ผลส้ม...ผลหนึ่ง
Group Blog
 
All blogs
 

เสาร์ที่น่าปวดหัว (วันวิปโยค)

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากะจะนอนให้คุ้มกับที่ทำงานมาตลอดทั้งห้าวันอย่างเหน็ดเหนื่อยซะหน่อยกลับกลายเป็นว่าต้องมีเรื่องปวดหัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเลย

....เหตุเกิด ณ. ห้องเช่าแห่งนึงในกรุงเทพฯ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก.....

ก๊อก ก๊อก ก๊อก....เอ๊ะใครเคาะประตูเรียกหว่า ฟ้าก็กำลังสว่างพอดีทำให้งัวเงียลุกขึ้นมาเปิดประตูต้อนรับ

อ้อ พี่(มีศักดิ์เป็นพี่ชายที่อยู่ข้างห้องนี่เอง) ว่าแต่ว่าทำไมหน้าตาตื่นมาหว่า แกก็ไม่พูดอะไรเดินดุ่มๆมาแล้ววางหัวลงนอนข้างๆที่นอนเราเฉย เฮ้ย...ที่ตัวเองก็มีทำไมถึงมานอนห้องเราหง่ะ แต่ยังไม่ทันได้ไล่กลับ ก็เจอตัวต้นเหตุพอดี มีผู้หญิง(ตัวเป็นๆ) ใครก็ไม่รู้อ่ะนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินเข้ามาในห้องเราแล้วตรงมายังพี่ที่กำลังไปเฝ้าพระอินทร์อยู่

พี่...พี่...ไปนอนห้องโน้นเถอะเร๊ว มานอนทำไมห้องนี้ นี่คือเสียงของนางพราย(ก็ผู้หญิงคนนั้นน่ากลัวอ่ะ) แล้วก็มาลูบๆคลำๆพี่ของเรา(ไม่ต้องบอกมั้งว่าลูบตรงไหนมั่ง) เฮ้ย นี่พี่ฉันนะแล้วนังนี่เป็นใครมาขอส่วนบุญแถวนี้เนี่ย ก็เลยบอกว่าให้นอนนี่แหล่ะ ยัยนั่นก็มองเราแบบหัวจรดเท้า ถามเราว่าหล่อนเป็นใคร เหอๆๆก็เลยสวมบทบาทเป็นเมืยเฮียแกซะเลย

ฉันนี่แหล่ะเมียเค้า...ทำไม

ทีนี้หล่อนถึงกับบอกว่า อุ้ย ขอโทษเห็นนอนอีกห้องนึกว่าเค้าอยู่คนเดียว(ที่จริงพี่เค้านอนอีกห้องที่เช่าร่วมกับเพื่อนอีกคนอยู่) ถามไปถามมาหล่อนบอกว่ามากับอีกคนซึ่งก็มีศักดิ์เป็นหลานของเรานั่นแหล่ะ (แง่งมาได้วันเดียวออกลายเลยนะ)หิ้วมาจากร้านอาหารแล้วตอนนี้ไปซื้อเบียร์อยู่ เมื่อหล่อนไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการหล่อนถึงกลับไปรอผู้ชาย(ก็หลานตัวเองแหล่ะ)อีกห้อง

จะถามจะเค้นคอเจ้าพี่ชายตัวดีมันก็คงให้คำตอบไม่ได้เพราะมันเมามาก ก็เลยต้องรอให้สร่างเมาก่อน อยากฆ่าให้ตายทั้งพี่ทั้งหลานนัก หิ้วใครไม่หิ้ว ไปหิ้วผู้หญิงรุ่นแม่รุ่นยายมา 40อัพได้มั้ง

น้องแพรอย่างนั้น น้องแพรอย่างนี้ โหย แพรห่อศพป่าววะ หนังหน้าล้ำหน้าเราไปหลายขุมยังแทนตัวว่าน้องอีก หยึย สยอง

ตกเย็นครับพี่น้อง ช็อทเด็ด เลยพอมันจะกลับขอเงินค่าตัว เราก็เอ๊ะใครหิ้วคนนั้นจ่าย แต่ไม่ค่ะ ไอ้คนหิ้วอ่ะตอนที่มันมามันก็จะมาขอเงินน้า(พี่ชายเรา)ไง ก็เลยต้องไปจิกพี่มาเอาเงินค่าสยอง เอ้ย ค่าตัวให้นางพรายคนนั้น ไอ้พี่ตัวดีก็บอกว่าเงินอยู่ในห้อง(ห้องที่นางพรายกับหลานอยู่ด้วยกัน)อยู่ในเสื้อ เราก็เดินไปหาเงิน เงินไม่มีอ่ะเราก็ไม่เอะใจอะไรคิดว่าพี่เค้าคงลืมที่ก็เลยต้องหาเรื่องเดือดร้อนไปพึ่งพ่อ ยืมเงินพ่อมาให้นางพรายตัวนั้นโดยบอกพ่อว่าเอาเงินกับพี่นะ (ตอนแรกไม่มีเงินให้มันจะเอาโทรศัพท์ไปแต่ไม่ยอมยื้อไปยื้อมา สุดท้ายต้องไปหาเงินไปให้มัน) พอมันไปแล้วนี่สิเรื่องใหญ่

...เห็นเงินพี่มั้ย...ใครจะไปรู้เนี่ยก็ไม่ได้เอาไปเจ้าหลานตัวดีกลัวโดนเราด่ารีบหนีกลับไปตั้งกะตีห้าแล้ว (อดด่าเลย) ก็บอกตามตรงว่าเห็นพี่บอกว่าเงินอยู่ในกระเป๋าเสื้อแต่มาหาดูแล้วไม่เห็นอ่ะนึกว่าบอกไปส่งๆ พี่ก็บอกว่าเปล่าพูดจริงๆ เงินสดๆสี่พันหายไปในพริบตา สุดท้ายก็เลยได้ข้อสรุป นางพรายตัวนั้นมันต้องโขมยเงินแน่ๆ เพราะทั้งวันมันอยู่กับเจ้าหลานแสบในห้องสองคน หลานไม่มีทางรู้หรอกว่ามีเงินนอกจากจะค้นเพราะเสื้อตัวนั้นโดนทับอยู่ล่างสุด

จะทำอะไรได้ละทีนี้...นอกจากสมน้ำหน้า เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง ซ้ำยังเอากระดูกมาแขวนคออีกต่างหากเดือดร้อนกันหมดไอ้พี่บ้า ตอนไม่เมานะงกอิบอ๋าย พอตอนเมานะเจ้าบุญทุ่มนักเป็นไง เฮ้อ




 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2550 16:41:28 น.
Counter : 213 Pageviews.  

ว่าด้วยเรื่องโก๊ะ-โก๊ะ

ทุกคนก็คงจะเคยโก๊ะเหมือนกันช่ายม๊า อ๊ะๆอย่าส่ายหน้าหน่อยเลยไม่เชื่อหรอกแต่ความโก๊ะของตัวเองนึกถึงทีไรเป็นขำทุกที ไม่ว่าจะโก๊ะเรื่องซุ่มซ่าม หลงทาง(ประจำ) หรือหลงลืมทั้งๆที่ยังไม่ขึ้นเลขสามเลย (เศร้า) เรื่องหลงทางก็ไม่มีอะไรมากแค่ช่วงมาอยู่กรุงเทพฯใหม่ๆ ที่พักอยู่ชานเมืองแต่งานอยู่ในเขตเมือง ไม่ไปก็กลับที่หลงทาง ลงผิดป้ายประจำแรกๆก็ไม่คิดอะไรมากหรอก แต่ผ่านไปสักเดือนก็เหมือนเดิมสุดท้ายเลยใช้วิธีลงผิดป้ายไหนก็เดินจากป้ายนั้นกลับบ้าน(มันจะได้จำ ฮึ่ม) พอย้ายที่ทำงานมาทำงานใกล้ๆบ้านก็ต้องออกไปเช็คสต๊อกข้างนอกบ่อยๆ แต่ไม่ทำให้สมองส่วนความจำมันทำงานได้ดีเลย ยิ่งโง่หนักเข้าไปอีก ที่สีลมไปบ่อยมากและหลงทางบ่อยมาก (โง่เนอะ) ที่ตึกเซ็นประสบการหลงก็เอาการอยู่ ยิ่งเรื่องหลงลืมออกอาการเข้าขั้น อย่างเช่นเรื่องกุญแจรถถ้ามีคนฝากไว้แล้วต้องเตือนตัวเองว่า ฉันเอาไว้ที่ไหนไม่งั้นเป็นลืมต้องระลึกชาติประมาณวันนึงถึงจำได้ต้องค่อยๆคิดตั้งแต่เค้ายื่นให้กับมือแล้วค่อยคิดไปว่าเดินไปตรงไหนบ้างแล้วไปหยุดที่ไหนถึงค่อยไปหาดูอีกที แต่ดีหน่อยที่ตัวเองมักจะเอาสิ่งของไปไว้ที่เดิมๆไม่ค่อยได้เปลี่ยนที่เท่าไร ถ้าเปลี่ยนก็ต้องระลึกเป็นสองชาติขึ้นไป (โง่กำลังสอง) ขนาดปากกาที่ตัวเองใช้ทุกวันนะถ้าได้เดินไปรับโทรศัพท์เมื่อไรถ้าปากกาไม่หายก็ได้ปากกาชาวบ้านมาเพิ่มที่โต๊ะอย่างแน่นอน(จอมโจรปากกา) เรื่องโก๊ะยังมีอีกมากเอาไว้ไปนึกก่อนละกันแล้วจะมานินทาตัวเองให้อ่านกันอีก โฮ๊ะๆๆ




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2550 12:53:43 น.
Counter : 261 Pageviews.  

วันเสาร์ที่ศูนย์สิริกิตย์(ที่เกือบเสียศูนย์)

27 ตุลาคม ที่ผ่านมาได้ไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติมา ด้วยความที่ไม่เคยได้ไปเลยไม่ว่าจะเป็นปีไหนๆที่เค้าจัดกัน พี่ๆที่ทำงานเค้าเล่ายังงั้นยังงี้ว่าดีจริง ต่อมความอยากไปเสียเงินเริ่มทำงาน พอถึงวันเสาร์แต่งตัวซ๊าเจ้าเอิร์ทจำไม่ได้ วิ่งไปวิ่งมารอบตัวจนเวียนหัวไปหมด งานเปิดสิบโมงเช้าแต่ไปตั้งแต่เก้าโมงครึ่งเค้าคงยอมให้เข้าหรอก ก็เลยไปเดินเล่นที่บิ๊กซีราชดำหริก่อน พอใกล้สิบโมงก็นั่งรถเมล์ไปลงที่แยกอโศกแล้วเดินไป ย้ำว่าเดินไป (ฉลาดเนอะ) ก็ถามคนที่ทำงานที่เค้าหวังดีแต่ประสงค์ร้ายไงว่าเค้าก็บอกว่าเดินไปก็ถึง ใกล้นิดเดียวเอง เรารึก็เชื่อ เดินไปๆๆๆ เอ๊ะไหนว่าใกล้ทำไมไม่ถึงสักกะที เลยตลาดหลักทรัพย์ก็แล้ว พอดีเจอเซเว่นเลยแวะเข้าไปพักเหนื่อยซื้อน้ำมากลั๊วคอสักหน่อยแล้วถามเค้าว่าอีกไกลมั๊ยกว่าจะถึงสถานที่ที่เราต้องการไป เค้าบอกอีกนิดเดียวพี่ แต่พี่เอารถมาหรือเดินไป เราก็บอกตามจริงว่าเดินเอา พนักงานเค้าอึ้งนิดนึง แล้วบอกเสียงเบาๆว่า ไกลค่ะพี่ แล้วทำหน้าสงสารเรา หง่ะ เดินมาอ่ะจะไปรู้หรอว่ามันไกลขนาดไหนไม่เคยมานิ ก็เลยตอบว่าไม่เป็นไรค่ะ พี่เดินถึงประมาณนั้น น้องเซเว่นเลยบอกว่าเดินไปเรื่อยๆพอเห็นสะพานลอยก็ถึง ก็เลยออกเดินทางต่อ....ต่อ....ต่อ ว่าแต่ว่าทำไมไม่เห็นสะพานสักทีอ่ะ เหนื่อยก็แล้ว หอบก็แล้ว (สังขารไม่เที่ยงจริงๆ) โอ้ โน่น ลิบๆเลยสะพานลอย กรี๊ดๆๆๆ เจอแล้ว ด้วยความดีใจแล้วรีบเดินไปนิดนึงเลยสะดุดก้อนหินแถวนั้นอ่ะ มีร้านขายของด้วย อายนะ แต่ทำเนียนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ว่าเดินเลยสะพานลอยตั้งไกลทำไมยังไม่ถึงสักที แต่พอมองไปฝั่งตรงข้าม โธ่ถัง มันอยู่อีกฟากถนนนี่เองจำเป็นต้องเดินกลับเพื่อข้ามสะพานลอยไปยังศูนย์วัฒนธรรรม และแล้วก็มาถึงสักที เดินทางจากบิ๊กซีราชดำริตอนเก้าโมงห้าสิบถึงศูนย์วัฒนธรรมสิบโมงสี่สิบห้า อืมตัวเลยน่าเป็นลมจริงๆ พอเข้าไปฮอลท์ โอ้โห กว้างจริงๆ หนังสือเต็มไปหมด คนเยอะแยะเดินเต็มแทบจะไม่มีพื้นที่เดินกันเลย เดินไปซุ้มโน้นซุ้มนี้ หยิบๆจับๆอยู่นานสองนาน เลือกไม่ได้สักทีว่าจะเอาเล่มไหนก็มีแต่เล่มที่น่าอ่านทั้งนั้นแต่งบประมาณไม่เอื้ออำนวนเลย ให้ตาย แต่สุดท้ายก็ได้มาสี่เล่มที่ถูกใจ แต่ยังอาลัยอาวรณ์หนังสืออีกหลายสำนักพิมพ์เลยรีบตัดใจกลับบ้านดีกว่าเพื่อประโยชน์ของตัวเองและเงินในกระเป๋า ขากลับเริ่มฉลาดนิดนึงว่าแล้วก็ลองนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับบ้านดีกว่าว่ามันเป็นยังไง (ก็คนไม่เคยอ่ะ) ก็ดีนะเร็วดี พอขึ้นมาได้นี่สิตอนแรกขึ้นมาแล้วเฮ้ย ไม่อยากข้ามถนนอ่ะ ไปอีกฝั่งของสถานีอโศกละกัน พี่รปภ.ก็ใจดีบอกว่าไปขึ้นที่ประตูE3 เย้ๆไม่ต้องข้ามถนนเราก็ได้ขึ้นรถแล้ว หัวดีชมัดเลยเรา พอดีรถเมย์สาย48 มาก็เลยขึ้น ไม่ได้เอะใจเลยว่า ข้าพเจ้าขึ้นรถผิดฟาก ตอนแรกไม่ได้สำนึกเลยว่าต่อจากอโศกแล้วต้องเป็นพร้อมพงศ์ เพราะทางกลับบ้านมันทางบางนา แต่ทางที่ตัวเองไปนี่มันทางไปเซ็นทรัลชิดลม มาระลึกชาติได้อีกทีก็ถึงเซ็นทรัลชิดลมเรียบร้อยแล้ว ซวยชมัดก็เลยต้องลงแล้วข้ามฟากมานั่ง 511 กลับบ้านแทน (ไม่รู้ว่าโง่หรือฉลาดน้อยกันแน่เรา) แทนที่จะได้กลับบ้านเร็วๆเพื่อไปอ่านหนังสือ ดันมาเสียเวลากับการนั่งรถผิดฟากซะนี่ (บ้านนอกเข้ากรุงก็งี้ พี่ที่ทำงานด้วยกันแซวบ่อยว่า น้ำหน้าอย่างเราแค่เดินออกจากบริษัทก็หลงแล้ว เออ...จริงของพี่เค้า)




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2550    
Last Update : 29 ตุลาคม 2550 15:35:14 น.
Counter : 321 Pageviews.  

ตัวนิ่ม ที่ราคาไม่นิ่มเลย

เมื่อวันก่อน(อีกแล้ว)ดูโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เค้านำเสนอตัวนิ่ม สัตว์สงวนชนิดหนึ่งที่มีคนเห็นแก่เงินจำนวนหนึ่งเอามาขาย ตอนรับมากิโลละพัน แต่ขายต่อกิโลละสองพันห้า สรุปแล้วนิ่มตัวหนึ่งมีราคาเป็นหมื่น โดยไปจับมาแล้วจับใส่รถเป็นวันๆเพื่อนำไปขายต่อแถวตะเข็บชายเเดน พอถึงแล้วใช้แรงงานคนอีกเพื่อแบกข้ามประเทศไป แต่ที่เห็นแล้วมันสะเทือนใจที่สุดคือวิธีเพิ่มน้ำหนักให้นิ่ม เค้าใช้แป้งเปียกเป็นตัวเพิ่มน้ำหนักโดยใช้ท่อยัดเข้าไปในลำคอของตัวนิ่มแล้วเทเเป้งเปียกเข้าไป มันเป็นอะไรที่เห็นแล้วทารุณมากๆในสายตาของผลส้มเอง สำหรับคนอื่นไม่รู้นะแต่ผลส้มเป็นคนเห็นอะไรพวกนี้ไม่ได้เห็นแล้วอยากแช่งๆๆๆๆ ให้กรรมตามสนองเร็ว จิตใจเค้าทำด้วยอะไร หรือเค้าคิดแต่ว่าได้เงินมาก็พอแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างมัน เท่านั้นหรอ สังคมเราถ้ามีพวกนี้อยู่มากๆเชื่อเหอะสักวันมันจะล้าหลังกว่าประเทศข้างบ้าน สาธุ




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2550    
Last Update : 27 ตุลาคม 2550 15:00:42 น.
Counter : 711 Pageviews.  

ถ้าเลือกได้ คุณจะเลือกผู้ชายห่วยแตกประเภทไหน

อย่างว่า ผู้ชายห่วยแตกมีหลายประเภททั้ง โกหก หลอกลวง เจ้าชู้ ดื่มเหล้าแล้วทำร้ายผู้หญิงอย่างเราๆ หรือไม่ก็ประเภทกินในที่ลับแล้วมาไขในที่แจ้ง ภ้าเป็นไปได้ขอห่วยแตกน้อยที่สุดละกัน แบบดื่มเหล้าอย่างเดียวอ่ะ ไม่ต้องทำร้ายกันก็พอ แต่ถ้าเจ้าชู้ หลอกลวง ก็ขอบาย อย่างผลส้มเองก็เจอนะ ไอ้หลอกลวงนี่ แต่มันมาในคราบของคำว่าเพื่อนผู้ชายนะ มาแบบดีมากๆเลย รับฟังปัญหาทุกอย่าง คุยได้ทุกเรื่อง แต่ต่อมาก็ติดต่อกันไม่ได้เราก็นึกว่ามีปัญหา มันโทรมาเบอร์ใหม่บอกโทรศัพท์หาย เราก็เชื่อมัน มาครั้งที่สองก็บอกว่าโทรศัพท์หายอีกต้องเอาเงินไปซื้อโทรศัพท์ใหม่ แล้วก็ทำแบ๊วมายืมตังค์ประมาณว่ายังไม่มีเงินกินข้าวต้องหายืมให้มันรอดถึงสิ้นเดือน ด้วยความโง่และคิดว่าเพื่อนกันคงไม่ทำอะไร ก็ให้ไปก่อนพันนึง มันบอกไม่พอ ยืมเพิ่มอีกสองครั้งๆละพัน รวมสามครั้ง มันบอกว่าสิ้นเดือนคืนแน่นอนโบนัสออก เออ ไม่ว่าอะไร เดือนนึงผ่านไป บอกว่ารถคว่ำ เเขนเดาะรถเสียหายต้องทำรถใหม่ เออ ไม่ว่าอะไร เดือนที่สองผ่านไป บอกว่าเป็นไข้เลือดออก ไม่สบายมากต้องเข้าๆออกโรงพยาบาล เออ ไม่ว่าอะไร แต่เดือนที่สามปิดเครื่องหนี รึไม่ก็ต้องระบบไม่รับเบอร์เราซะงั้น ความฉลาดเริ่มมาเยือน เริ่มรู้ละว่ามันหลอกเอาเงินเราไป ที่มันเปลี่ยนเบอร์บ่อยๆก็อย่างนี้เอง พอเราใช้เบอร์อื่นโทรไปมันก็รับ แต่พอรู้ว่าเรา ก็ปิดเครื่องหนี้เฉยเลย สรุป เงินมันเอาไปใช้สบายเฉิบไม่คืนเราให้เราดีใจเลย เงินนะไม่เสียดายเท่าไรหรอก แต่ที่เสียดายนี่สิ ความรู้สึกดีๆอ่ะมันหายไปหมดเลย ไอ้เพื่อนเ ลว แล้วก็มารู้ตอนหลังอีกนะว่ามันก็ยังทำนิสัยแบบนี้กับอีกหลายๆคนด้วย สาธุเวรกรรมมีจริงนะ แง่ง จะจุดธูปบอกแม่ให้ไปทวงตังค์ให้ซะเลย




 

Create Date : 25 ตุลาคม 2550    
Last Update : 25 ตุลาคม 2550 18:34:20 น.
Counter : 406 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

Valentine's Month


 
ผลส้ม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สาวน้อย อ้วนกลม ๆๆ
Friends' blogs
[Add ผลส้ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.