนการฝึกซ้อมใหม่ ให้มีความยืดหยุ่นตามสภาพของร่างกายการซ้อมต้องมีวันหนักสลับเบาไม่วิ่งหนักติดต่อกันเกิน 3 วันในหนึ่งสัปดาห์ฝึกวิ่งช้า วิ่งนาน วิ่งไกลสัปดาห์ละ 1 วันฝึกวิ่งความเร็วบ้างในวันที่ร่างกายสดชื่นหรือหลังวันพักให้ความสำคัญต่อการพักเพื่อฟื้นสภาพกายบริหาร ยืดเหยียดเป็นอาหารหลักมีการแบ่งช่วงการฝึกให้เหมาะสมกับเป้าหมายการแข่งขันวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งเพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาให้ตรงจุดไม่ดื้อรั้นที่จะฝึกซ้อมในขณะที่บาดเจ็บ
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
7 มีนาคม 2557
::
::
หมายเหตุ
ฉันเก็บบทความที่ครูดินแนะนำเรื่องการวิ่งตอนฉันเริ่มอยากวิ่งจริงจังและไม่รู้จะเริ่มปฏิบัติตัวอย่างไร มีอะไรต่อมิอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองอย่างมาก ยังเก็บบทความนี้ไว้อ่านซ้ำอีก และอยากเอามาฝากเพื่อนที่รักการออกกำลังกายเหมือนกัน เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้าง
ขอบพระคุณครูดินมากค่ะ
ภูพเยีย




Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2559 8:26:05 น.
Counter : 1371 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  

ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]