All Blog
--- Singhakao Mini Marathon 2015 ---
























เช้าวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2015 นี้ มีกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ สิงห์ขาว มินิมาราธอน 10.5 k ครั้งที่ 1 ฉลองครบรอบ 50 ปี รัฐประศาสนศาสตร์ ม.ช.

การเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพในวันนี้ื ฉันไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อนเลย เพราะฉันไม่ได้ซ้อมหรือเตรียมตัวก่อนลงวิ่งเหมือนรายการอื่น ๆ เพราะทุกครั้งที่เราปรารถนาจะวิ่ง หัวใจสำคัญที่สุดคือการเตรียมตัว

คนที่บ้านถามฉันสั้น ๆ ก่อนไปหาลูกว่า วันอาทิตย์ไปวิ่งกันมั้ย ฉันพยักหน้า ไปสิ ไม่ได้วิ่งยาว ๆ เลยตั้งแต่หยุดไปเกือบสองอาทิตย์ ได้วิ่งจริง ๆ แค่ห้ากิโลเท่านั้น แล้วเย็นวันเสาร์ เขาเพิ่งบอกว่า ไปซื้อใบสมัครหน้างานวิ่งก็แล้วกัน วันนี้ไปไม่ทันแล้ว ฉันงง ๆ เพราะกำลังจะถามว่า เช้าวันอาทิตย์เราจะไปวิ่งที่ไหน

กลายเป็นว่า งานวิ่งเพื่อสุขภาพครั้งนี้ ฉันรู้ตัวว่าจะต้องลงแข่งตอนเย็นหมาด ๆ แต่คิดว่า ไม่มีปัญหาอะไร ร่างกายไหว แต่ตกใจนิดหน่อยเพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ บางอย่างฉันต้องใช้เวลาเตรียมตัวมากพอควร อย่างน้อยก็ครึ่งเดือนขึ้นไปเพื่อความปลอดภัยของร่างกาย

เจ้าแฝดก็เพิ่งตกลงใจเหมือนกันว่าจะวิ่งด้วย เราไม่ได้ชวนเพราะพวกเธอไม่ได้ซ้อม แต่เธอว่า สิบกิโล พอวิ่งได้ เราก็ดีใจที่ลูกจะวิ่งด้วย

เช้าวันอาทิตย์ เรามาถึงสนามก่อนหนึ่งชั่วโมงเพื่อซื้อใบสมัครและทำตัวกลมกลืนกับสถานที่ ไม่กระหืดกระหอบเหมือนไปแข่งที่แม่ออนที่ไปก่อนเวลาเฉียดฉิว ไม่ได้วอร์มร่างกาย ตื่นคน ผลที่แย่สุดคือ วิ่งไม่ออกตั้งแต่กิโลแรกและเหนื่อยจนจะก้าวขาไม่ไป เรามานั่งวิเคราะห์กันเล่น ๆ ว่า เราสี่คนเป็นเหมือนกันหรือเปล่าที่วิ่งไม่ออกเพราะเราไปในเวลากระชั้นชิดอย่างนี้ เปรียบเทียบกับเมื่อตื่นเช้า ๆ ไปเป็นกำลังใจตอนปล่อยตัวนักวิ่งมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอนก่อนจะถึงเวลาของเรานั้น แบบไหนดีกว่า เราได้ข้อสรุปตรงกันว่า มาก่อนเวลาสักชั่วโมงน่าจะดี กินอาหารมาให้เรียบร้อยและเดินปะปนนักวิ่ง ทักทายคนรู้จัก เดินดูการแต่งกายแปลก ๆ แฟนซีซึ่งเป็นสีสันของงาน ดูรองเท้าที่เขาใส่กัน งานนี้เรามาเร็วจึงมีเวลาตามกลิ่นอาหารที่เขาเตรียมไว้ให้นักวิ่ง มีน้ำเต้าหู้ กาแฟ ให้กินรองท้อง งานนี้มีข้าวไข่เจียวให้กินด้วย เจียวไข่กระทะร้อนตรงนั้น แต่ฉันกินไม่ได้แล้วเพราะรองท้องมาเรียบร้อยแล้ว จะไม่วิ่งท้องว่างเด็ดขาด ไม่สนุก

ก่อนแข่ง แฝดพี่เกิดปวดหัว ตาลาย เธอบอกว่า คงไม่ไหว ขอไม่วิ่ง เราเข้าใจ เพราะพูดกันตลอดแล้วว่า ใจกับกายไม่พร้อมก็ไม่ต้องดันทุรัง เรายังวิ่งวันอื่นได้ กลายเป็นว่าวันนี้เราวิ่งสามคน แต่สามีฉันบอกว่า ขอวิ่งไปก่อนนะ อยากทำเวลาดู ฉันเข้าใจอารมณ์นี้นะ เลยบอกลูกอีกคนว่า ลูกก็วิ่งไปก่อนเลย วันนี้แม่จะวิ่งตามลำพัง ไม่ต้องห่วง

ไม่น่าเชื่อว่า งานมินิมาราธอนสิงห์ขาวที่จัดเป็นครั้งแรกคนจะมากมายอย่างนี้ ใกล้เวลาปล่อยตัวนักวิ่งตอน 6 โมงตรง คนยังสมัครกันไม่เสร็จ กว่าเจ้าภาพจะเปิดพิธีและปล่อยตัวก็ 6.20 น. ยิ่งสายอากาศจะร้อน เพราะหกโมงนี่ฟ้าสว่างมาก ดูนักวิ่งแต่ละคนคึกคักกันมาก สาว ๆ แต่งหน้าสวย แต่งตัวสวย มีนักวิ่งมาจากหลายชมรม แต่ละชมรมก็คุ้นหน้าคุ้นตากันหมด เป้าหมายของเขาก็ต่างกับเรา ศักยภาพสูงก็หวังสูงได้ แต่สำหรับฉัน คิดในใจว่า วิ่งถึงอยู่แล้ว วิ่งในแบบของฉัน รู้จังหวะหายใจ ก้าวสั้น ๆ มีสติ ระมัดระวังและสำคัญที่สุดคือวิ่งให้สนุก ฉันบอกลูกแบบนี้เช่นกัน

เขาปล่อยตัวตอน 6.20 น. ออกจากคณะรัฐศาสตร์ไปหน้าม.ช. วิ่งตรงไปยังสวนสัตว์และวิ่งอยู่ในสวนสัตว์ ถ้าไม่เคยวิ่งขึ้นดอยสุเทพเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา งานนี้จะตื่นตกใจได้ เราไม่ได้มาสำรวจเส้นทางการวิ่งก่อนจึงไม่ทราบว่าวิ่งไปไหนบ้าง เพิ่งรู้ตอนวิ่งว่ามีทางขึ้นเนินประมาณ 45 องศาถึงสามครั้ง บางคนถึงกับเดิน แต่ฉันตั้งใจแล้วว่าจะจ๊อกกิ้งไปเรื่อย ๆ การวิ่งขึ้นเนินในช่วงกิโลแรกนั้นพอไหว แต่ลูกที่สองและสามนี่ หัวใจเต้นแรง ต้องอึดมาก วิ่งคนเดียวไม่มีหัวลากนี่ดีอย่าง มีสมาธิอยู่กับตัวเอง ใครจะแซงก็แซงไป แต่ไม่เคยมีใครแซงกันช่วงขึ้นเนินเลย ฉันมีโอกาสแซงนักวิ่งที่กำลังเดินขึ้นเนินเหมือนกัน พอขึ้นเนินสูง ก็ต้องเป็นทางวิ่งลง การวิ่งลงก็ยังต้องก้าวสั้น ๆ รักษาเข่า ข้อเท้าไม่ให้พลิก ดูเหมือนง่ายแต่เราจะวิ่งพุ่งไปไม่ได้ หน้าจะคะมำ ฉันคิดว่านักวิ่งส่วนใหญ่มีประสบการณ์ตรงนี้ดีพอ

เราวิ่งออกจากสวนสัตว์มาโผล่ที่หน้าวัดฝายหิน วิ่งเลียบหลังมอผ่านประตูวิศวะฯ ประตูเกษตรฯ นั่นหมายถึงเราวิ่งมา 4 กิโลแล้ว และวิ่งไปเรื่อย ๆ จนถึงคลองชลประทานก่อนที่จะเลี้ยวซ้าย วิ่งตรงไปก่อนที่จะเข้าประตู ปตท. และเริ่มวิ่งในมอชอ เแดดยามสายส่องรำไร อากาศร้อนนิดหน่อย มีน้ำให้กินทุกสองกิโล ไม่เหนื่อยมากเพราะผ่านเนินชันที่สวนสัตว์มาแล้ว วิ่งทางราบค่อนข้างสบาย

ฉันวิ่งไปได้เรื่อย ๆ เพราะสปีดไม่ได้ ไม่ได้ซ้อมมาก่อน ไม่อยากเสี่ยงกับการเจ็บหัวเข่า

งานนี้เขามีเหรียญแจกสำหรับนักวิ่งที่วิ่งข้ามเส้นชัย 300 คนแรกเท่านั้น ฉันเลิกคิดเรื่องเหรียญมานานแล้ว ของอย่างนี้ต้องรู้ตัวเองโดยไม่ต้องมีใครมาบอก ฉันไม่อายที่จะพูดตรง ๆ ว่า เวลาวิ่งของฉันไม่ดี วิ่งเหมือนเต่าคลาน แต่วิ่งเข้าเส้นชัยสบาย ๆ ทุกที แค่นี้ที่ฉันพอใจ ฉันไม่อยากหลงประเด็นในการวิ่งของฉัน ถ้าเพื่อสุขภาพ ก็จะเท่านี้ แต่ก็ตั้งเป้าให้วิ่งได้ไกลกว่านี้ ให้อยู่ในเวลาที่เขากำหนด ที่สำคัญ ฉันต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนแข่งครั้งหน้า เพราะชัยชนะของฉันไม่ได้อยู่ที่อยากชนะคนเก่ง ๆ ทั้งหลาย แต่คือการเตรียมตัวให้ดีก่อนการลงแข่งขันวิ่งต่างหาก นอกจากนี้ ฉันยังมีความสุขกับการได้ชื่นชมนักวิ่งเก่ง ๆ ในงาน เสน่ห์ของทัณฑ์ทรมานก็มีฉะนี้ละนะ


ขอบคุณสุขภาพกายที่ดีและใจพร้อมที่จะวิ่งด้วย

ขอบคุณรองเท้าสเก็ตเชอร์สีส้มคู่ใจ
ที่ทำให้วิ่งไปข้างหน้าโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรองเท้าที่สวมอยู่

ขอบคุณกิจกรรมการวิ่งเพื่อสุขภาพ
ทำให้กระตุ้นหัวใจคนเฉื่อย ๆ ให้รักษาวินัยและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ









ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๘









Create Date : 23 สิงหาคม 2558
Last Update : 24 สิงหาคม 2558 8:22:18 น.
Counter : 570 Pageviews.

1 comments
  
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: peepoobakub วันที่: 13 มีนาคม 2560 เวลา:18:20:17 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]