แปดบาทจรดลพ้นวิถี (ปูดองเทวดา)
Group Blog
 
All blogs
 

ไปผ่าตัดแก้นอนกรนมา

ขอท้าวความก่อน เพื่อความเข้าใจ ตั้งแต่ต้นเรื่อง
คือผม มีอาการนอนกรน มาตั้งแต่ไหนแต่ไร จนจำความไม่ได้ว่าเริ่มกรนตั้งแต่เมื่อไหร่
การกรนของผมก็อยู่ในระดับแนวหน้าของอาการชนิดนี้ กล่าวคือ สามารถสร้างความรำคาญให้แก่ผู้ใกล้ชิด อันได้แก่ ภรรยาของผม จนต้องแยกที่นอนกัน มีคนเดียวที่มีความสามารถนอนห้องเดียวกับผมได้ก็คือ ลูกชาย ที่ชักจะมีแนวโน้มว่าโตขึ้นก็อาจจะมีอาการเหมือนผม เพราะได้ยินเสียงนอนกรนแบบยังเบาๆอยู่บ้างเป็นครั้งคราว
ทีนี้อยู่มาวันหนึ่งก็อ่านในหนังสือพิมพ์เจอวิธีการแก้ไขโรคนอนกรนโดยไม่ต้องผ่าตัด อ่านดู ก็ได้ใจความว่าเขาใช้วัตถุชนิดหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติ ให้ตัวได้ สอดเข้าไปในเพดานอ่อน เพื่อไม่ให้เพดานอ่อนลงมาปิดทับช่องทางหายใจ และราคาก็แพงประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท ผมก็เลยได้แรงบันดาลใจว่า เอ๊ มันน่าจะมีวิธีรักษาโรคนอนกรนโดยวิธีอื่นๆอีกมั้งเนี่ย เขาเลยเรียกวิธีนี้ว่าเป็นการรักษาทางเลือก อย่ากระนั้นเลย เราจงใช้ Google เสาะหาดูคงจะรู้เป็นแน่
แอ่น แอ๊น หาไปหามา อ่านดูหลายคอลัมน์ ก็มาเจอที่คิดว่าน่าจะเข้าท่าที่สุด ก็คือ คลีนิคพิเศษรักษาโรคนอนกรนของโรงพยาบาล จุฬาฯ
ว่าแล้วก็ไม่รอช้า รีบ โทร 1133 ถามเบอร์โรงพยาบาลจุฬา เพื่อทำนัด
(จันทร์-ศุกร์ 8:00-16:00 โทร 02-2565193-4
เสาร์-อาทิตย์ 8:00-12:00 โทร 02-2565166, 02-2565175)
ขอแจ้งให้ทราบเป็นความรู้ว่า ถ้าท่านไม่โทรไปทำนัดก่อน อยู่ดีๆ ท่าน walk in เข้าไปที่โรงพยาบาลเลย ท่านก็จะต้องจ๋อย เพราะ เขาจะให้ท่านทำนัดในวันนั้น ส่วนจะได้นัดเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับคิวของคนไข้ที่มีอยู่ก่อนหน้าที่ท่านจะติดต่อ ในกรณีของผมค่อนข้างจะโชคดีก็ได้นัดหมอหลังจากวันนัดประมาณ 3 อาทิตย์กว่าๆหน่อย
คุณหมอที่ตรวจผม เป็น Specialist ทางนี้(รักษาโรคนอนกรน) คือ รศ.นพ. ประกอบเกียรติ หิรัญวิวัฒน์กุล ท่านทั้งรักษาโรคด้วย และ เก็บข้อมูลทำวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีรักษาด้วย ดังนั้น อาการใดๆที่เกี่ยวข้องกับการนอนกรน ท่านจะรู้ที่มาที่ไปหมด
ไปตรวจครั้งแรก ท่านจะสอดกล้อง เข้าไปในรูจมูกเราทั้งสองข้างเพื่อดูว่าผนังจมูกของเรานั้น ตรง หรือ คด มากน้อย เพียงไร และท่านก็จะให้เราไปถ่ายเอ็กซเรย์ในช่วงปากถึงคอ เพื่อ นำมาวินิจฉัยในครั้งต่อมา
ปกติคุณหมอจะนัดครั้งละประมาณ 1 เดือน โดยที่คุณหมอก็จะให้ยาแก้คัดจมูกมากิน ให้น้ำเกลือมาฉีดล้างโพรงจมูก ให้ยาพ่นจมูกมาพ่นก่อนนอน เพื่อที่จะดูว่าหลังจาก กินยา ล้างน้ำเกลือ พ่นยา แล้ว อาการนอนกรนดีขึ้นบ้างมั้ย ก็สรุปได้ว่า อาการดีขึ้น แต่ก็ยังกรนอยู่
เมื่อครบกำหนดนัด ไปหาคุณหมอ พร้อมฟิล์มเอ็กซเรย์ คุณหมอก็จะวินิจฉัยให้เราฟัง โดยให้คนไข้ทั้งหมดที่ไปในวันนั้นมาดูฟิล์มเอ็กซเรย์ของทุกๆคน แล้วท่านก็จะอธิบายให้ทุกๆคนฟัง เป็น case by case
สามารถสรุปโดยภาษาชาวบ้านง่ายๆได้ว่า การนอนกรนนั้น เกิดขึ้นเนื่งจากมีการไปขวางทาง ทางเดินหายใจ ทำให้ช่องทางเดินหายใจ แคบลง จนถึง ขั้น อุดตัน
สาเหตุของการขวางทางเดินหายใจก็มีด้วยกัน หลายอย่าง เช่น
ผนังกั้นจมูกคด เมื่อนอนปิดปากหายใจทางจมูก แล้วนอนตะแคงทางด้านที่ทำให้ผนังจมูกด้านทีแคบกว่ากดทับมาทางด้านจมูกที่กว้างกว่าก็จะทำให้ด้านที่กว้างแคบลง ทำให้ หายใจไม่สะดวกมากขึ้น
หรือ เพดานอ่อน(บริเวณลิ้นไก่) อยู่ต่ำมาก ทำให้เมื่อเวลาเรานอนหงาย เพดานอ่อนลงมาปิดกั้นช่องหลอดลม ทำให้หายใจไม่สะดวกมากขึ้น
หรือ ลิ้นเรายาว ทำให้โคนลิ้นลงไปอยู่ต่ำ บริเวณเดียวกับที่เพดานอ่อนลงมากดทับ ทำให้เมื่อเวลาเรานอนหลาย ก็จะช่วยกันกับเพดานอ่อน ปิดกั้น ช่องหลอดลมให้แคบลง จนถึงขั้นปิดสนิท
หรือ โดยสรีระ ของเรา ช่องหลอดลม เราค่อนข้างจะแคบอยู่แล้ว ก้จะเป้นผลประกอบให้การปิดกั้นช่องหลอดลมทำได้สนิทมากขึ้น(ในกรณีของคนอ้วน ที่มีคออวบใหญ่ เมื่อเวลานอน จะยิ่งมีน้ำหนักกดทับจากเนื้อและไขมันบริเวณคอลงไปช่วยกระหน่ำซ้ำเติมด้วย)
ของตัวกระผมนั้น ดีหนึ่งประเภทหนึ่ง คือมีทุกสิ่งอย่างที่กล่าวมา (555)
ทีนี้ คุณหมอก็ วิสัชนา ให้เราฟังว่า อันว่าการนอนกรนนั้นสามารถแบ่งออกเพื่อ ให้ตรงกับ จุดประสงค์การมาหาหมอของคนไข้ แบ่งได้เป้น 2 ประเภท ก็คือ
แท๊แด่
การนอนกรนที่ไม่เกิดอันตรายต่อคนไข้ และ
การนอนกรนที่เป็นอันตรายต่อคนไข้
ผมจะพยายามอธิบายตามที่ผมเข้าใจละกันนะครับ(ไม่รับรองว่าถูกต้องตามหลักวิชาแพทย์หรือเปล่า)
กล่าวคือ เมื่อเกิดสภาวะการปิดกั้น ของช่องทางเดินหายใจ ถ้าร่างกายยังมี สมรรถภาพดี สามารถหายใจออก หรือหายใจเข้า ผ่านสภาวะปิดกั้น ได้ สภาวการณ์นี้ก็จะเป็นการกรนที่สร้างเพียงความรำคาญ เฉยๆ โดยไม่เกิด อันตรายแต่อย่างใด
แต่เมื่อใดก็ตาม ที่ร่างกายไม่สามารถ หายใจออก หรือหายใจเข้า ผ่านสภาวะการปิดกั้น ได้ ก็จะทำให้เกิด สภาวะการหยุดหายใจเกิดขึ้น ซึ่งการหยุดหายใจนี้ ก็จะทำให้ เลือดไม่ได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นตามปกติที่ควรจะได้รับ แล้วก็จะทำให้ อ๊อกซิเจนที่ไปเลี้ยงสมอง น้อยลงเรื่อยๆ ถ้ากลไกอัตโนมัติของร่างกายสามารถ ผลักดันให้ร่างกาย หายใจผ่านอุปสรรคได้อีกครั้งหนึ่ง(อาจจะโดยการสำลัก ที่เราจะได้ยินจากผู้ที่นอนกรนเสียงดัง ทีเป็นเสียง กระชาก คร่อกๆๆ คร่อกๆๆ ในบางรายร่างกายจะมีอาการสะดุ้งด้วย)
ร่างกายก็จะกลับมารับอ๊อกซิเจนใส่เลือดได้อีกครั้งหนึ่ง แต่สภาวะการปิดกั้นก็จะกลับมาเกิดอีก เป้นวงจรอย่างนี้เรื่อยไปตลอดการนอนของเรา
เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายเราอ่อนแอ จะด้วย ป่วย ไม่สบาย เมา หรือไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ร่างกายก็จะมีโอกาสที่จะเกิดการหยุดหายใจเป็นเวลานานๆได้(อาจจะมากกว่า 2 นาที ต่อครั้ง) หรือแม้แต่ถ้าเราทำงานเหนื่อยมากๆ จนระบบอัตโนมัติ ไม่ สั่งการ ก็อาจถึงขั้น ไหลตายไปเลยก็เป็นได้(ไม่ได้ขู่ นะเนี่ย)
ดังนั้น คุณหมอคนเก่งของเราก็ สั่งการให้เรานั้น จงไปขอยืม cpap (เครื่องช่วยการหายใจอัตโนมัติ) มาทดลองใช้ดู โดยคุณหมอได้ให้นามบัตรของบริษัทที่ขายเครื่องดังกล่าวมา 2 บริษัท
เจ้าเครื่อง cpap ที่ว่านี้ มันจะทำการปั๊มลมเข้าไปเพื่อให้การหายใจของเรานั้นไม่ถูกปิดกั้น จะเซนเซอร์ด้วยวิธีใดก็เกินกว่าที่จะทราบได้ เราจะต้องทำการสวมเจ้า cpap ตัวนี้ปิดปาก ปิดจมูก ก่อนนอน ในระหว่างที่เครื่องทำงาน มันจะบันทึกค่าต่างๆที่ สามาถวิเคราะห์ได้ว่า เราเกิดสภาวะการหยุดหายใจ มากน้อย เร็วนาน อย่างไร การปิดกั้นต้องการความดันในการเปิดทะลุทะลวงเท่าใด หลังจากนั้นให้นำผลการใช้ cpap นี้มาให้คุณหมอ เพื่อวินิจฉัย
แต่
แต่คุณหมอได้ ให้ความคิดเห็นไว้ก่อนว่า การใช้ cpap เพื่อการวินิจฉัยนี้ ไม่ได้ผลที่แน่นอนในทางบวก แต่จะได้ผลที่แน่นอนในทางลบ กล่าวคือ ถ้าผลของการใช้ cpap ออกมาว่า อาการไม่น่าจะเป็นอันตราย ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าไม่เป็นอันตรายจริงๆ ในทางกลับกัน ถ้าผลการใช้ cpap ออกมางว่า อาการน่าจะป็นอันตราย สามารถสรุปได้ในระดับหนึ่งว่า อาการนอนกรนของเรานั้น อยุ่ในขั้นอันตราย
ถ้าเราต้องการความแน่นอนในการวินิจฉัย ต้องทำ Sleep Test ซึ่งทำโดยโรงพยาบาลจุฬา แล้วคุณหมอก็ให้เบอร์ติดต่อของ Sleep Lab มา
ด้วยความเป้นวิศวกร คิดไปคิดมาแล้ว เกิดความขี้เกียจเสียเวลา (เสียเงินไม่เป็นไร) ก็เลย ไม่ติดต่อขอยืม cpap มาใช้ แต่ติดต่อไปทำ Sleep Test เลย
เมื่อถึงนัดครั้งต่อไป ก็นำผล Sleep Test ไปให้คุณหมอดู
คุณหมอก็พิจารณา อยู่พักหนึ่ง แล้วก็ครุ่นคิดอีกพักหนึ่ง(คงจะคิดว่าจะพูดอย่างไร ไม่ให้ serious ดี) ท่านก็บอกกับผมว่า อันอาการของผมนี้ ไม่ค่อนดีนัก แต่ว่ายังไม่ถึงขั้นที่จะก่อให้เกิดอันตราย(ได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก)
แต่
แต่อย่าเพิ่งดีใจไป
ด้วยว่าสภาวะการเกิดอาการนอนกรนของผมนั้น มันเกิดจากกายภาคทางสรีระ ซึ่ง แม้ว่าจะไม่เกิดอันตรายในตอนนี้ แต่จะหวังให้มันหายไปนั้นเป็นไปไม่ได้ มันมีแต่ ทรง กับ ทรุด ลงไปเรื่อยๆ ตามสังขาร พูดง่ายๆก็คือ ถ้าทิ้งไว้โดยไม่แก้ไข ซักวันหนึ่งต้องเป็นอันตราย อย่างแน่นอน (จบกันละซิ)
อันว่าทางแก้ไขนั้น มันก็มีอยู่ 2 ทาง ที่เขาปฏิบัติกัน ก็คือ
ทางเลือกที่หนึ่ง ให้ ไปยืม cpap ทีกล่าวข้างต้น มาลองใช้ดู ผลการใช้จะสามารถนำมาวินิจฉัยร่าวมกับ ผล Sleep Test ได้ว่า ใช้แล้วอาการดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร
ทางเลือกที่สอง ก็คือ จงไปขึ้นเขียงให้คุณหมอทำการผ่าตัด แก้ไขในจุดที่เป็นเหตุให้เกิดการอุดตัน
สระตะดูแล้ว จะไปรีบเจ็บตัวทำไม ก็เลยยอมเสียเวลาไปขอยืม cpap มาลองใช้อยู่ หนึ่ง อาทิตย์ แล้วเอาผลไปให้หมอดู
ผลการใช้ cpap ของผม ใช้ได้ดีมาก คือเมื่อใช้เครื่องแล้ว ไม่เกิดสภาวะการหยุดหายใจเลย และราคาเครื่องอยู่ที่ประมาณ 65000 บาท ค่าผ่าตัดอยู่ที่ประมาณ 5-7 หมื่นบาท
กลับมานอนคิดไปคิดมา ถึงแม้ว่า การใช้เครื่องจะไม่ต้องเจ็บตัว แต่มันก็จะเป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมบนเตียง ต่างๆนาๆ และเป็นภาระที่จะต้อง หอบหิ้วเจ้าสิ่งนี้ไปไหนต่อไหน จนตลอดชีวิต
จนถึงวันหมอนัด จึงไปบอกหมอว่า ผมขอผ่าตัดครับ หมอก็ไม่ว่าอะไร ก็เปิดสมุดนัด แล้ว ทำการนัดวันผ่าตัดให้
เนื่องจากติดภารกิจ บางประการทำให้ไม่สามารถเขียนต่อให้จบได้ในครั้งนี้ ผมขออนุญาต เขียนเล่าประสพการณ์การผ่าตัดให้ฟังในคราวหน้านะครับ
(check rating ดูก่อนว่ามีคนสนใจเยอะรึเปล่า อิอิ)





 

Create Date : 28 ตุลาคม 2551    
Last Update : 28 ตุลาคม 2551 18:25:31 น.
Counter : 19512 Pageviews.  

The Game Plan หนังดีที่ต้องดู

Walt Disney ไม่เคยสร้างความผิดหวัง
The Game Plan เป้นหนังตลก ครอบครัว และ กีฬา เรียกว่าครบสูตรหนังสร้างสรร
เป้นเรื่องของนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่ประสพความสำเร็จในชีวิตสูงสุด แล้ววันหนึ่งก้มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆมาเคาะประตูห้อง แล้วบอกว่าเป็นลูกสาว หลังจากพิสูจน์ว่าเด็กเป็นลูกสาวที่แท้จริงแล้ว พระเอกของเราก้ต้องเผชิญกับหน้าที่ที่ไม่เคยทำมาก่อนเลยในชีวิต คือหน้าที่ของคุณพ่อ
ปกติผมดุหนัง Walt Disney ผมมักจะค่อนแคะว่า Walt Disney สร้างหนังแนว Fantasy คือ ไม่สมจริงโดยใช้มุขตลกเข้ากลบเกลื่อนความไม่สมจริงเหล่านั้น
แต่หนังเรื่องนี้ผมพยายามหาข้อตำหนิอยู่ ก็ หาไม่ได้เลย
ผู้กำกับ คือ Andy Fickman กำกับ She's the Man, Who's Your Daddy?, Anaconda......ดูหนังแล้วก็ลื่นไหลดีนะครับ ไม่มีสะดุดให้เหน็บแนมได้
บทภาพยนต์โดย Nichole Millard & Kathryn Price สองคนนี้น่าจับตามอง ผมว่า เขียนได้ขั้นเทพแล้ว อนาคตต้องได้เขียนบทหนังดีๆออกมาอีกแน่
Dwayne Johnson พระเอกของเราเล่นหนังมาหลายเรื่องมาก ที่จำได้ก็ Return of Mummy, Be Cool ผมว่ายังเล่นแข็งๆ ไม่ค่อยธรรมชาติ ยิ่ง Return of Mummy นี่เป็น Animation ไปเลย ก็เลยปรามาสไว้หน่อยๆ มาเรื่องนี้ต้องยอมรับเลย ว่า เขาพัฒนาฝีมือขึ้นมาเยอะ เล่นแสดงอารมณ์โดยใช้ใบหน้า สายตาได้ดีเชียวแหละ
Madison Pettis ลูกสาวที่น่ารักสุดๆ ไม่ใช่เด็กหน้าตาสวยนะครับ ฟันหน้าก็ห่าง แต่เล่นได้เนียนมากมีฝีมือทางบัลเลต์ซะด้วย
Roselyn Sanchez เป็นครูบัลเลต์ที่น่ารักสุดๆอีกเหมือนกัน บทภาพยนต์ในส่วนนี้ดู เป็นกึ่งๆฝันหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ซะทีเดียว
เพื่อไม่ให้เสีย อรรถรสในการชม ผมจะไม่เล่ารายละเอียดให้ฟังหรอกครับ ขอเชื้อเชิญทุกๆท่านไปดูหนังที่ดี ดุจบแล้วไม่บ่นเสียดายเงินได้อีกเรื่องหนึ่งครับ
IMDb (The Internet Movie Database) ให้เครดิตหนังเรื่องนี้ไว้ 5.9/10
ผมให้ 5/5 ครับ

หมายเหตุ ข้อมูลจาก IMDb (The Internet Movie Database)




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2550    
Last Update : 3 ธันวาคม 2550 9:54:38 น.
Counter : 1361 Pageviews.  

มาเลือกนาฬิกา ใส่ blog กันครับ

มะมีอะไรครับ
พอดีอ่าน blog เมื่อวานแล้วไปเจอ นาฬิกาสวยเลยลองคลิกดูเล่นๆ
มานไปที่ Clocklink.com
ลองดูแล้วเข้าท่ามั่กๆ
เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง เผื่อมีคนที่ยังมะมีนาฬิกาที่ถูกใจ แล้วมะรู้จะไปหาที่ไหน
ผมทำ Link ไว้ให้แล้วทางขวามือ (Clock Link)นะครับ
ขอให้ได้นาฬิกาถูกใจนะครับ
อิอิ




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2550 9:19:51 น.
Counter : 545 Pageviews.  

เขียนไม่ชำนาญ ก็อ่านได้นะจ๊ะ

จำเริญชันษามา40กว่าปี
พยายามค้นหาตัวเองมาตลอด
เริ่มเขียน blog ก็เพราะคิดว่าตัวเองชอบอ่านหนังสือ อ่านมามาก อ่านมาหลากหลาย น่าจะพอมีตะกอนของสิ่งที่อ่านคั่งค้างอยู่ใน จิตใต้สำนึกอยู่พอที่จะเขียนหนังสือได้
เขียนไปแล้ว 9 blog
มีคนเข้ามาเยี่ยม ติ ชม ให้กำลังใจ แต่ไม่พัฒนาไฟในการเขียนให้ลุกโชนมากขึ้นแต่อย่างใด
หยุดเขียนมา blog มา 2 อาทิตย์
เหมือนมีอะไรมาดลใจ ให้ออน bloggang
จะเขียนอะไรดีนะ อืมม ไม่มีอารมณ์เขียนเลยอะ
ลองลากเม้าท์ scroll ดู blog เล่นๆ
blog แรก คอนเสิร์ต 25 ปี นิติพงษ์ ห่อนาค (ภาค DVD) ของคุณ piccy
เอ๊ะ เราก็เป็นแฟนพี่ดี้เนอะ ทำไมเราไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ทนี้ แถม DVD ก้ไม่ได้ซื้ออีก
อาฆาตไว้แล้ว เด๋วต้องไปหาซื้อ DVD มาดูให้ได้ และ ถ้ามีคอนเสิร์ตดีดีแบบนี้อีกต้องไปดูให้ได้
อ้อ ขอเม้าท์ หน่อย ไม่ทราบว่า การแต่ง blog เป็น Theme แบบ blog คุณ piccy นี่ เป็นความสามารถที่ได้มาจากการเรียน หรือ พัฒนา ขึ้นมาเองน๊า blog ไม่ถึงกับสวยจัดแต่ Theme สอดคล้อง ลื่นไหลได้เนียนมั่กๆ ผม add ไว้ที่ Friend's blogs แล้วครับ ใครสนใจลองไปดูได้
blog ที่สอง จัดบ้านเล็กให้ดูใหญ่ จัดบ้านใหญ่ดูรกให้เข้าที่ ของคุณ boonblue
อันนี้ผมก็ทำ link ไว้ให้แล้วเหมือนกัน (link จัดบ้าน) ใครมีปัญหาเรื่องนี้ สนใจก็เข้าไปดูได้ครับ ส่วนผมน่ะได้รับอานิสงค์จากการเข้ามาดู blog นี้ เต็มๆ
blog ที่สาม รู้ทุกข์ เห็นทุกข์ คำสอนของของหลวงพ่อเทียน ของคุณ แม่ไก่ blog นี้ขอสารภาพว่า กิเลสยังหนาเกินกว่าที่จะทำความเข้าใจ เลยมะได้ทำ link ไว้
blog ที่สี่ มาดูนิสัยจากวิธีพับตั๋วรถเมล์ ของคุณ jaynis, blog นี้ไม่ค่อยอิน กะ ตัว blog เท่าไร แต่ที่โดนสุดๆคือ click link ด้านล่าง ไปดู คอนเสิร์ต Jenifer Kim & Koh คลิ๊กเลย อะจ๊ากส์ โดนสุดๆ เลยต้อง Add Friend's blogs ไว้ ของ มิสเตอร์ฮองครับ
บรรยายมาตั้งเยอะแยะจะนำเสนออะไรเนี่ย
อ๋อ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ทำในสิ่งที่ตนเองถนัดที่สุดก่อนครับ สิ่งที่เราอยากจะพัฒนามันจะเริ่มก่อเกิดจากสิ่งที่เราถนัดเอง วันนี้ถ้าผมไม่เริ่มอ่าน blog อื่นๆ อีกมากมาย ผมก้จะไม่ รู้แจ้งเลยว่า อาตมานี้หนอ คือกบจ้อยในกะลา มิรู้ว่าโลกภายนอกกะลานั้นยังกว้างใหญ่ไพศาล เกินกว่าที่เราจะรู้ได้เอง ทั้งที่เกิดมา 40 กว่าปีแล้ว และก็จะไม่สามารถเขียน blog นี้ได้ด้วยความลื่นไหล และ เป็นที่น่าพอใจแก่ตนเองได้มากขนาดนี้
เอวังก้มีด้วยประการะฉะนี้ แล




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2550 16:49:26 น.
Counter : 515 Pageviews.  

ซื้อประกันชีวิตด้วยค่าแท๊กซี่

พอดีว่าวันเสาร์ที่จะถึงนี้ผมต้องไปกินเลี้ยงสังสันท์หมู่ญาติพี่น้อง ที่ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สาขาพระราม3 ว่าจะพาลูกชายซึ่งอยู่ชั้นม.1 กะหลานสาวที่อยู่ชั้น ม.5 ไปด้วย เพราะ ว่าลูกชายชอบ ปีกไก่รมควัน(ที่อร่อยที่สุดในโลก เขาบอก) และ หลานสาวก็ชอบ กุ้งแช่น้ำปลาเป็นชีวิตจิตใจ มีปัญหาอยู่หน่อยเดียวก้คือ ที่โรงเบียร์นี้เขาไม่อนุญาตให้เด็กที่ยังไม่มีบัตรประชาชนอยู่หลัง 3 ทุ่มครึ่ง

เอ แล้วจะเอาไงดี เพราะบ้านเราอยู่อนุสาวรีย์ชัยฯ ถ้ากลับมาส่ง ก็คงหมดอารมณ์ไปอีกรอบแล้ว

เอางี้ แล้วกัน ให้เด็กกลับแท็กซี่กันเอง ม.5 แล้ว ดูแลตัวเองได้แล้วน่า แต่เพื่อความปลอดภัย ก็เรียกแท็กซี่วิทยุละกัน

ทีนี้ เกิดมาเคยเรียกซะที่ไหนล่ะ ก็ต้องเข้าเวป หาดูอะซิ
แล้วก็ได้มาเยอะแยะเลย เนี่ยครับ

ไทยลีมูซีน (แท๊กซี่ ท่าอากาศ) 02-535-2801
แท๊กซี่เจริญเมือง 02-611-6499
แท็กซี่นครชัย 02-878-9000
การ์เด้น 02-875-9998-6
แท็กซี่ปทุมวัน 02-864-3300
แท็กซี่เรดิโอ 1681
บางมดแท็กซี่ 02-870-6915
ภูมิพลังแท็กซี่ 02-676-1000
รวมแท็กซี่ไทย 02-883-6621-5
สหกรณ์แท็กซี่ไทย 02-460-2222
สหกรณ์แท็กซี่สยาม 1661
แท็กซี่กรุงเทพ 02-880-0888
แท็กซี่รวมมิตร 02-911-4444
สหกรณ์ภูมิพลังแท็กซี่ 02-287-3345
แท็กซี่ การ์เด้นท์ 0-2704-7444
แท็กซี่ ธนบุรี 0-2676-1000, 0-2676-3000
แท็กซี่ โฮวา 0-2714-0422
แท็กซี่ เรดิโอ 1681

เท่าที่อ่านดู คนเชียร์ 1681 เยอะนะ แท็กซี่ โฮวา ก็มีคนเชียร์เหมือนกัน
ก็ลองเอาไปใช้บริการกันดูนะครับ ว่าชอบ ของที่ไหน

ทีนี้เราก็ได้เบอร์โทรมาแล้วใช่มั้ยล่ะ
ตอนไปเนี่ย คงเรียกแท็กซี่หน้าบ้านไป คันไหนก็ได้ แต่ตอนเรียกแท็กซี่ให้พาลูกชาย กะหลานสาวกลับ นี่ คงต้องมีมาตรการเพิ่มอีกนิดหน่อย

คือตอนออกมาส่งขึ้นแท็กซี่นี่ ถ้ามีแท็กซี่จอดรออยู่ ก็ดูเลยว่ามีแท็กซี่วิทยุมั้ย
เขาจะเขียนรายละเอียดไว้ที่กระจกหลังทั้งหมด ถ้ามี แท็กซี่วิทยุ ก็กดเบอร์ตามที่เขียนไว้ที่กระจกหลังเลย บอกศูนย์ ว่าเราอยู่ที่ไหน ต้องการให้มารับเดี๋ยวนี้ ทางศูนย์เขาก็จะประกาศให้ แท็กซี่ที่อยู่ในเครือข่ายเขา รับทราบว่า เรารออยู่บริเวณไหน แท็กซี่ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงนั้น ก็จะวิทยุบอกศูนย์ว่า คันไหนจะมารับเรา ทางศูนย์เขาก็จะบันทึกไว้ว่าแท็กซี่เบอร์อะไร มารับเราจากที่ไหน ไปที่ไหน เวลาเท่าไหร่ ทำให้มีความปลอดภัย ทั้งแท็กซี่ และผู้โดยสาร คือมีหลักฐานในการตรวจสอบ

หน้าที่ของเราเวลามาส่งคนขึ้นรถก็คือ
1.จำเวลาที่มาส่งขึ้นรถไว้
2.ถ้ามีกล้องโทรศัพท์ ให้ถ่ายทะเบียนหลังรถ และ รายละเอียดที่กระจกหลังไว้ ถ้าไม่มีกล้องโทรศัพท์ ให้จดบริษัทแท็กซี่ และจดทะเบียนรถไว้
3.บอกคนที่เรามาส่งว่า ถ้าถึงที่หมายแล้วให้โทรกลับมาบอกด้วย

ถึงจะยุ่งยากขึ้นนิดหน่อย แต่ก็คุ้มกับความปลอดภัยที่ได้มา
นอกจากลูกชาย กับหลานสาวของผมแล้ว ผมยังบอกให้น้องชายของผม ไม่ต้องขับรถมา เพราะบ้านอยู่โน่น ตลิ่งชัน ตอนมานะไม่เท่าไรหรอก แต่ตอนกลับน่ะ เมา แล้วก็ต้องขับรถกลับ เป็นระยะทางไกลด้วย ถนนที่กลับก็รถใหญ่วิ่งเยอะ แถมเวลาที่กลับก็หลังเที่ยงคืน บ้านก็อยู่ในซอยเปลี่ยวด้วย ว่าจะให้ใช้บริการแท็กซี่วิทยุเหมือนกัน

สำหรับท่านที่ต้องการความปลอดภัย ผมแนะนำให้ใช้บริการแท็กซี่วิทยุ เลยครับ

โดยปกติแล้ว เกือบทุกบริษัท จะเพิ่มค่าวิทยุเข้าไปกับค่ารถจากมิเตอร์ 20บาท ครับ แต่เพื่อไม่ให้มีปัญหาควรถามศูนย์ทุกครั้งที่โทรเรียกว่าต้องบวกค่าบริการเพิ่มอีกเท่าไหร่ เพราะแต่ละบริษัทอาจจะไม่เท่ากัน และถ้าเส้นทางที่กลับใช้ทางด่วนก็ได้ ไม่ใช้ทางด่วนก็ได้ ถ้าไม่อยากเสียค่าทางด่วนเพิ่มต้องบอกศูนย์ไว้ตั้งแต่ตอนเรียกเลยครับ

ขอให้เดินทางปลอดภัยทุกๆท่านนะครับ








 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2550 9:02:23 น.
Counter : 470 Pageviews.  

1  2  3  4  

pooce62
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




วิศวะ มะไฮโซ โตแต่ตัว กลัวความกลุ้ม หนุ่มใหญ๊ใหญ่ ใจดี๊ดี มีเมียแล้ว
Friends' blogs
[Add pooce62's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.