All Blog
--- อ ยู่ บ้ า น ดี ๆ ไ ม่ ช อ บ ---










เช้าวันเสาร์ เป็นวันที่เราจะซ้อมวิ่งระยะยาว ฉันตื่นตีสี่ตามที่นัดกัน ลงมาเพื่อจะกินอาหารก่อนออกวิ่ง แต่ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดกล้ามเนื้อมาก จึงขอตัวว่า ไม่สบาย ไม่น่าจะวิ่งได้ ขอเลื่อนไปเช้าวันอาทิตย์นะ อยากนอนพักให้หายก่อน สมมุติว่า วันนี้ต้องลงวิ่งจริง ๆ แล้วเจออาการนี้ ฉันจะไม่ฝืนวิ่งเด็ดขาด มีงานวิ่งอื่น ๆ อีกตั้งเยอะ ร่างกายไม่พร้อมก็ไม่อยากวิ่ง เสียดายไม่เท่าเสียใจภายหลัง

วันทั้งวัน ฉันนอนซมไข้ ตกเย็นก็ยังไม่ดีขึ้น จึงเริ่มนอนต่อตั้งแต่สองทุ่มจนรุ่งเช้า แต่ยังวิ่งเช้าวันอาทิตย์ไม่ไหว รอให้หายดีก่อน แต่สบายตัวกว่าเมื่อวาน แม้เจ็บคอเพราะอากาศร้อนจัดแต่กินอาหารได้มากขึ้น บ่าย ๆ ยังมีแก่ใจไปเฝ้านกเค้าที่ฝางกัน กลับบ้านก็นอนเล่น อากาศร้อนมาก ๆ ในที่สุดก็ตัดสินใจไปสำรวจเส้นทางใหม่เพื่อซ้อมวิ่งดับร้อน (แหะ แหะ ความจริง อยากวิ่งมาก)

เมื่อวานเป็นวันแรกที่เราออกวิ่งตอนเย็น พบเจอผู้คนระหว่างทางตั้งแต่โรงพยาบาล เลาะไปตามหมู่บ้าน ไปทางหนองบัว หนองควายตกฯลฯ มอเตอร์ไซค์ที่ผ่านเราต่างชะลอดูว่าใครวิ่ง พอเห็นเป็นเรา เขาก็ว่าเยี่ยมเลย นึกไม่ถึงว่าเราจะวิ่งว่างั้นเถอะ ก็แน่ล่ะ..เราไม่เคยวิ่งเวลาปกตินี่ ไม่ก่อนตะวันขึ้นก็หลังตะวันตกดินไปแล้ว หลังสองทุ่ม คนชนบทก็เข้าบ้านเตรียมตัวนอนกันหมดแล้ว เหลือแต่เราสองคนที่ออกมาซ้อมวิ่ง เราทำแบบนี้มาเป็นปีแล้ว เพียงแต่ไม่เคยบอกใครและไม่เคยมีใครรู้ แต่ละคนก็ชวนเราไปออกกำลังกายบ้าง เต้นแอโรบิกหรือไม่ก็รำวงเพราะช่วงหลังไม่เห็นฉันไปฟิตเนสเลย

ระหว่างทาง จะก้มหน้าก้มตาวิ่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูรถราที่ผ่านไปมาและคอยหลบเขาด้วย เราจะเห็นคนงานเก็บกระเทียมหลังรถกระบะที่ผ่านเราไปไม่ว่าคันไหนต่างก็หันมามองเราสองคน ฉันยิ้มให้พวกเขาด้วยนะ

ชาวสวนที่กำลังมัดกระเทียมก็หยุดมองเรา ยังคุุยกันว่าเป็นปรากฏการณ์เล็ก ๆ ที่ออกวิ่งให้ชาวบ้านรู้เห็นความเป็นไปของเรา ผ่านร้านรวงขายครัวย่อยเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านในซอยออกมาซื้อกับข้าวกับปลากลับบ้าน ต่างหันมามอง หลายคนจำได้ ตะโกนมา เก่งมากหมอ เด็กเล็กเด็กน้อยสะกิดกันดูป้ากะลุงตอนวิ่งผ่าน หมาเห่าเขย่าปอดนิดหน่อย ไม่มาแบบหมาหมู่นี่ไม่กลัวหรอก แต่มีหมาทุกที่ สงสัยว่าทำไมหมาแถวนี้หุ่นเดียวกันหมด ส่วนใหญ่เป็นหมาพันทาง ตัวยาว ขาสั้นทั้งนั้น ไม่น่าเกรงขาม เหมือนจะกัดคนไม่เป็น

วิ่งไปข้างหน้าเจอตำรวจตั้งด่าน งงว่าพวกเขามาทำอะไรแถวนี้ เขารู้จักเราเลยทักทายกันสักหน่อย พอรู้ว่าวิ่งตั้งต้นมาจากโรงพยาบาลก็ทำตาโตกันใหญ่ อืมนะ มันก็ไกลแต่ไม่มากนักสำหรับคนที่วิ่งเป็นประจำอย่างเรา จะว่าวิ่งสร้างภาพก็จะมาวิ่งให้เห็นกันบ่อย ๆ เปิดตัวบ้างก็ดี วิ่งมาปีกว่าแล้วเขาไม่รู้เพราะเราไม่เคยบอกใคร ตอนซ้อมก็ซ้อมหลังปิดร้านแล้ว ไม่มีใครเห็นเราสองคนหรอกนอกจากพรรคพวกไม่กี่คน

ผ่านหนองควายตกก็วิ่งเข้าไปถ่ายรูปเล่น น้ำในหนองแห้งขอด ปีนี้แล้งมากจนเกือบลืมว่าที่นี่เราเคยมาเล่นบานาน่าโบ้ตกัน คว่ำเรือกันสนุกสนาน มีอาหารร้านประจำตั้งอยู่ข้าง ๆ นั่งกินลมชมวิวพระอาทิตย์ตกกัน ไม่คิดฝันว่าวันหนึ่งจะมาปักหลักอยู่อำเภอห่างไกลแบบนี้

เราวิ่งไปเรื่อย ๆ ราวกับเส้นทางนี้ไร้ผู้คน มันไม่น่ากลัวหรอกแต่ที่ไม่ไปจนสุดสายนั้น เราเกรงว่าขากลับมันจะมืดเพราะเราไม่เคยวิ่งตอนกลางคืนนอกจากในโรงพยาบาล
แต่ขาวิ่งกลับ ลมไม่ร้อนเหมือนตอนออกสตาร์ท ฉันไม่กลัวแดดกลัวฝ้าหรอกเพียงแต่ร้อนแล้ววิ่งไม่ออก สนามต่อไปนี้ต้องเจอแดด จึงต้องมาซ้อมให้ใกล้เคียงของจริงหน่อย

การเริ่มต้นที่ว่ายากแล้ว สิ่งที่ยากกว่านั้นคือความต่อเนื่อง ฉันยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่า ทำไมจึงรักษาความรู้สึกอยากวิ่งได้เป็นปี ๆ ทั้งที่มันเหนื่อยมาก วันไหนไม่ได้วิ่งก็เหมือนมันขาดอะไรไปสักอย่าง ฉันหลงเสน่ห์การวิ่งตรงไหนกันนะ ยังหาคำตอบถูกใจตัวเองไม่ได้เลย

ครั้งนี้เราคุยกันไปตลอดทาง คุยเรื่องรองเท้า (สำหรับเรื่องการวิ่งด้วยใจหรือทุกอย่างเริ่มที่ใจ อันนี้ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจตรงกันว่า ฉันเริ่มต้นจะทำอะไรนั้นจากการมีใจ มีแรงบันดาลใจ แต่อุปกรณ์ในการวิ่งฉันต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่ม ฉันยังไม่แน่พอที่จะวิ่งเท้าเปล่า จึงพูดถึงเรื่องรองเท้ากันบ่อยครั้ง ) โตอ่านมาว่า รองเท้าที่ใส่วิ่งอาจจะคนละคู่กับที่ใส่ลงสนามจริง ควรเป็นคู่ที่นุ่มและซัพพอร์ทเท้า แต่ฉันว่า ซ้อมคู่ไหน แข่งคู่นั้น ก่อนแข่งไม่จำเป็นไม่ต้องซักรองเท้าเลย ถุงเท้าถ้าไม่เน่าเกินก็น่าจะคู่ที่ใส่ซ้อมนั่นแหละ ยังไม่รู้ว่าแบบไหนถูกที่สุด แต่ฉันเป็นแบบนี้ จะไม่ใส่รองเท้าที่ไม่เคยใส่ซ้อมลงสนามเด็ดขาด อย่างน้อยต้องเอามาย่ำให้เชื่องก่อน

น้องที่กล้า ๆ กลัว ๆ การวิ่งอดที่จะถามเรื่องรองเท้าไม่ได้ว่าจะซื้อยี่ห้อไหนดี
ตอบยากนะเพราะรองเท้ามีความลึกลับซับซ้อนพอ ๆ กับเท้าเรา เท้าสองข้างก็ใช่ว่าจะเท่ากัน ท่าเดินส่งผลต่อท่าวิ่ง ฉันนี่ตัวมีปัญหาเลย เดินแบบนักเลง ปลายเท้าซ้ายไปทางซ้าย ปลายเท้าขวาไปทางขวา เวลาวิ่งมีปัญหามาก นึกขึ้นได้เมื่อไรก็ต้องปรับเท้าไปทางหน้าให้เท้าบิดน้อยลง ยิ่งวิ่งยาว ๆ รองเท้าต้องเปลี่ยน เท้าโตขึ้นหรือไรไม่ทราบ คู่ที่ใส่มาตลอดกลับใส่วิ่งไม่ได้แล้ว แน่นเท้า แปลกจริง ๆ

แนะนำบางยี่ห้อให้น้องไปแล้วก็ต้องลองเองว่าใส่สบายมั้ย ตอนใส่ก็ยังบอกอะไรไม่ได้มาก ใส่วิ่งจริง ๆ จึงจะรู้ ขอให้ใส่มันออกมาวิ่งจริง ๆ ทีเถอะ รองเท้าสวยไม่ทำให้วิ่งเร็วขึ้นแต่อาจทำให้อยากออกมาวิ่ง หรือบางทีจ่ายแพงอาจจะเสียดายเงินบ้างก็ได้ ออกวิ่งบ่อย ๆ จึงจะคุ้มนะ วิ่งแล้วจะค่อย ๆ เรียนรู้ไปเองว่า รองเท้าที่ดีคือรองเท้าที่เราใส่แล้วไม่ต้องกังวลถึงมัน

'อย่าอายที่เป็นคนวิ่งช้า
อย่าอายที่จะบอกใครว่าเราเป็นนักวิ่งถ้าเราสามารถตื่นเช้ามาวิ่งได้ทุกวัน'

เรากลับตัวตอนหกกิโลครึ่ง ขาไปนี่วิ่งช้าและถ่ายรูปข้างทางเยอะมาก สนุกสนานไปเรื่อย ๆ พอพระอาทิตย์ตก ลมโชยมา อากาศสดชื่น (โชคดีของเราที่ได้มาอยู่ที่นี่ ฉันรักที่นี่จริง ๆ) ฉันเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว หายป่วยหายไข้หรือไร หลังจากนี้ก็วิ่งดีขึ้น สนุกมากขึ้น ไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเลยเวลาวิ่ง ความท้อไม่มี รู้ว่าไปได้เรื่อย ๆ

นึกถึงช่วงทำงานเป็นลูกจ้างเขา ฉันเหมือนคนที่วิ่งตลอดเวลา จริงจังกับชีวิต ฉันจมอยู่กับชีวิตที่แข่งขัน เร่งรีบ ช่วงชิงความเป็นหนึ่งเพื่อความอยู่รอด กดดันตัวเองสารพัด อยากเก่ง ไม่อยากโง่ อยากดีกว่านี้ ล้วนแล้วแต่กำหนดเป้าหมายในใจไปเอง ผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ รู้สึกผ่อนคลาย

นึกไม่ถึงว่าจะต้องมาผูกเชือกรองเท้าและออกวิ่งอีกครั้ง ครั้งนี้จริงจังเหมือนเดิมต่างในรายละเอียดของชีวิต เลือกที่จะมีความสุขและเน้นสุขภาพเป็นหลัก

ฉันสร้างวินัยให้ตัวเองเข้มข้นขึ้น แม้ยังบอกไม่ได้ว่าจะยั่งยืนยาวนานแค่ไหนแต่วันนี้รู้สึกดีมาก ไม่ต้องวิ่งแข่งขันกับใคร ฉันเหนื่อยมามากแล้วและไม่สนุก ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้ฉันเข้มแข็งขึ้นไม่รู้ตัวและมีบทเรียนของการใช้ชีวิตมากพอควร


วิ่งครั้งนี้สนุก สบายใจ สูดลมหายใจได้เต็มปอด หัวเราะเสียงดัง วิ่งกับคนที่เรารัก ดูแลกันและกัน และยังสามารถให้รางวัลตัวเองที่ออกมาวิ่งได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอได้รับจากงานวิ่งอย่างเดียว 

อยากชวนเพื่อนมาวิ่งด้วยกันแต่ก็รู้ว่ามันเหนื่อย จึงได้แต่เล่าให้ฟังตามประสาคนขี้เล่า  


ขอบคุณค่ะ
#whenpoopayiaruns
#บันทึกนักวิ่งแนวหลัง
#ภูพเยีย
13032016












Create Date : 14 มีนาคม 2559
Last Update : 15 มีนาคม 2559 8:12:10 น.
Counter : 421 Pageviews.

7 comments
  
นับถือเลยอุ้มยังทำไม่ได้
แต่ลดแป้งลดน้ำมันหันมากินผัก
งดน้ำอัดลมมา 4 วัน รู้สึกว่าผอมลง
อุ้มแวะมาเจิมอ่านค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 14 มีนาคม 2559 เวลา:22:58:32 น.
  
เพื่อจะวิ่งเร็วขึ้น ให้วิ่งช้าลง
กฤตย์ ทองคง
::
ก่อนหน้านี้ ไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ว่า มันคืออะไร เพราะทุกครั้งที่เราลงวิ่งตามงาน หลังจากปล่อยตัว ทุกคนจะพุ่งไปข้างหน้าราวกับวิ่ง 100 เมตรในระยะมาราธอน หากไม่ประเมินตัวเอง ตกใจและวิ่งตามเขา ไม่ถึงสองกิโลก็จุกและแรงหมด แต่นั่นเพราะกำลังเราน้อยและไม่แข็งแรงเหมือนเขา มีนักวิ่งชั้นนำมากมายที่ทำแบบนั้นได้ แต่ไม่ใช่เรา มือใหม่คงต้องค่อยเป็นค่อยไป ฝึกวิ่งเอาระยะก่อนมุ่งเป้าหมายเรื่องเวลา
การวิ่งแบบที่คุณกฤตย์กล่าวข้างต้นนั่นคือ หลังจากที่ปล่อยตัวจากจุดสตาร์ทแล้ว เราจะไม่เทแรงออกกันจนหมด การกักเก็บสงวนแรงไว้สำหรับอนาคต มีความจำเป็นเสมอ
ช่วงนี้เรายังไม่ได้เข้าโปรแกรมซ้อมวิ่งจริงจัง เรียกว่าเป็นการออกกำลังไปเรื่อย ๆ สมัครงานวิ่งไม่ทันสองงานแล้ว ก็ปล่อยเลยตามเลย ยังไม่มั่นใจเหมือนกันว่า ปลายปีจะสมัครงานวิ่งมาราธอนทันหรือเปล่า นึกไม่ถึงเหมือนกันว่า เดี๋ยวนี้งานวิ่งจะเต็มเร็ว เปิดรับสมัครออนไลน์ไม่ถึงชั่วโมงก็เต็มแล้ว ไม่ว่างานระดับประเทศหรือระดับจังหวัดก็ตาม ก็ว่ากันไปตามสถานการณ์เพราะถ้าวิ่งเพื่อสุขภาพ การวิ่งตามงานอาจไม่จำเป็นเท่าไรเพราะวิ่งสม่ำเสมอได้ก็ดีแล้ว
:
สามวันนี้ วิ่งได้เรื่อย ๆ อากาศเริ่มร้อนแล้ว
#whenpoopayiaruns
#บันทึกนักวิ่งแนวหลัง
#ภูพเยีย
โดย: ภูเพยีย วันที่: 16 มีนาคม 2559 เวลา:9:33:27 น.
  

ตื่นตีสี่ ออกเหงื่อแต่เช้า อากาศดี
แต่ฟ้าตอนนี้ยังเป็นสีขาวขุ่น
คิดว่าควันมากกว่าหมอก
สาย ๆ จะเป็นม้าเร็วไปส่งเสบียงให้ลูก ๆ
อยากไปเฝ้านกจาบปีกเทาหัวแดงมาก ๆ เพราะเป็นนกหายากมาก เหลือไม่เท่าไหร่แล้ว
แต่ก็..นะ..ต้องเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง
สวัสดียามเช้าทุกท่านค่ะ

13 km -- 1:23:06 hr -- 844 cal
19032016

--


enough
::
วิ่ง 8 กิโลท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างอึดอัดแต่ไม่ร้อนสาหัส เราไม่ได้คุยกันหรอก ต่างคนต่างวิ่ง วิ่งข้าง ๆ กันตามปกติ เราไม่มีเรื่องคุย นี่ก็เรื่องปกติอีกเช่นกัน ไม่มีเรื่องเครียดคั่งค้างในใจ งานจบก็จบ รู้สึกดีที่ออกมาวิ่ง ...

21032016

โดย: ภูเพยีย วันที่: 22 มีนาคม 2559 เวลา:8:23:28 น.
  
ขณะวิ่ง
คุยกันก็รู้สึกดีอย่างหนึ่ง
ไม่คุยกันเลย ก็รู้สึกดีอีกอย่างหนึ่ง
แต่ยังไม่รู้สึกดีกับการวิ่งไป ฟังเพลงในไอพ็อดไป
แล้วก็ไม่เคยร้องเพลงในใจสักครั้ง
ขณะลงสนามวิ่งจริง
มั่นใจในการฝึกซ้อมที่ดี
แต่ไม่เคยรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวที่แท้จริง
ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร
แม้วิ่งด้วยกำลังขาทั้งสองข้าง
และหัวใจที่พร้อมจะวิ่ง
แต่ไม่เคยมีภาวะโดดเดี่ยว
หรือเรายังไปไม่ถึงอารมณ์ที่ว่านี้
หรือว่าต้องวิ่งไกลกว่าที่เราเคยวิ่ง
มันจะไกลอีกแค่ไหนกันนะ
หรือเพราะเรารู้สึกว่ามีคนที่ชอบเหมือนเรามากมาย
และการที่อยู่ในสังคมคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน
มันมีความสุข
จบการวิ่ง
ศรัทธาในความรู้ที่ครูและนักวิ่งประสบการณ์บอกมา
ศรัทธาในตัวเองที่สามารถทำในสิ่งที่ไม่ชอบ
และพยายามจนสุดความสามารถ
ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่เรียนรู้มา
เห็นการพัฒนาในบางเรื่องของตัวเอง
ขอบคุณการเขียนบันทึกทุกวัน
::
วิ่งวันอากาศร้อนมากแต่อยากวิ่ง
#whenpoopayiaruns
#บันทึกนักวิ่งแนวหลัง
#ภูพเยีย
22032016
โดย: ภูเพยีย วันที่: 23 มีนาคม 2559 เวลา:10:54:33 น.
  
นอกจากขโมยเวลาตัวเองยามเช้าสักสองชั่วโมงในวันเสาร์หรืออาทิตย์แล้ว หลังสองทุ่มคือเวลาทองของฉันเพื่อจะวิ่ง
วิ่งแล้วบันทึกความรู้สึกแต่ละวันและแค่เล่าสู่กันฟัง มิบังอาจชวนเพื่อนมาเหนื่อยด้วยกัน แต่จะตื่นเต้นทุกทีที่มีเพื่อนจับรองเท้าออกวิ่ง รู้สึกมีเพื่อน
เมื่อคืน อากาศร้อน ไม่มีลมโชยมาสักวูบ เป็นคืนที่เหงื่อออกมากจนแสบตา คอแห้งผากเพราะอากาศนั่นเอง แต่ยังคงวิ่งทำเวลา
เป้าหมายของฉันคือทำเวลาให้ดีกว่าเดิม จาก 8 กิโล 49 นาที ก็ขอลดลงสักสองหรือสามนาทีซึ่งต้องวิ่งเพซ 6 ต่อเนื่อง ใจก็คิดว่าคืนนี้วิ่งดีกว่าเมื่อวาน แต่ไม่ใช่ กลับช้าไปหนึ่งนาที ก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน แต่ที่ดีคือ ไม่เหนื่อย หัวใจเต้นปกติ
ฉันตั้งใจจะลองวิ่งแบบ Run Less Run Faster เป็นการวิ่งน้อยลง แต่ทำให้เร็วขึ้น ซึ่งไม่ทราบว่าจะจริงหรือเปล่า โค้ชนักวิ่งบางคนบอกว่า บางคนยิ่งวิ่งยิ่งเละ PR (personal record ) ไม่ต่างไปจากเดิมเท่าไหร่ ฉันเผลอพยักหน้าช้า ช้าาาาาา เกือบเชื่อ บางเรื่องไม่ต้องรีบเชื่อก็ได้ ที่ไม่เชื่อเพราะยังไม่ได้ลองอย่างต่อเนื่องเลย ขอทำจริงจังก่อนจึงจะพยักหน้าแบบเชื่อหมดใจ
วิ่งเสร็จก็กลับมาอ่านเกร็ดความคิดบนก้าววิ่งของมูราคามิอีกครั้งและที่ลิสต์ไว้ในบางช่วง ทึ่งที่เขาเอางานวิ่งกับงานเขียนนิยายมาเป็นเรื่องเดียวกันได้ มันลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันหมายถึงเฉพาะเล่มนี้นะ แต่นิยายเล่มอื่นนั้นอาจจะเกี่ยวเนื่องจากการมีสุขภาพดีของเขา การงานและชีวิตคือการวิ่งระยะยาวที่ไม่มีเนื้อหาของการวิ่งรวมถึงการอ่านที่ทรงพลัง
การวิ่งของฉันยังพึ่งอุปกรณ์บางอย่างเป็นแรงจูงใจนอกจากเรื่องของใจ เมื่อวาน ฉันเห็นคนโพสต์ขายนาฬิกา Garmin ราคา 8 พันบาท มือสองไม่นาน
คนที่บ้านฉันก็เห็น ฉันเชื่อว่าเขารู้ว่าฉันคิดอะไร....
::
#whenpoopayiaruns
#บันทึกนักวิ่งแนวหลัง
#ภูพเยีย
24032016
โดย: ภูเพยีย วันที่: 24 มีนาคม 2559 เวลา:9:35:39 น.
  
สวัสดีค่ะคุณภูเพยีย..

ชอบวิ่งเหมือนกันค่ะ..

ยามเช้าๆ หรือเย็นๆ แถวๆสวนลุม

ได้บรรยากาศ ต้นไม้ร่มรื่นนะค่ะ

อยู่ต่างจังหวัด อากาศบริสุทธิ์ น่าอิจฉาจังค่ะ

มีความสุขมากๆนะค่ะ

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 25 มีนาคม 2559 เวลา:10:04:33 น.
  
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: peepoobakub วันที่: 10 มีนาคม 2560 เวลา:16:08:54 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]