All Blog
--- วิ่ ง ขึ้ น ด อ ย ส า ม ห ง ก 2 1 กิ โ ล ---








งานนี้ไม่พร้อมเลย ซ้อมน้อย เรี่ยวแรงไม่ค่อยมี เรื่องนี้ไม่ได้พูดออกตัวก่อนเพื่อต้องการคำชมใด ๆ แต่รู้สภาพตัวเอง ไปวิ่งเหมือนไปซ้อมยาวในเช้าวันอาทิตย์ พยายามใช้เวลาสามชั่วโมงต่อจากนี้ให้ดีที่สุด ไม่กดดันตัวเองทั้งที่รู้ล่วงหน้ามาแล้วว่า งานวิ่งขึ้นดอยไม่ใช่งานง่ายไม่ว่าขาขึ้นและขาลง แถมยังมีถึงสามเนินยาว ๆ เหมือนการขึ้นเขาไม่มีที่สุด แต่พยายามทำให้ดีที่สุด วิ่งให้สนุก ทำใจไว้หมดว่าจะดีเอนเอฟได้ทุกเวลา ขออย่าเป็นตะคริว !

ความไม่พร้อมนอกจากฝึกซ้อมไม่พอแล้ว การพักผ่อนก่อนงานวิ่งก็ไม่พอ เครียดมากที่ต้องนอนห้าทุ่มกว่า ทั้งที่ต้องตื่นเช้า กว่าจะหลับก็เที่ยงคืน ตื่นตีสาม เตรียมกินและใช้เวลาเดินทางไปสนามแข่ง 40 นาที

เขาจะปล่อยตัวตี 5 แต่ฟ้ามืดมาก เกรงจะเป็นอันตรายกับนักวิ่งและช่างภาพก็ถ่ายรูปให้ยากด้วย จึงเลื่อนเวลาไปอีกครึ่งชั่วโมง

ตอนนี้ก็มองไปรอบ ๆ ได้ยินนักวิ่งคุยกันว่า งานนี้มีแต่นักวิ่งขาแรงทั้งนั้น บางคนมาแก้มือจากครั้งที่แล้ว หลายชมรมมาช่วยงานวิ่ง คุ้นเคยกันเป็นส่วนมาก ส่วนฉันเฉย ๆ ไม่ได้เกรงกลัวใครหรอก ชอบและดีใจที่ได้มาเห็นคนเก่ง ขาแรงและซ้อมมาอย่างดี เรามากันคนละเป้าหมาย ฉันแค่พยายามให้ผ่านจนเข้าเส้นชัย ใครที่บอกว่า วิ่งให้ถึงนั้น ใคร ๆ ก็ทำได้ อาจจะจริงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะถ้าไม่ซ้อมหรือซ้อมไม่ถึง การวิ่งขึ้นดอยนั้นไม่ใช่งานหมู ๆ หากบาดเจ็บหลังงานนี้ก็ไม่คุ้มเลยทีเดียว

แต่ฉันเหมือนหมูไม่กลัวน้ำร้อน !!

หลังจากเสียงแตรดังแล้ว นักวิ่งที่ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม ฉันมีประสบการณ์ในงานวิ่งมาบ้าง ไม่ตื่นเต้นนักที่ใครต่อใครแซงคนแล้วคนเล่า และคงได้เห็นใครต่อใครตอนกลับตัว


เส้นทางวิ่งสวยงามมาก อากาศยามเช้าสดชื่นแบบที่มันควรเป็น เผื่อใจว่าฝนจะตกเพราะก่อนหน้านี้ฝนตกหนักตั้งแต่ตีห้าเป็นต้นไปทุกเช้า กังวลนิดเดียวเพราะถึงตอนนั้น เราคงแก้ปัญหาไปตามสถานการณ์กันได้

ฉันวิ่งรั้งท้ายอย่างที่เป็น โชคดีที่ไม่กังวลใจ อยากรู้เหมือนกัน ทางไกลขนาดนี้ วิ่งคนเดียวจะรู้สึกอย่างไร

ฉันวิ่งตามกลุ่มนักวิ่งจนถึงกิโลที่ 7 และหลังจากนี้คือทางชันและยาว ไม่สามารถจ็อกกิ้งได้ อย่าว่าแต่จ็อกกิ้งเลย เดินยังก้าวแทบไม่ไป อาการของคนซ้อมน้อยออกฤทธิ์แล้ว เริ่อมสำเหนียกในใจว่าจะเอายังไง ถ้าเจ็บเพราะฝืนเกินไป อาจไม่ได้วิ่งอีกนาน พยายามเดินจนถึงกิโลที่ 8 และพยายามจ็อกกิ้งต่อ


เริ่มเจอนักวิ่งขาแรงวิ่งกลับตัวลงมาแล้ว แต่ละคนสาวเท้ายาวมาก ทางลงไม่ง่ายเลยนะหากใครเคยวิ่งขึ้นดอยลงดอยจะเข้าใจ

สักพัก เจอหมอลินดา เธอตะโกนมาว่า พี่ภูสู้ ๆ ค่ะ ฉันยังยิ้มได้อยู่นะ แต่แรงไม่ค่อยมี

วิ่งขึ้นไปจนถึงกิโลที่ 9 เห็นสามีกลับตัวลงมาแล้ว เขาถ่ายรูประหว่างทางให้ ยังยิ้มได้อยู่

วิ่งขึ้นไปถึงกิโลที่ 10 เจอพี่คนที่เดินด้วยกันกิโลที่ 7 กำลังกลับตัวลงมา เธอบอกว่า เก่งมาก สู้ ๆ นะ อีก 500 เมตรจะกลับตัวแล้ว


ฉันยังยิ้มไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดกลับตัว ได้ยินเขาพูดกันว่า มาเกือบหมดแล้ว นี่คู่สุดท้าย (หมายถึงกลุ่มที่ตามหลังฉันมาอีกห้าคน)


เรายังวิ่งกลับตัวลงมา แรก ๆ ยังไม่เดียวดายมากนัก เพราะยังเห็นเพื่อนนักวิ่งข้างหน้าลิบ ๆ แต่สักพักฉันก็เริ่มวิ่งตามลำพัง แต่ลำพังแบบหวาดเสียวแพราะมีรถพ่วงวิ่งมาเป็นช่วง ๆ


ฉันวิ่งลงมาถึงกิโลที่ 12 เจอเพื่อนนักวิ่งรุ่น 40 เหมือนกัน ร่างท้วม เธอกำลังค่อย ๆ จ็อกกิ้งขึ้นมา นับถือใจมาก ๆ เธอยังบอกฉันว่า ค่อย ๆ ไปนะคะ พี่คนสุดท้ายแล้ว เท่ากับว่าตอนนี้เธออยู่กิโลที่ 8 เท่านั้น อีกสองกิโลครึ่งกว่าจะได้กลับตัว

หนทางช่างยาวไกล นึกไม่ออกว่าจะวิ่งได้แค่ไหนในวันนี้ หากเลือกวิ่งสนุก ๆ 10 k ป่านนี้ก็ได้กินข้าวต้มอร่อยไปแล้ว แต่ก็นั่นแหละ อยากใช้ภาวะข้างในให้สุดแรง อยากเรียนรู้เรื่องกำลังใจในยามวิกฤต คิดเสมอว่า หากเราไม่พยายามและปล่อยให้มี DNF ขึ้นสักครั้งทั้งที่พอไปต่อได้นั้น ครั้งต่อไปก็จะง่ายขึ้น นอกจากรู้ตัวเร็ว ๆ ว่า ร่างกายจะพังหากฝืน

ฉันยังอยู่ในสภาพดีแต่รีบไม่ได้ ยังเกาะกลุ่มนักวิ่งคนอื่นอยู่

พอถึงกิโลที่ 15 หยุดถ่ายรูปให้น้องผู้ชายคนหนึ่งระหว่างทาง ต่างให้กำลังใจกัน รู้สึกว่าเราจะรั้งท้ายจริง ๆ แล้ว เหลือน้องผู้หญิงหนึ่งคน คุณลุงวัย 76 หนึ่งท่านและนักวิ่งรุ่นเดียวกันอีกหนึ่งคนเท่านั้น

ฉันวิ่งมาถึงกิโลที่ 18 เป็นทางแยก แต่ฉันดันข้ามถนนไปทางตรง ผ่าน 7/11 ไป ตอนแรกไม่เอะใจ แต่วิ่งไปได้ 500 เมตร เอ๊ะ ทำไมมันว้าเหว่มากนะ ถามป้าที่ขี่จักรยานสวนมาว่า ทางไปน้ำพุร้อนทางไหน ป้าชี้บอกว่า ทางแยกนั่นแหละหนู ฉันต้องวิ่งกลับทางเดิมจนไปบรรจบกับน้องคนสวยอีกครั้ง

จากนั้นเราก็วิ่งด้วยกัน น้องคนสวยบอกว่า พี่แซงไปก่อนนะ ฉันไม่มีแรงจะแซงหรอก ได้แต่บอกว่า ไปด้วยกันนะ อีกสองกิโลเอง เราวิ่งตามกันไป วิ่งไปในเส้นทางก็เกือบจะฟูลไทม์แล้ว นาฬิกาฉันมันเกินไปหนึ่งกิโลเพราะไปผิดทาง ระหว่างวิ่งกิโลสุดท้าย ทำไมมันเงียบมาก ไม่ได้ยินเสียงประกาศในงาน ไม่เห็นรถและทางวิ่งก็แคบลงทุกที เห็นบ้านเรือนผู้คนสงบมากเพราะยังเช้าอยู่ แถมเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ผู้คนพักอยู่ในบ้าน หมาออกมาต้อนรับเราสองคนด้วย วิ่งไปเรื่อย ๆ ชักเอะใจว่ามันเงียบเกินไป เลยถามชาวบ้านดูว่า น้ำพุร้อนอีกไกลมั้ย ไปทางไหน ปรากฎว่า เราหลงทาง ลุงบอกว่า ต้องย้อนกลับไปทางสามแยก

ขาอ่อนเลยล่ะตอนนี้ น้องก็หมดแรงแล้ว เธอบอกว่าตะคริวจะขึ้น ส่วนฉันน่ะหมดตั้งนานแล้ว แต่ทำไงได้ ก็ต้องวิ่งกลับ น้องคนสวยโทรฯบอกแฟนว่า วิ่งหลงทาง ให้รอก่อน คงไปถึงช้า

เรื่องมันเศร้ามาก เป็นบทเรียนของการวิ่งระยะไกลกว่ามินิมาราธอน เราต้องรู้เส้นทางการวิ่งของเรา เพราะตอนหลงทางนี่ อาการแย่มาก ฉันเคยหลงทางงานเขาประทับช้างมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่งานนั้นสภาพดีมาก วิ่งดีและนำหน้าคู่วิ่งด้วย งานนี้รั้งท้ายก็จริงแต่เวลาไม่ได้เลวร้ายมาก ตะคริวก็ไม่มีวี่แววทั้งที่วิ่งลงเขามาไกลมาก แต่ยังพลาดเพราะไม่สนใจศึกษาเส้นทางการวิ่ง โชคดีไม่ใจเสียแล้ว ยังไปต่อได้

ระหว่างสองเราวิ่งไปจุดฟินิช นักวิ่งอื่น ๆ ทยอยกลับบ้านกัน ปรบมือให้เราสองคนมาตลอดทาง ให้กำลังใจว่าอีกนิดเดียวจะถึงแล้ว น้องก็บอกทุกคนว่า น้องหลงทาง ฉันได้แต่หัวเราะ ขอบคุณทุกคนที่ปรบมือให้เรา ขำในความโก๊ะของตัวเองมาก

พอถึงเส้นชัย เขาตกใจกันที่เราหลงทาง แต่ฉันขำ ๆ นะ ไม่คิดมาก บอกแต่แรกแล้วว่ามาซ้อมยาวบนเส้นทางสวยงามกับนักวิ่งขาแรงคนอื่น ๆ สนุกดีด้วย เส้นทางระยะนี้นานพอให้รู้สึกว่า เราต้องออกแรง ต้องใช้ภาวะภายใน เอาชนะสิ่งเร้าภายนอกที่มารบกวนให้เลิกกลางคันได้ ขณะวิ่งรู้สึกสงบ ได้เห็นอะไรต่อมิอะไร มั่นใจว่า เมื่อวิ่งแล้วต้องไปให้ถึงที่หมาย

เรื่องที่ประทับใจมากที่สุดในวันนี้คือ รภพยาบาลของโรงพยาบาลแม่ออน จอดดูแลเราตั้งแต่กิโลที่ 15 จนกิโลที่ 20 เลย (ก่อนที่ฉันกับน้องจะเลี้ยวทางผิด )

เจ้าหน้าที่ขับรถพยาบาลตามดูห่าง ๆ และไม่เปิดหน้าต่างมาถามหรือชวนขึ้นรถ ไม่กดดันเรา ฉันรับรู้และซาบซึ้งใจมากที่งานเล็ก ๆ ที่จัดขึ้นมีการเอาใจใส่ดูแลอย่างดีจากหน่วยรักษาพยาบาล ขอบคุณที่มีน้ำใจและดูแลนักวิ่งรั้งท้ายอย่างฉันมาตลอดเส้นทางการวิ่งครั้งนี้ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ

งานนี้มีข้าวต้มเหลือรอนะ สนุกมากและรู้เลยว่า ฉันต้องฝึกซ้อมใหม่และตั้งใจให้มากกว่านี้ ที่ผ่านมาทำให้ได้บทเรียนหลายอย่าง เอาเวลาการวิ่งให้คุณหมอ(เพื่อนนักวิ่งคนเก่ง)ดู เธอบอกว่า รู้แล้วว่าทำไมถึงวิ่งไม่ดีเพราะอย่างนี้นี่เอง ไม่ซ้อมแล้วยังมาวิ่งนี่อันตรายมากนะคะ

ฉันเคยเตือนใครต่อใครมาเสมอว่า ถ้าไม่ซ้อมอย่าลงวิ่ง ถ้าไม่พร้อมไม่ต้องไปวิ่ง แต่ตัวเองกลับทำเสียเอง ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างอย่างเด็ดขาด

แต่เพราะฉันตั้งใจจะไปซ้อมวิ่งยาวในเช้านี้ จึงให้อภัยตัวเองได้และไม่อยากโทษตัวเองเกินควร อย่างน้อยก็มั่นใจเรื่องสุขภาพใจดีพอสมควร ไม่ถอดใจหรือยกเลิกกลางคันเพราะอายที่จะเข้าเส้นเป็นคนสุดท้าย ดีใจที่ไปถึงแม้สภาพหลังแข่งไม่ค่อยดีนัก นั่นเพราะเป็นการวิ่งขึ้นและลงเขาที่ไกลที่สุดตั้งแต่เคยวิ่งมา

ฉันตั้งใจจะฝึกซ้อมอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง และตั้งใจว่า ปีหน้าจะกลับมาวิ่งที่ดอยสามหงกอีกในสภาพที่เตรียมตัวพร้อมกว่านี้

ขอบคุณที่วิ่งมาถึงวันนี้ได้ ดีใจที่ยังวิ่งอยู่และคิดถึงการฝึกซ้อมที่ดีเพื่อวันนี้และวันต่อ ๆ ไป อยากวิ่งระยะยาวให้ยาวนาน


ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
24 กรกฎาคม 2559
งานวิ่งยุพราช มินิ - ฮาล์ฟมาราธอน












Create Date : 25 กรกฎาคม 2559
Last Update : 25 กรกฎาคม 2559 10:19:16 น.
Counter : 374 Pageviews.

3 comments
  
สวัสดีค่าคุณภู ^^
วันนี้มาทางบล็อกบ้าง
เรื่องวิ่งนี่ยอมแพ้เลยค่ะ
ไม่มีความมุ่งมั่นพอ อย่างมากก็แค่ออกกำลังกายที่บ้าน
แต่ไม่ถนัดวิ่งจริงๆ
คุณภูเก่งมากเลย ฝึกซ้อมวิ่งจริงจัง ไปวิ่งมาราธอนบ่อยๆด้วย
แบบนี้แข็งแรงมากเลยนะคะ
ดอยสามหงก แค่ชื่อก็เหมือนยากเย็นแล้ว
นี่วิ่งตั้งเป็นสิบๆกิโล โอยยย
เยี่ยมไปเลยค่า

โดย: lovereason วันที่: 27 กรกฎาคม 2559 เวลา:0:33:52 น.
  

ขอบคุณคุณนุ่นสม่ำเสมอ
เกรงใจจริง ๆ เราแทบไม่ได้คุยกับใครเป็นเรื่องเป็นราวเลย เขียนอะไรเสร็จก็หายหัวไป พอมีเรื่องใหม่ก็มานั่งบันทึกทิ้งไว้ แต่เห็นชื่อ ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ล่ะค่ะ

อยากบอกตามจริงเลยว่า เราไม่เก่งหรอกหากเทียบกับนักวิ่งขาแรงจริง ๆ เป็นที่โหล่ทุกรายการค่ะ แต่เรามีความสุขและสนุกกับมัน ยังไม่เบื่อที่จะพัฒนาฝึกฝนตนเองไปเรื่อย ๆ เสียท่าแต่กำลังเราน้อย ต้องเกลี่ยกำลังงานให้ถึงเส้นชัยทุกครั้ง ไม่ได้กลัวบาดเจ็บจนไม่กล้าฝึกวิ่งเร็วหรอก ความจริงคือไม่มีทางลัด เราค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ของเราไปทีละน้อย เรียนรู้ได้เร็วพอควร แต่ไปไม่ได้เร็ว ตามกำลังของตัวเอง โชคดีที่รู้เป้าหมายในการวิ่งแต่ละครั้ง จบการวิ่งก็ภูมิใจกับมันทุกครั้งไป
ทบทวนอีกครั้ง ยังดีใจที่วิ่งได้ค่ะ หากคุณนุ่นมีเวลา ลองออกกำลังกายในแบบที่คุณนุ่นชอบนะคะ อยากเห็นเพื่อนดี ๆ มีสุขภาพดีไปด้วยค่ะ :)
โดย: ภูเพยีย วันที่: 29 กรกฎาคม 2559 เวลา:10:57:37 น.
  
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: peepoobakub วันที่: 9 มีนาคม 2560 เวลา:12:01:56 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]