"การหลอกลวงที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ คือ การหลอกตัวเอง"

คุณพ่อโป้ซี่
Location :
ปทุมธานี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




~~~เพิ่งเริ่มใช้งาน รอไปก่อนนะ~~~
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add คุณพ่อโป้ซี่'s blog to your web]
Links
 

 
การจากไปที่ไม่มีวันกลับของไอซ์ซี่



ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก มากเกินที่จะรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้

วันศุกร์ที่ 30-1-52 :
กลับมาจากทำงาน เห็นไอซ์ซี่นอนหน้าห้องน้ำ ก็ไปสะกิด หวังจะให้มันลุกขึ้น แต่พอลุกกลับเดินเป๋ๆ
เคยดูในเน็ต ว่ามันเป็นอาการคอเอียง ก็ยังปลอบใจว่า เอ้อ มันคงซน เลยลื่นเจ็บเอวมั๊ง? พรุ่งนี้ตอนเย็นเลิกงานค่อยพาไปหาหมดแล้วกัน

วันเสาร์ที่ 31-1-52 :
กลับมาจากที่ทำงาน เปิดประตูมา ตกใจสุดขีด! มดมารุมตอมไอซ์ซี่เต็มตัวไปหมด แต่ไอซ์ซี่ยังไม่ตาย รีบพาไปหาหมอที่คลองหลวง
หมอบอกมันเป็นอาการคอเอียงจริงๆ แต่ที่มดมันขึ้น มดมันมากินน้ำที่เยื่อตาของมัน หมอบอกให้หยอดยาให้มันทุกชั่วโมง
แต่ว่าหมอบอกว่า ทำใจไว้ด้วย โอกาสรอดยาก ถ้าจะหายก็เป็นเดือน อย่าเอามันไปปล่อยนะ
ก็บอกกับหมอว่า ต่อให้มันเดินไม่ได้เลย ก็จะเลี้ยงจะดูแลมันไปตลอด
พูดประโยคนี้ไป ทำให้รู้สึกถึงความรู้สึกของคุณพ่อ บิ๊ก ดีทูบี ที่เคยนึกในใจว่า เป็นซะขนาดนี้แล้ว ทำไมยังให้หมอเยียวยาอีก (ผมกราบขอโทษจากใจจริงเลย)
กลับมา ก็รีบให้ยา หยอดตา แต่มันก็ยังนอนหมดสภาพ หยอดตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถึงเที่ยงคืน มันเกร็งตลอดเวลา ก็หยอดไป ร้องไห้ไป

ตีหนึ่งวันอาทิตย์ที่ 1-2-52 :
ตั้งปลุกไว้ เพื่อจะมาหยอดยา แต่ว่า ได้ยินเสียงร้องไอซ์ซี่ ซึ่งตั้งแต่เลี้ยงมา มันไม่เคยร้องเลยซักครั้ง
รับขึ้นไปดู เอาไฟส่องดูม่านตาทั้ง 2 ข้าง ไม่มีการตอบสนองแล้ว
รีบอุ้มมันขึ้นมา แล้วมันก็หายใจช้าลง ช้าลง ช้าลง จนมันหยุดหายใจไป
พยายามเขย่าตัวแล้ว นิ้วกดปั้มหัวใจก็แล้ว ก็ไม่ตอบสนอง
หูเริ่มเย็น ก็เป็นสัญญาณแล้วว่า ไอซ์ซี่ ได้จากไปแล้ว
เสียงร้องครั้งสุดท้าย มันทรมานมากๆอย่างแน่นอน
ตั้งแต่วินาทีที่มันได้จากไป ก็ได้แต่นั่งร้องไห้ กอดไอซ์ซี่ในสภาพไร้วิญญาณ ถึงตี 2 ก็เอาผ้าคลุมมันไว้ ตอนเช้าจะได้ไปเอามันไปฝัง

เช้าวันอาทิตย์ที่ 1-2-52 :
ตื่นมาเห็นผ้าที่คลุมไอซ์ซี่ไว้ขยับ นึกว่ามีปาฏิหารย์ ที่ไหนได้ โปโป้มาดึงผ้าเล่น มันจะรู้ไหม ว่าพี่มันได้จากไปแล้ว
ลงมาข้างล่าง จะหาที่ฝัง แต่ว่า ดินแถวบ้านมันแข็งมาก
จนปัญญาจริงๆ สุดท้ายเลยโยนไอซ์ซี่เข้าพงหญ้า อย่างน้อยมันได้หลับท่ามกลางธรรมชาติ น่าจะดีกว่าดงถังเทศบาลล่ะ

แต่ก็มานั่งนึกโทษตัวเอง ว่าทำไมไม่พาไปหาตั้งแต่เมื่อคืน หรืออย่างน้อยช้าที่สุดตอนเช้าก็ยังดี
ทำไมต้องรอถึงตอนเย็น หรือหนึ่งชีวิตนี้ เราไม่ได้รักมันจริงๆ
หรือเป็นนิสัยเรา มองมันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยไปซะทุกๆเรื่อง
หรือเราเอาแต่บ้างาน จนไม่สนใจอะไรเลย

เป็นอย่างนี้มาจะอาทิตย์นึงแล้ว ก็เริ่มจะปรับอารมณ์ได้บ้างแล้ว
การจากไปไอซ์ซี่ ทำให้หันมาคิดทบทวนในชีวิตว่า เราทำอะไรอยู่
ทำให้มันดี กับทำให้ถูกต้อง ฟังแล้วผลลัพธ์อาจเหมือนกัน แต่วิธีการต่างกันโดยสิ้นเชิง
ทำให้มันดี คือทำยังไงก็ได้ ให้มันดี
ทำให้มันถูกต้อง คือ ทำยังไงก็ได้ ให้มันเป็นไปตามระบบที่วางไว้
ต่อไปผมจะเลิกบ้างาน ใส่ใจในรายละเอียดชีวิตให้มากขึ้น
อย่างน้อย ก็ขอให้การเสียไอซ์ซี่ เป็นการสูญเสียครั้งสุดท้าย ที่เกิดจากผลการใช้ชีวิตที่ขาดสมดุลของผม
ที่ให้น้ำหนักกับงาน มากจนไม่มีเวลาให้กับตัวเองและคนรอบข้างเลย

ขอบคุณนะลูกพ่อ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา หนูสอนพ่อให้ควบคุมอารมณ์ รู้จักให้ความรัก รู้จักให้อภัย รู้จักให้คิดถึงคนอื่นที่เราหลงลืมไป

พ่อรักหนูเสมอ ขอให้ลูกหลับสบายนะ ไอซ์ซี่ลูกพ่อ.....



Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2552 13:23:31 น. 2 comments
Counter : 263 Pageviews.

 


เสียใจด้วยค่ะ โชคดีที่คุณได้อยู่กับเค้าตั้ง5 ปี ของเรา2ปีเอง ที่จริงมันมีอายุขัยถึง8ปี แต่เราเลี้ยงเค้าให้อยู่ได้แค่2ปีเอง
มีคนปลอบว่าถึงเวลามันก็ไป แต่มันก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดีค่ะ


โดย: quilt วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:20:38 น.  

 
เสียใจด้วยนะคะ ไม่ได้แวะมานาน มาถึงก็ได้รับข่าวร้ายเลย

เอ่อ...เราปลอบใครไม่ค่อยเก่ง ขอโทษด้วยนะค๊า เอาเป็นว่า ขอให้ไอซ์ซี่ไปสู่สุขคตินะคะ


โดย: yamara-tee วันที่: 8 เมษายน 2552 เวลา:18:53:15 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.